iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

การประเมินความเสี่ยง ความปลอดภัย และขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

การประเมินความเสี่ยง ความปลอดภัย และขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่

แหล่งธรณีวิทยาหลายแห่งมีภูมิประเทศที่สวยงามและโดดเด่น แต่ลักษณะที่สร้างคุณค่าให้แหล่ง เช่น หน้าผา ชั้นหิน ถ้ำ น้ำตก ลำน้ำ หรือพื้นที่ที่เกิดการกัดเซาะ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เยี่ยมชมและชุมชนได้เช่นกัน การเตรียมพื้นที่เพื่อสมัคร UNESCO Global Geopark จึงไม่ใช่เพียงการเปิดแหล่งให้นักท่องเที่ยวเข้าชม แต่ต้องรู้ว่ามีอันตรายอะไร ใครอาจได้รับผลกระทบ มีมาตรการป้องกันอย่างไร และจำนวนผู้เยี่ยมชมระดับใดที่พื้นที่สามารถรองรับได้โดยไม่ทำลายมรดกธรณี สิ่งแวดล้อม หรือคุณภาพชีวิตของชุมชน

UNESCO อธิบายว่าอุทยานธรณีโลกมีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องภัยทางธรณีวิทยา เช่น ภูเขาไฟ แผ่นดินไหว และสึนามิ รวมทั้งสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและการลดความเสี่ยงของชุมชน อย่างไรก็ตาม ประเภทความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องประเมินจากข้อมูลและสภาพจริงของพื้นที่นั้น UNESCO Global Geoparks

1. แยกคำสำคัญให้ชัดเจน

การประเมินความเสี่ยงควรเริ่มจากการแยกความหมายของคำสำคัญ ได้แก่

  • ภัยหรืออันตราย (Hazard) คือสิ่งหรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย เช่น หินร่วง น้ำหลาก พื้นลื่น หรืออากาศร้อนจัด

  • การเปิดรับภัย (Exposure) คือคน ทรัพย์สิน หรือแหล่งมรดกที่อยู่ในบริเวณซึ่งอาจเกิดอันตราย

  • ความเปราะบาง (Vulnerability) คือเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ทางเดินไม่มีราวกั้น หรือพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

  • ความเสี่ยง (Risk) คือโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อภัยกระทบกับผู้ที่เปิดรับภัย

  • มาตรการควบคุม (Control) คือวิธีลดโอกาสเกิดเหตุหรือลดความรุนแรงของผลกระทบ

ตัวอย่างเช่น หน้าผาเป็นลักษณะภูมิประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นอุบัติเหตุ แต่หากผู้เยี่ยมชมสามารถเดินเข้าใกล้ขอบหน้าผาที่ไม่มีสิ่งกั้น ความเสี่ยงย่อมเพิ่มขึ้น

2. สำรวจอันตรายให้ครอบคลุม

ทีมงานควรสำรวจอันตรายในแต่ละแหล่งโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม และไม่จำกัดเฉพาะภัยทางธรณีวิทยา

2.1 อันตรายจากธรรมชาติและธรณีวิทยา

ตัวอย่างเช่น หินร่วง ดินถล่ม การพังทลายของหน้าผา น้ำป่า น้ำหลาก หลุมยุบ คลื่นลมแรง ฟ้าผ่า ไฟป่า และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระดับน้ำ

2.2 อันตรายจากเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวก

เช่น พื้นลื่น ทางลาดชัน บันไดชำรุด ราวกั้นไม่มั่นคง ป้ายไม่ชัด แสงสว่างไม่เพียงพอ ที่จอดรถไม่ปลอดภัย และเส้นทางอพยพถูกกีดขวาง

2.3 อันตรายจากพฤติกรรมผู้เยี่ยมชม

ตัวอย่างเช่น ปีนป่ายนอกเส้นทาง เข้าเขตหวงห้าม เก็บหินหรือซากดึกดำบรรพ์ ทิ้งขยะ จุดไฟ ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเข้าแหล่งในช่วงที่สภาพอากาศไม่เหมาะสม

2.4 อันตรายต่อทรัพยากรและชุมชน

ตัวอย่างเช่น จำนวนผู้เยี่ยมชมที่มากเกินไปอาจทำให้ชั้นหินหรือซากดึกดำบรรพ์เสียหาย เกิดการเหยียบย่ำพืชพรรณ ขยะ น้ำเสีย การจราจรติดขัด เสียงรบกวน หรือรบกวนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และวิถีชุมชน

