iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

1996 อารามชินโตอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shinto Shrine)

 

 

ตำแหน่งที่ตั้ง 34.296237739537546, 132.3198070484329

อารามชินโตอิตสึกุชิมะ: มรดกโลกแห่งความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์

อารามชินโตอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shinto Shrine) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ (Miyajima) หรือเกาะอิตสึกุชิมะ (Itsukushima) ในเมืองฮัตสึคาอิจิ (Hatsukaichi) จังหวัดฮิโรชิมะ (Hiroshima) ประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ได้รับการยอมรับในด้านความงดงามทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเลิศ และการผสมผสานอย่างกลมกลืนกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ อารามแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในปีคริสต์ศักราช 1996 (พ.ศ. 2539) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากภาพลักษณ์ที่ดูคล้าย "ลอยอยู่" เหนือผิวน้ำในช่วงน้ำขึ้น อันเป็นผลมาจากการก่อสร้างโครงสร้างอารามยื่นออกไปในทะเล

เกาะอิตสึกุชิมะ ได้รับการเคารพในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาชินโต (Shintoism) มาตั้งแต่สมัยโบราณ เชื่อกันว่าอาคารศาลเจ้าแรกสุดถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยมีตำนานเล่าว่า ซาเอกิ คุราโมโตะ (Saeki Kuramoto) เป็นผู้ก่อตั้งในปีคริสต์ศักราช 593 (พ.ศ. 1136) อารามแห่งนี้อุทิศให้กับเทพธิดาทั้งสามพระองค์ ซึ่งเป็นธิดาของเทพซุซาโนโอ (Susanoo) เทพแห่งพายุ ได้แก่ เทพธิดาอิจิกิชิมะฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Ichikishimahime no mikoto), เทพธิดาทาโกริฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Tagorihime no mikoto) และเทพธิดาทากิตสึฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Tagitsuhime no mikoto) ชื่อ "อิตสึกุชิมะ" นั้นมีความหมายว่า "เกาะที่อุทิศแด่ทวยเทพ"

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

อารามชินโตอิตสึกุชิมะได้รับการพิจารณาว่ามีคุณค่าสากลอันโดดเด่นตามเกณฑ์ของยูเนสโกหลายประการ:

  • เกณฑ์ (i): การจัดวางผังของอารามแสดงถึงฉากสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมในรูปแบบที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงในยุคนั้น ซึ่งเป็นส่วนผสมที่โดดเด่นระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์และองค์ประกอบทางธรรมชาติ

  • เกณฑ์ (ii): อาคารศาลเจ้าให้ข้อมูลเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดเรื่องความงามของทิวทัศน์ โดยการจัดวางของอารามเป็นส่วนสำคัญของสามองค์ประกอบที่รวมกับทะเลและภูเขา

  • เกณฑ์ (iv): อาคารที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมศาลเจ้าโบราณที่ผสมผสานเข้ากับภูมิทัศน์โดยรอบ ซึ่งสะท้อนถึงการบูชาธรรมชาติของมนุษยชาติ

  • เกณฑ์ (vi): อิตสึกุชิมะ-จินจะ (Itsukushima-jinja) นำเสนอข้อมูลสำคัญในการทำความเข้าใจศาสนาชินโตโบราณ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่การบูชาธรรมชาติแบบพหุเทวนิยม ซึ่งฝังรากลึกในชีวิตจิตวิญญาณของญี่ปุ่น แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ยังรวมถึงป่าดึกดำบรรพ์ที่ทอดยาวขึ้นไปยังภูเขามิเซน (Mount Misen) ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนเกาะ ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างอารามกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ประวัติศาสตร์ของอารามอิตสึกุชิมะเริ่มจากความเชื่อในการบูชาเกาะแห่งนี้ในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาชินโตมาตั้งแต่โบราณ มีบันทึกตำนานที่ระบุว่าอาคารศาลเจ้าแห่งแรกก่อตั้งโดย ซาเอกิ คุราโมโตะ ในปีคริสต์ศักราช 593 (พ.ศ. 1136) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่าโครงสร้างปัจจุบันที่โอ่อ่าของอารามส่วนใหญ่สืบย้อนไปได้ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเฉพาะในปีคริสต์ศักราช 1168 (พ.ศ. 1711) เมื่อไทระ โนะ คิโยโมริ (Taira no Kiyomori) ผู้นำผู้ทรงอำนาจ ได้ริเริ่มการบูรณะศาลเจ้าในรูปแบบสถาปัตยกรรม ชินเด็น-ซึกุริ (shinden-zukuri) อันเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง

การเลือกรูปแบบสถาปัตยกรรมนี้ทำให้ตัวอาคารศาลเจ้า รวมถึงประตู โทริอิ (torii) สีแดงชาดอันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏราวกับลอยอยู่เหนือน้ำในช่วงน้ำขึ้น สร้างปรากฏการณ์ภาพที่น่าตื่นตา การออกแบบของอารามเป็นความตั้งใจที่จงใจหลีกเลี่ยงการแปดเปื้อนเกาะศักดิ์สิทธิ์ด้วยการสร้างบนพื้นดินโดยตรง จึงมีการก่อสร้างอาคารยื่นออกไปในทะเลอย่างชาญฉลาด สถาปัตยกรรมของอารามอิตสึกุชิมะสะท้อนให้เห็นถึงทักษะทางศิลปะและเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ซึ่งยังคงรักษาลักษณะทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ผ่านการบูรณะอย่างพิถีพิถันตลอดหลายศตวรรษ

จุดเด่นที่สำคัญ

อารามชินโตอิตสึกุชิมะมีความโดดเด่นหลายประการ ได้แก่:

  • สมบัติแห่งชาติ: อารามแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น (National Treasure of Japan) โดยมีอาคาร 6 หลังในบริเวณอารามที่ได้รับการจัดประเภทเป็นสมบัติแห่งชาติ และอีก 11 หลังเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (Important Cultural Properties)

  • องค์ประกอบของอาราม: พื้นที่อารามประกอบด้วยอาคารศาลเจ้า 17 หลัง และโครงสร้าง 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงอาคารหลัก (Main Hall), หอสักการะ (Worship Hall), หอสวดมนต์ (Prayer Hall), ประตูโอโทริอิ (Otorii Gate) อันเป็นสัญลักษณ์, เจดีย์ห้าชั้น (Five-Storied Pagoda) และเจดีย์ทาโฮโตะ (Tahoto Pagoda)

  • ความกลมกลืนกับธรรมชาติ: สถานที่แห่งนี้ยังรวมถึงป่าดึกดำบรรพ์ที่ทอดยาวขึ้นไปยังภูเขามิเซน ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนเกาะ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างอารามกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

  • ปรากฏการณ์ "ลอยอยู่": ความสามารถของอารามในการปรากฏราวกับลอยอยู่บนผิวน้ำในช่วงน้ำขึ้น ถือเป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจากทั่วโลก

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ

อารามชินโตอิตสึกุชิมะมีข้อบังคับและมารยาทเฉพาะสำหรับผู้เยี่ยมชม เพื่อให้มั่นใจถึงการอนุรักษ์และความเคารพต่อแหล่งมรดกโลกแห่งนี้

เวลาทำการและค่าเข้าชม: เวลาทำการของอารามจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล:

  • มกราคม, กุมภาพันธ์, 15 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน: 06:30 น. - 17:30 น.

  • 1 มีนาคม - 14 ตุลาคม: 06:30 น. - 18:00 น.

  • ธันวาคม: 06:30 น. - 17:00 น.

  • 1 มกราคม: 00:00 น. - 18:30 น.

  • 2-3 มกราคม: 06:30 น. - 18:30 น. อารามเปิดทำการทุกวันโดยไม่มีวันหยุดทำการ แม้ประตูอารามและประตู โทริอิ จะมีการเปิดไฟประดับจนถึง 23:00 น. หลังพระอาทิตย์ตกดิน แต่ไม่สามารถเข้าชมภายในอารามได้หลังเวลาปิดทำการ

ค่าเข้าชมอารามอิตสึกุชิมะสำหรับผู้ใหญ่ 300 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 200 เยน และนักเรียนประถมและมัธยมต้น 100 เยน มีตั๋วรวมค่าเข้าชมหอสมบัติ (Treasure Hall) สำหรับผู้ใหญ่ในราคา 500 เยน และมีส่วนลดสำหรับหมู่คณะที่มีจำนวน 50 คนขึ้นไป

มารยาทและข้อบังคับอื่น ๆ:

  • รองเท้า: ผู้เยี่ยมชมควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากทางเดินของอารามอิตสึกุชิมะมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างพื้นกระดานเพื่อรองรับน้ำขึ้น รองเท้าส้นสูงอาจติดขัดได้

  • มารยาทในศาลเจ้า:

    • โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนเข้าประตู โทริอิ และหลีกเลี่ยงการเดินตรงกลางทางเดิน เนื่องจากตามประเพณีแล้วสงวนไว้สำหรับเทพเจ้า

    • ก่อนเข้าใกล้อารามหลัก ให้ชำระล้างร่างกายที่ เทมิซึยะ (temizuya) หรืออ่างน้ำสำหรับชำระ ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือซ้าย จากนั้นล้างมือขวา และตักน้ำเล็กน้อยใส่มือซ้ายเพื่อบ้วนปาก แล้วบ้วนน้ำทิ้งอย่างระมัดระวังที่ฐานอ่างน้ำ จากนั้นถือกระบวยในแนวตั้งเพื่อล้างด้ามจับก่อนวางคืน

    • ที่หอหลัก ให้ถวายเหรียญลงในกล่องถวาย โค้งคำนับลึกสองครั้ง ตบมือสองครั้ง (โดยให้มือซ้ายอยู่หน้ามือขวาเล็กน้อย) อธิษฐานหรือขอพร จากนั้นโค้งคำนับลึกอีกครั้ง

  • ความบริสุทธิ์ของเกาะศักดิ์สิทธิ์: เกาะอิตสึกุชิมะถือเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ และในอดีต บุคคลทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างบนเกาะเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีข้อบังคับที่เข้มงวดห้ามการเกิดหรือการตายใกล้บริเวณอาราม สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ใกล้จะเสียชีวิตจะต้องเดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ และห้ามการฝังศพบนเกาะโดยเด็ดขาด

อารามชินโตอิตสึกุชิมะ เป็นมากกว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณ การออกแบบที่โดดเด่นซึ่งปรากฏราวกับลอยอยู่บนผิวน้ำ ผสมผสานกับภูมิทัศน์ของภูเขาและทะเล สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอันลึกซึ้งในความงามและความศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่น มรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพยานถึงความรุ่งเรืองทางสถาปัตยกรรมในอดีต แต่ยังคงเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณที่สำคัญ ซึ่งสอนให้เราเคารพและอนุรักษ์ความมหัศจรรย์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติสืบไป

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward