iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น 2016 งานสถาปัตยกรรมเลอกอร์บูซีเย (The Architectural Work of Le Corbusier, an Outstanding Contribution to the Modern Movement)

 

 

สถาปัตยกรรมของเลอคอร์บูซีเย: มรดกโลกที่ทรงคุณค่าแห่งกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่ (The Architectural Work of Le Corbusier, an Outstanding Contribution to the Modern Movement)

ผลงานสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "การมีส่วนร่วมอันโดดเด่นต่อกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่" (The Architectural Work of Le Corbusier, an Outstanding Contribution to the Modern Movement) เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ โดดเด่นด้วยการเป็นทรัพย์สินแบบอนุกรมข้ามชาติ (transnational serial property) ซึ่งประกอบด้วยผลงานสถาปัตยกรรม 17 ชิ้น ตั้งอยู่ในเจ็ดประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น และอินเดีย แหล่งมรดกแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่ (Modern Movement) ในการสร้างสรรค์ภาษาทางสถาปัตยกรรมแบบใหม่ พัฒนาเทคนิคการก่อสร้าง และตอบสนองความต้องการทางสังคมและมนุษย์ของสังคมสมัยใหม่

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

ผลงานสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยคุณค่าอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value - OUV) ภายใต้เกณฑ์ทางวัฒนธรรม (cultural criteria) (i), (ii), และ (vi)

  • เกณฑ์ (i): ผลงานเหล่านี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ของมนุษย์ (masterpiece of human creative genius) โดยนำเสนอแนวทางอันเป็นเลิศในการตอบสนองความท้าทายทางสถาปัตยกรรมและสังคมขั้นพื้นฐานในคริสต์ศตวรรษที่ 20 (พุทธศตวรรษที่ 25)

  • เกณฑ์ (ii): ผลงานของเลอ คอร์บูซีเย ได้ปฏิวัติวงการสถาปัตยกรรมอย่างสิ้นเชิง โดยนำเสนอภาษาทางสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่แตกต่างจากรูปแบบในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในระดับโลกตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ

  • เกณฑ์ (vi): แหล่งมรดกแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการแสวงหาสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองต่อสังคมและมนุษย์ยุคใหม่ สะท้อนผ่านความพยายามในการสร้างนวัตกรรมทั้งในด้านรูปแบบ ฟังก์ชัน และเทคนิคการก่อสร้าง

ผลงานทั้ง 17 แห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางและความหลากหลายของโครงการของเลอ คอร์บูซีเย ตั้งแต่บ้านเดี่ยว อาคารที่อยู่อาศัยรวม อาคารอุตสาหกรรม ไปจนถึงโครงสร้างทางวัฒนธรรมและการบริหาร ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงอิทธิพลอันใหญ่หลวงของเขาต่อการพัฒนาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ทั่วโลก

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

เลอ คอร์บูซีเย หรือชื่อเกิด ชาร์ลส์-เอดัวร์ เจนเนอเรต์-กรีส์ (Charles-Édouard Jeanneret-Gris) เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1887 (พ.ศ. 2430) ที่เมืองลาโช-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาได้เปลี่ยนมาใช้นามปากกา "เลอ คอร์บูซีเย" (Le Corbusier) ในปี ค.ศ. 1920 (พ.ศ. 2463) อาชีพสถาปนิกของเขายาวนานกว่าห้าทศวรรษ โดยทิ้งร่องรอยสำคัญไว้บนภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมทั่วยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และทวีปอเมริกา

ปรัชญาสถาปัตยกรรมและกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่

ปรัชญาทางสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่ (Modern Movement) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 (พุทธศตวรรษที่ 25) โดยมีเป้าหมายที่จะหลุดพ้นจากรูปแบบดั้งเดิม และเปิดรับเทคโนโลยีและวัสดุใหม่ๆ เขานับเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่กำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยสนับสนุนแนวคิดเรื่องประโยชน์ใช้สอย (functionality) ประสิทธิภาพ (efficiency) และความเรียบง่าย (simplicity) เหนือรูปแบบที่ประณีตงดงามของอดีต เขาเปรียบอาคารว่าเป็น "เครื่องจักรสำหรับอยู่อาศัย" (machines for living) เพื่อเน้นย้ำว่าทุกองค์ประกอบควรมีหน้าที่เฉพาะ

หลักการทางสถาปัตยกรรมหลักของเขาได้ถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในแถลงการณ์ปี ค.ศ. 1927 (พ.ศ. 2470) ชื่อ "หลักห้าประการของสถาปัตยกรรมใหม่" (The Five Points of a New Architecture, ภาษาฝรั่งเศส: Cinq points de l'architecture moderne) ซึ่งกลายเป็นตำราพื้นฐานสำหรับสถาปนิกสมัยใหม่ หลักการทั้งห้าประการ ได้แก่:

  1. เสาค้ำยัน (Pilotis): การใช้เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก (stilts) ยกอาคารให้ลอยเหนือพื้นดิน ทำให้ชั้นล่างเป็นอิสระสำหรับการสัญจร สวน หรือการใช้งานอื่นๆ และช่วยปรับปรุงการระบายอากาศ

  2. ผังพื้นที่อิสระ (The Free Design of the Ground Plan): การไม่มีผนังรับน้ำหนักภายในอาคาร ด้วยการใช้เสาค้ำยัน ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ภายในได้อย่างยืดหยุ่น เปิดโล่ง และปรับเปลี่ยนได้

  3. เปลือกอาคารอิสระ (The Free Design of the Façade): การแยกเปลือกอาคารภายนอกจากหน้าที่เชิงโครงสร้าง ทำให้สามารถออกแบบส่วนหน้าอาคารได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยใช้การเปิดช่องแสงที่กว้างขึ้นและวัสดุที่เบาลง

  4. หน้าต่างแนวนอน (Horizontal (Ribbon) Windows): แถบหน้าต่างยาวในแนวนอนตามส่วนหน้าอาคาร ให้แสงธรรมชาติที่เพียงพอ ทัศนียภาพกว้างขวาง และเน้นย้ำถึงความเป็นแนวนอนของอาคาร

  5. สวนบนดาดฟ้า (Roof Garden): การออกแบบหลังคาแบนให้เป็นสวนดาดฟ้าที่ใช้งานได้ เพื่อช่วยเป็นฉนวนกันความร้อน เป็นพื้นที่สีเขียว และมีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย

หลักการเหล่านี้ท้าทายขนบการออกแบบแบบดั้งเดิม และส่งเสริมนวัตกรรมวัสดุอย่างคอนกรีต เหล็ก และกระจก การให้ความสำคัญของเลอ คอร์บูซีเย ยังขยายไปถึงการวางผังเมือง ซึ่งเขาได้เสนอแนวคิด "เมืองสวนแนวตั้ง" (vertical garden city) เพื่อแก้ปัญหาความแออัดและมลพิษในเมืองอุตสาหกรรม และเขายังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสภาสถาปนิกนานาชาติเพื่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Congrès International d'Architecture Moderne - CIAM) อีกด้วย

ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

เลอ คอร์บูซีเย ได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นด้านการลงยา (enameling) และการแกะสลัก (engraving) ซึ่งเป็นอาชีพของบิดา ก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนจากครูของเขา ชาร์ลส์ ลีแพลทเทอนิเยร์ (Charles L'Eplattenier) ให้เรียนสถาปัตยกรรม เขาเดินทางอย่างกว้างขวางทั่วยุโรปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) ถึงปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) เพื่อแสวงหาแรงบันดาลใจและความรู้จากรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย

ในปารีส เขาได้ซึมซับการเคลื่อนไหวทางศิลปะล้ำยุคอย่างบาศกนิยม (Cubism) และร่วมกับจิตรกร อะเมเด โอซ็องฟ็อง (Amédée Ozenfant) ก่อตั้งลัทธิบริสุทธิ์นิยม (Purism) ซึ่งเป็นขบวนการศิลปะที่เน้นรูปทรงเรขาคณิตที่บริสุทธิ์และเรียบง่าย วารสารของพวกเขา L'Esprit Nouveau ได้ตีพิมพ์แนวคิดหลายอย่างของเขา รวมถึง "หลักห้าประการ" หนังสือสำคัญของเขา Vers une Architecture (มุ่งสู่สถาปัตยกรรมใหม่) ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1923 (พ.ศ. 2466) ได้ตอกย้ำอิทธิพลของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เลอ คอร์บูซีเย ได้รับสัญชาติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) ที่เมืองร็อกเกอบรุน-กาป-มาร์แต็ง (Roquebrune-Cap-Martin) ประเทศฝรั่งเศส ขณะกำลังว่ายน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับแนวคิดการวางผังเมืองและความสัมพันธ์ทางการเมือง แต่ผลงานของเขายังคงมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมและผังเมืองทั่วโลก

จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

ผลงานสถาปัตยกรรมทั้ง 17 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แสดงถึงความสามารถในการพลิกโฉมวงการออกแบบและการก่อสร้าง โดยมีจุดเด่นดังต่อไปนี้:

  • วิลลา ซาวัว (Villa Savoye) ในปัวซี (Poissy), ฝรั่งเศส: เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ "หลักห้าประการของสถาปัตยกรรมใหม่" ด้วยเสาค้ำยัน (pilotis) ผังพื้นที่อิสระ และหน้าต่างแนวนอนที่โดดเด่น

  • อาคารรัฐสภา (Capitol Complex) ในจัณฑีครห์ (Chandigarh), อินเดีย: เป็นผลงานชิ้นเอกของการวางผังเมืองและสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ แสดงถึงวิสัยทัศน์ของเลอ คอร์บูซีเย ในการสร้างเมืองใหม่

  • อูนีเต ดาบีตาซียง (Unité d'habitation) ในมาร์กเซย (Marseille), ฝรั่งเศส: เป็นต้นแบบของอาคารที่อยู่อาศัยรวม (collective housing) ที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งนำเสนอแนวคิด "เมืองในแนวตั้ง" พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

  • นอเทรอดาม ดู โอต์ (Notre-Dame du Haut) ในรงช็อง (Ronchamp), ฝรั่งเศส: โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมนที่แสดงถึงสุนทรียศาสตร์ทางประติมากรรม และการใช้แสงอย่างเหนือชั้น ซึ่งแตกต่างจากผลงานอื่นๆ ของเขา

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (National Museum of Western Art) ในโตเกียว (Tokyo), ญี่ปุ่น: เป็นตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรมที่เน้นการขยายตัวในอนาคต โดยมีแกนกลางเป็นแบบ "รูปก้นหอย" (spiral)

  • บ้านของ ดร. คูรูเชต์ (House of Dr. Curutchet) ในลาปลาตา (La Plata), อาร์เจนตินา: เป็นตัวอย่างเดียวของผลงานของเลอ คอร์บูซีเย ในทวีปอเมริกา ซึ่งแสดงให้เห็นการประยุกต์ใช้หลักการสมัยใหม่ในบริบทที่แตกต่าง

  • เมซง ลา รอช (Maison La Roche) และ เมซง ฌองเนอเรต์ (Maison Jeanneret) ในปารีส (Paris), ฝรั่งเศส: เป็นการแสดงออกถึงสถาปัตยกรรมบริสุทธิ์นิยม (Purism) และเป็นที่ตั้งของมูลนิธิเลอ คอร์บูซีเย (Fondation Le Corbusier)

  • กลุ่มอาคารไวเซนฮอฟ-ซีดลุง (Weissenhof-Siedlung Estate) ในชตุทท์การ์ท (Stuttgart), เยอรมนี: เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการที่สำคัญซึ่งแสดงถึงแนวคิดการอยู่อาศัยสมัยใหม่

  • ซีเต ฟรูเฌส (Cité Frugès) ในเปสซัก (Pessac), ฝรั่งเศส: โครงการที่อยู่อาศัยที่เน้นการสร้างสรรค์รูปแบบที่อยู่อาศัยที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

  • เปอติทต์ วิลลา โอ บอร์ ดู ลัก เลอม็อง (Petite villa au bord du Lac Léman) ในคอร์เซอ (Corseaux), สวิตเซอร์แลนด์: วิลล่าขนาดเล็กริมทะเลสาบที่สะท้อนการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างชาญฉลาด

  • กูเว็งต์ แซ็งต์-มารี-เดอ-ลา-ตูแรตต์ (Couvent Sainte-Marie-de-la-Tourette) ในเออเวอซ์ (Eveux), ฝรั่งเศส: อารามที่แสดงถึงการใช้คอนกรีตเปลือย (béton brut) และการจัดการแสงสว่างที่น่าประทับใจ

  • กาบานง เดอ เลอ คอร์บูซีเย (Cabanon de Le Corbusier) ในร็อกเกอบรุน-กาป-มาร์แต็ง (Roquebrune-Cap-Martin), ฝรั่งเศส: กระท่อมพักผ่อนส่วนตัวขนาดเล็กที่สะท้อนปรัชญาการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและยั่งยืน

ผลงานเหล่านี้ โดยรวมแล้ว แสดงถึงการใช้วัสดุหลักอย่างคอนกรีต เหล็ก และกระจก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการก่อสร้างในยุคสมัยใหม่และเป็นนวัตกรรมของเขา

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ (Visitor Guide and Regulations)

เนื่องจาก "ผลงานสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย" เป็นแหล่งมรดกโลกแบบอนุกรมข้ามชาติที่ประกอบด้วยอาคาร 17 แห่งในเจ็ดประเทศ จึงไม่มีชุดข้อบังคับผู้เยี่ยมชมที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับการเข้าชมทุกสถานที่ แต่ละสถานที่แต่ละแห่งมีแนวปฏิบัติสำหรับผู้เยี่ยมชมที่แตกต่างกัน รวมถึงเวลาทำการ ความพร้อมของการนำชม และค่าเข้าชม