3. จัดทำทะเบียนความเสี่ยงรายแหล่ง

ทุกแหล่งควรมี Risk Register หรือทะเบียนความเสี่ยงของตนเอง ไม่ควรใช้แบบประเมินฉบับเดียวแล้วสรุปแทนทั้งอุทยานธรณี

รายการ

ข้อมูลที่ควรบันทึก

รหัสความเสี่ยง

รหัสที่เชื่อมกับรหัสประจำแหล่ง

ตำแหน่ง

พิกัดหรือช่วงเส้นทางที่พบอันตราย

ลักษณะอันตราย

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นและสาเหตุ

ผู้ได้รับผลกระทบ

นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ ชุมชน หรือทรัพยากร

โอกาสเกิด

ระดับที่ประเมินจากข้อมูลและประวัติเหตุการณ์

ผลกระทบ

ผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน มรดก และสิ่งแวดล้อม

มาตรการที่มีอยู่

ป้าย ราวกั้น เจ้าหน้าที่ ระบบแจ้งเตือน หรือการปิดพื้นที่

ความเสี่ยงคงเหลือ

ระดับความเสี่ยงหลังใช้มาตรการ

ผู้รับผิดชอบ

บุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ

วันที่ทบทวน

วันที่ตรวจล่าสุดและกำหนดตรวจครั้งต่อไป

พื้นที่อาจใช้ตารางโอกาสเกิดและผลกระทบแบบ 3×3 หรือ 5×5 เป็นเครื่องมือภายในได้ แต่ต้องกำหนดความหมายของแต่ละระดับให้ชัดเจน ตัวเลขคะแนนดังกล่าวไม่ใช่คะแนนที่ UNESCO กำหนด

4. ใช้ลำดับชั้นของมาตรการควบคุม

เมื่อพบความเสี่ยง ไม่ควรเริ่มต้นและจบลงด้วยการติดป้ายเตือนเท่านั้น ควรพิจารณามาตรการตามลำดับดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงหรือกำจัดอันตราย เช่น ปิดเส้นทางที่ไม่ปลอดภัย

  2. แยกผู้เยี่ยมชมออกจากอันตราย เช่น เปลี่ยนแนวทางเดินหรือกำหนดเขตกันชน

  3. ปรับปรุงทางกายภาพ เช่น ราวกั้น พื้นกันลื่น จุดพัก หรือระบบระบายน้ำ

  4. ใช้มาตรการบริหาร เช่น จำกัดเวลา จำกัดจำนวนผู้เข้า อบรมผู้นำเที่ยว และตรวจสภาพอากาศ

  5. ใช้อุปกรณ์ป้องกัน สำหรับเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้

สิ่งก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ทำลายลักษณะทางธรณีวิทยา ภูมิทัศน์ หรือหลักฐานทางวิชาการของแหล่ง

5. จัดทำแผนฉุกเฉินที่ใช้งานได้จริง

แผนฉุกเฉินควรตอบได้อย่างน้อยว่า เมื่อเกิดเหตุใครเป็นผู้สั่งการ ใครแจ้งหน่วยกู้ภัย ผู้ประสบเหตุอยู่ที่ใด ใช้เส้นทางใดในการเข้าถึง และโรงพยาบาลหรือหน่วยช่วยเหลือที่เหมาะสมอยู่ที่ไหน ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย

  • หมายเลขฉุกเฉินและรายชื่อผู้ประสานงาน

  • จุดรวมพลและเส้นทางอพยพ

  • ตำแหน่งชุดปฐมพยาบาลและอุปกรณ์กู้ชีพ

  • วิธีแจ้งพิกัดของผู้ประสบเหตุ

  • พื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

  • วิธีปิดแหล่งหรือระงับกิจกรรม

  • วิธีสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • แบบบันทึกและรายงานอุบัติการณ์

ต้องมีการซ้อมแผนตามสถานการณ์ที่เป็นไปได้จริง หลังการซ้อมหรือเกิดเหตุควรทบทวนบทเรียนและแก้ไขแผน ไม่ควรมีเพียงเอกสารที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามไม่เคยเห็น

6. ขีดความสามารถในการรองรับไม่ใช่เลขเดียว

คู่มือ Geotourism for UNESCO Global Geoparks อธิบายแนวคิด Carrying Capacity ว่าเกี่ยวข้องกับจำนวนผู้เยี่ยมชมที่พื้นที่สามารถรองรับได้โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และประสบการณ์ของผู้มาเยือน UNESCO — Geotourism Toolkit อย่างไรก็ตาม การกำหนดความสามารถในการรองรับไม่ควรเลือกตัวเลขขึ้นมาโดยประมาณ ควรประเมินอย่างน้อยห้ามิติ ได้แก่

  1. ด้านกายภาพ — พื้นที่ทางเดิน จุดชมวิว ที่จอดรถ และห้องน้ำรองรับได้เท่าใด

  2. ด้านสิ่งแวดล้อม — จำนวนผู้ใช้ระดับใดเริ่มทำให้เกิดการกัดเซาะ ขยะ หรือน้ำเสีย

  3. ด้านมรดกธรณี — การสัมผัสหรือเข้าใกล้ในระดับใดทำให้แหล่งเสียหาย

  4. ด้านสังคมและชุมชน — จำนวนผู้เยี่ยมชมระดับใดเริ่มรบกวนวิถีชีวิตหรือเกิดความขัดแย้ง

  5. ด้านการบริหารและความปลอดภัย — เจ้าหน้าที่ ระบบขนส่ง และหน่วยฉุกเฉินรองรับได้เพียงใด

ค่าที่ต่ำที่สุดในช่วงเวลานั้นอาจเป็นข้อจำกัดสำคัญ เช่น ลานชมวิวอาจรองรับคนได้มาก แต่เส้นทางหนีฉุกเฉินหรือจำนวนเจ้าหน้าที่อาจรองรับได้น้อยกว่า

7. เก็บข้อมูลก่อนกำหนดจำนวนสูงสุด

ข้อมูลที่ควรเก็บ ได้แก่ จำนวนผู้เยี่ยมชมรายชั่วโมง ระยะเวลาที่อยู่ในแหล่ง จุดที่เกิดความหนาแน่น จำนวนรถ ขยะ การชำรุดของเส้นทาง เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ ข้อร้องเรียนของชุมชน และความพึงพอใจของผู้เยี่ยมชม ควรแยกข้อมูลระหว่างวันปกติ วันหยุด เทศกาล ฤดูฝน ฤดูแล้ง และช่วงที่มีกิจกรรมพิเศษ เพราะพื้นที่เดียวกันอาจรองรับผู้เยี่ยมชมได้ต่างกันตามฤดูกาลและสภาพอากาศ

หากยังไม่มีข้อมูลภาคสนามเพียงพอ ต้องระบุว่า “ยังไม่สามารถยืนยันขีดความสามารถในการรองรับได้” และเริ่มเก็บข้อมูล ไม่ควรกำหนดตัวเลขเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์หรือประกอบใบสมัครโดยไม่มีหลักฐาน

8. ใช้แนวทาง Limits of Acceptable Change

การบริหารผู้เยี่ยมชมไม่จำเป็นต้องถามเพียงว่า “รับได้กี่คน” แต่ควรถามว่า “ยอมให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงได้เพียงใด”

ตัวอย่างตัวชี้วัด ได้แก่

  • ความกว้างหรือความลึกของร่องทางเดิน

  • จำนวนจุดที่พบการขีดเขียนหรือทุบทำลาย

  • ปริมาณขยะต่อวัน

  • จำนวนอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ

  • เวลารอคอยบริเวณจุดชมวิว

  • จำนวนข้อร้องเรียนของชุมชน

  • สัดส่วนผู้เยี่ยมชมที่ออกนอกเส้นทาง

เมื่อค่าตัวชี้วัดถึงระดับเตือน ต้องมีมาตรการตอบสนอง เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่ ใช้ระบบจอง แบ่งรอบการเข้าชม เปลี่ยนเส้นทาง ปิดพักฟื้น หรือปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

9. การสื่อสารความเสี่ยงต้องเข้าใจง่าย

ป้ายเตือนควรบอกให้ชัดว่าอันตรายคืออะไร ผู้เยี่ยมชมต้องทำอะไร และห้ามทำอะไร ไม่ควรใช้เพียงข้อความว่า “โปรดใช้ความระมัดระวัง”

ควรใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสัญลักษณ์ที่เข้าใจง่ายตามกลุ่มผู้ใช้จริง ป้ายต้องติดก่อนเข้าสู่จุดเสี่ยง อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็น และได้รับการตรวจสภาพเป็นประจำ

ข้อมูลความปลอดภัยควรปรากฏทั้งที่ศูนย์บริการ เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ จุดจำหน่ายบัตร และทางเข้าแหล่ง เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมตัดสินใจก่อนเข้าสู่พื้นที่

10. หลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับการประเมิน

ทีมประเมินภาคสนามอาจพิจารณาทั้งสภาพจริงและความสามารถในการบริหารพื้นที่ ดังนั้นควรเตรียมหลักฐาน เช่น

  • แผนที่จุดเสี่ยงและเส้นทางอพยพ

  • ทะเบียนความเสี่ยงรายแหล่ง

  • รายงานตรวจสภาพเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • แผนฉุกเฉินและรายงานการซ้อม

  • บันทึกอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ

  • ข้อมูลจำนวนผู้เยี่ยมชมและผลกระทบ

  • หลักเกณฑ์เปิด–ปิดพื้นที่

  • ภาพก่อนและหลังแก้ไขจุดเสี่ยง

  • หลักฐานการอบรมเจ้าหน้าที่และผู้นำเที่ยว

  • บันทึกการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน

รายงานของ UNESCO Global Geoparks Council หลายฉบับให้ความสำคัญกับทางเข้าที่ปลอดภัย ป้ายเตือน การสำรวจอันตรายจากหินร่วง และการติดตามจำนวนผู้เยี่ยมชม แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยต้องปรากฏในการดำเนินงานจริง ไม่ใช่มีเฉพาะในแผนงาน Council 3rd Session, Council 8th Session, Council 9th Session

แนวทาง 

พื้นที่ริมแม่น้ำ หน้าผา แก่งหิน น้ำตก และเส้นทางธรรมชาติอาจมีความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล แต่ Mr. Rock ยังไม่มีข้อมูลสำรวจทางวิศวกรรม สถิติอุบัติเหตุ ข้อมูลจำนวนผู้เยี่ยมชม และผลการประเมินรายแหล่งที่ยืนยันได้ครบถ้วน จึงไม่สามารถระบุระดับความเสี่ยงหรือจำนวนผู้เยี่ยมชมสูงสุดของแต่ละแหล่งได้ แนวทางที่ควรดำเนินการคือแบ่งทีมสำรวจรายแหล่ง ใช้รหัสแหล่งเดียวกับฐานข้อมูลใน HowToUGGp-12 ถ่ายภาพและบันทึกพิกัดจุดเสี่ยง จัดทำ Risk Register ทดลองเก็บจำนวนผู้เยี่ยมชม และกำหนดมาตรการเปิด–ปิดพื้นที่ตามฤดูกาลโดยผู้มีอำนาจและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

Checklist ความพร้อม

ก่อนเปิดแหล่งหรือรับการประเมินควรตรวจว่า

  • สำรวจอันตรายครบทุกเส้นทางแล้ว

  • มีผู้รับผิดชอบความเสี่ยงแต่ละรายการ

  • จุดเสี่ยงสูงได้รับการแก้ไขหรือปิดกั้น

  • มีแผนฉุกเฉินและผ่านการซ้อม

  • เจ้าหน้าที่สื่อสารพิกัดและเรียกความช่วยเหลือได้

  • ป้ายเตือนอ่านง่ายและอยู่ก่อนถึงจุดอันตราย

  • มีข้อมูลผู้เยี่ยมชมและผลกระทบตามฤดูกาล

  • มีเกณฑ์จำกัดจำนวนหรือปิดพื้นที่

  • มีระบบรายงานอุบัติเหตุและเหตุเกือบเกิดอุบัติเหตุ

  • ทบทวนความเสี่ยงหลังฝนตกหนัก ภัยธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่

ความปลอดภัยไม่ใช่อุปสรรคต่อการท่องเที่ยว แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการบริหารอุทยานธรณีอย่างรับผิดชอบ ส่วนขีดความสามารถในการรองรับไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ได้ตลอดไป แต่เป็นผลจากข้อมูลจริง การติดตาม และการปรับมาตรการให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO — UNESCO Global Geoparks

  2. UNESCO — Geotourism for UNESCO Global Geoparks: A Toolkit

  3. UNESCO — Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks

  4. UNESCO — 101 Questions Checklist

  5. UNESCO — Checklist Explanatory Notes

  6. UNESCO — Global Geoparks Council, Third Session Report

  7. UNESCO — Global Geoparks Council, Seventh Session Report

  8. UNESCO — Global Geoparks Council, Eighth Session Report

  9. UNESCO — Global Geoparks Council, Ninth Session Report

  10. UN Tourism — Global Code of Ethics for Tourism

#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #GeoparkSafety #RiskAssessment #VisitorSafety #CarryingCapacity #VisitorManagement #Geohazards #DisasterRiskReduction #RiskRegister #SustainableTourism #UbonGeopark #iok2u

------------------------

 

HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward