1994 อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ (Historic Monuments of Ancient Kyoto (Kyoto, Uji and Otsu Cities))
ตำแหน่งที่ตั้ง 35.02499190985212, 135.74650568958367
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ: มรดกโลกแห่งสุนทรียภาพและจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่น
กลุ่มอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ (Historic Monuments of Ancient Kyoto (Kyoto, Uji and Otsu Cities) ซึ่งประกอบด้วยสถานที่สำคัญ 17 แห่งกระจายอยู่ในเมืองเกียวโต (Kyoto), อุจิ (Uji) และโอตสึ (Otsu) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อปีคริสตศักราช 1994 (พ.ศ. 2537) สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของญี่ปุ่นมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี ตั้งแต่มีการก่อตั้งเกียวโตให้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิในปีคริสตศักราช 794 (พ.ศ. 1337) โดยจำลองแบบมาจากเมืองหลวงโบราณของจีน เกียวโตยังคงสถานะเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิจนถึงกลางคริสตศตวรรษที่ 19 (ราวคริสตศักราช 1868 หรือ พ.ศ. 2411) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สถาปัตยกรรมไม้ทางศาสนาและฆราวาส รวมถึงการออกแบบสวนแบบญี่ปุ่นได้วิวัฒนาการอย่างลึกซึ้งและมีอิทธิพลไปทั่วโลก
คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)
คุณค่าโดดเด่นสากลของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณได้รับการยอมรับภายใต้เกณฑ์สองประการ:
-
เกณฑ์ (ii): เกียวโตทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักสำหรับการพัฒนาสถาปัตยกรรมทางศาสนาและฆราวาส รวมถึงการออกแบบสวน ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 8 ถึง 17 (พุทธศตวรรษที่ 14 ถึง 23) ในบทบาทนี้ เกียวโตมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมประเพณีทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการออกแบบสวน ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั่วโลกตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 25) เป็นต้นมา
-
เกณฑ์ (iv): การรวมกลุ่มของสถาปัตยกรรมและการออกแบบสวนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเกียวโตเป็นตัวแทนของจุดสูงสุดของวัฒนธรรมทางวัตถุของญี่ปุ่นในช่วงยุคก่อนสมัยใหม่ อนุสรณ์สถานเหล่านี้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ทั่วไปของสถาปัตยกรรมและสวนของญี่ปุ่น
โดยรวมแล้ว สถานที่แห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของเกียวโตในฐานะเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมานานกว่าหนึ่งพันปี สะท้อนถึงการพัฒนาสถาปัตยกรรมไม้ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมทางศาสนา และศิลปะการจัดสวนแบบญี่ปุ่นที่ได้สร้างอิทธิพลต่อการจัดสวนทั่วโลก อนุสรณ์สถานเหล่านี้ ซึ่งประกอบด้วยวัดพุทธ ศาลเจ้าชินโต และอาคารประวัติศาสตร์สำคัญหลายแห่ง ส่วนใหญ่สร้างขึ้นระหว่างคริสตศตวรรษที่ 10 ถึง 18 (พุทธศตวรรษที่ 16 ถึง 24) เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและนำเสนอภาพรวมของวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
เกียวโตเริ่มต้นขึ้นในฐานะเมืองหลวงของจักรวรรดิญี่ปุ่นในปีคริสตศักราช 794 (พ.ศ. 1337) ภายใต้ชื่อเฮอังเกียว (Heian-kyō) ซึ่งได้รับการออกแบบตามผังเมืองหลวงโบราณของจีน เช่น เมืองฉางอาน (Chang'an) แม้จะเผชิญกับความขัดแย้งหลายครั้ง อาทิ สงครามโอนิน (Ōnin War) ในคริสตศตวรรษที่ 15 (พุทธศตวรรษที่ 21) และการทำลายล้างในสงครามโลกครั้งที่สอง เกียวโตก็ยังคงรักษาสถานะเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดของญี่ปุ่น
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์: เกียวโตเป็นศูนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นยาวนานกว่าหนึ่งพันปี ทำให้เกิดการสั่งสมและวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมและศิลปะการจัดสวนอย่างต่อเนื่อง อนุสรณ์สถานส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาคาร 198 หลัง และสวน 12 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่สร้างหรือออกแบบขึ้นระหว่างคริสตศตวรรษที่ 10 ถึง 17 (พุทธศตวรรษที่ 16 ถึง 23)
รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม: กลุ่มอนุสรณ์สถานนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไม้แบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารทางศาสนา ซึ่งประกอบด้วยวัดพุทธ 13 แห่ง, ศาลเจ้าชินโต 3 แห่ง, และปราสาท 1 แห่ง คือ ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของวัฒนธรรมทางวัตถุของญี่ปุ่นในยุคก่อนสมัยใหม่
-
สถาปัตยกรรมไม้: เป็นเอกลักษณ์สำคัญของอนุสรณ์สถาน แสดงให้เห็นถึงเทคนิคการก่อสร้างแบบดั้งเดิมที่ซับซ้อน อาคารหลายแห่งแสดงให้เห็นถึงการเคารพอย่างเคร่งครัดต่อรูปแบบดั้งเดิม การตกแต่ง และวัสดุ โดยมีประเพณีการบูรณะและสร้างใหม่ที่สืบทอดมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี
-
สวนญี่ปุ่น: ศิลปะการจัดสวนแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะสวนเซน (Zen gardens) มีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการจัดสวนทั่วโลก ตัวอย่างเช่น สวนหินอันโด่งดังของวัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji) และสวนมอสของวัดไซโฮจิ (Saiho-ji) สวนมักจะถูกรวมเข้ากับอาคารอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการพัฒนาการออกแบบสวนของญี่ปุ่น
-
อิทธิพลจีน: การวางผังเมืองเกียวโตในปีคริสตศักราช 794 (พ.ศ. 1337) ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวางผังเมืองและหลักฮวงจุ้ย (geomancy)
-
ลักษณะเฉพาะ: สถานที่บางแห่งมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เช่น วิหารหลักของวัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera) ที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปู, วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) ที่มีภายนอกประดับทองคำเปลวและรูปปั้นนกฟีนิกซ์, และปราสาทนิโจที่มี "พื้นไนติงเกล" (nightingale floors) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย
(ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำนานและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์): ในรายงานการวิจัยนี้ ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่มีการบันทึกไว้ ไม่มีรายละเอียดของตำนานที่ชัดเจนระบุไว้สำหรับแยกแยะ
จุดเด่นสำคัญ
สถานที่สำคัญ 17 แห่งที่ประกอบกันเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยมีหลายแห่งที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ:
-
วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือศาลาทอง: วัดพุทธนิกายเซน (Zen Buddhist temple) ที่มีชื่อเสียงจากภายนอกที่สวยงามประดับด้วยทองคำ และสระน้ำที่สะท้อนเงาอย่างงดงาม
-
วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera Temple): เป็นที่รู้จักจากระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผา ให้ทัศนียภาพกว้างไกล และน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่เชื่อกันว่าให้พร
-
วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple): โด่งดังจากสวนหินเซน (Zen rock garden) อันเป็นสัญลักษณ์ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของการจัดสวนหินแห้งแบบญี่ปุ่น (dry landscape gardening) ซึ่งออกแบบมาเพื่อการทำสมาธิ
-
ปราสาทนิโจ (Nijo Castle): ปราสาทเพียงแห่งเดียวในบรรดาสถานที่ที่ขึ้นทะเบียน สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลซามูไรในช่วงยุคเอโดะ (Edo period) ด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ ภาพวาดอันวิจิตร และ "พื้นไนติงเกล" ที่เป็นเอกลักษณ์
-
วัดเบียวโดอิน (Byodo-in Temple - Uji): เดิมเป็นคฤหาสน์ของชนชั้นสูง วัดพุทธแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหอฟีนิกซ์ (Phoenix Hall) อันโด่งดัง ซึ่งรวมถึงสวนของวัดที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของแดนสุขาวดี (Pure Land Paradise)
-
วัดโทจิ (To-ji Temple): มีเจดีย์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในสามวัดพุทธแรกที่ได้รับอนุญาตให้สร้างในเมืองหลวง
-
ศาลเจ้าชิโมกาโมะ (Shimogamo Shrine) และศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine): เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดบางแห่งในเกียวโต นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเพณีชินโต (Shinto traditions) และล้อมรอบด้วยป่าศักดิ์สิทธิ์
-
วัดเทนริวจิ (Tenryu-ji Temple): วัดพุทธนิกายเซนที่โดดเด่น มีชื่อเสียงจากสวนสระน้ำที่สวยงาม
คู่มือสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ
การเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณนั้น ควรศึกษาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้:
-
ข้อมูลเฉพาะสถานที่: ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของแต่ละอนุสรณ์สถานสำหรับเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอน, ราคาค่าเข้าชม, กฎระเบียบเฉพาะ หรือการปิดชั่วคราว
-
การจองล่วงหน้า: สถานที่ยอดนิยมบางแห่ง เช่น วัดไซโฮจิ (Saiho-ji หรือ Moss Temple) อาจต้องมีการจองล่วงหน้า
-
การเดินทาง: อนุสรณ์สถานส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (รถไฟใต้ดิน, รถบัส, แท็กซี่) จากพื้นที่ใจกลางเมืองเกียวโต
-
การเปิดพิเศษ: เป็นครั้งคราว บางพื้นที่ที่โดยปกติปิดไม่ให้สาธารณะเข้าชม อาจมีการเปิดให้เข้าชมเป็นระยะเวลาจำกัด เช่น บางส่วนของศาลเจ้าคามิกาโมะ หรือวัดฮิงาชิฮงกันจิ (Higashi Honganji Temple)
-
การประพฤติอย่างเคารพ: เนื่องจากหลายสถานที่เป็นสถานประกอบการทางศาสนา ผู้เยี่ยมชมจึงควรประพฤติตนอย่างเคารพและสงบ
บทสรุป
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ (Historic Monuments of Ancient Kyoto) เป็นกลุ่มมรดกโลกที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง สถานที่ทั้ง 17 แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพยานถึงวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรมและศิลปะการจัดสวนอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นตลอดช่วงเวลาหลายศตวรรษ แต่ยังเป็นตัวแทนของแนวคิดทางปรัชญาและจิตวิญญาณที่หล่อหลอมสังคมญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงคุณค่าสากลที่โดดเด่นในฐานะแหล่งรวมความรู้ด้านวัฒนธรรม วัสดุ และจิตวิญญาณที่ได้สร้างอิทธิพลอย่างกว้างขวางต่อโลก การอนุรักษ์และการศึกษาอนุสรณ์สถานเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาและส่งต่อมรดกอันล้ำค่านี้สู่คนรุ่นหลัง
รายนามสถานที่อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ
| ชื่อ | ประเภท | รูปภาพ |
|---|---|---|
| ศาลเจ้าคาโมวาเกอิกาซูจิ (Kamo Wake-ikazuchi Jinja) หรือ ศาลเจ้าคามิงาโมะ (Kamigamo Jinja) |
ศาลเจ้าชินโต | |
| ศาลเจ้าคาโมมิโอยะ (Kamo Mioya Jinja) หรือ ศาลเจ้าชิโมงาโมะ (Shimogamo Jinja) |
ศาลเจ้าชินโต | |
| เคียวโอโงโกกูจิ (Kyōōgokoku-ji) หรือ โทจิ (Tō-ji) | วัดพุทธชิงงง | |
| วัดคิโยมิซูเดระ (Travel Japan Kyoto Kiyomizu-dera) หรือวัดน้ำใส | วัดพุทธ | ![]() |
| เอ็นเรียกูจิ (Enryaku-ji ) | วัดพุทธเท็นได | |
| ไดโงจิ (Daigo-ji) | วัดพุทธชิงงง | |
| นินนาจิ (Ninna-ji) | วัดพุทธชิงงง | |
| เบียวโดอิง (Byōdō-in) | วัดพุทธที่จัดขึ้นร่วมกันโดย โจโด ชู และ เท็นได | |
| ศาลเจ้าอูจิงามิ (Ujigami Jinja) | ศาลเจ้าชินโต | |
| โคซันจิ (Kōzan-ji) | วัดพุทธชิงงงของศาสนวิชชาลัยโอมูโระ | |
| ไซโฮจิ (Saihō-ji) หรือ วัดมอส (Koke-dera) | วัดพุทธเซน-รินไซ | |
| เท็นรีวจิ (Tenryū-ji) หรือ วัดมังกรสวรรค์ | วัดพุทธเซน-รินไซ ของศาสนวิชชาลัยเท็นรีว | |
| โรกูอนจิ (Rokuon-ji) หรือ วัดศาลาทอง (Kinkaku-ji) |
วัดพุทธเซน-รินไซ | ![]() |
| จิโชจิ (Jishō-ji) หรือ วัดศาลาเงิน (Ginkaku-ji) | วัดพุทธเซน-รินไซ | |
| เรียวอันจิ (โรมาจิ: Ryōan-ji) หรือ วัดแห่งมังกรสงบ | วัดพุทธเซน-รินไซ ของศาสนวิชชาลัยเมียวชินจิ | |
| นิชิฮงงันจิ | วัดพุทธ โจโดะ ชินชู | |
| ปราสาทนิโจ (Nijō-jō หรือ Nijo Castle) | ปราสาทญี่ปุ่น, ป้อมปราการ | ![]() |
นอกจากนี้เมืองเกียวโตยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ดูเพิ่มเติมคลิก เที่ยวญี่ปุ่น เกียวโต
.
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------




