การสร้างอัตลักษณ์ การสื่อสาร และการมองเห็นของอุทยานธรณี
อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp)
HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
การสร้างอัตลักษณ์ การสื่อสาร และการมองเห็นของอุทยานธรณี
พื้นที่อาจมีแหล่งธรณีวิทยาที่โดดเด่น มีชุมชนเข้มแข็ง และมีกิจกรรมจำนวนมาก แต่หากประชาชนไม่รู้ว่าตนอยู่ภายในอุทยานธรณี นักท่องเที่ยวหาแหล่งไม่พบ ป้ายแต่ละแห่งใช้ชื่อไม่ตรงกัน หรือเว็บไซต์ให้ข้อมูลคนละชุดกับแผ่นพับ พื้นที่นั้นยังขาด “การมองเห็น” หรือ Visibility ที่เป็นระบบ
UNESCO กำหนดให้ Visibility เป็นหนึ่งในคุณลักษณะพื้นฐานของ UNESCO Global Geopark ผู้เยี่ยมชมและประชาชนในพื้นที่ต้องสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ผ่านเว็บไซต์เฉพาะ แผ่นพับ แผนที่รายละเอียด ป้าย และเครื่องมือสื่อสารอื่น โดยอุทยานธรณีควรมีอัตลักษณ์องค์กรที่แยกออกจากพื้นที่คุ้มครองหรือการรับรองประเภทอื่นอย่างชัดเจน UNESCO Global Geoparks
การสื่อสารที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการออกแบบโลโก้หรือโพสต์ประชาสัมพันธ์ แต่เป็นระบบที่ทำให้ชื่อ เรื่องราว ขอบเขต ข้อมูลทางวิชาการ และภาพลักษณ์ของอุทยานธรณีปรากฏอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่
1. แยกความหมายของคำสำคัญ
อัตลักษณ์ หรือ Identity คือ สิ่งที่พื้นที่เป็นจริง เช่น คุณค่าทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความมุ่งหมายร่วมกันของชุมชน
ภาพลักษณ์ หรือ Image คือ สิ่งที่ประชาชนและผู้เยี่ยมชมรับรู้เกี่ยวกับพื้นที่ ภาพลักษณ์อาจตรงหรือไม่ตรงกับอัตลักษณ์จริงก็ได้
การสร้างแบรนด์ หรือ Branding คือ กระบวนการทำให้อัตลักษณ์ถูกถ่ายทอดอย่างสม่ำเสมอผ่านชื่อ เรื่องเล่า ภาพ สี ภาษา ประสบการณ์ และพฤติกรรมของคนในองค์กร
การมองเห็น หรือ Visibility คือ ความสามารถที่ทำให้คนรับรู้ว่าอุทยานธรณีมีอยู่ อยู่ที่ไหน ครอบคลุมพื้นที่ใด มีคุณค่าอะไร และสามารถเข้าถึงข้อมูลหรือกิจกรรมได้อย่างไร
โลโก้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบอัตลักษณ์ ไม่ใช่ทั้งหมดของแบรนด์
2. เริ่มจากสาระสำคัญของพื้นที่
ก่อนออกแบบชื่อ โลโก้ หรือคำขวัญ ต้องตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้
-
คุณค่าทางธรณีวิทยาหลักของพื้นที่คืออะไร
-
เรื่องราวใดแตกต่างจากพื้นที่อื่น
-
ธรณีวิทยาเชื่อมโยงกับธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างไร
-
ชุมชนต้องการให้อุทยานธรณีสร้างอนาคตแบบใด
-
ผู้เยี่ยมชมควรจดจำอะไร
-
พฤติกรรมใดที่ต้องการส่งเสริม
-
พื้นที่ไม่ต้องการถูกนำเสนอในลักษณะใด
จากคำตอบจึงพัฒนา Brand Essence หรือแก่นของแบรนด์ให้สั้น ชัด และอ้างอิงกับข้อมูลจริง หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ เช่น “มหัศจรรย์ระดับโลก” หรือ “หนึ่งเดียวในโลก” หากไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบรองรับ
3. กำหนดชื่ออย่างเป็นระบบ
ชื่อของโครงการควรใช้รูปแบบเดียวกันในเอกสาร ป้าย เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และฐานข้อมูล โดยกำหนดอย่างน้อย
