iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

2000 แหล่งกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องของอาณาจักรรีวกีว (Gusuku Sites and Related Properties of the Kingdom of Ryukyu)

 

แหล่งกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิว: มรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าแห่งโอกินาวา

แหล่งมรดกโลกกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิว (Gusuku Sites and Related Properties of the Kingdom of Ryukyu) ตั้งอยู่ในจังหวัดโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นหมู่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีคริสต์ศักราช 2000 (พุทธศักราช 2543) แหล่งมรดกแห่งนี้ประกอบด้วยสถานที่สำคัญเก้าแห่ง ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 500 ปี ของวัฒนธรรมริวกิว (Ryukyuan culture) ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ถึง 22) และแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น

คำว่า "กุซุกุ" (Gusuku) หมายถึง สถานที่หรือสิ่งก่อสร้างที่มีกำแพงล้อมรอบ ซึ่งได้พัฒนาจากป้อมปราการและปราสาทในอดีต ทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนาสำหรับผู้นำท้องถิ่น สถานที่เหล่านี้หลายแห่งยังคงมีความสำคัญต่อพิธีกรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูชาธรรมชาติ

องค์ประกอบทั้งเก้าแห่งของแหล่งมรดกโลก ได้แก่:

  • ห้าแหล่งซากปราสาท (Gusuku Castle Sites):

    • ซากปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle Ruins)

    • ซากปราสาทซาคิมิ (Zakimi Castle Ruins)

    • ซากปราสาทคัตสึเรน (Katsuren Castle Ruins)

    • ซากปราสาทนากากุซุกุ (Nakagusuku Castle Ruins)

    • ซากปราสาทชูริ (Shuri Castle Remains) (ปราสาทชูริเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และที่ทำการรัฐบาล โดยส่วนสำคัญของปราสาทได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปีคริสต์ศักราช 1992 (พุทธศักราช 2535) ก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปีคริสต์ศักราช 2019 (พุทธศักราช 2562))

  • หนึ่งสุสานหลวง (Mausoleum):

    • ทามะอุดุน (Tamaudun Mausoleum) (สุสานหลวงที่สร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1501 (พุทธศักราช 2044))

  • หนึ่งสวน (Garden):

    • สวนชิกินาเอน (Shikinaen Garden)

  • สองแหล่งศักดิ์สิทธิ์ (Utaki) และอนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้อง:

    • ประตูหินโซโนฮิยันอุทากิ (Sonohyan Utaki Stone Gate) (สร้างขึ้นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 (ประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 21) ซึ่งเป็นสถานที่ที่กษัตริย์ทรงอธิษฐานขอพรเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย)

    • เซฟาอุทากิ (Sefa Utaki)

สถานที่เหล่านี้ร่วมกันสะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคมของอาณาจักรริวกิว และเป็นประจักษ์พยานถึงการคงอยู่ของรูปแบบศาสนาโบราณมาจนถึงยุคปัจจุบัน

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิวอยู่ภายใต้เกณฑ์ทางวัฒนธรรมสามข้อ ซึ่งเน้นย้ำถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นของสถานที่เหล่านี้:

  • เกณฑ์ที่ (ii): หมู่เกาะริวกิวทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน เกาหลี และญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ ซึ่งปรากฏชัดเจนจากอนุสาวรีย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

  • เกณฑ์ที่ (iii): วัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิวได้พัฒนาและเจริญรุ่งเรืองภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจที่โดดเด่น ทำให้เกิดคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • เกณฑ์ที่ (vi): แหล่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาณาจักรริวกิวเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของรูปแบบการบูชาธรรมชาติและบรรพบุรุษแบบพื้นเมืองที่ยังคงอยู่รอดอย่างสมบูรณ์มาจนถึงยุคสมัยใหม่ ควบคู่ไปกับศาสนาหลักอื่นๆ ของโลก

ชุดของแหล่งที่มาและอนุสาวรีย์เหล่านี้รวมกันเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ริวกิว 500 ปี โดยซากปราสาทให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคม และแหล่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยานถึงการอยู่รอดที่หาได้ยากของรูปแบบศาสนาโบราณ

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ประวัติศาสตร์ของแหล่งกุซุกุเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ถึง 22) สะท้อนให้เห็นถึงการก่อกำเนิดและการพัฒนาของอาณาจักรริวกิวในฐานะศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลในภูมิภาค

สถาปัตยกรรมของแหล่งกุซุกุโดดเด่นด้วยรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสานองค์ประกอบจากประเพณีการก่อสร้างของญี่ปุ่น จีน และโอกินาวาพื้นเมือง โครงสร้างเหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้หินปูนริวกิว (Ryukyuan limestone) โดยมีกำแพงที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อต้านทานทั้งการโจมตีทางทหารและลมพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงของภูมิภาค การจัดวางผังกุซุกุมักจะกลมกลืนกับลักษณะทางภูมิประเทศตามธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากภูมิทัศน์อย่างมีกลยุทธ์เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกัน

คุณสมบัติทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญและตัวอย่างจากแหล่งต่างๆ ได้แก่:

  • ปราสาทชูริ (Shuri Castle): ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชวังและศูนย์กลางการปกครอง ห้องโถงหลักโดดเด่นด้วยกระเบื้องสีแดงอันงดงามและลวดลายมังกรอันวิจิตร ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างรูปแบบของญี่ปุ่นและจีน แม้ว่าจะถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นส่วนใหญ่หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเหตุเพลิงไหม้ในปีคริสต์ศักราช 2019 (พุทธศักราช 2562) แต่การสร้างใหม่เหล่านี้ได้ยึดตามแผนผังทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วน

  • ซากปราสาท (Castle Ruins - นาคิจิน, คัตสึเรน, นากากุซุกุ, ซาคิมิ): สถานที่เหล่านี้มีกำแพงหินที่น่าประทับใจและการออกแบบการป้องกัน โดยมักสร้างอยู่บนพื้นที่สูงที่มองเห็นทิวทัศน์แบบพาโนรามา ปราสาทซาคิมิ (Zakimi Castle) มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจากกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งและประตูโค้ง ซึ่งรวมถึงประตูหินโค้งที่เก่าแก่ที่สุดในโอกินาวา ส่วนกำแพงปราสาทนากากุซุกุ (Nakagusuku Castle) ได้รับการสร้างอย่างชาญฉลาดจากหินปูนริวกิวเป็นแนวโค้งที่กลมกลืนกับภูมิประเทศ

  • ทามะอุดุน (Tamaudun Mausoleum): สุสานหลวงแห่งนี้เป็นโครงสร้างหินขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นสามห้อง สะท้อนแนวปฏิบัติการฝังศพแบบดั้งเดิมของโอกินาวา แต่มีรูปแบบที่ยิ่งใหญ่สมฐานะราชวงศ์ สุสานนี้ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1501 (พุทธศักราช 2044)

  • ประตูหินโซโนฮิยันอุทากิ (Sonohyan Utaki Stone Gate): ประตูหินแห่งนี้สร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1519 (พุทธศักราช 2062) เป็นตัวอย่างที่สำคัญของงานก่ออิฐหินปูนริวกิว และทำหน้าที่เป็นจุดอธิษฐานสำหรับกษัตริย์

  • สวนชิกินาเอน (Shikinaen Garden): วังและสวนแห่งนี้เป็นการผสมผสานเทคนิคภูมิทัศน์ของญี่ปุ่นและจีน โดยมีสระน้ำกลางอาคารไม้สไตล์ริวกิวแบบดั้งเดิม และสะพานที่สร้างจากหินปูนในท้องถิ่น สวนแห่งนี้ได้รับการบูรณะหลังจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2

จุดเด่นที่สำคัญ

แหล่งมรดกโลกกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิวประกอบด้วยสถานที่สำคัญเก้าแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีบทบาทและคุณค่าเฉพาะตัวในการเล่าเรื่องราวของอาณาจักรริวกิว:

  • ซากปราสาททั้งห้าแห่ง (Nakijin, Zakimi, Katsuren, Nakagusuku, Shuri): เหล่านี้เป็นศูนย์กลางทางการเมือง การทหาร และศาสนาในอดีต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของหัวหน้าเผ่าท้องถิ่นและการรวมอำนาจภายใต้อาณาจักรริวกิว กำแพงหินที่แข็งแกร่งและตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์บนเนินเขาสูง สะท้อนถึงเทคนิคการก่อสร้างและระบบป้องกันที่เป็นเอกลักษณ์

  • ทามะอุดุน (Tamaudun Mausoleum): สุสานหลวงแห่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อและประเพณีการบูชาบรรพบุรุษของราชวงศ์ริวกิว แสดงถึงความยิ่งใหญ่และพิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการสวรรคตของกษัตริย์

  • สวนชิกินาเอน (Shikinaen Garden): สวนแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสุนทรียภาพทางศิลปะและวัฒนธรรมของราชวงศ์ริวกิว ผสมผสานสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์แบบญี่ปุ่นและจีนเข้ากับลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น

  • แหล่งศักดิ์สิทธิ์สองแห่ง (Sonohyan Utaki Stone Gate และ Sefa Utaki): สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อทางศาสนาพื้นเมืองของริวกิว การบูชาธรรมชาติ และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ โดยเฉพาะเซฟาอุทากิ ซึ่งเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ที่ใช้สำหรับพิธีกรรมสำคัญและเป็นที่ประทับของเทพเจ้าในความเชื่อท้องถิ่น ประตูหินโซโนฮิยันอุทากิทำหน้าที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับกษัตริย์ในการอธิษฐานก่อนการเดินทาง

การรวมกันของสถานที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจของอาณาจักรริวกิวเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงการอยู่รอดของรูปแบบศาสนาพื้นเมืองที่เคารพธรรมชาติและบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นคุณค่าทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติ

ข้อแนะนำสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อกำหนด

การเยี่ยมชมแหล่งมรดกโลกกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิวควรปฏิบัติตามข้อกำหนดและแนวปฏิบัติทั่วไปเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสถานที่เหล่านี้ โดยทั่วไปแล้ว ควรปฏิบัติตนด้วยความเคารพ พูดคุยด้วยเสียงเบาๆ เดินตามเส้นทางที่กำหนด หลีกเลี่ยงการปีนป่ายโครงสร้าง หรือการนำหิน พืชพรรณ หรือสัตว์ออกไปเป็นของที่ระลึก รวมถึงการไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ การแต่งกายสุภาพเรียบร้อยก็เป็นสิ่งสำคัญ

รายละเอียดข้อกำหนดสำหรับแต่ละสถานที่อาจแตกต่างกันไป:

  • ปราสาทชูริ (Shuri Castle):

    • เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 น. โดยมีเวลาปิดแตกต่างกันไปตามฤดูกาล

    • มีค่าเข้าชมสำหรับพื้นที่ที่ต้องชำระเงิน (ข้อมูลเดิมระบุ 400 เยน)

    • ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าภายในอาคาร ยกเว้นสัตว์ช่วยเหลือ

    • ห้ามใช้โดรน และจำกัดการสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่กำหนด

  • ทามะอุดุน (Tamaudun Mausoleum):

    • เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 18:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 17:30 น.) ไม่มีวันปิดทำการ

    • ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 300 เยน

    • ห้ามสัมผัสโครงสร้างและห้องเก็บศพภายในไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

    • อนุญาตให้ถ่ายภาพเพื่อการใช้งานส่วนตัว แต่ห้ามใช้แฟลชในบางพื้นที่จัดแสดง

  • เซฟาอุทากิ (Sefa Utaki):

    • เปิดให้บริการโดยทั่วไปตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 18:00 น. (ปิดเร็วขึ้นในฤดูหนาว)

    • ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 300 เยน โดยต้องซื้อบัตรที่ศูนย์ผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเมืองนันโจ (Nanjo City Regional Product Center)

    • เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างสูง ขอให้เดินอย่างสงบ หลีกเลี่ยงการวิ่ง พูดคุยเบาๆ อยู่บนเส้นทางที่กำหนด ห้ามปีนป่ายหิน และห้ามเหยียบกระถางธูป

  • สวนชิกินาเอน (Shikinaen Garden):

    • เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9:00 น. โดยมีเวลาปิดแตกต่างกันตามฤดูกาล (เช่น 18:00 น. ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน และ 17:30 น. ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม)

    • ปิดทำการทุกวันพุธ (หรือวันถัดไปหากวันพุธเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

    • ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 400 เยน

    • ไม่มีตู้จำหน่ายเครื่องดื่มหรือร้านกาแฟ แนะนำให้นำน้ำดื่มและสวมรองเท้าที่ใส่สบาย

  • ซากปราสาทนากากุซุกุ (Nakagusuku Castle Ruins):

    • เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 น. โดยมีเวลาปิดแตกต่างกัน (เช่น 18:00 น. ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน และ 17:00 น. ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายน)

    • ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยน

    • อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้หากอุ้มหรืออยู่ในกรงภายในบริเวณปราสาท

    • การเข้าชมอาจถูกจำกัดเนื่องจากสภาพอากาศหรือการบำรุงรักษา

  • ซากปราสาทคัตสึเรน (Katsuren Castle Ruins):

    • เปิดตลอดเวลาและไม่มีค่าเข้าชม อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สวนอามาวาริ (Amawari Park) ซึ่งอยู่บริเวณเชิงปราสาท มีเวลาทำการและค่าเข้าชม (ผู้ใหญ่ 600 เยน)

    • ห้ามสูบบุหรี่ภายในซากปราสาท แต่มีพื้นที่สูบบุหรี่ที่กำหนดในสวนอามาวาริ

    • อนุญาตให้นำสุนัขเข้าได้โดยต้องใส่สายจูงและเจ้าของต้องเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อย

    • ห้ามปีนกำแพงปราสาทอย่างเด็ดขาด และไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะเข้าในบริเวณปราสาท บางพื้นที่อาจปีนยาก

  • ซากปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle Ruins):

    • เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 น. โดยมีเวลาปิดแตกต่างกันตามฤดูกาล (เช่น 18:00 น. ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน และกันยายน-ธันวาคม และ 19:00 น. ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม)

    • ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 600 เยน

    • อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ แต่ควรเคารพสถานที่และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสร้างความเสียหายต่อซากปรักหักพัง

  • ซากปราสาทซาคิมิ (Zakimi Castle Ruins):

    • เปิดตลอดเวลาและไม่มีค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์ยุนทันซะ (Yuntanza Museum) ที่อยู่ติดกันมีค่าเข้าชม (ผู้ใหญ่ 500 เยน) และเวลาทำการเฉพาะ (9:00 น. ถึง 18:00 น. ปิดทำการวันพุธ และช่วงวันหยุดสิ้นปี/ปีใหม่)

    • ผู้เยี่ยมชมสามารถขึ้นไปบนกำแพงปราสาทบางส่วนเพื่อชมทิวทัศน์

    • แนะนำให้สวมรองเท้าที่ใส่สบาย

  • ประตูหินโซโนฮิยันอุทากิ (Sonohyan Utaki Stone Gate):

    • แม้จะเป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์และศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ แต่ประตูสู่ป่าศักดิ์สิทธิ์ได้ปิดถาวรสำหรับบุคคลทั่วไป

    • ผู้เยี่ยมชมควรสังเกตการณ์และไตร่ตรองจากพื้นที่ชมที่กำหนด เพื่อแสดงความเคารพต่อความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่

แหล่งมรดกโลกกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแห่งอาณาจักรริวกิว เป็นประจักษ์พยานอันล้ำค่าถึงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของอาณาจักรริวกิวตลอดห้าศตวรรษ (คริสต์ศตวรรษที่ 12-17 หรือประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-22) ซึ่งได้ก่อร่างสร้างวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์จากการแลกเปลี่ยนและหล่อหลอมอิทธิพลจากหลากหลายอารยธรรม สถานที่ทั้งเก้าแห่ง ไม่ว่าจะเป็นซากปราสาท สุสานหลวง สวน หรือแหล่งศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นศูนย์กลางทั้งทางการเมือง ศาสนา และวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อน ศิลปะการก่อสร้างที่โดดเด่น และที่สำคัญคือการคงอยู่ของรูปแบบความเชื่อพื้นเมืองอันเก่าแก่ที่บูชาธรรมชาติและบรรพบุรุษ การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกยืนยันถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นของแหล่งมรดกแห่งนี้ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไปสำหรับคนรุ่นหลัง

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward