1996 อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ (โดมปรมาณู) (Hiroshima Peace Memorial (Genbaku Dome))
ตำแหน่งที่ตั้ง 34.395713138645604, 132.45360273465883
อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา (โดมปรมาณู): สัญลักษณ์แห่งความทรงจำอันศักดิ์สิทธิ์และการแสวงหาสันติภาพนิรันดร์
อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา หรือที่รู้จักกันในชื่อ โดมปรมาณู (Genbaku Dome) ถือเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังและโดดเด่นของการใช้อาวุธปรมาณูครั้งแรกในประวัติศาสตร์สงคราม และเป็นประจักษ์พยานแห่งความหวังสำหรับสันติภาพโลกและการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด อนุสรณ์สถานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage List) ในประเภทมรดกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1996 C.E. (พ.ศ. 2539)
อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเช็กชื่อ Jan Letzel ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนเมษายน ปี 1915 C.E. (พ.ศ. 2458) และได้ใช้ประโยชน์หลากหลาย อาทิ อาคารจัดแสดงสินค้าเชิงพาณิชย์ของจังหวัดฮิโรชิมา (Hiroshima Prefectural Commercial Exhibition) และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นหอส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมา (Hiroshima Prefectural Industrial Promotion Hall) ในวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 C.E. (พ.ศ. 2488) เมื่อระเบิดปรมาณูได้ระเบิดขึ้นเหนือเมืองฮิโรชิมา อาคารแห่งนี้เป็นเพียงโครงสร้างเดียวที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางการระเบิด (hypocenter)
ด้วยความพยายามของหลายภาคส่วน รวมถึงเทศบาลเมืองฮิโรชิมา โดมปรมาณูจึงได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดียวกับหลังจากการทิ้งระเบิดโดยทันที การคงไว้ซึ่งซากปรักหักพังนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจถาวรถึงพลังทำลายล้างมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา และเป็นอนุสาวรีย์สากลที่สื่อถึงสันติภาพอันยั่งยืน ปัจจุบัน อนุสรณ์สถานแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของเทศบาลเมืองฮิโรชิมา ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจังหวัดฮิโรชิมาและรัฐบาลญี่ปุ่น และได้รับการกำหนดให้เป็นโบราณสถานภายใต้กฎหมายญี่ปุ่น
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา (โดมปรมาณู) มีคุณค่าสากลอันโดดเด่นตามเกณฑ์ (Criterion vi) ขององค์การยูเนสโก ซึ่งรับรองคุณสมบัติที่ "มีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือจับต้องได้กับเหตุการณ์หรือประเพณีที่มีชีวิตอยู่ กับแนวคิด หรือความเชื่อ กับงานศิลปะและวรรณกรรมที่มีความสำคัญสากลอันโดดเด่น"
เหตุผลของการขึ้นทะเบียนภายใต้เกณฑ์นี้คือ โดมปรมาณูแห่งนี้เป็น "สัญลักษณ์ที่ชัดเจนและทรงพลังของการบรรลุสันติภาพโลกกว่าครึ่งศตวรรษ หลังจากการปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น" เป็นอาคารเพียงแห่งเดียวที่ยังคงยืนอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางการระเบิดของระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 C.E. (พ.ศ. 2488) และได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพหลังการระเบิด โครงสร้างที่เงียบสงบนี้เป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างสูงสุดของมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็สื่อสารข้อความแห่งความหวังสำหรับสันติภาพโลกอันยั่งยืนและการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
บริบททางประวัติศาสตร์ อาคารโดมปรมาณูแห่งนี้สร้างแล้วเสร็จในเดือนเมษายน ปี 1915 C.E. (พ.ศ. 2458) โดยเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชาวเช็ก Jan Letzel ซึ่งในขณะนั้นเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น อาคารแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดแสดงสินค้าและส่งเสริมอุตสาหกรรมของจังหวัดฮิโรชิมา
ในเช้าวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 C.E. (พ.ศ. 2488) เวลา 8:15 น. ระเบิดปรมาณู "ลิตเติ้ลบอย" (Little Boy) ซึ่งเป็นการใช้อาวุธปรมาณูครั้งแรกในประวัติศาสตร์สงคราม ได้ถูกทิ้งลงโดยสหรัฐอเมริกาและระเบิดเกือบจะเหนืออาคารโดมปรมาณูโดยตรง โดยอยู่ห่างออกไปในแนวราบประมาณ 150 เมตร และในแนวดิ่งประมาณ 600 เมตร แรงระเบิดมหาศาลทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในอาคารเสียชีวิตทันที อย่างไรก็ตาม โครงสร้างที่โดดเด่นของอาคาร โดยเฉพาะเสาแนวตั้ง ได้ต้านทานแรงระเบิดที่พุ่งลงมาเกือบเป็นแนวตั้ง ทำให้ผนังด้านนอกที่เป็นคอนกรีตและอิฐ รวมถึงโครงสร้างเหล็กของโดมยังคงสภาพอยู่ได้บางส่วน
ในช่วงแรกหลังการระเบิด มีการถกเถียงกันว่าจะรื้อถอนซากปรักหักพังนี้หรือไม่ แต่กระแสเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์อาคารแห่งนี้ในฐานะอนุสรณ์สถานได้ก่อตัวขึ้น และในปี 1966 C.E. (พ.ศ. 2509) สภาเทศบาลเมืองฮิโรชิมาได้มีมติอย่างเป็นทางการให้คงสภาพอนุรักษ์ไว้ถาวร มีการดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างขั้นต่ำ โดยส่วนใหญ่เป็นการเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กและเรซินสังเคราะห์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อรักษาสภาพของอาคารให้เหมือนกับหลังการทิ้งระเบิดโดยทันที หมายเหตุ: รายงานการวิจัยนี้ไม่มีการกล่าวถึงตำนานหรือเรื่องเล่าที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในรายงาน
บริบททางสถาปัตยกรรม โดมปรมาณูเดิมเป็นอาคารอิฐสามชั้น มีโดมทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสมัยใหม่ซึ่งหาได้ยากในเมืองฮิโรชิมาในยุคนั้น การที่อาคารแห่งนี้รอดพ้นจากการทำลายล้าง แม้จะอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางการระเบิด แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างและการลักษณะเฉพาะของแรงระเบิด ซากโครงกระดูกของอาคาร โดยมีโครงเหล็กของโดมเปิดโล่ง เป็นภาพที่ชัดเจนและสะเทือนใจถึงพลังทำลายล้างของระเบิดปรมาณู
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
โดมปรมาณูเป็นแลนด์มาร์กสำคัญและเป็นที่จดจำมากที่สุดของสวนสันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Park) ความสำคัญอันลึกซึ้งที่สุดไม่ได้อยู่ที่คุณค่าทางสุนทรียะหรือสถาปัตยกรรม แต่เป็นการเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงถึงพลังทำลายล้างมหาศาลของอาวุธนิวเคลียร์ และในทางกลับกัน ความหวังอันไม่สิ้นสุดสำหรับสันติภาพโลกและการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด
ภายในสวนสันติภาพอันกว้างใหญ่ ยังมีจุดเด่นสำคัญอื่นๆ ได้แก่:
-
พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมา (Peace Memorial Museum): อุทิศให้กับการบันทึกความเป็นจริงของการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ โดยนำเสนอประวัติศาสตร์ของฮิโรชิมาก่อนและหลังสงคราม บริบททางวิทยาศาสตร์ของระเบิดปรมาณู และความทุกข์ทรมานของมนุษย์ที่เกิดจากเหตุการณ์นั้น
-
อนุสาวรีย์ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู (Cenotaph for the Atomic Bomb Victims): อนุสาวรีย์หินรูปโค้งที่เก็บรักษาทะเบียนรายชื่อผู้เสียชีวิต พร้อมข้อความจารึกว่า "ขอให้ดวงวิญญาณทั้งหมด ณ ที่นี้จงพักผ่อนอย่างสงบ เพราะเราจะไม่กระทำความชั่วร้ายนี้ซ้ำอีก" (Let all the souls here rest in peace, for we shall not repeat this evil)
-
อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก (Children's Peace Monument): สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเด็กๆ ที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิด โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Sadako Sasaki และนกกระดาษหนึ่งพันตัวของเธอ ผู้มาเยือนมักจะนำนกกระดาษมาวางไว้ที่นี่
-
เปลวไฟสันติภาพ (Flame of Peace): เปลวไฟที่ลุกโชนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1964 C.E. (พ.ศ. 2507) และจะยังคงส่องสว่างต่อไปจนกว่าอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดจะถูกยกเลิกทั่วโลก
ทุกปีในวันที่ 6 สิงหาคม จะมีการจัดพิธีรำลึกในสวนสาธารณะ รวมถึงการสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นเวลา 8:15 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดถูกทิ้งลงอย่างแม่นยำ
แนวทางสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ (Visitor Guide and Regulations)
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา (โดมปรมาณู) โปรดทราบข้อปฏิบัติและข้อบังคับดังต่อไปนี้:
-
การเข้าชมโดมปรมาณู: โดมปรมาณูได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพซากปรักหักพัง จึงไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าไปภายในโครงสร้าง ผู้เยี่ยมชมสามารถชมโดมได้จากภายนอกรั้วกั้นรอบๆ ภายในบริเวณสวนสันติภาพฮิโรชิมา
-
สวนสันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Park): สวนสาธารณะซึ่งโอบล้อมโดมปรมาณู เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้มาเยือนพึงปฏิบัติตนด้วยความเคารพตลอดพื้นที่สวนสันติภาพ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการภาวนาและรำลึกถึง
-
พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Museum): สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในสวนสันติภาพ เช่น พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมา มีเวลาทำการและค่าธรรมเนียมเข้าชมเฉพาะ พิพิธภัณฑ์มักจะเปิดทำการเวลา 8:30 น. และปิดระหว่าง 17:00 น. ถึง 19:00 น. โดยจะขยายเวลาทำการในเดือนสิงหาคม พิพิธภัณฑ์จะปิดทำการในวันที่ 30 และ 31 ธันวาคม รวมถึงเป็นเวลาสามวันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดยทั่วไปมีราคาไม่กี่ร้อยเยนสำหรับผู้ใหญ่ และมีอัตราลดหย่อนสำหรับนักเรียน นอกจากนี้ยังมักมีบริการนำเที่ยว
-
การเข้าถึง: พื้นที่สวนสาธารณะทั้งหมดเป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าและสามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้พิการ โดยมีลิฟต์ ทางลาด และห้องน้ำที่สามารถเข้าถึงด้วยรถเข็นในพิพิธภัณฑ์
อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา (โดมปรมาณู) ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันเลวร้ายเท่านั้น หากแต่เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลังถึงหายนะจากการทำลายล้างที่เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังที่ไม่สิ้นสุดสำหรับสันติภาพโลก การคงอยู่ของโดมปรมาณูเป็นคำประกาศอันเงียบงันแต่กึกก้อง ที่ย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด และเพื่อสร้างอนาคตที่มนุษยชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