ตัวอย่างข้อมูลสำหรับผู้เยี่ยมชมที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละสถานที่ ได้แก่:

  • เมซง ลา รอช (Maison La Roche) (ปารีส, ฝรั่งเศส): สถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชม มีทั้งการนำชมด้วยตนเองพร้อมเอกสารอธิบาย และการนำชมโดยไกด์เป็นภาษาฝรั่งเศสโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อาจมีช่วงเวลาปิดทำการเฉพาะ เช่น เพื่อการบำรุงรักษา

  • เมซง ฌองเนอเรต์ (Maison Jeanneret) (ปารีส, ฝรั่งเศส): อาคารที่ตั้งอยู่ติดกับเมซง ลา รอช ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิเลอ คอร์บูซีเย โดยทั่วไปแล้วไม่เปิดให้เข้าชม

  • เปอติทต์ วิลลา โอ บอร์ ดู ลัก เลอม็อง (Petite villa au bord du Lac Léman) (คอร์เซอ, สวิตเซอร์แลนด์): วิลล่าแห่งนี้มักจะเปิดให้มีการนำชมด้วยตนเองและการนำชมโดยไกด์หลายภาษา โดยมักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการนำชมโดยไกด์

  • ซีเต ฟรูเฌส (Cité Frugès) (เปสซัก, ฝรั่งเศส): มีบ้านอย่างน้อยหนึ่งหลังในอาคารชุดนี้ที่เปิดให้ผู้เยี่ยมชมเข้าชม และอาจมีกิจกรรมพิเศษ เช่น พอดแคสต์สำหรับฟังระหว่างการเยี่ยมชม

  • กูเว็งต์ แซ็งต์-มารี-เดอ-ลา-ตูแรตต์ (Couvent Sainte-Marie-de-la-Tourette) (เออเวอซ์, ฝรั่งเศส): ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจภายนอกได้ด้วยตนเอง ในขณะที่การนำชมภายในมีให้บริการในเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว

  • กาบานง เดอ เลอ คอร์บูซีเย (Cabanon de Le Corbusier) (ร็อกเกอบรุน-กาป-มาร์แต็ง, ฝรั่งเศส): โดยทั่วไปแล้วมีการนำชมโดยไกด์ทุกวันสำหรับพื้นที่เลอ คอร์บูซีเย ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงกาบานง หน่วยพักแรม (Camping Units) และสตูดิโอ (Workshop) ซึ่งมักใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง

  • เมซงส์ เดอ ลา ไวเซนฮอฟ-ซีดลุง (Maisons de la Weißenhof-Siedlung) (ชตุทท์การ์ท, เยอรมนี): บ้านเหล่านี้โดยทั่วไปมีวันและเวลาทำการที่แน่นอน ซึ่งแตกต่างกันไประหว่างวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์

องค์การยูเนสโกให้ความสำคัญกับการปกป้องและการบริหารจัดการสถานที่เหล่านี้เพื่อรักษามูลค่าสากลอันโดดเด่นของพวกเขา ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เยี่ยมชม เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแล โดยมีการทบทวนและวางแผนสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ในสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ผู้เยี่ยมชมที่วางแผนจะสำรวจ "ผลงานสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย" ควรศึกษาเว็บไซต์เฉพาะ หรือข้อมูลผู้เยี่ยมชมสำหรับแต่ละสถานที่ที่ตั้งใจจะไป เพื่อรับข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับข้อบังคับ เวลาทำการ และการจองทัวร์

"ผลงานสถาปัตยกรรมของเลอ คอร์บูซีเย, การมีส่วนร่วมอันโดดเด่นต่อกระแสความเคลื่อนไหวสมัยใหม่" เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังแห่งนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมและอิทธิพลอันยั่งยืนของเลอ คอร์บูซีเย สถาปนิกผู้บุกเบิกแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 (พุทธศตวรรษที่ 25) แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ซึ่งกระจายอยู่ในเจ็ดประเทศ ไม่เพียงแต่จัดแสดงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ในการสร้างสรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้เข้ามาตอบสนอง ผลงานของเลอ คอร์บูซีเย ได้สร้างภาษาทางสถาปัตยกรรมใหม่ที่ไม่เพียงแต่ท้าทายขนบเดิม แต่ยังวางรากฐานให้กับแนวคิดการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตในอนาคต ความเข้าใจในคุณค่าสากลอันโดดเด่นของแหล่งมรดกนี้จะช่วยให้เกิดการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของเลอ คอร์บูซีเย ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับสถาปนิก นักวางผังเมือง และผู้สนใจมรดกโลกทั่วโลก 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward