iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

1998 โบราณสถานแห่งนะระโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara)

 

ตำแหน่งที่ตั้ง 34.695195870815425, 135.79452313232997

อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ: มรดกโลกที่สะท้อนอารยธรรมญี่ปุ่นยุคแรกเริ่ม

อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 1998 (พ.ศ. 2541) ซึ่งประกอบด้วยสถานที่สำคัญแปดแห่งในจังหวัดนารา (Nara Prefecture) ประเทศญี่ปุ่น แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นภาพสะท้อนที่ครอบคลุมวัฒนธรรม ศาสนา และโครงสร้างทางการเมืองของญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองนารา (Nara) ได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นระหว่างปีคริสต์ศักราช 710 (พ.ศ. 1253) ถึง 784 (พ.ศ. 1327) ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาทางการเมืองและวัฒนธรรมอย่างมาก

กลุ่มอนุสรณ์สถานนี้ประกอบด้วยวัดพุทธห้าแห่ง ศาลเจ้าชินโต (Shinto shrine) หนึ่งแห่ง แหล่งโบราณคดีหนึ่งแห่ง และป่าดึกดำบรรพ์หนึ่งแห่ง ซึ่งรวมกันแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งของพุทธศาสนา (Buddhism) และชินโต (Shintoism) รวมถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับรัฐบาลจักรวรรดิในยุคนั้น อนุสรณ์สถานทั้ง 8 แห่งนี้มีอาคาร 26 หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ (National Treasures) และ 53 หลังเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (Important Cultural Properties) โดยรัฐบาลญี่ปุ่น

คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)

อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณได้รับการพิจารณาให้มีคุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value) จากการที่แสดงถึงช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาวัฒนธรรมและการเมืองของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองนาราเป็นเมืองหลวง สถานที่เหล่านี้แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนของชีวิตในเมืองหลวงของญี่ปุ่นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) รวมถึงการก่อตั้งโครงสร้างรัฐบาลแห่งชาติและความเจริญรุ่งเรืองที่นำไปสู่การเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมญี่ปุ่น คุณค่าดังกล่าวได้รับการรับรองตามเกณฑ์ทางวัฒนธรรมสี่ข้อของยูเนสโก ได้แก่:

  • เกณฑ์ (ii): อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นถึงวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมและศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลอันลึกซึ้งของการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับจีน (China) และเกาหลี (Korea) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต

  • เกณฑ์ (iii): มรดกทางสถาปัตยกรรมของนาราแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างมีเอกลักษณ์ในช่วงที่นาราทำหน้าที่เป็นเมืองหลวง (ค.ศ. 710-784 หรือ พ.ศ. 1253-1327) ช่วงเวลานี้มีการรวมอำนาจรัฐบาลแห่งชาติ และนาราได้กลายเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

  • เกณฑ์ (iv): แผนผังของพระราชวังหลวง (Imperial Palace) และการออกแบบอนุสรณ์สถานที่ยังคงอยู่ของนาราเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองหลวงในเอเชียยุคแรก แผนผังเมืองอิงหลักการฮวงจุ้ย (geomantic principles) ของจีนและตัวอย่างจากเมืองฉางอาน (Chang'an) ซึ่งมีตารางกริดเป็นแนวตั้งและแนวนอนสำหรับพระราชวัง วัด ศาลเจ้า และถนน

  • เกณฑ์ (vi): วัดพุทธและศาลเจ้าชินโตของนาราแสดงให้เห็นถึงพลังทางจิตวิญญาณและอิทธิพลที่ต่อเนื่องของศาสนาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบที่จับต้องไม่ได้ของการบูชาและพิธีกรรมทางศาสนาที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

เมืองนารา หรือที่รู้จักกันในชื่อเฮย์โจเคียว (Heijō-kyō) ในอดีต ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในปีคริสต์ศักราช 710 (พ.ศ. 1253) ในช่วงยุคนารา (Nara period) ซึ่งเป็นยุคแห่งการรวมอำนาจทางการเมืองและวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่มีตำนานที่แยกต่างหากจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนในรายงานนี้ แต่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่านาราเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนาที่สำคัญ การวางผังเมืองของนาราได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเมืองหลวงของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองฉางอาน (Chang'an) ซึ่งเป็นที่สังเกตเห็นได้จากผังเมืองที่เป็นระบบตารางกริดแบบสมมาตร

ทางด้านสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างในนาราโบราณแสดงถึงการผสมผสานระหว่างสุนทรียภาพของญี่ปุ่นกับการนำเข้าอิทธิพลจากทวีปเอเชีย โดยเฉพาะจากจีนและเกาหลี วัดพุทธหลายแห่ง เช่น วัดโทไดจิ (Tōdai-ji Temple) และวัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple) ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคและรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแผ่นดินใหญ่ วัดโทไดจิเป็นที่ตั้งของวิหารไดบุทสึเด็น (Daibutsuden) ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปไวโรจนะ (Vairocana Buddha) หรือที่รู้จักกันในชื่อไดบุทสึ (Daibutsu) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาในยุคนั้น

วัดโคฟุคุจิ (Kōfuku-ji Temple) เป็นวัดพุทธที่มีอิทธิพลในยุคดังกล่าว ในขณะที่วัดกังโกจิ (Gangō-ji Temple) ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวัดพุทธแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ส่วนวัดโทโชไดจิ (Tōshōdai-ji Temple) ก่อตั้งขึ้นในปีคริสต์ศักราช 759 (พ.ศ. 1302) โดยพระสงฆ์ชาวจีนระดับสูงเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาพระพุทธศาสนา

ในส่วนของศาลเจ้าชินโต ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine) มีความเชื่อมโยงกับตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara clan) ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองอย่างมากในช่วงยุคเฮอัน (Heian period) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่กลมกลืน รวมถึงป่าศักดิ์สิทธิ์คาสุกายามะ (Kasugayama Primeval Forest) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้า แสดงให้เห็นถึงการบูชาตามประเพณีของญี่ปุ่นและธรรมชาติที่ยังคงไม่ถูกแตะต้องมานานหลายศตวรรษ

แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงเดิม ทำหน้าที่เป็นทั้งที่ประทับของราชวงศ์และสถานที่จัดพิธีทางการเมืองและศาสนา แม้ว่าโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ส่วนใหญ่จะถูกฝังกลบเพื่อการอนุรักษ์ แต่ก็มีการบูรณะประตูทางเข้า ห้องโถงศึกษา และสวนบางส่วนขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เห็นถึงเค้าโครงและสถาปัตยกรรมของพระราชวังในอดีต

จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณรวบรวมสถานที่สำคัญแปดแห่งที่สะท้อนถึงยุคทองของวัฒนธรรมญี่ปุ่น:

  • วัดโทไดจิ (Tōdai-ji Temple): วัดพุทธขนาดใหญ่และทรงอำนาจ วิหารไดบุทสึเด็น (Daibutsuden) ประดิษฐานพระพุทธรูปไวโรจนะ (Vairocana Buddha) หรือไดบุทสึ (Daibutsu) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  • วัดโคฟุคุจิ (Kōfuku-ji Temple): หนึ่งในเจ็ดวัดใหญ่ที่มีอิทธิพล เป็นศูนย์กลางระดับชาติของสำนักพุทธ Hossō

  • ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine): ศาลเจ้าชินโตที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฟูจิวาระ ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่กลมกลืน รวมถึงป่าศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงการบูชาตามประเพณีของญี่ปุ่น

  • ป่าดึกดำบรรพ์คาสุกายามะ (Kasugayama Primeval Forest): ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นส่วนสำคัญของศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ ซึ่งธรรมชาติยังคงไม่ถูกแตะต้องมานานหลายศตวรรษ

  • วัดกังโกจิ (Gangō-ji Temple): ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวัดพุทธแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น

  • วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple): วัดพุทธที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง

  • วัดโทโชไดจิ (Tōshōdai-ji Temple): ก่อตั้งขึ้นในปีคริสต์ศักราช 759 (พ.ศ. 1302) โดยพระสงฆ์ชาวจีนระดับสูงสำหรับนักเรียนพุทธศาสนา

  • แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site): สถานที่ทางโบราณคดีที่แสดงถึงอดีตพระราชวังหลวง ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งที่ประทับของราชวงศ์และสถานที่จัดพิธีทางการเมืองและศาสนา มีการบูรณะประตูทางเข้า ห้องโถงศึกษา และสวนบางส่วน

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ (Visitor Guide and Regulations)

การเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณนั้น จำเป็นต้องวางแผนการเดินทางเนื่องจากประกอบด้วยสถานที่หลากหลายที่มีข้อบังคับ เวลาเปิด-ปิด และค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป

ข้อบังคับสำหรับผู้เยี่ยมชม:

  • การปฏิบัติตนทั่วไป: ควรเผื่อเวลาเต็มวันสำหรับการเดินชมอนุสรณ์สถานทั้งหมด

  • รองเท้า: เมื่อเข้าสู่อาคารทางศาสนาทั้งพุทธและชินโต จำเป็นต้องถอดรองเท้า การสวมรองเท้าแตะอาจช่วยให้การถอดเข้าออกง่ายขึ้น

  • การหลีกเลี่ยงฝูงชน: ควรหลีกเลี่ยงการเยี่ยมชมในช่วง Golden Week (ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม) ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น เนื่องจากสถานที่ต่างๆ จะมีผู้เยี่ยมชมชาวญี่ปุ่นหนาแน่นมาก

  • สัตว์ป่า: เมืองนารามีชื่อเสียงเรื่องกวางจำนวนมากที่เดินเตร่ไปมาอย่างอิสระ ผู้เยี่ยมชมควร หลีกเลี่ยงการให้อาหารกวาง

  • การเดินทาง: แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟไปยังนารา และเริ่มต้นจากสถานี Kintetsu-Nara เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจอดรถ สำหรับแหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ

  • การเข้าถึง: สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ มีทางลาดสำหรับรถเข็นในบางสถานที่ เช่น พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum และสามารถขอรถเข็นฟรีได้ นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมที่มีความพิการสามารถขึ้นลงที่ประตูทางเข้าได้ และสุนัขนำทาง สุนัขช่วยเหลือการได้ยิน และสุนัขช่วยเหลือการเคลื่อนที่สามารถเข้าชมได้

เวลาทำการ:

แม้ว่าเมืองนาราโบราณและอนุสรณ์สถานบางแห่งจะเปิดให้เข้าชมได้อย่างอิสระ แต่สถานที่เฉพาะเจาะจงภายในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณมีเวลาทำการของตนเอง:

  • วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) (วิหารไดบุทสึเด็น):

    • เมษายนถึงตุลาคม: 07:30 น. ถึง 17:30 น.

    • พฤศจิกายนถึงมีนาคม: 08:00 น. ถึง 17:00 น.

    • ไม่มีวันปิดทำการ

    • พิพิธภัณฑ์ Todaiji Museum: 09:30 น. ถึงเวลาปิดของวิหารไดบุทสึเด็น

    • วิหาร Nigatsudo Hall: เปิดตลอดเวลา

    • วิหาร Hokkedo Hall: 08:30 น. ถึง 16:00 น.

    • วิหาร Kaidando Hall: 08:30 น. ถึง 16:00 น.

  • วัดกังโกจิ (Gango-ji Temple): 09:00 น. ถึง 16:30 น.

  • แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site):

    • พิพิธภัณฑ์ Heijokyu Izanaikan Museum: 09:00 น. ถึง 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.) ปิดทำการในวันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ เมษายน กรกฎาคม และพฤศจิกายน รวมถึงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม

    • Tempyo Tsudoikan: 08:30 น. ถึง 18:00 น. เปิดตลอดทั้งปี

    • พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum: 09:00 น. ถึง 16:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.) ปิดทำการในวันจันทร์ (หรือวันถัดไปหากวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) และระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา (Nara National Museum) (ปีกใหม่): โดยทั่วไป 09:30 น. ถึง 17:00 น. อาจมีเวลาขยายออกไปในช่วงเทศกาลพิเศษหรืองานอีเวนต์ต่างๆ พิพิธภัณฑ์ปิดทำการในวันจันทร์ (เว้นแต่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งจะปิดในวันอังคารถัดไป) และตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม รวมถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน

ค่าเข้าชม:

  • แม้ว่าเมืองนาราโบราณจะเข้าถึงได้โดยอิสระ แต่สถานที่อนุสรณ์สถานหลายแห่งจำเป็นต้องเสียค่าเข้าชม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถซื้อได้ที่หน้างาน

  • วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple): ค่าเข้าชมวิหารพระพุทธรูปใหญ่ (Grand Buddha Hall หรือ Daibutsuden) อยู่ที่ 800 เยน

  • พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum: เข้าชมฟรี

 

สถานที่ที่ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลก

เที่ยวญี่ปุ่น นาระ วัดโทไดจิ (Travel Japan Nara Todai-ji)

โชโซอิง

โคฟูกูจิ 

ศาลเจ้าคาซูงะ 

กังโงจิ 

ยากูชิจิ 

โทโชไดจิ 

เฮโจเกียว 

ป่าดึกดำบรรพ์คาซูงายามะ 

อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ เป็นพยานหลักฐานอันล้ำค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมในช่วงยุคนารา (Nara period) ที่สำคัญ (ค.ศ. 710-784 หรือ พ.ศ. 1253-1327) แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่จัดแสดงความงดงามทางสถาปัตยกรรมและศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากจีนและเกาหลี แต่ยังสะท้อนถึงการก่อร่างสร้างตัวของรัฐบาลแห่งชาติและการผสมผสานของพุทธศาสนาและชินโตที่หล่อหลอมจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นไว้อย่างลึกซึ้ง คุณค่าโดดเด่นสากลของนาราโบราณอยู่ที่ความสามารถในการนำเสนอภาพรวมอันมีชีวิตชีวาของชีวิตและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในอดีต ทำให้เป็นแหล่งศึกษาและเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจรากฐานของอารยธรรมญี่ปุ่น 

Links

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward