iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

1993 พุทธสถานในพื้นที่โฮรีว-จิ (Buddhist Monuments in the Horyu-ji Area)

 

ตำแหน่งที่ตั้ง 34.61555173794849, 135.73553255659468

มรดกพุทธสถานแห่งโฮริวจิ: อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

กลุ่มพุทธสถานในพื้นที่โฮริวจิ (Buddhist Monuments in the Horyu-ji Area) ตั้งอยู่ในจังหวัดนาระ (Nara Prefecture) ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) ซึ่งนับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมอาคารไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกอบด้วยโครงสร้างไม้เก่าแก่ 48 แห่ง ซึ่งกระจายตัวอยู่ในสองกลุ่มวัดหลัก ได้แก่ วัดโฮริวจิ (Horyu-ji Temple) และวัดฮกคิจิ (Hokki-ji Temple)

พุทธสถานเหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาในยุคแรกเริ่มของญี่ปุ่น ซึ่งมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง อาคารหลายแห่งเหล่านี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 7 (ปลายพุทธศตวรรษที่ 12) ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 (ต้นพุทธศตวรรษที่ 13) และได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงสร้างไม้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในโลก

วัดโฮริวจิมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 187,000 ตารางเมตร ในขณะที่วัดฮกคิจิมีขนาดเล็กกว่า โดยมีพื้นที่ประมาณ 7,000 ตารางเมตร การอนุรักษ์อย่างพิถีพิถันเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 (พ.ศ. 2438) โดยมีการนำเทคนิคที่เป็นนวัตกรรมสำหรับการก่อสร้างไม้มาใช้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสมบูรณ์และความแท้จริงของผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกเหล่านี้

คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)

กลุ่มพุทธสถานในพื้นที่โฮริวจิมีคุณค่าโดดเด่นสากลเนื่องจากเป็นพยานที่ทรงคุณค่าต่อวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาในญี่ปุ่น และเป็นแหล่งรวมโครงสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คุณค่านี้สะท้อนผ่านหลายประเด็นหลักดังนี้:

  1. สถาปัตยกรรมไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก: อาคารหลายแห่งภายในวัดโฮริวจิและวัดฮกคิจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนโดะ (Kondo) และเจดีย์ห้าชั้น (Five-story Pagoda) ในเขตไซอิน การัง (Saiin Garan) ของวัดโฮริวจิ สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 ทำให้เป็นโครงสร้างไม้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่และเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมและการก่อสร้างไม้ในยุคแรกเริ่ม

  2. อิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น: พุทธสถานเหล่านี้เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาแรกเริ่มของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมพุทธของจีนที่ถูกปรับให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในช่วงการนำพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศผ่านคาบสมุทรเกาหลี การออกแบบและผังวัดของโฮริวจิได้วางรากฐานให้กับรูปแบบสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่พัฒนาขึ้นในญี่ปุ่นในภายหลัง

  3. งานศิลปะและวัฒนธรรม: นอกจากอาคารแล้ว พุทธสถานแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรักษางานประติมากรรมพุทธรูปและโบราณวัตถุจำนวนมาก ซึ่งหลายชิ้นได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ (National Treasures) และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (Important Cultural Properties) ของญี่ปุ่น แสดงถึงความรุ่งเรืองของศิลปะพุทธในยุคอาสุกะ (Asuka period)

  4. ความสมบูรณ์และความแท้จริง: แม้จะมีการฟื้นฟูและบูรณะอย่างต่อเนื่องตลอดหลายศตวรรษ แต่ความสมบูรณ์และความแท้จริงของโครงสร้างเหล่านี้ได้รับการรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความพยายามในการอนุรักษ์ที่เข้มงวดและยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ซึ่งช่วยธำรงไว้ซึ่งวัสดุ การออกแบบ และฝีมือช่างดั้งเดิม

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

การก่อตั้งวัดโฮริวจิมีจุดเริ่มต้นจากคำอธิษฐานของจักรพรรดิโยเมอิ (Emperor Yomei) เพื่อให้พระองค์ทรงฟื้นจากพระอาการประชวรในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 อย่างไรก็ตาม พระองค์สวรรคตก่อนที่จะได้ทรงทำตามคำอธิษฐานดังกล่าว พระนางจักรพรรดินีซุยโกะ (Empress Suiko) และเจ้าชายโชโตกุ (Prince Shotoku) ได้สานต่อพระประสงค์นี้ โดยทรงก่อตั้งวัดและสร้างพระพุทธรูปขึ้นในปี ค.ศ. 607 (พ.ศ. 1150) ซึ่งเป็นปีที่วัดแห่งนี้ถวายเป็นพุทธบูชา

ตำนานและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์: ตามบันทึกใน นิฮง โชกิ (Nihon Shoki - พงศาวดารญี่ปุ่น) ได้ระบุว่า ในคืนวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 670 (พ.ศ. 1213) เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เผาผลาญอาคารภายในวัดโฮริวจิจน "ไม่เหลือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างเดียว" อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 (ปลายพุทธศตวรรษที่ 24) เริ่มตั้งข้อสงสัยในความถูกต้องของบันทึกนี้และตั้งคำถามว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แม้ยังคงมีคำถามที่ไม่มีคำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือวัดโฮริวจิได้สืบทอดประเพณีการปฏิบัติต่อเนื่องมายาวนานถึง 14 ศตวรรษนับตั้งแต่ก่อตั้งโดยเจ้าชายโชโตกุ ผู้ทรงเป็นรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่และผู้ริเริ่มเผยแพร่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมของโฮริวจิโดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 6 เช่น เสาที่มีลักษณะ เอนทาซิส (entasis) หรือการโค้งนูนเล็กน้อยอย่างชัดเจน และระบบค้ำยันรูปเมฆ (cloud-shaped bracketing systems) ซึ่งแสดงถึงความประณีตในการก่อสร้างไม้

องค์ประกอบของวัดโฮริวจิ:

  • เขตไซอิน การัง (Saiin Garan - Western Precinct): เป็นส่วนหลักของวัดโฮริวจิ ประกอบด้วยอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกหลายแห่ง ได้แก่:

    • คอนโดะ (Kondo - Main Hall): สร้างแล้วเสร็จราว ค.ศ. 680 (พ.ศ. 1223) ทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับการบูชาพระพุทธรูป

    • เจดีย์ห้าชั้น (Goju-no-To - Five-story Pagoda): ทำหน้าที่เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรืออนุสรณ์สถาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนจักรวาล

    • ชูมอน (Chumon - Central Gate) และทางเดินมีหลังคา

  • เขตโทอิน การัง (Toin Garan - Eastern Precinct): สร้างขึ้นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 (ต้นพุทธศตวรรษที่ 13) บนที่ตั้งของพระราชวังอิคางารุกะ (Ikaruga Palace) ของเจ้าชายโชโตกุ โดยมีอาคารสำคัญคือ:

    • ยุเมะโดโนะ (Yumedono - Hall of Visions): อาคารแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นหอหลักของเขตโทอิน การัง สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เจ้าชายโชโตกุ และประดิษฐานพระรูปขนาดเท่าองค์จริงของพระองค์

วัดฮกคิจิ (Hokki-ji Temple): วัดฮกคิจิเป็นกลุ่มวัดขนาดเล็กกว่า มีเจดีย์สามชั้นซึ่งสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 708 (พ.ศ. 1251) และได้รับการยอมรับว่าเป็นเจดีย์สามชั้นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่

จุดเด่นที่สำคัญ

พุทธสถานในพื้นที่โฮริวจิมีจุดเด่นหลายประการที่ดึงดูดนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม:

  • คอนโดะ (Kondo) และเจดีย์ห้าชั้น (Goju-no-To): ตั้งอยู่ในเขตไซอิน การัง (Saiin Garan) ของวัดโฮริวจิ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงอยู่ อาคารเหล่านี้เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและสถาปัตยกรรมของวัด

  • ยุเมะโดโนะ (Yumedono - Hall of Visions): อาคารแปดเหลี่ยมอันสง่างามในเขตโทอิน การัง (Toin Garan) ซึ่งประดิษฐานพระรูปของเจ้าชายโชโตกุ อาคารนี้เปิดให้เข้าชมบูชากุเสะ คันนง (Kuse Kannon) เป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (11 เมษายน – 18 พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (22 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน)

  • เจดีย์สามชั้นของวัดฮกคิจิ (Hokki-ji's Three-story Pagoda): สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 708 (พ.ศ. 1251) ได้รับการยกย่องว่าเป็นเจดีย์สามชั้นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหลักฐานสำคัญของเทคนิคการก่อสร้างไม้ในยุคแรก

  • ทามามุชิ ชิระอิน (Tamamushi Shrine): ศาลเจ้าขนาดเล็กที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ซึ่งประดิษฐานพระรูปของเจ้าแม่กวนอิม (Kannon) แสดงถึงฝีมือช่างอันวิจิตรในยุคอาสุกะ

  • โชเรียวอิน (Shoryo-in): อาคารที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เจ้าชายโชโตกุ

  • สิ่งของทางวัฒนธรรม: ภายในพื้นที่วัดโฮริวจิมีสิ่งปลูกสร้างและบทความทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญมากกว่า 2,300 รายการ โดยเกือบ 190 รายการได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติหรือทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

  • คามิโนะมิโดะ (Kami-no-Mido): มีการเปิดให้เข้าบูชาพระศากยมุนีไตรภาคี (Shakyamuni triad) เป็นพิเศษในช่วง 1–3 พฤศจิกายน

  • ประตูและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ: รวมถึงประตูโทไดมอน (Todai-mon - East Main Gate) และนันไดมอน (Nandai-mon - Main Gate) ซึ่งสร้างใหม่ในปี ค.ศ. 1438 (พ.ศ. 1981)

คู่มือนักท่องเที่ยวและข้อบังคับ

สำหรับผู้ที่ต้องการเยี่ยมชมกลุ่มพุทธสถานในพื้นที่โฮริวจิ ข้อมูลและข้อแนะนำดังต่อไปนี้มีความสำคัญ:

ที่ตั้ง: 1-1 Horyuji Sannai, Ikaruga-cho, Ikoma-gun, Nara, 636-0115 JAPAN (ญี่ปุ่น)

เวลาทำการ (อาจมีการปรับปรุง โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุด):

  • ตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ – 3 พฤศจิกายน: 08:00 – 17:00 น.

  • ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน – 21 กุมภาพันธ์: 08:00 – 16:30 น.

ค่าเข้าชม (ปรับปรุงเมื่อ 1 มีนาคม ค.ศ. 2025 / พ.ศ. 2568):

  • ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 2,000 เยน

  • นักเรียนมัธยมต้น: 1,700 เยน

  • นักเรียนประถม: 1,000 เยน

ข้อบังคับและข้อควรปฏิบัติ:

  • เพื่อรักษาบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และความปลอดภัยของโบราณวัตถุ ผู้เยี่ยมชมควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของวัดอย่างเคร่งครัด

  • การถ่ายภาพในบางพื้นที่ภายในอาคารอาจถูกจำกัดหรือห้ามโดยเด็ดขาด โปรดสังเกตป้ายประกาศ

  • การรบกวนความสงบเรียบร้อย หรือการกระทำใดๆ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อโบราณสถานเป็นสิ่งต้องห้าม

หมายเหตุเกี่ยวกับลิขสิทธิ์: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวัดโฮริวจิ horyuji.or.jp ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวัดโฮริวจิและบริษัท Askaen Inc. การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาและรูปภาพจากเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมาย รูปภาพทั้งหมดบนเว็บไซต์มีการฝังลายน้ำดิจิทัลเพื่อระบุแหล่งที่มา

กลุ่มพุทธสถานในพื้นที่โฮริวจิ เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงความรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมไม้และพุทธศาสนาในญี่ปุ่นยุคแรกเริ่ม ด้วยโครงสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของวัดโฮริวจิและวัดฮกคิจิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณค่าในระดับภูมิภาค แต่ยังแผ่ขยายไปสู่ระดับสากลในฐานะมรดกที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมวัฒนธรรมและนวัตกรรมทางวิศวกรรม การอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องช่วยให้มั่นใจได้ว่าอัญมณีแห่งนี้จะยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเจ้าชายโชโตกุในการเผยแพร่พุทธศาสนา และเป็นเครื่องยืนยันถึงความยืนยงของประเพณีที่สืบทอดมากว่า 14 ศตวรรษ

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward