แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในชาติที่มีการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอย่างจริงจัง จนได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก (UNESCO World Heritage Sites) จำนวน 26 แห่ง แบ่งเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม 21 แห่ง และแหล่งมรดกทางธรรมชาติ 5 แห่ง ซึ่งสะท้อนตัวตนของญี่ปุ่นตั้งแต่ความเชื่อดั้งเดิม ศิลปะสถาปัตยกรรมเก่าแก่ อารยธรรมซามูไร ชุมชนเกษตรกรรม ไปจนถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดภูมิปัญญามานับพันปีบทความนี้นำคุณไปทำความรู้จัก “แหล่งมรดกโลกญี่ปุ่น” แบบครบถ้วนและเข้าใจง่าย เพื่อเปิดประตูสู่เรื่องราวลึกซึ้งของแดนอาทิตย์อุทัย ได้แก่
- 1993 ชิราคามิ-ซันจิ (Shirakami-Sanchi)
- 1993 ปราสาทฮิเมจิ (Himeji-jo)
- 1993 พุทธสถานในพื้นที่โฮรีว-จิ (Buddhist Monuments in the Horyu-ji Area)
- 1995 หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะและโกคายามะ (Historic Villages of Shirakawa-go and Gokayama)
- 1996 อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ (โดมปรมาณู) (Hiroshima Peace Memorial (Genbaku Dome))
- 1996 อารามชินโตอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shinto Shrine)
- 1998 โบราณสถานแห่งนะระโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara)
- 1999 ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก (Shrines and Temples of Nikko)
- 2005 ชิเระโตะโกะ (Shiretoko)
- 2007 เหมืองเงินอิวะมิและภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Iwami Ginzan Silver Mine and its Cultural Landscape)
- 2011 หมู่เกาะโองาซาวาระ (Ogasawara Islands)
- 2014 โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้อง (Tomioka Silk Mill and Related Sites)
- 2018 แหล่งคริสตชนลับในภูมิภาคนางาซากิ (Hidden Christian Sites in the Nagasaki Region)
- 2021 แหล่งโบราณคดีโจมงทางตอนเหนือของญี่ปุ่น (Jomon Prehistoric Sites in Northern Japan)
-
-
------------------
1. มรดกโลกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage)
มรดกโลกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโบราณ ศาสนสถานสำคัญ เมืองหลวงเก่า และแหล่งโบราณคดีที่สะท้อนความเชื่อและอารยธรรมญี่ปุ่นในแต่ละยุค
เมืองหลวงโบราณและมรดกทางพุทธศาสนา
แหล่งมรดกเหล่านี้คือศูนย์กลางกำเนิดพุทธศาสนาในญี่ปุ่น และเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่แพร่หลายทั่วประเทศ
-
อารามโฮริวจิ (1993) – มีอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
-
อนุสรณ์สถานเมืองเกียวโตโบราณ (1994) – รวมวัด ศาลเจ้า พระราชวังกว่า 17 แห่ง
-
โบราณสถานเมืองนาราโบราณ (1998) – บ้านของพระพุทธรูปไดบุตสึแห่งวัดโทไดจิ
-
ศาลเจ้านิกโก (1999) – สถาปัตยกรรมซามูไรสุดวิจิตรของตระกูลโทกุงาวะ
-
ฮิราอิซุมิ (2011) – วัด–สวนที่สะท้อน “ดินแดนสุขาวดี” ตามแนวคิดพุทธศาสนา
มรดกแห่งสงครามและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่
-
โดมปรมาณูฮิโรชิมะ (1996) – สัญลักษณ์แห่งสันติภาพของโลก
-
อุตสาหกรรมปฏิวัติยุคเมจิ (2015) – เหล็กกล้า ต่อเรือ เหมืองถ่านหิน จุดเริ่มต้นอุตสาหกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่
-
โรงงานไหมโทมิโอกะ (2014) – ต้นแบบอุตสาหกรรมสิ่งทอ
วัฒนธรรมระดับโลกที่เชื่อมโยงข้ามประเทศ
-
ผลงานเลอ คอร์บูซีเยร์ (2016) – พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ โตเกียว เป็นหนึ่งในเครือข่ายมรดกร่วมระดับโลก
ชุมชนดั้งเดิมและภูมิทัศน์วัฒนธรรม
-
หมู่บ้านชิราคาวาโกะและโกคายามะ (1995) – บ้านกัสโชะซูคุริหลังคามุมชัน สัญลักษณ์ชนบทญี่ปุ่น
-
อิวะมิ กินซัง (2007) – เหมืองเงินเก่าแก่และชุมชนรอบเหมือง
-
เส้นทางแสวงบุญคิอิ (2004) – ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ คุมาโนะ–โคยะ–โยชิโนะ เส้นทางจาริกกว่า 1,000 ปี
-
คริสตชนลับนางาซากิ (2018) – หมู่บ้านและศาสนสถานของชาวคริสต์ที่ต้องหลบซ่อนความเชื่อนานกว่า 250 ปี
แหล่งโบราณคดีที่สะท้อนรากเหง้าญี่ปุ่น
-
กุสุคุแห่งอาณาจักรริวกิว (2000) – ปราสาทและหมู่บ้านโอกินาวายุคริวกิว
-
กลุ่มสุสานโคฟุง โมซุ–ฟุรุอิจิ (2019) – สุสานรูปกุญแจยักษ์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์
-
แหล่งโบราณคดีโจมง (2021) – ถิ่นฐานยุคหินใหม่กว่า 15,000 ปี
สัญลักษณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
-
ฟูจิซัง (2013) – ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ แรงบันดาลใจด้านศิลปะ วรรณกรรม และจิตวิญญาณ
2. มรดกโลกทางธรรมชาติ (Natural Heritage)
ธรรมชาติญี่ปุ่นโดดเด่นด้วยระบบนิเวศเฉพาะถิ่น ภูเขาไฟ เกาะภูเขาหินแกรนิต และสัตว์หายาก
พื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมีทั้งหมด 5 แห่ง
-
ชิราคามิ–ซันจิ (1993) – ป่าบีชบริสุทธิ์อายุกว่าพันปี
-
ยะกุชิมะ (1993) – ป่าซีดาร์ยักษ์ Jomon Sugi และความชื้นสูงที่สุดในญี่ปุ่น
-
ชิเรโตโกะ (2005) – บ้านของหมีสีน้ำตาล นกอินทรีทะเลหายาก และทะเลน้ำแข็ง
-
โองาซาวาระ (2011) – หมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีสัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก
-
อามามิ–โอโอย์ชิมะ & โอกินาวาตอนเหนือ & อิริโอโมเตะ (2021) – เกาะป่าดิบชื้นที่มี “แมวอิริโอโมเตะ” สัตว์หายากที่สุดในโลก
ทำไมแหล่งมรดกโลกญี่ปุ่นจึงมีคุณค่า?
แหล่งมรดกโลกของญี่ปุ่นสะท้อนตัวตนของประเทศอย่างลึกซึ้ง ผ่าน 3 มิติสำคัญ:
1) วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่หลอมรวมตะวันออก–ตะวันตก
จากพุทธศาสนายุคแรก สถาปัตยกรรมซามูไร จนถึงอุตสาหกรรมสมัยใหม่
2) ธรรมชาติบริสุทธิ์และระบบนิเวศเฉพาะถิ่น
เกาะญี่ปุ่นตั้งอยู่บนรอยต่อภูเขาไฟ ทำให้เกิดภูมิประเทศที่ไม่เหมือนใครในโลก
3) การอนุรักษ์อย่างเข้มแข็ง
รัฐบาลและชุมชนท้องถิ่นร่วมมือกันปกป้องทรัพยากรเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ทำให้มรดกเหล่านี้ยังคงงดงามมาจนปัจจุบัน
ท่องเที่ยวตามเส้นทางมรดกโลกญี่ปุ่น สามารถวางแผนตามธีม เช่น
-
เส้นทางศาสนาและประวัติศาสตร์: เกียวโต–นารา–นิกโก
-
เส้นทางธรรมชาติ: Yakushima – Shiretoko – Ogasawara
-
เส้นทางอุตสาหกรรมญี่ปุ่น: Tomioka – Nagasaki – Yamaguchi
-
เส้นทางโอกินาวา: Gusuku – Amami–Oshima – Iriomote
มรดกโลกของญี่ปุ่น คือ สมบัติอันล้ำค่าที่บันทึกความเป็นมาของประเทศ ผ่านภูเขาไฟ ศาสนสถาน ศิลปะ การเมือง การค้า และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทุกแห่งล้วนเป็นหน้าต่างที่เปิดสู่จิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน การได้เยี่ยมชมแต่ละแห่งไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยว แต่คือการเข้าใจรากเหง้าของหนึ่งในอารยธรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย เหมาะสำหรับผู้ชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ และการเดินป่าชมธรรมชาติ
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)
------------------------


