iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

จัดทำฐานข้อมูลและระบบหลักฐานสำหรับการบริหารและการสมัคร UNESCO Global Geopark

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

จัดทำฐานข้อมูลและระบบหลักฐานสำหรับการบริหารและการสมัคร UNESCO Global Geopark

การสมัครเป็น UNESCO Global Geopark ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความโดดเด่นทางธรณีวิทยาของพื้นที่ แต่พิจารณาด้วยว่าพื้นที่มีการบริหารจัดการจริง มีการดำเนินงานต่อเนื่อง และสามารถแสดงหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ เอกสารสมัคร แผนที่ รายงานกิจกรรม รายชื่อผู้เข้าร่วม หนังสือรับรอง ภาพถ่าย ข้อมูลแหล่งธรณีวิทยา และผลการติดตามงานจึงต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ หากข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล กลุ่มสนทนา หรือแฟ้มของหลายหน่วยงาน พื้นที่อาจมีผลงานจริงแต่ไม่สามารถนำเสนอหลักฐานได้อย่างน่าเชื่อถือ

UNESCO ไม่ได้กำหนดว่าพื้นที่ต้องซื้อโปรแกรมฐานข้อมูลยี่ห้อใด หรือใช้ระบบสารสนเทศรูปแบบเดียวกันทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เอกสารสมัคร แผนที่ ภาคผนวก แบบประเมินตนเอง และหลักฐานที่นำเสนอระหว่างการประเมินภาคสนามต้องมีความถูกต้อง สอดคล้อง อ่านได้ชัดเจน และตรวจสอบได้

ดังนั้น เป้าหมายของบทนี้จึงไม่ใช่เพียง “การเก็บไฟล์” แต่คือการสร้างระบบที่ตอบได้ว่า ข้อมูลแต่ละรายการคืออะไร มาจากไหน ใครรับผิดชอบ ใช้สนับสนุนข้อกำหนดข้อใด ผ่านการตรวจสอบเมื่อใด และฉบับใดเป็นฉบับปัจจุบัน

1. ฐานข้อมูลกับระบบหลักฐานต่างกันอย่างไร

ฐานข้อมูล คือ ระบบสำหรับจัดเก็บและค้นคืนข้อมูล เช่น รายชื่อแหล่งธรณีวิทยา พิกัด ข้อมูลเจ้าของที่ดิน โครงการ กิจกรรม เครือข่าย และผลการติดตาม

ระบบหลักฐาน คือ กลไกที่เชื่อม “ข้อความหรือข้อกล่าวอ้าง” เข้ากับเอกสารต้นทางที่พิสูจน์ข้อความนั้นได้ เช่น

ข้อกล่าวอ้าง: พื้นที่มีคณะกรรมการบริหารที่มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน

หลักฐาน: คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ข้อกำหนดหน้าที่ รายงานการประชุม และแผนงานที่ได้รับอนุมัติ

การมีไฟล์จำนวนมากจึงไม่ได้หมายความว่ามีระบบหลักฐาน หากไม่ทราบว่าไฟล์นั้นใช้ตอบข้อกำหนดใด เป็นฉบับล่าสุดหรือไม่ และใครเป็นผู้รับรองความถูกต้อง

2. กำหนดหมวดฐานข้อมูลกลาง

แนะนำให้จัดโครงสร้างฐานข้อมูลอย่างน้อย 11 หมวด ดังนี้

  1. ทะเบียนแหล่งธรณีวิทยาและแหล่งมรดก

    ชื่อแหล่ง ที่ตั้ง พิกัด ลักษณะทางธรณีวิทยา คุณค่า สถานภาพการอนุรักษ์ ภัยคุกคาม และผู้ดูแล

  2. ข้อมูลขอบเขตและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

    แนวเขต พื้นที่ ตำบล อำเภอ การใช้ที่ดิน เส้นทาง ถนน แหล่งบริการ และข้อมูลภูมิประเทศ

  3. กฎหมาย สิทธิในที่ดิน และมาตรการคุ้มครอง

    เจ้าของหรือผู้ครอบครอง หน่วยงานกำกับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หนังสืออนุญาต และข้อตกลงความร่วมมือ

  4. องค์กรบริหารและบุคลากร

    โครงสร้างองค์กร คำสั่งแต่งตั้ง หน้าที่ บุคลากร ผู้ประสานงาน งบประมาณ และช่องทางตัดสินใจ

  5. แผนบริหารจัดการและโครงการ

    เป้าหมาย แผนงาน โครงการ ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา งบประมาณ ผลผลิต และผลลัพธ์

  6. กิจกรรมและการมีส่วนร่วม

    วันที่ สถานที่ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย รายชื่อผู้เข้าร่วม ภาพถ่าย รายงาน และข้อเสนอแนะ

  7. การศึกษาและการสื่อความหมาย

    หลักสูตร คู่มือ ป้าย เส้นทางเรียนรู้ สื่อออนไลน์ วิทยากร โรงเรียน และจำนวนผู้ใช้ประโยชน์

  8. การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    เส้นทางท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ ชุมชน มาตรฐานบริการ และข้อมูลผู้เยี่ยมชม

  9. การติดตามและประเมินผล

    ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย ผลการดำเนินงาน ปัญหา การแก้ไข และเอกสารยืนยันผล

  10. งานวิจัยและเอกสารอ้างอิง

    บทความวิชาการ รายงานสำรวจ แผนที่ธรณีวิทยา วิทยานิพนธ์ ฐานข้อมูล และเจ้าของลิขสิทธิ์

  11. เอกสารสมัครและภาคผนวก

    แบบสมัคร แบบประเมินตนเอง แผนที่ สรุปข้อมูลพื้นที่ เอกสารความสำคัญระดับนานาชาติ และหลักฐานประกอบแต่ละหัวข้อ

3. สร้างรหัสกลางสำหรับเชื่อมข้อมูล

ข้อมูลหนึ่งรายการควรมีรหัสเฉพาะ เพื่อป้องกันการสับสนจากชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น แหล่งเดียวกันอาจมีชื่อทางราชการ ชื่อชุมชน และชื่อที่ใช้ประชาสัมพันธ์

ตัวอย่างรหัสภายในที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่

  • GEO-001 สำหรับแหล่งธรณีวิทยา

  • ACT-2026-001 สำหรับกิจกรรม

  • DOC-2026-001 สำหรับเอกสาร

  • MAP-001 สำหรับแผนที่

  • PAR-001 สำหรับองค์กรภาคี

  • KPI-001 สำหรับตัวชี้วัด

รูปแบบรหัสข้างต้นเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่รูปแบบที่ UNESCO บังคับ พื้นที่สามารถออกแบบรหัสของตนเองได้ แต่ควรใช้รูปแบบเดียวกันทุกหน่วยงานและไม่เปลี่ยนรหัสย้อนหลังโดยไม่มีเหตุผล

4. จัดทำทะเบียนหลักฐาน

ทะเบียนหลักฐาน หรือ Evidence Register ควรระบุข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

รายการ

ข้อมูลที่ต้องบันทึก

รหัสหลักฐาน

รหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

หัวข้อที่รองรับ

เกณฑ์ แบบสมัคร หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ชื่อหลักฐาน

ชื่อเอกสาร ภาพถ่าย แผนที่ หรือชุดข้อมูล

วันที่

วันที่จัดทำหรือวันที่เกิดกิจกรรม

แหล่งที่มา

บุคคล ชุมชน หรือหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

ผู้รับผิดชอบ

ผู้ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูล

ที่จัดเก็บ

ลิงก์หรือที่อยู่ของไฟล์ต้นฉบับ

สถานะ

ร่าง ตรวจแล้ว อนุมัติแล้ว หรือยกเลิกใช้

รุ่นเอกสาร

หมายเลขเวอร์ชันและวันที่แก้ไข

ระดับการเข้าถึง

สาธารณะ ภายใน จำกัด หรือข้อมูลลับ

หมายเหตุ

ข้อจำกัด ช่องว่าง หรือการตรวจสอบเพิ่มเติม

หลักฐานสำคัญไม่ควรมีเพียงภาพถ่าย เพราะภาพถ่ายอาจแสดงว่าเคยมีกิจกรรม แต่ไม่สามารถยืนยันเป้าหมาย จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์ หรือการนำข้อเสนอไปใช้ได้ครบถ้วน ควรใช้หลักฐานหลายประเภทประกอบกันตามความเหมาะสม

5. จัดทำ Evidence Matrix

Evidence Matrix คือ ตารางเชื่อมโยงระหว่างข้อกำหนดกับหลักฐาน ช่วยให้ทีมงานทราบว่าข้อใดมีข้อมูลแล้ว ข้อใดยังขาด และใครต้องรับผิดชอบแก้ไข

ข้อกำหนด

ข้อความที่ต้องพิสูจน์

หลักฐาน

เจ้าของข้อมูล

สถานะ

ช่องว่าง

องค์กรบริหาร

มีหน่วยงานรับผิดชอบตามกฎหมาย

คำสั่ง โครงสร้างองค์กร รายงานประชุม

ฝ่ายเลขานุการ

มีบางส่วน

ตรวจอำนาจหน้าที่

ขอบเขตพื้นที่

เป็นพื้นที่เดียวและมีแนวเขตชัดเจน

แผนที่ พิกัด และ Shapefile

ฝ่าย GIS

อยู่ระหว่างตรวจ

ตรวจขอบเขตทับซ้อน

การมีส่วนร่วม

ชุมชนร่วมตัดสินใจและดำเนินงาน

รายงานเวที รายชื่อ และมติ

ฝ่ายเครือข่าย

มีหลักฐาน

เพิ่มหลักฐานผลลัพธ์

ตารางนี้ควรได้รับการทบทวนเป็นระยะ ไม่ควรรอจนใกล้วันส่งใบสมัคร เพราะข้อมูลบางประเภทต้องใช้เวลาเก็บสะสมเพื่อแสดงความต่อเนื่องของการดำเนินงาน

6. ควบคุมเวอร์ชันเอกสาร

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือแต่ละคนถือเอกสารคนละฉบับ เช่น final, final2, final-new หรือ ฉบับล่าสุดจริง จนไม่สามารถระบุได้ว่าเอกสารใดได้รับอนุมัติ ระบบควบคุมเอกสารควรมีสถานะอย่างน้อย ได้แก่

  • Draft — อยู่ระหว่างจัดทำ

  • Reviewed — ผ่านการตรวจเนื้อหาแล้ว

  • Approved — ได้รับอนุมัติให้นำไปใช้

  • Superseded — มีฉบับใหม่มาแทน

  • Archived — เก็บเป็นประวัติและห้ามแก้ไข

ทุกครั้งที่แก้ไขควรบันทึกหมายเลขรุ่น วันที่ ผู้แก้ไข สาระสำคัญที่เปลี่ยน และผู้อนุมัติ ห้ามเขียนทับไฟล์หลักโดยไม่เก็บประวัติการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแผนที่ ข้อมูลพื้นที่ โครงสร้างองค์กร และข้อความในใบสมัคร

7. จัดทำ Metadata และพจนานุกรมข้อมูล

Metadata คือ ข้อมูลที่อธิบายข้อมูลอีกชั้นหนึ่ง ตัวอย่างเช่น แผนที่หนึ่งฉบับควรระบุผู้จัดทำ วันที่จัดทำ แหล่งข้อมูล ระบบพิกัด มาตราส่วน ความละเอียด เงื่อนไขการใช้งาน และวันที่ปรับปรุงล่าสุด

พจนานุกรมข้อมูล หรือ Data Dictionary ใช้อธิบายความหมายและรูปแบบของแต่ละช่อง เช่น

  • “จำนวนผู้เข้าร่วม” หมายถึงผู้ลงทะเบียนหรือผู้เข้าร่วมจริง

  • “วันที่สำรวจ” ใช้รูปแบบวัน–เดือน–ปีแบบใด

  • พิกัดใช้ระบบอ้างอิงใด

  • “แหล่งที่ได้รับการคุ้มครอง” ต้องมีเอกสารประเภทใดจึงนับได้

หากไม่มีคำจำกัดความร่วมกัน ตัวเลขจากแต่ละหน่วยงานอาจไม่สามารถเปรียบเทียบหรือรวมกันได้

8. ตรวจคุณภาพข้อมูลหกด้าน

ก่อนนำข้อมูลไปใช้ควรตรวจอย่างน้อยหกด้าน ได้แก่

  1. ความครบถ้วน — มีช่องข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นครบหรือไม่

  2. ความถูกต้อง — ตรงกับเอกสารต้นทางและสภาพพื้นที่จริงหรือไม่

  3. ความสอดคล้อง — ชื่อ พื้นที่ พิกัด และตัวเลขตรงกันทุกเอกสารหรือไม่

  4. ความเป็นปัจจุบัน — มีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ กฎหมาย หรือแนวเขตหรือไม่

  5. การตรวจสอบย้อนกลับ — ระบุแหล่งที่มาและผู้รับรองได้หรือไม่

  6. ความพร้อมใช้งาน — เปิดไฟล์ได้ อ่านชัด และส่งให้ผู้ประเมินตรวจได้หรือไม่

หากข้อมูลยังไม่ได้รับการยืนยัน ต้องระบุสถานะว่า “รอตรวจสอบ” หรือ “ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน” ห้ามเติมข้อมูลจากการคาดเดาเพื่อให้ตารางดูครบ

9. บริหารสิทธิ์เข้าถึงและความปลอดภัย

ข้อมูลไม่ควรเปิดเผยในระดับเดียวกันทั้งหมด ควรจำแนกอย่างน้อยเป็นข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลใช้ภายใน ข้อมูลจำกัดการเข้าถึง และข้อมูลลับ

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรพิจารณาจำกัดการเข้าถึง ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชน รายละเอียดสัญญา ข้อมูลทางการเงิน พิกัดซากดึกดำบรรพ์ที่เสี่ยงต่อการลักลอบเก็บ และข้อมูลทรัพยากรที่อาจถูกทำลาย

ควรสำรองข้อมูลมากกว่าหนึ่งชุด กำหนดผู้มีสิทธิ์แก้ไข และทดลองกู้คืนข้อมูลเป็นระยะ การมีไฟล์สำรองแต่ไม่เคยทดสอบว่าเปิดหรือกู้คืนได้ ยังไม่ถือว่าเป็นระบบสำรองข้อมูลที่สมบูรณ์

10. กำหนดวงจรการเก็บหลักฐาน

การเก็บหลักฐานควรเริ่มตั้งแต่ก่อนดำเนินกิจกรรม โดยใช้วงจรดังนี้

กำหนดหลักฐานที่ต้องการ → เก็บข้อมูล → ตรวจความถูกต้อง → ใส่รหัสและ Metadata → เชื่อมกับข้อกำหนด → อนุมัติ → จัดเก็บ → นำไปใช้ → ทบทวน

ตัวอย่างเช่น ก่อนจัดเวทีชุมชนควรกำหนดว่าจะเก็บหนังสือเชิญ วาระ รายชื่อผู้เข้าร่วม ประเด็นหารือ มติ ภาพถ่าย และหลักฐานว่ามติดังกล่าวถูกนำไปใช้ในแผนบริหารจัดการอย่างไร

วิธีนี้ทำให้หลักฐานแสดง “กระบวนการและผลลัพธ์” ไม่ใช่เพียงแสดงว่ามีการจัดประชุม

11. เตรียมชุดข้อมูลสำหรับการสมัคร

หน้าเสนอสมัครของ UNESCO ระบุว่าใบสมัครต้องจัดทำและส่งเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมแผนที่ กราฟ และภาพที่มีคุณภาพและอ่านได้ชัดเจน เอกสารสำคัญยังประกอบด้วยแบบประเมินตนเองในรูปแบบ Excel แผนที่ขนาดใหญ่ ข้อมูล Shapefile สรุปข้อมูลทางธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์ และข้อมูลประกอบการพิจารณาความสำคัญทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ

พื้นที่ยังต้องแสดงให้เห็นว่าได้ดำเนินงานในลักษณะอุทยานธรณีจริงมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนการสมัคร ดังนั้นฐานข้อมูลต้องเก็บหลักฐานการดำเนินงานต่อเนื่อง ไม่ใช่จัดทำย้อนหลังเฉพาะช่วงเตรียมส่งเอกสาร ควรจัดชุดข้อมูลพร้อมใช้แยกเป็น

  • ชุดเอกสารสมัครและแบบประเมินตนเอง

  • ชุดข้อมูลขอบเขต แผนที่ และ Shapefile

  • ชุดหลักฐานคุณค่าทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ

  • ชุดเอกสารองค์กร กฎหมาย และแผนบริหารจัดการ

  • ชุดหลักฐานการดำเนินงานย้อนหลัง

  • ชุดข้อมูลสำหรับการประเมินภาคสนาม

Checklist 101 Questions ของ UNESCO เป็นเครื่องมือช่วยประเมินความพร้อม แต่ UNESCO ระบุว่าไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนใบสมัครหรือแบบประเมินตนเองได้

12. ทดสอบค้นหลักฐานก่อนการประเมิน

ก่อนส่งใบสมัครควรจำลองสถานการณ์ตรวจสอบ โดยเลือกข้อความหนึ่งจากเอกสารสมัคร แล้วให้เจ้าหน้าที่ค้นหลักฐานต้นทาง ตรวจผู้รับผิดชอบ ตรวจวันที่ และเชื่อมกลับไปยังสถานที่จริง

ตัวอย่างคำถามทดสอบ ได้แก่

  • พิกัดในใบสมัครตรงกับแผนที่และ Shapefile หรือไม่

  • จำนวนกิจกรรมตรงกับรายงานและหลักฐานผู้เข้าร่วมหรือไม่

  • คำสั่งแต่งตั้งฉบับที่ใช้อยู่เป็นฉบับล่าสุดหรือไม่

  • โครงการที่ระบุว่าดำเนินการแล้วมีหลักฐานผลลัพธ์หรือไม่

  • ลิงก์ เอกสาร ภาพ และไฟล์แผนที่เปิดได้ทุกไฟล์หรือไม่

หากค้นหลักฐานไม่พบในเวลาที่เหมาะสม แสดงว่าระบบยังต้องปรับปรุง แม้ว่าหลักฐานนั้นอาจมีอยู่จริงก็ตาม

ผลลัพธ์ที่ต้องได้จากบทนี้ เมื่อดำเนินการเสร็จ พื้นที่ควรมีอย่างน้อย

  • โครงสร้างฐานข้อมูลกลางและพจนานุกรมข้อมูล

  • รหัสประจำแหล่ง กิจกรรม เอกสาร และหลักฐาน

  • ทะเบียนหลักฐานและ Evidence Matrix

  • ระบบควบคุมเวอร์ชันและประวัติการแก้ไข

  • หลักเกณฑ์ตรวจคุณภาพข้อมูล

  • ระดับสิทธิ์เข้าถึงและระบบสำรองข้อมูล

  • ชุดเอกสารพร้อมใช้สำหรับใบสมัครและการประเมินภาคสนาม

  • รายการช่องว่างพร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลาแก้ไข

หลักสำคัญคือ ทุกข้อความในใบสมัครต้องสามารถเชื่อมกลับไปยังหลักฐานต้นทางได้ และทุกหลักฐานต้องมีผู้รับผิดชอบ ความถูกต้องของข้อมูลสำคัญกว่าปริมาณไฟล์เสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO — Submit a proposal for a UNESCO Global Geopark

  2. UNESCO — UNESCO Global Geoparks Application Dossier

  3. UNESCO — UNESCO Global Geoparks: 101 Questions Checklist

  4. UNESCO — Explanatory Notes for an Application Dossier

  5. UNESCO — UNESCO Global Geoparks Application Process

  6. UNESCO — Field Evaluation Missions

  7. UNESCO — Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks

  8. UNESCO — Guidelines on International Geological Significance

  9. UNESCO — About UNESCO Global Geoparks

  10. ISO — ISO 15489-1:2016 Information and documentation—Records management

#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #EvidenceManagement #ระบบฐานข้อมูล #ระบบหลักฐาน #EvidenceMatrix #DocumentControl #DataGovernance #Metadata #GeoparkDatabase #การควบคุมเอกสาร #UbonGeopark #iok2u

------------------------

 

HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward