การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp)
HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
UNESCO Global Geopark ไม่ใช่โครงการอนุรักษ์ที่หน่วยงานหนึ่งกำหนดขึ้นแล้วขอให้ชุมชนปฏิบัติตาม แต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และภาคีต่าง ๆ ร่วมกันดูแลมรดกธรณีและนำคุณค่าของพื้นที่ไปใช้ในการศึกษา การท่องเที่ยว และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แนวทางการดำเนินงานของ UNESCO ให้ความสำคัญกับกระบวนการจากล่างขึ้นบน หรือ Bottom-up Approach โดยให้ชุมชนท้องถิ่นและชนพื้นเมืองเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในการบริหารอุทยานธรณี ไม่ใช่เป็นเพียงผู้เข้าร่วมประชุมหรือผู้รับข้อมูลจากโครงการเท่านั้น UNESCO — Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks
ดังนั้น การมีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมหรือภาพถ่ายกิจกรรมจำนวนมากยังไม่เพียงพอ พื้นที่ต้องแสดงให้เห็นว่าเสียงของผู้เกี่ยวข้องถูกนำไปใช้ในการตัดสินใจอย่างไร ใครมีบทบาทอะไร และชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากการดำเนินงานหรือไม่
1. การมีส่วนร่วมที่แท้จริงคืออะไร
การมีส่วนร่วมมีหลายระดับ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลไปจนถึงการร่วมตัดสินใจและเป็นเจ้าของกิจกรรม พื้นที่ควรแยกแต่ละระดับให้ชัดเจน ได้แก่
-
รับรู้ข้อมูล — ชุมชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจได้
-
ให้ข้อมูล — ชุมชนให้ข้อมูลพื้นที่ ประวัติ เรื่องเล่า และปัญหาที่พบ
-
ให้ความคิดเห็น — มีเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อแผนหรือกิจกรรม
-
ร่วมออกแบบ — ชุมชนช่วยกำหนดเส้นทาง สื่อ กิจกรรม หรือมาตรการ
-
ร่วมตัดสินใจ — ตัวแทนชุมชนมีบทบาทในคณะทำงานหรือองค์กรบริหาร
-
ร่วมดำเนินงาน — ชุมชนเป็นผู้นำเที่ยว ผู้ผลิต ผู้สื่อความหมาย หรือผู้ดูแลแหล่ง
-
ร่วมติดตามและรับประโยชน์ — ชุมชนตรวจสอบผลกระทบและได้รับประโยชน์ที่เป็นธรรม
ระดับข้างต้นเป็นกรอบการทำงานที่ Mr. Rock เสนอเพื่อช่วยวิเคราะห์คุณภาพการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ระดับคะแนนที่ UNESCO กำหนด
2. ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครบ
ขั้นตอนแรก คือ จัดทำ Stakeholder Register หรือทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยไม่เลือกเฉพาะหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ แต่ต้องครอบคลุมผู้ที่อาจได้รับประโยชน์ ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับพื้นที่
กลุ่มสำคัญอาจประกอบด้วย
-
ชุมชนที่ตั้งอยู่ภายในและรอบขอบเขตอุทยานธรณี
-
เจ้าของที่ดินและผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่
-
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำ และที่ดิน
-
สถานศึกษา มหาวิทยาลัย และนักวิจัย
-
โรงเรียน ครู เยาวชน และกลุ่มการเรียนรู้
-
ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร และการขนส่ง
-
ช่างฝีมือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ และวิสาหกิจชุมชน
-
พระสงฆ์ ผู้นำศาสนา ผู้นำวัฒนธรรม และปราชญ์ท้องถิ่น
-
กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มที่อาจเข้าถึงกระบวนการได้ยาก
-
นักท่องเที่ยว อาสาสมัคร และองค์กรภาคประชาสังคม
-
หน่วยกู้ภัย หน่วยสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย
หากพื้นที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนพื้นเมือง ต้องออกแบบกระบวนการที่เคารพสิทธิ วัฒนธรรม ภาษา ความรู้ดั้งเดิม และวิธีตัดสินใจของกลุ่มนั้น โดยตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามบริบทของประเทศและพื้นที่
3. วิเคราะห์บทบาทและผลกระทบ
ไม่ควรเชิญทุกคนเข้าร่วมด้วยวิธีเดียวกัน เพราะแต่ละกลุ่มมีความสนใจ อำนาจ ความรู้ และผลกระทบแตกต่างกัน ควรจัดทำ Stakeholder Matrix เพื่อกำหนดวิธีทำงานที่เหมาะสม
|
กลุ่ม |
สิ่งที่เกี่ยวข้อง |
สิ่งที่อาจได้รับผลกระทบ |
บทบาทที่ควรมี |
วิธีมีส่วนร่วม |
|---|---|---|---|---|
|
ชุมชนเจ้าของพื้นที่ |
วิถีชีวิตและทรัพยากร |
การใช้ที่ดิน นักท่องเที่ยว |
ร่วมตัดสินใจและดำเนินงาน |
เวทีชุมชนและตัวแทนในคณะทำงาน |
|
เจ้าของที่ดิน |
สิทธิและการเข้าถึง |
เส้นทางหรือกิจกรรม |
ให้ความยินยอมและกำหนดเงื่อนไข |
หารือรายแปลงและทำข้อตกลง |
|
นักวิชาการ |
ความถูกต้องของข้อมูล |
คุณภาพการสื่อความหมาย |
ตรวจสอบข้อมูลและฝึกอบรม |
คณะวิชาการและการสำรวจร่วม |
|
ผู้ประกอบการ |
รายได้และบริการ |
กฎหรือมาตรฐานใหม่ |
พัฒนาบริการอย่างรับผิดชอบ |
เครือข่ายธุรกิจและหลักสูตรพัฒนา |
|
เยาวชน |
การเรียนรู้และอนาคตพื้นที่ |
โอกาสเข้าถึงกิจกรรม |
ผู้เรียนรู้และผู้สื่อสาร |
สโมสรเยาวชนและโครงงานท้องถิ่น |
ตารางนี้ควรระบุผู้รับผิดชอบติดต่อ ช่องทางสื่อสาร ความถี่ในการพบปะ และประเด็นที่ต้องติดตามด้วย
4. เริ่มจากการอธิบายให้เข้าใจตรงกัน
หลายพื้นที่เริ่มประชุมด้วยคำถามว่า “เห็นด้วยกับการเป็น UNESCO Global Geopark หรือไม่” ทั้งที่ผู้เข้าร่วมยังไม่เข้าใจว่าอุทยานธรณีคืออะไร มีผลต่อสิทธิในที่ดินอย่างไร หรือชุมชนต้องรับผิดชอบอะไร ก่อนขอความคิดเห็น ควรอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า
-
UNESCO Global Geopark คืออะไรและไม่ใช่อะไร
-
การได้รับสถานะไม่ได้หมายถึงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ UNESCO
-
ขอบเขตที่เสนอครอบคลุมพื้นที่ใด
-
มีกฎหมายและมาตรการเดิมใดใช้บังคับอยู่
-
ชุมชนจะมีบทบาทและโอกาสอะไร
-
อาจเกิดผลกระทบหรือข้อจำกัดใด
-
ใครเป็นองค์กรบริหารและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
-
ความคิดเห็นหรือข้อคัดค้านจะได้รับการพิจารณาอย่างไร
ข้อมูลเหล่านี้ต้องสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์วิชาการมากเกินไป และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมซักถามก่อนแสดงความคิดเห็น
5. ออกแบบกระบวนการให้ครอบคลุมทุกช่วง
การมีส่วนร่วมไม่ควรเกิดเฉพาะช่วงเตรียมใบสมัคร แต่ต้องต่อเนื่องตลอดวงจรการบริหาร
ระยะที่หนึ่ง: สำรวจและรับฟัง
เก็บข้อมูลความต้องการ ความกังวล ความรู้ท้องถิ่น ผู้ดูแลแหล่ง และการใช้ประโยชน์เดิม ห้ามนำเรื่องเล่าหรือภูมิปัญญาของชุมชนไปเผยแพร่โดยไม่ระบุแหล่งที่มาและไม่ได้รับอนุญาตตามความเหมาะสม
ระยะที่สอง: ร่วมกำหนดทิศทาง
ให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ ขอบเขต เป้าหมาย แหล่งสำคัญ ประเด็นอนุรักษ์ และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
ระยะที่สาม: ร่วมวางแผน
กำหนดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ ตัวชี้วัด และข้อตกลงการใช้พื้นที่ ต้องระบุว่าเรื่องใดชุมชนตัดสินใจได้ เรื่องใดต้องเป็นอำนาจของหน่วยงานตามกฎหมาย
ระยะที่สี่: ร่วมดำเนินงาน
พัฒนาผู้นำเที่ยว นักสื่อความหมาย ผู้ประกอบการ เยาวชน และผู้ดูแลแหล่ง ให้ชุมชนมีบทบาทที่ชัดเจนและได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตามข้อตกลง
ระยะที่ห้า: ร่วมติดตามและปรับปรุง
นำผลการดำเนินงานกลับไปแจ้งชุมชน เปิดเผยสิ่งที่ทำสำเร็จ สิ่งที่ล่าช้า และสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ พร้อมเหตุผล จากนั้นนำข้อเสนอไปปรับแผนรอบต่อไป
6. สร้างช่องทางการมีส่วนร่วมหลายรูปแบบ
การจัดประชุมใหญ่เพียงรูปแบบเดียวอาจทำให้บางกลุ่มไม่ได้แสดงความคิดเห็น ควรใช้หลายช่องทางร่วมกัน เช่น
-
เวทีหมู่บ้านหรือชุมชน
-
การประชุมกลุ่มย่อยตามอาชีพหรือประเด็น
-
การเดินสำรวจแหล่งร่วมกัน
-
การสัมภาษณ์เจ้าของที่ดินและปราชญ์ท้องถิ่น
-
แบบสอบถามทั้งออนไลน์และกระดาษ
-
เวทีสำหรับเด็ก เยาวชน และกลุ่มที่มักไม่ได้รับโอกาสพูด
-
คณะทำงานรายแหล่งหรือรายตำบล
-
ช่องทางรับข้อเสนอและข้อร้องเรียนตลอดปี
-
การรายงานผลผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และป้ายชุมชน
ควรจัดเวลาและสถานที่ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่กำหนดประชุมในช่วงที่คนส่วนใหญ่ต้องประกอบอาชีพ และควรสนับสนุนการเดินทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อจำเป็น
7. เชื่อมเสียงของชุมชนกับการตัดสินใจ
หัวใจสำคัญไม่ใช่จำนวนครั้งที่ประชุม แต่คือความสามารถในการตรวจสอบว่าแต่ละความคิดเห็นถูกนำไปจัดการอย่างไร
ควรจัดทำ Comment–Response Matrix เช่น
|
ข้อเสนอหรือข้อกังวล |
ผู้เสนอ |
การพิจารณา |
การตัดสินใจ |
เหตุผล |
ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|---|
|
ขอเปลี่ยนเส้นทางไม่ให้ผ่านพื้นที่เกษตร |
กลุ่มเกษตรกร |
สำรวจเส้นทางใหม่ |
ปรับเส้นทาง |
ลดผลกระทบต่อการผลิต |
ฝ่ายพื้นที่ |
|
ขอจำกัดนักท่องเที่ยวช่วงพิธีชุมชน |
ผู้นำชุมชน |
หารือปฏิทินประเพณี |
จำกัดตามช่วงเวลา |
เคารพการใช้พื้นที่ของชุมชน |
ฝ่ายท่องเที่ยว |
|
ขอเปิดร้านค้าเพิ่มในเขตอนุรักษ์ |
ผู้ประกอบการ |
ตรวจข้อกฎหมายและผลกระทบ |
ไม่อนุมัติในจุดเดิม |
กระทบแหล่งและผิดเงื่อนไขพื้นที่ |
องค์กรบริหาร |
หากไม่รับข้อเสนอ ต้องอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรบันทึกเพียงว่า “รับทราบ”
8. กำหนดตัวแทนและอำนาจหน้าที่
ตัวแทนชุมชนในคณะกรรมการต้องมีบทบาทจริง ไม่ใช่มีชื่อเพื่อให้โครงสร้างดูครบ ควรกำหนดวิธีคัดเลือก วาระ หน้าที่ สิทธิออกเสียง การรายงานกลับชุมชน และการเปลี่ยนตัวแทนอย่างชัดเจน
ควรป้องกันไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มใดผูกขาดการตัดสินใจหรือผลประโยชน์ โดยเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการ ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง และมติสำคัญเท่าที่กฎหมายอนุญาต
เอกสารสมัคร UNESCO ขอให้พื้นที่อธิบายวิธีสร้างความสัมพันธ์กับชนพื้นเมืองหรือชุมชนท้องถิ่น ดังนั้นโครงสร้างและกระบวนการมีส่วนร่วมต้องสามารถอธิบายและแสดงหลักฐานได้ UNESCO — Application Dossier
9. ทำให้ประโยชน์เกิดขึ้นในพื้นที่
การมีส่วนร่วมจะไม่ยั่งยืนหากชุมชนรับภาระจากนักท่องเที่ยว แต่ผลประโยชน์ไปอยู่กับผู้ประกอบการภายนอกทั้งหมด ควรวางระบบให้เกิดประโยชน์ในท้องถิ่น เช่น
-
การจ้างผู้นำเที่ยวและนักสื่อความหมายท้องถิ่น
-
การใช้วัตถุดิบและบริการของชุมชน
-
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์อย่างถูกต้อง
-
การเพิ่มทักษะด้านภาษา ความปลอดภัย และการบริหารธุรกิจ
-
การสนับสนุนเยาวชนให้เรียนรู้และกลับมาทำงานในพื้นที่
-
การนำรายได้บางส่วนกลับไปดูแลแหล่งตามข้อตกลงที่โปร่งใส
ไม่ควรรับรองล่วงหน้าว่าทุกคนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หากยังไม่มีข้อมูลผลลัพธ์ ต้องระบุว่าเป็นเป้าหมายหรือแผนงาน ไม่ใช่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว
10. มีกลไกรับข้อร้องเรียนและจัดการความขัดแย้ง
พื้นที่ควรมีช่องทางรับข้อร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และไม่ทำให้ผู้ร้องเสียประโยชน์ โดยกำหนดขั้นตอนรับเรื่อง ตรวจสอบ ตอบกลับ อุทธรณ์ และปิดเรื่องอย่างชัดเจน
ประเด็นร้องเรียนอาจเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน เสียงรบกวน การจราจร การแบ่งผลประโยชน์ การใช้เรื่องเล่าของชุมชน หรือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ข้อมูลร้องเรียนควรนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับแผน ไม่ควรใช้เพียงรายงานว่ามีเรื่องร้องเรียนกี่เรื่อง
11. หลักฐานการมีส่วนร่วมต้องแสดงผลลัพธ์
หลักฐานที่ควรจัดเก็บประกอบด้วย
-
ทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการวิเคราะห์บทบาท
-
หนังสือเชิญ วาระ และเอกสารประกอบที่ส่งล่วงหน้า
-
รายชื่อผู้เข้าร่วมที่จำแนกกลุ่มอย่างเหมาะสม
-
รายงานการประชุมที่บันทึกทั้งข้อสนับสนุนและข้อคัดค้าน
-
ภาพถ่ายหรือบันทึกการสำรวจร่วม
-
Comment–Response Matrix
-
มติ ข้อตกลง และผู้รับผิดชอบ
-
หลักฐานว่าข้อเสนอถูกนำไปแก้ไขแผนหรือกิจกรรม
-
ข้อมูลการจ้างงาน รายได้ หรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง
-
บันทึกข้อร้องเรียน การตอบกลับ และการแก้ไข
-
ผลประเมินความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของชุมชน
แนวทางการตรวจภาคสนามของ UNESCO ระบุว่าผู้ประเมินจะพบกับหน่วยงานระดับชาติและท้องถิ่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชน รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ระบุในใบสมัคร ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องควรเข้าใจโครงการจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่ท่องข้อความเพื่อเตรียมตอบผู้ประเมิน UNESCO — Field Evaluation Guidelines
12. ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
ตัวชี้วัดไม่ควรนับเพียงจำนวนประชุมหรือจำนวนผู้เข้าร่วม แต่ควรพิจารณาคุณภาพและผลลัพธ์ เช่น
-
สัดส่วนกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าถึงกระบวนการ
-
จำนวนข้อเสนอที่ได้รับการตอบกลับพร้อมเหตุผล
-
จำนวนข้อเสนอที่นำไปปรับแผนหรือกิจกรรม
-
จำนวนชุมชนที่มีตัวแทนในกลไกตัดสินใจ
-
จำนวนคนท้องถิ่นที่ได้รับการฝึกอบรมและมีบทบาทจริง
-
มูลค่าการจัดซื้อหรือการจ้างงานที่เกิดขึ้นในพื้นที่
-
ระดับความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่ออุทยานธรณี
-
จำนวนข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไขตามระยะเวลา
-
ผลกระทบเชิงลบที่ชุมชนรายงานและมาตรการแก้ไข
ค่าเป้าหมายต้องกำหนดจากข้อมูลฐานและศักยภาพของพื้นที่ ไม่ควรใช้ตัวเลขที่สร้างขึ้นโดยไม่มีผลสำรวจรองรับ
Checklist ความพร้อม ก่อนยื่นสมัครควรตรวจว่า
-
ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครบทั้งผู้สนับสนุนและผู้ได้รับผลกระทบ
-
ชุมชนเข้าใจความหมายและผลของการเป็นอุทยานธรณี
-
มีตัวแทนชุมชนในกระบวนการตัดสินใจ
-
มีช่องทางเข้าร่วมมากกว่าการประชุมใหญ่
-
บันทึกข้อสนับสนุน ข้อกังวล และข้อคัดค้านอย่างครบถ้วน
-
ทุกข้อเสนอมีการตอบกลับพร้อมเหตุผล
-
มีหลักฐานว่าความคิดเห็นถูกนำไปใช้
-
มีกลไกรับข้อร้องเรียนและจัดการความขัดแย้ง
-
ผลประโยชน์แก่ชุมชนสามารถตรวจสอบได้
-
กระบวนการดำเนินต่อเนื่องหลังส่งใบสมัคร
การมีส่วนร่วมที่ดีไม่ใช่การทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับทุกเรื่อง แต่คือการทำให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูล มีโอกาสแสดงความคิดเห็น เข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจ และมีบทบาทที่เหมาะสมในการดูแลอนาคตของพื้นที่ร่วมกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #CommunityEngagement #StakeholderParticipation #BottomUpApproach #ชุมชนมีส่วนร่วม #ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย #LocalCommunity #GeoparkManagement #SustainableDevelopment #CommunityBenefit #UbonGeopark #iok2u
------------------------
ที่มา
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
.