-
ชื่อภาษาไทย
-
ชื่อภาษาอังกฤษ
-
ชื่อย่อ
-
วิธีสะกดชื่อสถานที่
-
วิธีใช้คำว่าอุทยานธรณี
-
สถานะปัจจุบันของโครงการ
-
ชื่อองค์กรบริหาร
ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “โครงการอุทยานธรณี” “อุทยานธรณีระดับประเทศ” “Aspiring UNESCO Global Geopark” และ “UNESCO Global Geopark” เพราะแต่ละคำแสดงสถานะไม่เหมือนกัน
พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ต้องไม่ใช้ถ้อยคำ โลโก้ หรือการจัดวางที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าได้รับสถานะแล้ว
4. จัดทำ Brand Identity Manual
คู่มืออัตลักษณ์ควรกำหนดมาตรฐานการใช้งานเพื่อให้ทุกหน่วยงานสื่อสารตรงกัน โดยมีเนื้อหาอย่างน้อย
-
แนวคิดและความหมายของอัตลักษณ์
-
รูปแบบโลโก้เฉพาะของพื้นที่
-
พื้นที่ว่างรอบโลโก้และขนาดต่ำสุด
-
สีหลักและสีรอง
-
แบบอักษร
-
การใช้ภาพถ่ายและภาพประกอบ
-
รูปแบบไอคอน
-
แม่แบบป้าย เอกสาร และสื่อออนไลน์
-
น้ำเสียงและรูปแบบภาษา
-
ชื่อภาษาไทยและอังกฤษที่ถูกต้อง
-
ตัวอย่างการใช้อย่างถูกต้องและไม่ถูกต้อง
-
ขั้นตอนขออนุมัติและผู้ดูแลไฟล์ต้นฉบับ
Brand Identity Manual เป็นเครื่องมือบริหารภายใน ไม่ควรมีเพียงไฟล์ออกแบบที่ไม่ระบุผู้รับผิดชอบ การตรวจติดตาม หรือวิธีปรับปรุง
รายงาน UNESCO Global Geoparks Council เคยเสนอให้บางพื้นที่พัฒนาคู่มืออัตลักษณ์องค์กรอย่างครอบคลุม เพื่อรักษาความสม่ำเสมอในทุกช่องทางและวัสดุสื่อสาร UNESCO Global Geoparks Council — Tenth Session
5. สร้าง Message House
Message House คือโครงสร้างข้อความหลักที่ทำให้ผู้สื่อสารทุกคนใช้ข้อมูลตรงกัน ประกอบด้วย
ข้อความหลัก
อุทยานธรณีแห่งนี้คืออะไร มีคุณค่าอะไร และต้องการสร้างประโยชน์ให้ใคร
เสาหลักของเรื่องราว
-
มรดกธรณีและความสำคัญ
-
ความเชื่อมโยงกับธรรมชาติและวัฒนธรรม
-
การศึกษาและการเรียนรู้
-
การอนุรักษ์และความปลอดภัย
-
การพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชน
-
การมีส่วนร่วมและเครือข่าย
หลักฐานสนับสนุน
แต่ละข้อความต้องเชื่อมกับงานวิจัย ทะเบียนแหล่ง รายงานกิจกรรม หรือข้อมูลผลลัพธ์ ห้ามสร้างคำโฆษณาที่ขัดกับเอกสารสมัครหรือข้อเท็จจริงในพื้นที่
6. ทำให้มองเห็นทั่วทั้งพื้นที่
Visibility ต้องปรากฏตั้งแต่จุดเข้าสู่ขอบเขตอุทยานธรณี ไม่ใช่เฉพาะสำนักงานหรือแหล่งสำคัญบางแห่ง องค์ประกอบที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ป้ายเข้าสู่พื้นที่อุทยานธรณี
-
ป้ายบอกทางบนเส้นทางหลัก
-
ป้ายประจำแหล่งและ Geo-trail
-
ศูนย์บริการและ Geopark Corner
-
สำนักงานขององค์กรบริหาร
-
พิพิธภัณฑ์และสถานศึกษา
-
หน่วยงานและกิจการพันธมิตร
-
จุดขนส่ง ที่พัก และแหล่งบริการ
-
แผ่นพับ แผนที่ และคู่มือ
-
เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์
รูปแบบต้องสม่ำเสมอ แต่ปรับให้เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละจุด ป้ายบอกทางต้องอ่านเร็ว ป้ายสื่อความหมายต้องช่วยการเรียนรู้ ส่วนป้ายเตือนต้องเน้นความปลอดภัย
7. วางระบบป้ายเป็นลำดับชั้น
ควรแยกประเภทป้ายอย่างน้อยดังนี้
-
ป้ายแสดงขอบเขต — บอกว่ากำลังเข้าสู่พื้นที่
-
ป้ายทิศทาง — นำทางไปยังแหล่งและบริการ
-
ป้ายประจำแหล่ง — ระบุชื่อ รหัส และข้อมูลพื้นฐาน
-
ป้ายสื่อความหมาย — อธิบายคุณค่าและเรื่องราว
-
ป้ายความปลอดภัย — เตือนอันตรายและวิธีปฏิบัติ
-
ป้ายกฎและการอนุรักษ์ — แจ้งสิ่งที่ทำได้และห้ามทำ
-
ป้ายพันธมิตร — แสดงความสัมพันธ์กับเครือข่ายภายในพื้นที่
ก่อนผลิตต้องตรวจชื่อ พิกัด ขอบเขต ภาษา ภาพ แผนผัง และสถานะของพื้นที่ หลังติดตั้งต้องมีทะเบียนป้าย วันที่ตรวจ สภาพปัจจุบัน และผู้รับผิดชอบบำรุงรักษา
รายงานของ UNESCO Global Geoparks Council มีข้อเสนอให้ตรวจและซ่อมแซมป้ายกับ QR Code อย่างสม่ำเสมอ แสดงว่า Visibility ไม่ใช่งานติดตั้งครั้งเดียวแล้วจบ UNESCO Global Geoparks Council — Third Session
8. พัฒนาเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลกลาง
เว็บไซต์เฉพาะของอุทยานธรณีควรเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่มีเฉพาะข่าวกิจกรรม โดยควรมีอย่างน้อย
-
ความหมายและสถานะของอุทยานธรณี
-
ขอบเขตและแผนที่ภาพรวม
-
คุณค่าทางธรณีวิทยา
-
แหล่งสำคัญและ Geo-trail
-
ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน
-
ข้อมูลการเดินทางและความปลอดภัย
-
ช่วงเปิด–ปิดและข้อจำกัดตามฤดูกาล
-
กิจกรรมการศึกษาและการท่องเที่ยว
-
ผู้ประกอบการหรือพันธมิตรตามเกณฑ์ของพื้นที่
-
โครงสร้างองค์กรและช่องทางติดต่อ
-
ข่าว รายงาน และเอกสารเผยแพร่
-
ช่องทางข้อเสนอแนะหรือร้องเรียน
-
ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นตามกลุ่มเป้าหมาย
วันที่อัปเดตและผู้รับผิดชอบข้อมูลต้องชัดเจน ลิงก์และ QR Code ต้องได้รับการทดสอบเป็นระยะ ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลความปลอดภัยที่หมดอายุหรือข่าวเก่าจนผู้ใช้เข้าใจผิด
9. จัดทำแผนที่เพื่อการสื่อสาร
แผนที่สาธารณะต้องสอดคล้องกับขอบเขตในเอกสารสมัครและฐานข้อมูล GIS โดยแสดงข้อมูลเท่าที่ผู้ใช้จำเป็นต้องรู้ เช่น
-
ขอบเขตอุทยานธรณี
-
เมือง หมู่บ้าน และเส้นทางเข้าถึง
-
แหล่งธรณีและจุดเรียนรู้
-
ศูนย์บริการ พิพิธภัณฑ์ และ Geopark Corner
-
เส้นทาง Geo-trail
-
จุดบริการ ห้องน้ำ ที่จอดรถ และสถานพยาบาล
-
พื้นที่จำกัดการเข้าถึง
-
คำอธิบายสัญลักษณ์ มาตราส่วน และทิศเหนือ
-
วันที่ปรับปรุงข้อมูล
Application Dossier กำหนดให้มีแผนที่มาตราส่วนใหญ่ที่แสดงขอบเขต แหล่งธรณี พิพิธภัณฑ์ เมือง และหมู่บ้าน จึงต้องควบคุมให้แผนที่ประชาสัมพันธ์ไม่ขัดแย้งกับแผนที่ทางการ UNESCO — Application Dossier
หากข้อมูลพิกัดยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ต้องไม่วางจุดจากการคาดเดา และแหล่งเปราะบางบางประเภทอาจต้องจำกัดรายละเอียดตำแหน่งเพื่อการอนุรักษ์
10. บริหารสื่อสังคมออนไลน์อย่างมีเป้าหมาย
แต่ละช่องทางควรมีบทบาท เช่น เว็บไซต์เป็นข้อมูลหลัก Facebook ใช้สื่อสารกับชุมชน YouTube ใช้วิดีโอการเรียนรู้ และช่องทางภาพสั้นใช้กระตุ้นความสนใจ ปฏิทินเนื้อหาควรครอบคลุมมากกว่าการประชาสัมพันธ์กิจกรรม โดยสื่อสารเรื่อง
-
ความรู้ธรณีวิทยาที่เข้าใจง่าย
-
เรื่องของชุมชนและผู้ดูแลแหล่ง
-
ความปลอดภัยและสถานะเปิด–ปิด
-
การอนุรักษ์และพฤติกรรมที่เหมาะสม
-
การศึกษาและกิจกรรมเยาวชน
-
ผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์
-
ผลการดำเนินงานและการใช้ประโยชน์จากงบประมาณ
-
ความร่วมมือกับอุทยานธรณีและเครือข่ายอื่น
ห้ามเผยแพร่พิกัดแหล่งเปราะบางหรือภาพพฤติกรรมที่ขัดต่อการอนุรักษ์ แม้เนื้อหานั้นจะมีโอกาสได้รับความสนใจสูง
11. สร้างกระบวนการอนุมัติเนื้อหา
สื่อทุกชิ้นควรผ่านกระบวนการตามระดับความเสี่ยงของข้อมูล
-
ข้อมูลทั่วไปตรวจโดยฝ่ายสื่อสาร
-
ข้อมูลธรณีวิทยาตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ
-
เรื่องชุมชนและวัฒนธรรมตรวจร่วมกับเจ้าของข้อมูล
-
แผนที่และพิกัดตรวจโดยฝ่าย GIS
-
ข้อมูลความปลอดภัยตรวจโดยผู้รับผิดชอบพื้นที่
-
ข้อมูลกฎหมายและสถานะตรวจโดยฝ่ายกฎหมายหรือองค์กรบริหาร
-
การใช้ตราและอัตลักษณ์ตรวจตาม Brand Manual
ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับ รุ่นที่อนุมัติ ผู้ตรวจ วันที่เผยแพร่ และรายการแก้ไขในระบบหลักฐานตาม HowToUGGp-12
12. ใช้ตรา UNESCO อย่างถูกต้อง
พื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างเตรียมสมัครไม่มีสิทธิใช้ตรา UNESCO Global Geopark ในลักษณะที่สื่อว่าได้รับการรับรองแล้ว
เมื่อได้รับสถานะ การใช้ตรายังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ UNESCO โดยหน้าแนวทางการใช้ตราระบุว่า
-
ห้ามใช้ตรา UNESCO Global Geopark เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า
-
อุทยานธรณีไม่สามารถให้บุคคลที่สามใช้ตราได้
-
พันธมิตร เช่น บริษัทนำเที่ยวและร้านอาหาร ไม่มีสิทธิใช้ตรา UNESCO Global Geopark
-
การใช้ตราต้องเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของอุทยานธรณีและเป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
รายละเอียดต้องตรวจจากเอกสารฉบับปัจจุบันก่อนใช้งานทุกครั้ง UNESCO — Logo Guidelines and Terms of Use
พื้นที่สามารถพัฒนาตราเฉพาะของตนสำหรับเครือข่ายหรือผลิตภัณฑ์ตามนโยบายภายใน แต่ต้องออกแบบให้ไม่ทำให้สับสนกับตรา UNESCO และมีข้อตกลงควบคุมการใช้
13. เตรียมการสื่อสารภาวะวิกฤต
พื้นที่ควรกำหนดผู้มีอำนาจให้ข้อมูล ช่องทางหลัก และขั้นตอนตรวจสอบก่อนประกาศ เมื่อเกิดเหตุ เช่น
-
อุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ
-
การปิดแหล่งกะทันหัน
-
ข้อมูลทางวิชาการผิดพลาด
-
ความขัดแย้งกับชุมชน
-
การใช้ตราโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
การทำลายหรือเก็บวัตถุจากแหล่ง
-
ข่าวลวงหรือข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
ข้อความแรกควรระบุเฉพาะสิ่งที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่กำลังตรวจสอบ มาตรการที่ดำเนินการ และเวลาที่จะรายงานเพิ่มเติม หากยังไม่ทราบสาเหตุต้องระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ ห้ามคาดเดา
14. วัดผลการสื่อสาร
ไม่ควรวัดความสำเร็จจากยอดผู้ติดตามหรือยอดเข้าชมเพียงอย่างเดียว ควรติดตามทั้งการเข้าถึง ความเข้าใจ พฤติกรรม และความครอบคลุมของพื้นที่ เช่น
-
จำนวนจุดสำคัญที่มีอัตลักษณ์และข้อมูลครบ
-
สัดส่วนป้ายที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้
-
จำนวน QR Code และลิงก์ที่เปิดได้
-
จำนวนผู้ใช้เว็บไซต์และหน้าที่ค้นหามากที่สุด
-
ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับขอบเขตและสถานะ
-
ความสามารถของผู้เยี่ยมชมในการหาเส้นทาง
-
จำนวนข้อมูลผิดที่ได้รับการแก้ไข
-
การปฏิบัติตามกฎและข้อความด้านความปลอดภัย
-
ความครอบคลุมของภาษาและการเข้าถึง
-
ความพึงพอใจของชุมชนต่อการนำเสนออัตลักษณ์
คู่มือ Geotourism for UNESCO Global Geoparks เสนอให้ติดตามตัวชี้วัดออนไลน์ เช่น การเข้าชมเว็บไซต์ การมีส่วนร่วมในสื่อสังคม การนำเสนอผ่านสื่อ และความคิดเห็นของผู้เยี่ยมชม UNESCO — Geotourism Toolkit
15. หลักฐานที่ควรเตรียม
-
Brand Strategy และ Brand Identity Manual
-
Message House และคำศัพท์มาตรฐาน
-
ไฟล์ต้นฉบับและทะเบียนการใช้โลโก้
-
แผนสื่อสารและปฏิทินเนื้อหา
-
เว็บไซต์เฉพาะของอุทยานธรณี
-
แผนที่ แผ่นพับ และคู่มือผู้เยี่ยมชม
-
ทะเบียนป้ายและรายงานบำรุงรักษา
-
ภาพการมองเห็นตามจุดเข้าสู่พื้นที่และแหล่งสำคัญ
-
หลักฐานการตรวจเนื้อหาและการแปล
-
นโยบายใช้ตราพื้นที่และข้อตกลงกับพันธมิตร
-
ขั้นตอนสื่อสารภาวะวิกฤต
-
สถิติการเข้าถึงและผลประเมินความเข้าใจ
-
หลักฐานการแก้ไขจากข้อเสนอแนะ
หลักฐานต้องแสดงว่าสื่อสารทั่วทั้งพื้นที่และต่อเนื่อง ไม่ใช่จัดทำป้ายหรือเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อรับการประเมินเท่านั้น
แนวทางสำหรับพื้นที่ ควรเริ่มจากการตรวจทรัพย์สินการสื่อสารทั้งหมด จัดทำรายการชื่อและข้อมูลที่ไม่ตรงกัน กำหนดชื่อทางการและ Message House พัฒนา Brand Manual แล้วเลือกเส้นทางนำร่องเพื่อติดตั้งระบบป้ายและทดสอบการเดินทาง ก่อนขยายมาตรฐานไปทั่วพื้นที่
Checklist ความพร้อม
-
มีชื่อไทย อังกฤษ และสถานะที่ใช้ตรงกัน
-
อัตลักษณ์เชื่อมกับคุณค่าจริงของพื้นที่
-
มี Brand Identity Manual
-
มี Message House และแหล่งอ้างอิง
-
เว็บไซต์มีข้อมูลที่จำเป็นและเป็นปัจจุบัน
-
แผนที่สาธารณะตรงกับข้อมูล GIS
-
ระบบป้ายครอบคลุมจุดเข้าสู่พื้นที่และแหล่งสำคัญ
-
QR Code และลิงก์ผ่านการตรวจ
-
มีผู้รับผิดชอบอนุมัติเนื้อหาแต่ละประเภท
-
แยกตราพื้นที่ออกจากตรา UNESCO
-
มีแผนสื่อสารภาวะวิกฤต
-
วัดทั้งการเข้าถึง ความเข้าใจ และพฤติกรรม
-
มีงบประมาณบำรุงรักษาระยะยาว
การมองเห็นที่ดีไม่ใช่การวางโลโก้ให้มากที่สุด แต่คือการทำให้คนรู้ว่ากำลังอยู่ในพื้นที่ใด พื้นที่มีคุณค่าอะไร ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และสามารถมีส่วนร่วมดูแลมรดกนั้นได้อย่างไร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #GeoparkVisibility #GeoparkBranding #CorporateIdentity #BrandIdentity #ScienceCommunication #GeoparkSignage #GeoparkWebsite #GeoparkMap #HeritageCommunication #UbonGeopark #iok2u
------------------------
ที่มา
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
.

