iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มหาวิทยาลัยมหิดล และคำว่า อตฺตานํ อุปฺมํ กเร

มหาวิทยาลัยมหิดล และคำว่า อตฺตานํ อุปฺมํ กเร เป็นคติประจำมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน และยังปรากฎอยู่บนตราของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาของคำนี้ เริ่มเมื่อมีการสถาปนา มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2486 คณะกรรมการมหาวิทยาลัยในสมัยนนั้ได้มีความเห็นว่า บนตราของมหาวิทยาลัยควรมีคติพจน์ปรากฎอยู่เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้แก่นิสิตและบัณฑิตทั้งหลาย คณะกรรมการมหาวิทยาลัยฯ มีความเห็นพ้องในคำเสนอให้ใช้คำว่า อตฺตานํ อุปฺมํ กเร ที่อ้างมาจากพระพุทธวัจนะตอนหนึ่งซึ่งปรากฎใน พระสุตตันตปิฎก ตามรูปศัพท์มีความหมายว่า พึงกระทำตนเป็นอุปมา หมายถึง พึงเอาตัวเองเป็นเครื่องเปรียบเทียบ โดยการทำอะไรก็ตามให้คิดเอาไว้ว่าถ้าเกิดกับตัวเราเองหรือมีคนมาทำแบบนั้นกับเราจะรู้สึกอย่างไร คล้ายการเอาใจเขามาใส่ใจเราเพราะเราก็คงชอบสิ่งที่ดีคนอื่นก็ต้องชอบเช่นกัน ซึ่งได้ยอมรับและนำเอาคติพจน์นี้มาใช้เป็นคติประจำมหาวิทยาลัย
บัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัยมหิดลมักจะนำแนวคิด ดูแลช่วยเหลือสังคมและผู้เดือดร้อนโดยจะพึงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนดังปฏิบัติต่อตนเอง
หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ
จากหนังสือ หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๕๑ ระบุหลักเกณฑ์การเขียนคำย่อไว้ท้ายเล่มของหนังสือดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนได้สรุปมาเสนอดังนี้
1. ใช้พยัญชนะต้นของพยางค์แรกของคำเป็นตัวย่อ
1.1 ถ้าเป็นคำคำเดียวให้ใช้ตัวย่อตัวเดียว แม้ว่าคำนั้นจะมีหลายพยางค์ก็ตาม ตัวอย่าง ๕ วา = ๕ ว., จังหวัด = จ., ๓.๐๐ นาฬิกา = ๓.๐๐ น. หรือ ศาสตราจารย์ = ศ. ฯลฯ
1.2 ถ้าใช้ตัวย่อเพียงตัวเดียวแล้วทำให้เกิดความสับสน อาจใช้พยัญชนะต้นของคำถัดไปเป็นตัวย่อด้วยก็ได้ ตัวอย่าง ทหารบก = ทบ. , ตำรวจ = ตร. หรือ อัยการ = อก. ฯลฯ
2. ถ้าเป็นคำสมาสให้ถือเป็นคำคำเดียว และใช้พยัญชนะต้นของพยางค์แรกเพียงตัวเดียว ตัวอย่าง มหาวิทยาลัย = ม. , วิทยาลัย = ว.
3. ถ้าเป็นคำประสม ใช้พยัญชนะต้นของแต่ละคำ ตัวอย่าง ชั่วโมง = ชม. , โรงเรียน = รร.
4. ถ้าคำประสมประกอบด้วยคำหลายคำมีความยาวมาก อาจเลือกเฉพาะพยัญชนะต้นของคำที่เป็นใจความสำคัญ ทั้งนี้ไม่ควรเกิน 4 ตัว ตัวอย่าง คณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ = กปร. , สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ = สปช.
5. ถ้าใช้พยัญชนะต้นของแต่ละคำแล้วทำให้เกิดความสับสน ให้ใช้พยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไปแทน ตัวอย่าง
(๑) พระราชกำหนด = พ.ร.ก.
(๒) พระราชกฤษฎีกา = พ.ร.ฎ.
๖. ถ้าพยางค์ที่มี ห เป็นอักษรนำ เช่น หญ หล ให้ใช้พยัญชนะตัวที่ออกเสียงเป็นตัวย่อ ตัวอย่าง
(๑) สารวัตรใหญ่ = สวญ. (๒) ทางหลวง = ทล.
๗. คำที่พยัญชนะต้นเป็นอักษรควบกล้ำหรืออักษรนำ ให้ใช้อักษรตัวหน้าตัวเดียว ตัวอย่าง
(๑) ประกาศนียบัตร = ป. (๒) ถนน = ถ. (๓) เปรียญ = ป.
๘. ตัวย่อไม่ควรใช้สระ ยกเว้นคำที่เคยใช้มาก่อนแล้ว ตัวอย่าง
(๑) เมษายน = เม.ย. (๒) มิถุนายน = มิ.ย. (๓) เสนาธิการ = เสธ. (๔) โทรศัพท์ = โทร.
๙. ตัวย่อต้องมีจุดกำกับเสมอ ตัวย่อตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไปให้จุดที่ตัวสุดท้ายเพียงจุดเดียว ยกเว้นตัวที่ใช้กันมาก่อนแล้ว ตัวอย่าง
(๑) ตำบล = ต. (๒) รองศาสตราจารย์ = รศ. (๓) พุทธศักราช = พ.ศ.
๑๐. ให้เว้นวรรคเล็กหน้าตัวย่อทุกแบบ ตัวอย่าง
(๑) ประวัติของ อ.พระนครศรีอยุธยา
(๒) มีข่าวจาก กทม.ว่า
๑๑. ให้เว้นวรรคระหว่างกลุ่มอักษรย่อ ตัวอย่าง
(๑) ศ. นพ. (๒) รศ. ดร.
๑๒. การอ่านคำย่อ ต้องอ่านเต็ม ตัวอย่าง
(๑) ๐๕.๐๐ น. อ่านว่า ห้า-นา-ลิ-กา
(๒) อ.พระนครศรีอยุธยา อ่านว่า อำ-เพอ-พระ-นะ-คอน-สี-อะ-ยุด-ทะ-ยา
ยกเว้นกรณีที่คำเต็มนั้นยาวมากและคำย่อนั้นเป็นยอมรับกันทั่วไปแล้ว อาจอ่านตัวย่อเรียงตัวไปก็ได้ ตัวอย่าง ก.พ. อ่านว่า กอ-พอ
ที่มา : หนังสือหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๖ หน้า ๖๗-๗๐
หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อในภาษาอังกฤษ
หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อในภาษาอังกฤษ ในภาษาอังกฤษมีการใช้ตัวอักษรย่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานเขียน โดยการเขียนมีหลายแบบแต่หากที่พบมากมี 10 เทคนิคการใช้ตัวย่อในภาษาอังกฤษ คือ
1. ใช้ Indefinite Articles หรือคำนำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ทั่วไป คือ การใช้ a หรือ an นำหน้าตัวย่อ โดยเลือกใช้ระหว่าง a หรือ an จากเสียงของตัวอักษรแรกของตัวย่อ เช่น Brain damage can be seen on an MRI. (เครื่อง MRI ช่วยให้เห็นรอยโรคในสมอง), You need to gather inspiration to become a DIY expert. (คุณต้องหมั่นหาแรงบันดาลใจเพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์)
2. เติมจุดหลังตัวย่อ ทางฝั่งอเมริกา จะเติมจุดหลังตัวย่อที่เกิดจากอักษรตัวแรกและอักษรตัวสุดท้ายของคำนั้น เช่นคำว่า Doctor จะใช้ตัวย่อว่า Dr. ในขณะที่ทางฝั่งอังกฤษนั้นมักจะละจุดไว้ ได้แก่ Dr
3. วิธีการใช้ตัวย่อคำว่า Doctors
- กรณีที่หมายถึงแพทย์ สามารถใช้ได้ 2 แบบคือ Dr. ตามด้วยชื่อ เช่น Dr.Peter Smith หรือ ชื่อตามด้วย M.D. เช่น Peter Smith, M.D. แต่จะไม่ใช้ทั้ง 2 แบบพร้อมกันนะคะ
- ในกรณีที่ไม่ใช่แพทย์ สามารถใช้ได้ 2 แบบเช่นกัน ได้แก่ Dr. ตามด้วยชื่อ เช่น Dr.Jane Paul หรือ ชื่อตามด้วย Ph.D. เช่น Jane Paul, Ph.D. จะไม่ใช้ทั้ง 2 แบบพร้อมกันเหมือนเดิมค่ะ
4. วิธีการใช้ตัวย่อของแต่ละเดือนและแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์
เราจะใช้ตัวย่อของเดือนในกรณีที่นำหน้าด้วยวันที่หรือตามด้วยวันที่เท่านั้น เช่น 14 Feb. และ Feb. 14 ตามลำดับ โดยสามารถใช้ตัวย่อของเดือนต่าง ๆ ได้ดังนี้ค่ะ
Jan. = January (มกราคม)
Feb. = February (กุมภาพันธ์)
Mar. = March (มีนาคม)
Apr. = April (เมษายน)
Aug. = August (สิงหาคม)
Sep. = September (กันยายน)
Oct. = October (ตุลาคม)
Nov. = November (พฤศจิกายน)
Dec. = December (ธันวาคม)
*สังเกตว่าจะมี 3 เดือนที่เราไม่ใช้ตัวย่อนะคะ ได้แก่ May (พฤษภาคม), June (มิถุนายน) และ July (กรกฎาคม)
*จะไม่ใช้ตัวย่อของแต่ละเดือนในกรณีที่กล่าวถึงเฉพาะเดือนหรือตามด้วยปีโดยไม่มีวันที่
5. การใช้ตัวย่อทั่วไป
การใช้ตัวย่อที่เกี่ยวกับเวลา เราจะใช้ตัวพิมพ์เล็กสำหรับการบอกเวลา นั่นคือ a.m. และ p.m. ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่สำหรับการบอกปีคริสตศักราช A.D. และพุทธศักราช B.E.
6. การใช้ Etc.
Etc. เป็นตัวย่อของคำว่า Et Cetera ในภาษาละตินซึ่งมีความหมายว่า “และอื่น ๆ” สิ่งที่ต้องระวังคือ เราจะไม่ใช้คำว่า and etc. และไม่ใช้คำว่า etc. ปิดท้ายเมื่อใช้คำว่า such as หรือ including
7. ใส่จุดหลังตัวอักษรแต่ละตัวของคำย่อ
โดยทั่วไปมักใส่จุดหลังตัวอักษรแต่ละตัวของคำย่อ ยกเว้นบางกรณีเข่น NATO, DVD, IBM
8. ทำอย่างไรเมื่อตัวย่ออยู่ท้ายประโยค?
ใช้เพียงจุดเดียว เป็นทั้งจุดของตัวย่อและใช้แทนที่จุด full stop ของประโยคนั้น ๆ ด้วย
9. หลีกเลี่ยง RAS syndrome
หลีกเลี่ยง RAS syndrome หมายความว่า เป็นการใช้ตัวอักษรย่อหรือคำย่อ ซ้ำซ้อน หลีกเลี่ยงวลีที่ซ้ำซ้อนเช่น เครื่องกดเงิน ATM หรือองค์กร BBC
10. หลีกเลี่ยง Alphabet Soup
หลีกเลี่ยง ซุป ตัวอักษร หมายความว่า ใช้ตัวอักษรย่อ หรือตัวย่อมากเกินไป หากไม่แน่ใจว่าตัวย่อดังกล่าว เป็นคำที่ผู้อ่านคุ้นเคยหรือไม่ จึงควรเขียนคำเต็มออกมาให้ชัดเจน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำลังจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 พร้อมทั้งจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทิศทาง และประเด็นการพัฒนาที่ประเทศไทยควรพิจารณาให้ความสำคัญ ตลอดจนความเสี่ยงและโอกาสที่ประเทศจะต้องเผชิญในอนาคต เพื่อนำมาประมวลผลร่วมกับการศึกษาข้อเท็จจริง จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และนำไปสู่ การวางกระบวนทัศน์หลักในการสังเคราะห์ประเด็นการพัฒนาที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในช่วงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยคำนึงถึงประเด็นความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย ให้มีความพร้อมและสามารถพัฒนาเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนและเท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประเทศบรรลุเป้าหมายระยะยาวที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.nesdc.go.th/main.php?filename=plan13
ท่านคิดว่ามีอะไรที่จะเสนอแนะนำในร่างฯ ฉบับนี้ สามารถแนะนำออนไลน์ที่แบบสอบถามความคิดเห็นต่อ กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570)
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdXgDzBhGCca6EMLCc7cmE8ekN9gvuZ50i8Ob5e2gprhhu4ig/viewform
บบสอบถามชุดนี้เป็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกอบด้วย 4 ส่วน (ระยะเวลาตอบแบบสอบถาม 5-10 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนที่ 2 เป้าหมายหลักของกรอบแผนฯ
ส่วนที่ 3 องค์ประกอบของการขับเคลื่อน
ส่วนที่ 4 ความเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ
ขอให้ท่านตอบแบบสอบถามตามที่ตรงกับใจท่านมากที่สุด ความคิดเห็นของท่านจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ


----------------------------------------------------------
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 สรุป
----------------------------------------------------------

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward