การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและ Geo-products

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp)
HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและ Geo-products
ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมมรดกธรณีเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน สร้างรายได้ ถ่ายทอดเรื่องราว และทำให้ผู้เยี่ยมชมจดจำอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้ แต่การนำคำว่า “Geo” หรือ “Geopark” ไปติดบนสินค้าทุกชนิดไม่ได้ทำให้สินค้านั้นกลายเป็น Geo-product โดยอัตโนมัติ
ผลิตภัณฑ์ที่ดีควรบอกได้ว่าเกี่ยวข้องกับพื้นที่อย่างไร ใครเป็นผู้ผลิต ใช้ความรู้หรือวัตถุดิบใด มีเรื่องราวที่ตรวจสอบได้หรือไม่ ผลิตอย่างรับผิดชอบหรือไม่ และประโยชน์กลับไปถึงชุมชนอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ การพัฒนา Geo-product ต้องไม่ส่งเสริมการเก็บ ทำลาย หรือค้าขายวัตถุทางธรณีวิทยาที่ไม่เหมาะสม UNESCO ระบุว่าองค์กรบริหาร UNESCO Global Geopark ต้องไม่เข้าไปมีส่วนโดยตรงในการจำหน่ายวัตถุทางธรณีวิทยา เช่น ซากดึกดำบรรพ์ แร่ หินขัด และหินประดับในลักษณะร้านขายหิน และควรต่อต้านการค้าวัสดุธรณีอย่างไม่ยั่งยืน UNESCO Global Geoparks
ดังนั้น Geo-product ที่เหมาะสมควรสร้างคุณค่าจาก “เรื่องราว ความรู้ การออกแบบ ทักษะ และทรัพยากรที่ใช้อย่างรับผิดชอบ” ไม่ใช่นำมรดกธรณีออกจากแหล่งมาขาย
1. Geo-product คืออะไร
UNESCO ไม่มีคำนิยามทางกฎหมายเพียงรูปแบบเดียวที่บังคับให้ทุกพื้นที่ใช้คำว่า Geo-product เหมือนกันทั้งหมด ในทางปฏิบัติ คำนี้มักหมายถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงอย่างมีความหมายกับธรณีวิทยา ภูมิประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตของพื้นที่ Geo-product อาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
-
อาหารและเครื่องดื่มที่มีเรื่องราวเชื่อมกับภูมิประเทศหรือทรัพยากรท้องถิ่น
-
งานหัตถกรรมที่ใช้รูปทรง สี หรือลวดลายจากภูมิประเทศ
-
หนังสือ สมุด โปสการ์ด และสื่อการเรียนรู้
-
ของเล่นหรือชุดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์
-
เสื้อผ้า กระเป๋า หรือของใช้ที่ออกแบบจากอัตลักษณ์พื้นที่
-
ประสบการณ์นำเที่ยวและกิจกรรมเรียนรู้
-
หลักสูตร เวิร์กช็อป หรือกิจกรรมกับชุมชน
-
เมนูอาหารที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำ ภูมิประเทศ และวัฒนธรรม
ผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบทางธรณีวิทยาโดยตรงจึงจะเป็น Geo-product ได้ การใช้ “แนวคิดและเรื่องราว” มักปลอดภัยและสร้างสรรค์กว่าการนำหิน แร่ หรือซากดึกดำบรรพ์มาประกอบสินค้า
2. แยกประเภทผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
แนะนำให้จำแนกอย่างน้อยสี่ประเภท
2.1 ผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตร เช่น อาหารพื้นถิ่น ผลผลิตเกษตร ชาสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งสามารถเล่าความสัมพันธ์กับดิน น้ำ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาของชุมชนได้ อย่างไรก็ตาม ห้ามกล่าวอ้างว่าธรณีวิทยาทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติทางโภชนาการหรือสุขภาพเป็นพิเศษ หากไม่มีผลการวิจัยและการรับรองตามกฎหมาย
2.2 งานหัตถกรรมและงานออกแบบ ใช้สี รูปทรง ชั้นหิน ร่องรอยการกัดเซาะ หรือภูมิทัศน์เป็นแรงบันดาลใจ โดยไม่จำเป็นต้องนำวัสดุจากแหล่งธรณีมาผลิต
2.3 สื่อและผลิตภัณฑ์การเรียนรู้ เช่น แบบจำลอง การ์ดความรู้ หนังสือเด็ก ชุดทดลอง สมุดบันทึกภาคสนาม หรือเกมที่ใช้ข้อมูลซึ่งผ่านการตรวจสอบทางวิชาการ
2.4 บริการและประสบการณ์ เช่น การนำเที่ยว Geo-trail เวิร์กช็อปทำอาหาร กิจกรรมงานฝีมือ การเรียนรู้กับปราชญ์ชุมชน หรือกิจกรรมสำหรับโรงเรียน ซึ่งต้องเชื่อมกับระบบการศึกษาและความปลอดภัยของพื้นที่
3. เริ่มจากอัตลักษณ์ ไม่ใช่เริ่มจากสินค้า
ก่อนคิดว่าจะผลิตอะไร ควรรวบรวม “ทุนของพื้นที่” ได้แก่
-
ลักษณะธรณีวิทยาที่สำคัญ
-
รูปทรง สี และพื้นผิวของภูมิประเทศ
-
แม่น้ำ แหล่งน้ำ ดิน และทรัพยากร
-
ประวัติการตั้งถิ่นฐาน
-
อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น
-
งานฝีมือและทักษะของชุมชน
-
ตำนาน เรื่องเล่า และภาษาท้องถิ่น
-
อาชีพและการปรับตัวของคนกับสภาพพื้นที่
-
ประเด็นการอนุรักษ์ที่ต้องการสื่อสาร
จากนั้นเลือกเรื่องที่มีหลักฐาน มีเจ้าของความรู้ และสามารถนำไปพัฒนาโดยไม่กระทบสิทธิหรือคุณค่าของชุมชน การนำลวดลาย เรื่องเล่า หรือความรู้ดั้งเดิมไปใช้ต้องหารือกับเจ้าของวัฒนธรรม ระบุแหล่งที่มา และตกลงเรื่องประโยชน์ที่เหมาะสม ไม่ควรหยิบไปใช้เพียงเพราะเป็นข้อมูลที่คนทั่วไปเคยได้ยิน
4. ใช้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจ็ดขั้น
ขั้นที่ 1 ค้นหาเรื่องราว ระบุว่าผลิตภัณฑ์จะเชื่อมโยงกับแหล่ง กระบวนการทางธรณี ภูมิประเทศ หรือวิถีชุมชนเรื่องใด
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้อง ให้ผู้เชี่ยวชาญและชุมชนตรวจชื่อ กระบวนการเกิด อายุ เรื่องเล่า และความหมาย ห้ามใช้ข้อความอย่าง “เก่าแก่ที่สุด” “แห่งเดียวในโลก” หรือ “เกิดจากภูเขาไฟ” หากไม่มีหลักฐานรองรับ
ขั้นที่ 3 ร่วมออกแบบกับผู้ผลิต กำหนดรูปแบบ วัสดุ ราคา กลุ่มลูกค้า กำลังผลิต และผลกระทบ ไม่ควรออกแบบจากส่วนกลางแล้วมอบให้ชุมชนผลิตโดยไม่มีส่วนร่วม
ขั้นที่ 4 สร้างต้นแบบ ผลิตจำนวนน้อยเพื่อทดสอบรูปทรง การใช้งาน บรรจุภัณฑ์ ความปลอดภัย ความเข้าใจเรื่องราว และความเป็นไปได้ด้านต้นทุน
ขั้นที่ 5 ตรวจคุณภาพ ตรวจคุณภาพสินค้า ข้อมูลบนฉลาก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
ขั้นที่ 6 ทดลองตลาด เก็บความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ผู้เยี่ยมชม นักวิชาการ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยไม่ใช้เฉพาะความชอบของคณะทำงานเป็นเกณฑ์
ขั้นที่ 7 รับรองภายในและติดตาม หากผ่านเกณฑ์ของพื้นที่จึงทำข้อตกลงเป็นผลิตภัณฑ์พันธมิตร พร้อมกำหนดรอบตรวจและเงื่อนไขระงับสิทธิเมื่อไม่รักษามาตรฐาน
กระบวนการนี้เป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของ Mr. Rock ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับที่ UNESCO กำหนดเป็นลำดับตายตัว
5. จัดทำ Product Story Card
ผลิตภัณฑ์แต่ละรายการควรมี Product Story Card เพื่อป้องกันการสร้างเรื่องราวทางการตลาดที่คลาดเคลื่อน โดยบันทึกอย่างน้อย
|
รายการ |
ข้อมูลที่ต้องมี |
|---|---|
|
รหัสผลิตภัณฑ์ |
รหัสเฉพาะที่เชื่อมกับฐานข้อมูล |
|
ชื่อผลิตภัณฑ์ |
ชื่อไทย ภาษาอังกฤษ และชื่อท้องถิ่นถ้ามี |
|
ผู้ผลิต |
บุคคล กลุ่ม หรือวิสาหกิจที่รับผิดชอบ |
|
ความเชื่อมโยง |
แหล่งธรณี ธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือชุมชน |
|
เรื่องราวหลัก |
ข้อความที่ผ่านการตรวจสอบ |
|
แหล่งอ้างอิง |
งานวิจัย เอกสาร หรือผู้ให้ข้อมูล |
|
วัตถุดิบ |
แหล่งที่มาและข้อจำกัด |
|
วิธีผลิต |
ขั้นตอนสำคัญและทักษะท้องถิ่น |
|
มาตรฐาน |
กฎหมาย ใบอนุญาต หรือการตรวจคุณภาพ |
|
ผลประโยชน์ |
การจ้างงาน รายได้ หรือประโยชน์ต่อชุมชน |
|
ผลกระทบ |
ขยะ น้ำ พลังงาน บรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง |
|
สถานะ |
ทดลอง ผ่านเกณฑ์ ระงับ หรือยกเลิก |
ข้อมูลใน Product Story Card ต้องเชื่อมกับ Evidence Register ใน HowToUGGp-12
6. กำหนดเกณฑ์คัดเลือกอย่างโปร่งใส
เกณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์พันธมิตรควรประกาศล่วงหน้าและใช้กับทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม โดยอาจพิจารณา
-
มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อย่างชัดเจน
-
เรื่องราวถูกต้องและตรวจสอบได้
-
ผลิตในพื้นที่หรือสร้างประโยชน์แก่คนในพื้นที่
-
ไม่ทำลายหรือส่งเสริมการค้ามรดกธรณี
-
ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานผลิตภัณฑ์
-
มีคุณภาพและความปลอดภัยเหมาะสม
-
ใช้ทรัพยากรและบรรจุภัณฑ์อย่างรับผิดชอบ
-
เคารพวัฒนธรรมและเจ้าขององค์ความรู้
-
สื่อสารราคา แหล่งผลิต และส่วนประกอบอย่างโปร่งใส
-
ยินยอมให้ติดตามและปรับปรุงคุณภาพ
ไม่ควรคิดค่าธรรมเนียมสูงจนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงไม่ได้ และต้องมีกลไกอุทธรณ์หรือขอคำแนะนำหากผลิตภัณฑ์ยังไม่ผ่านเกณฑ์
7. ระวังการใช้หิน แร่ และซากดึกดำบรรพ์
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ใช้วัสดุที่เก็บจากแหล่งธรณีสำคัญมาเป็นสินค้า ของที่ระลึก หรือส่วนประกอบบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สามารถใช้ทางเลือก เช่น
-
ภาพถ่ายหรือภาพวาดชั้นหิน
-
ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิประเทศ
-
แบบจำลองจากวัสดุที่ผลิตขึ้นใหม่
-
สื่อดิจิทัลหรือภาพสามมิติ
-
วัสดุเหลือใช้ที่มีแหล่งที่มาถูกกฎหมายและผ่านการตรวจสอบ
-
วัตถุดิบทั่วไปสำหรับงานอุตสาหกรรมหรือครัวเรือนที่อยู่ภายใต้กฎหมาย
UNESCO กล่าวถึงข้อยกเว้นเกี่ยวกับการเก็บวัสดุทางธรณีเพื่อวิทยาศาสตร์หรือการศึกษาในสถานการณ์ที่มีเหตุผลชัดเจน ยั่งยืน ถูกกฎหมาย เปิดเผย และผ่านการพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ไม่ควรตีความข้อยกเว้นนี้เป็นการอนุญาตทั่วไปสำหรับผลิตของที่ระลึก UNESCO Global Geoparks
หากไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของวัสดุได้ ต้องไม่นำผลิตภัณฑ์นั้นเข้าร่วมโครงการ
8. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นสื่อการเรียนรู้
บรรจุภัณฑ์ควรอธิบายสั้น ๆ ว่า
-
ผลิตภัณฑ์มาจากใครและชุมชนใด
-
เชื่อมกับเรื่องราวของพื้นที่อย่างไร
-
ข้อเท็จจริงทางธรณีวิทยาที่ต้องการสื่อคืออะไร
-
ผู้ซื้อช่วยสนับสนุนชุมชนหรือการอนุรักษ์อย่างไร
-
มีวิธีใช้ เก็บรักษา หรือทิ้งบรรจุภัณฑ์อย่างไร
-
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ใด
QR Code สามารถเชื่อมไปยังเรื่องราวฉบับเต็ม วิดีโอ หรือเส้นทางเรียนรู้ได้ แต่ข้อมูลสำคัญ เช่น ผู้ผลิต ส่วนประกอบ วันหมดอายุ คำเตือน และข้อมูลตามกฎหมาย ต้องปรากฏบนฉลากตามข้อกำหนด ไม่ควรซ่อนไว้หลัง QR Code ทั้งหมด
9. แยกตราพื้นที่ออกจากตรา UNESCO
องค์กรบริหารสามารถพัฒนาเครื่องหมายหรือโลโก้เฉพาะของโครงการอุทยานธรณีเพื่อใช้กับพันธมิตรตามนโยบายของตน แต่ต้องตรวจสิทธิทางกฎหมายและกำหนดเงื่อนไขการใช้อย่างชัดเจน ตรา UNESCO Global Geopark ไม่ใช่ตรารับรองสินค้า และ UNESCO ระบุว่าพันธมิตร เช่น บริษัทนำเที่ยวหรือร้านอาหาร ไม่มีสิทธิใช้ตรา UNESCO Global Geopark รวมทั้งห้ามนำตราไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า UNESCO — Logo Guidelines and Terms of Use
ก่อนพื้นที่ได้รับการรับรอง ห้ามใช้ชื่อหรือภาพที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า UNESCO ได้รับรองพื้นที่หรือผลิตภัณฑ์แล้ว
เอกสารสมัครของ UNESCO เปิดให้พื้นที่อธิบายนโยบายตราสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ข้อตกลงกับพันธมิตร เกณฑ์คัดเลือก และการส่งเสริมการตลาด จึงควรจัดทำนโยบายเหล่านี้ก่อนยื่นสมัคร UNESCO — Application Dossier
10. ตรวจมาตรฐานตามประเภทผลิตภัณฑ์
การผ่านเกณฑ์ Geo-product ภายในพื้นที่ไม่สามารถใช้แทนกฎหมายหรือใบอนุญาตของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทได้ ตัวอย่างเรื่องที่ต้องตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
-
สุขลักษณะและความปลอดภัยอาหาร
-
ฉลาก ส่วนประกอบ และวันหมดอายุ
-
การกล่าวอ้างทางสุขภาพ
-
มาตรฐานที่พักหรือกิจกรรมท่องเที่ยว
-
ประกันภัยและความปลอดภัยของกิจกรรม
-
ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิในแบบผลิตภัณฑ์
-
การใช้ภาพ ชื่อ และภูมิปัญญาของชุมชน
-
ภาษี การจดทะเบียน และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
หากทีมอุทยานธรณีไม่มีความเชี่ยวชาญด้านใด ต้องส่งให้หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีอำนาจตรวจ ไม่ควรรับรองเองจากความเห็นทั่วไป
11. ทำข้อตกลงกับผู้ประกอบการ
ข้อตกลงควรระบุ
-
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต
-
ตราเฉพาะของพื้นที่ที่ใช้ได้
-
ตำแหน่งและรูปแบบการใช้ตรา
-
ระยะเวลาของข้อตกลง
-
มาตรฐานและหลักฐานที่ต้องส่ง
-
การตรวจเยี่ยมและการสุ่มตรวจ
-
การแจ้งเมื่อเปลี่ยนสูตร วัตถุดิบ หรือผู้ผลิต
-
ช่องทางรับข้อร้องเรียน
-
เงื่อนไขระงับหรือยกเลิกสิทธิ
-
การเรียกคืนสื่อหรือลบตราหลังสิ้นสุดข้อตกลง
รายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ควรเป็นปัจจุบันและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันสินค้าที่หมดสิทธิแล้วยังใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของพื้นที่
12. วัดประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง
ตัวชี้วัดไม่ควรมีเพียงจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัว แต่ควรพิจารณา
-
จำนวนผู้ผลิตและแรงงานท้องถิ่นที่มีรายได้
-
ยอดขายหรือคำสั่งซื้อเท่าที่เก็บข้อมูลได้
-
สัดส่วนวัตถุดิบและบริการที่จัดหาภายในพื้นที่
-
จำนวนผู้ประกอบการที่รักษามาตรฐาน
-
จำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวผ่านการตรวจสอบ
-
การลดวัสดุ บรรจุภัณฑ์ หรือของเสีย
-
ความเข้าใจของผู้ซื้อเกี่ยวกับพื้นที่
-
จำนวนข้อร้องเรียนและผลการแก้ไข
-
รายได้หรือทรัพยากรที่กลับไปสนับสนุนการอนุรักษ์
-
การกระจายประโยชน์ระหว่างชุมชนและกลุ่มผู้ผลิต
ห้ามระบุว่าผลิตภัณฑ์สร้างรายได้หรือยกระดับคุณภาพชีวิต หากมีเพียงการอบรมหรือเปิดตัว แต่ยังไม่มีข้อมูลผลลัพธ์จริง
13. หลักฐานที่ควรเตรียม
-
ทะเบียนผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์
-
Product Story Card
-
เอกสารอ้างอิงและผลตรวจเนื้อหา
-
เกณฑ์คัดเลือกและรายงานผลการพิจารณา
-
ผลทดสอบต้นแบบและความคิดเห็นผู้ใช้
-
ใบอนุญาตและเอกสารมาตรฐาน
-
หลักฐานแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
-
ข้อตกลงการใช้ตราเฉพาะของพื้นที่
-
รายงานตรวจติดตามผู้ประกอบการ
-
ข้อมูลยอดขาย การจ้างงาน และประโยชน์แก่ชุมชน
-
ข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
-
บันทึกข้อร้องเรียน การแก้ไข และการระงับสิทธิ
-
ตัวอย่างฉลาก บรรจุภัณฑ์ และสื่อประชาสัมพันธ์
หลักฐานทั้งหมดควรเชื่อมกับระบบฐานข้อมูลใน HowToUGGp-12 และแผนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนใน HowToUGGp-17
แนวทางเริ่มต้นคือสำรวจผลิตภัณฑ์เดิม เปิดรับผู้ผลิตอย่างโปร่งใส เลือกผลิตภัณฑ์นำร่องจำนวนที่ทีมสามารถดูแลได้ จัดทำ Product Story Card ตรวจความถูกต้องทางวิชาการและกฎหมาย ทดลองตลาด และติดตามผลก่อนขยายเครือข่าย
Checklist ความพร้อม
-
มีนิยามและเกณฑ์ Geo-product ของพื้นที่
-
ผลิตภัณฑ์เชื่อมกับอัตลักษณ์อย่างมีหลักฐาน
-
ผู้ผลิตและชุมชนร่วมออกแบบ
-
ไม่มีการทำลายหรือค้าสิ่งของทางธรณีที่ไม่เหมาะสม
-
วัตถุดิบมีแหล่งที่มาตรวจสอบได้
-
ผ่านกฎหมายและมาตรฐานตามประเภทสินค้า
-
เรื่องราวและฉลากผ่านการตรวจสอบ
-
มีข้อตกลงกับผู้ประกอบการ
-
แยกตราพื้นที่ออกจากตรา UNESCO
-
มีระบบตรวจติดตามและยกเลิกสิทธิ
-
วัดรายได้ การจ้างงาน และการกระจายประโยชน์
-
นำข้อร้องเรียนและข้อมูลตลาดไปปรับปรุง
Geo-product ที่ดีไม่ได้มีคุณค่าเพราะติดคำว่า “Geo” แต่มีคุณค่าเพราะช่วยเล่าเรื่องของพื้นที่อย่างถูกต้อง สร้างประโยชน์แก่ผู้ผลิตและชุมชน และไม่แลกความสำเร็จทางการตลาดกับการทำลายมรดกของโลก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
-
UNESCO — UNESCO Global Geoparks: Celebrating Earth Heritage, Sustaining Local Communities
-
Global Geoparks Network — Sustainable Development and Local Products
#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #GeoProduct #ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น #LocalProducts #CommunityEnterprise #GeoparkBranding #SustainableProduct #LocalEconomy #Geoheritage #CommunityBenefit #UbonGeopark #iok2u
------------------------
ที่มา
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
.

