iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

จัดทำแผนบริหารจัดการอุทยานธรณี (Geopark Management Plan) ให้ใช้ปฏิบัติงานได้จริง

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

จัดทำแผนบริหารจัดการอุทยานธรณี (Geopark Management Plan) ให้ใช้ปฏิบัติงานได้จริง

แผนบริหารจัดการ หรือ Geopark Management Plan เป็นเอกสารที่เชื่อมโยงคุณค่าของพื้นที่ หน่วยบริหาร บุคลากร งบประมาณ ภาคี และกิจกรรมต่าง ๆ ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

UNESCO ระบุว่า UNESCO Global Geopark ต้องมีแผนบริหารจัดการที่ได้รับความเห็นชอบจากภาคี และตอบสนองความต้องการทางสังคมและเศรษฐกิจของประชาชน ควบคู่กับการคุ้มครองภูมิทัศน์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่ แผนต้องครอบคลุมอย่างน้อยด้านการกำกับดูแล การพัฒนา การสื่อสาร การคุ้มครอง โครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และความร่วมมือ UNESCO Global Geoparks

แผนที่ดีจึงไม่ใช่หนังสือขนาดใหญ่ที่จัดทำเพื่อแนบใบสมัคร แต่ต้องเป็นเครื่องมือประจำวันของหน่วยบริหาร ซึ่งใช้ตัดสินใจ จัดสรรงบประมาณ มอบหมายงาน ติดตามผล และอธิบายต่อชุมชนได้ว่าอุทยานธรณีกำลังดำเนินงานอะไร

1. แยก “หน่วยบริหาร” ออกจาก “แผนบริหาร”

บทที่ 9 กล่าวถึง Management Body หรือองค์กรที่รับผิดชอบ ส่วนบทที่ 10 กล่าวถึง Management Plan หรือสิ่งที่องค์กรนั้นตกลงว่าจะดำเนินการ

ความแตกต่างสำคัญคือ

  • หน่วยบริหารตอบคำถามว่า “ใครมีอำนาจและใครรับผิดชอบ”
  • แผนบริหารตอบคำถามว่า “จะทำอะไร ทำเพราะเหตุใด ทำเมื่อใด และวัดผลอย่างไร”

พื้นที่อาจมีหน่วยบริหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่มีแผนงาน งบประมาณ และตัวชี้วัดที่ชัดเจน ก็ยังไม่สามารถแสดงว่ามีระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพได้

ในทางกลับกัน แผนที่เขียนไว้อย่างละเอียดก็ไม่มีผล หากไม่มีหน่วยงาน บุคลากร และงบประมาณรับผิดชอบดำเนินการจริง

2. เริ่มจากข้อมูลสภาพปัจจุบัน ไม่ใช่เริ่มจากรายการโครงการ

ก่อนกำหนดยุทธศาสตร์ ควรจัดทำ Baseline หรือข้อมูลตั้งต้นของพื้นที่ โดยรวบรวมอย่างน้อย

  • ขอบเขต พื้นที่ ประชากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • Geological Theme และ Key Geosites
  • คุณค่าทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • สภาพและภัยคุกคามของแหล่งสำคัญ
  • สถานะการคุ้มครองตามกฎหมาย
  • โครงสร้างหน่วยบริหารและจำนวนบุคลากร
  • งบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่จริง
  • กิจกรรมการศึกษาและการท่องเที่ยวที่ดำเนินการอยู่
  • เครือข่ายชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ
  • เว็บไซต์ ป้าย ศูนย์บริการ และสื่อประชาสัมพันธ์
  • ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่มีข้อมูลรองรับ
  • ช่องว่างจาก Checklist และ Gap Register

ข้อมูลตั้งต้นต้องระบุปี แหล่งข้อมูล วิธีเก็บ และข้อจำกัด หากไม่มีข้อมูลยืนยัน ให้บันทึกว่า “ยังไม่มีข้อมูล” และกำหนดกิจกรรมสำรวจเพิ่มเติม ห้ามใช้ตัวเลขประมาณการโดยไม่ระบุที่มา

3. กำหนดทิศทางของแผนให้สอดคล้องกัน

โครงสร้างของแผนควรเรียงจากระดับบนลงล่าง ได้แก่

  1. วิสัยทัศน์
  2. พันธกิจ
  3. เป้าประสงค์
  4. ยุทธศาสตร์
  5. แผนงาน
  6. โครงการและกิจกรรม
  7. ตัวชี้วัด
  8. งบประมาณ
  9. ผู้รับผิดชอบ
  10. ระบบติดตามและทบทวน

วิสัยทัศน์ควรบอกภาพอนาคตของพื้นที่ ไม่ใช่เพียงข้อความว่า “มุ่งสู่ UNESCO Global Geopark” เพราะการได้รับสถานะเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด เป้าหมายควรสะท้อนการรักษามรดกธรณี การเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทุกโครงการต้องเชื่อมกลับไปยังยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์ หากไม่สามารถอธิบายว่าโครงการช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างผลลัพธ์ใด ควรทบทวนความจำเป็นก่อนจัดสรรงบประมาณ

4. เนื้อหาหลักที่แผนต้องครอบคลุม

จากข้อมูลของ UNESCO แผนบริหารควรครอบคลุมประเด็นสำคัญต่อไปนี้

การกำกับดูแล

กำหนดโครงสร้างการตัดสินใจ บทบาทหน่วยงาน ระบบประชุม การมีส่วนร่วม การจัดการข้อร้องเรียน และการรายงานผล

การคุ้มครอง

เชื่อมโยง Geosite Inventory, Risk Register และ Site Management Plan พร้อมกำหนดงานติดตาม ฟื้นฟู ป้องกัน และประสานหน่วยงานผู้มีอำนาจ

การศึกษา

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา วิธีการเรียนรู้ ภาคีด้านการศึกษา และวิธีวัดผลการเรียนรู้ ไม่ควรนับเฉพาะจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมอาชีพ ผลิตภัณฑ์ บริการ และการท่องเที่ยวที่ใช้คุณค่าพื้นที่อย่างรับผิดชอบ พร้อมติดตามผลต่อรายได้ คุณภาพชีวิต ทรัพยากร และชุมชน

การสื่อสารและสร้างการรับรู้

ครอบคลุมเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้าย แผนที่ ศูนย์บริการ สื่อสังคม และอัตลักษณ์องค์กร โดยข้อมูลวิทยาศาสตร์ต้องถูกต้องและประชาชนเข้าใจได้

โครงสร้างพื้นฐาน

พิจารณาเส้นทาง ศูนย์เรียนรู้ ป้าย ห้องน้ำ ความปลอดภัย การเข้าถึงสำหรับคนกลุ่มต่าง ๆ และการบำรุงรักษา ไม่ควรเน้นการก่อสร้างใหม่จนละเลยการดูแลของเดิม

การเงิน

ระบุแหล่งงบประมาณ รายจ่ายประจำ งบดำเนินโครงการ งบติดตาม Geosite และแผนความต่อเนื่องทางการเงิน

ความร่วมมือและเครือข่าย

กำหนดบทบาทของชุมชน ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจ ตลอดจนการเรียนรู้ร่วมกับอุทยานธรณีแห่งอื่นและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

5. เปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้เป็น Action Plan

แผนระดับยุทธศาสตร์ต้องแตกออกมาเป็นตารางปฏิบัติงานที่ใช้ติดตามได้จริง

รายการสิ่งที่ควรระบุ
ปัญหาหรือโอกาส เหตุผลที่ต้องดำเนินงาน
เป้าประสงค์ ผลที่ต้องการให้เกิด
โครงการหรือกิจกรรม งานที่จะดำเนินการ
พื้นที่เป้าหมาย Geosite ชุมชน หรือกลุ่มเป้าหมาย
ตัวชี้วัด สิ่งที่ใช้วัดความสำเร็จ
ค่าเริ่มต้น สภาพก่อนดำเนินงาน
ค่าเป้าหมาย ผลที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด
ผู้รับผิดชอบ หน่วยงานหลักและผู้ประสานงาน
ภาคี หน่วยงานร่วมและบทบาท
ระยะเวลา วันเริ่ม จุดตรวจ และวันสิ้นสุด
งบประมาณ จำนวน แหล่งเงิน และสถานะการอนุมัติ
หลักฐาน เอกสารหรือข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ
ความเสี่ยง ปัจจัยที่อาจทำให้งานไม่สำเร็จ

โครงการใดไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่มีงบประมาณ หรือไม่มีกรอบเวลา ไม่ควรนับว่าเป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการ

6. กำหนดตัวชี้วัดให้เห็นผลลัพธ์

ตัวชี้วัดควรแยกอย่างน้อย 4 ระดับ

Input

ทรัพยากรที่ใช้ เช่น งบประมาณ บุคลากร และอุปกรณ์

Output

สิ่งที่ผลิตได้ เช่น จำนวนกิจกรรม คู่มือ ป้าย หลักสูตร หรือเส้นทาง

Outcome

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น ผู้เรียนเข้าใจธรณีวิทยามากขึ้น ชุมชนมีบทบาทเพิ่มขึ้น หรือสภาพ Geosite ดีขึ้น

Impact

ผลกระทบระยะยาว เช่น รายได้ที่กระจายสู่ชุมชน การรักษามรดกธรณี และความภาคภูมิใจของประชาชนในพื้นที่

ตัวอย่างเช่น “ติดตั้งป้าย 20 ป้าย” เป็น Output แต่ยังไม่ยืนยันว่าผู้เยี่ยมชมเข้าใจเนื้อหา ส่วน “ผู้เข้าร่วมสามารถอธิบายคุณค่าของแหล่งได้ถูกต้องหลังทำกิจกรรม” เป็น Outcome ที่สะท้อนผลการเรียนรู้มากกว่า

ตัวเลขเป้าหมายต้องอ้างอิง Baseline และศักยภาพจริง ไม่ควรกำหนดตัวเลขสูงเพื่อให้แผนดูโดดเด่นแต่ไม่มีทรัพยากรรองรับ

7. เชื่อมแผนระยะกลางกับงบประมาณรายปี

แผนบริหารอาจวางกรอบหลายปี แต่ต้องถ่ายทอดเป็นแผนปฏิบัติงานและงบประมาณรายปี โดยแสดงว่า

  • โครงการใดดำเนินการปีไหน
  • งานใดต้องทำต่อเนื่องทุกปี
  • งานใดต้องรอผลจากโครงการอื่น
  • งบประมาณได้รับอนุมัติแล้วหรืออยู่ระหว่างเสนอ
  • หน่วยงานใดเป็นเจ้าของงบ
  • หากไม่ได้รับงบจะใช้ทางเลือกใด
  • ค่าใช้จ่ายหลังจบโครงการจะมาจากที่ใด

ต้องแยกงบประมาณที่ “ได้รับจัดสรรแล้ว” “อยู่ระหว่างเสนอขอ” และ “คาดว่าจะได้รับ” ออกจากกันอย่างชัดเจน

แผนก่อสร้างควรรวมงบบำรุงรักษา บุคลากร และค่าใช้จ่ายประจำหลังเปิดใช้งาน ไม่ควรสร้างศูนย์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกโดยไม่มีหน่วยงานดูแลระยะยาว

8. บูรณาการแผนของหน่วยงานภาคี

เนื่องจากพื้นที่อุทยานธรณีครอบคลุมหลายหน่วยงาน หน่วยบริหารอาจไม่ได้ถือครองงบประมาณหรืออำนาจทั้งหมด การดำเนินงานจึงต้องเชื่อมกับแผนของ

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติ
  • หน่วยงานการศึกษา
  • หน่วยงานท่องเที่ยว
  • จังหวัดและหน่วยงานพัฒนาพื้นที่
  • มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย
  • ภาคธุรกิจและองค์กรชุมชน

การนำโครงการของหน่วยงานอื่นมาใส่ในแผนต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าของโครงการ ไม่ควรนำงบหรือกิจกรรมของภาคีมาอ้างโดยไม่มีหนังสือ มติ หรือหลักฐานว่ามีการตกลงร่วมกันแล้ว

9. ให้ชุมชนร่วมจัดทำ ไม่ใช่รับฟังหลังเขียนเสร็จ

แนวทางของ UNESCO ให้ความสำคัญกับกระบวนการจากล่างขึ้นบนและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง UNESCO: Bottom-up Approach

กระบวนการจัดทำแผนจึงควรประกอบด้วย

  1. แจ้งข้อมูลและขอบเขตการวางแผน
  2. รับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อกังวล
  3. ร่วมกำหนดเป้าหมายและทางเลือก
  4. ตรวจสอบผลกระทบและผู้ได้รับประโยชน์
  5. จัดลำดับโครงการร่วมกัน
  6. เปิดเผยร่างแผนและรับข้อเสนอแนะ
  7. ชี้แจงว่าแก้ไขหรือไม่แก้ไขประเด็นใด เพราะเหตุใด
  8. รับรองแผนผ่านกลไกที่มีอำนาจ
  9. รายงานความก้าวหน้ากลับสู่ชุมชน

หลักฐานควรแสดงว่าความคิดเห็นมีผลต่อการตัดสินใจ ไม่ใช่มีเพียงภาพกิจกรรมหรือรายชื่อผู้เข้าประชุม

10. มีระบบติดตาม ทบทวน และควบคุมการเปลี่ยนแปลง

ควรกำหนดวงรอบติดตามอย่างน้อยในระดับโครงการ รายปี และช่วงกลางแผน โดยตรวจสอบ

  • ความก้าวหน้าของกิจกรรม
  • การใช้จ่ายงบประมาณ
  • ผลผลิตและผลลัพธ์
  • ปัญหาและความเสี่ยง
  • การเปลี่ยนแปลงของ Geosite
  • ข้อคิดเห็นจากชุมชน
  • ความถูกต้องของข้อมูล
  • งานที่ต้องปรับหรือยุติ

เมื่อปรับแผน ต้องบันทึกเหตุผล ผู้อนุมัติ วันที่ และผลกระทบต่อเป้าหมาย ไม่ควรแก้ตัวเลขย้อนหลังเพื่อให้รายงานดูสำเร็จ

UNESCO Global Geopark ได้รับการประเมินซ้ำเป็นรอบทุกสี่ปี ดังนั้นระบบติดตามควรจัดเก็บหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รวบรวมย้อนหลังเมื่อใกล้รอบประเมิน UNESCO Global Geoparks

11. จัดทำ Evidence Plan ควบคู่กับ Management Plan

ทุกโครงการควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าจะเก็บหลักฐานอะไร เช่น

  • คำสั่งและมติ
  • แผนงานและงบประมาณ
  • รายชื่อผู้เข้าร่วม
  • ภาพถ่ายก่อน ระหว่าง และหลังดำเนินงาน
  • พิกัดและข้อมูลภาคสนาม
  • แบบประเมินก่อนและหลัง
  • สถิติผู้ใช้บริการ
  • รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดกับชุมชน
  • รายงานปัญหาและการแก้ไข
  • สื่อและผลผลิตที่เผยแพร่
  • รายงานการเงิน
  • บทเรียนและข้อเสนอแนะ

ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอ่อนไหวต้องได้รับการจัดเก็บและใช้งานตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

12. ตรวจความพร้อมของแผนก่อนนำไปใช้

แผนบริหารที่พร้อมควรตอบ “ใช่” ได้ในประเด็นต่อไปนี้

  • ใช้ข้อมูลตั้งต้นที่มีแหล่งอ้างอิง
  • ครอบคลุมองค์ประกอบที่ UNESCO คาดหวัง
  • มีความเห็นชอบจากภาคีที่เกี่ยวข้อง
  • ทุกโครงการเชื่อมกับเป้าประสงค์
  • มีผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาชัดเจน
  • ระบุแหล่งงบประมาณและสถานะการอนุมัติ
  • มีตัวชี้วัดทั้งผลผลิตและผลลัพธ์
  • มีแผนบริหารความเสี่ยง
  • มีระบบติดตามและรายงาน
  • มีหลักฐานการดำเนินงานจริง
  • สามารถปรับปรุงโดยมีการควบคุมเวอร์ชัน
  • ใช้อธิบายการทำงานแก่เจ้าหน้าที่และชุมชนได้

UNESCO กำหนดให้ผู้สมัครแสดงว่าพื้นที่ดำเนินงานเป็นอุทยานธรณีโดยพฤตินัยมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี ดังนั้นแผนต้องผ่านการนำไปใช้และมีผลการดำเนินงาน ไม่ใช่เพิ่งจัดทำก่อนส่งใบสมัคร Submit a UNESCO Global Geopark proposal

13. สำหรับพื้นที่อุทยานธรณีอุบลราชธานี

ขณะเขียนบทความนี้ Mr. Rock ยังไม่มีแผนบริหารจัดการฉบับล่าสุดพร้อมเอกสารรับรอง แผนงบประมาณ ตัวชี้วัด และผลการดำเนินงานที่เพียงพอ จึงยังไม่สามารถยืนยันว่าแผนปัจจุบันครอบคลุมข้อกำหนด UNESCO แล้ว

ขั้นตอนที่ควรทำคือรวบรวมแผนและโครงการของทุกภาคี จัดทำ Baseline และ Gap Analysis ตรวจความสอดคล้องกับขอบเขตและ Geosite Inventory แล้วพัฒนาเป็นแผนกลางที่มีเจ้าภาพ งบประมาณ ตัวชี้วัด และกระบวนการรับรองร่วมกัน

สรุป

แผนบริหารจัดการที่ดีต้องเชื่อมโยงกันเป็นสายเดียว ได้แก่

ข้อมูลตั้งต้น → ปัญหาและโอกาส → เป้าประสงค์ → ยุทธศาสตร์ → โครงการ → งบประมาณ → ผู้รับผิดชอบ → ตัวชี้วัด → หลักฐาน → การทบทวน

สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนหน้าของแผน แต่คือความสามารถในการนำแผนไปใช้จริง ทุกฝ่ายต้องรู้บทบาทของตน มีทรัพยากรรองรับ และสามารถแสดงผลลัพธ์ที่เกิดกับแหล่งธรณีวิทยา ชุมชน และพื้นที่ได้อย่างโปร่งใส

ตอนต่อไปจะดำเนินตามหัวข้อที่กำหนดไว้ในแผนชุดบทความ HowToUGGp เพื่อรักษาลำดับเนื้อหาเดิมอย่างเคร่งครัด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO: UNESCO Global Geoparks
  2. UNESCO: Submit a UNESCO Global Geopark proposal
  3. UNESCO: Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks
  4. UNESCO: Application dossier for UNESCO Global Geoparks
  5. UNESCO: Checklist for aspiring UNESCO Global Geoparks
  6. UNESCO: Explanatory notes of the checklist
  7. UNESCO: UNESCO Global Geopark Application Process
  8. UNESCO: Guidelines for field evaluation missions
  9. UNESCO–IUGS: Assessment of international geological significance
  10. Global Geoparks Network

#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #ManagementPlan #แผนบริหารจัดการ #แผนปฏิบัติงาน #ตัวชี้วัด #งบประมาณ #การติดตามประเมินผล #การพัฒนาอย่างยั่งยืน #การมีส่วนร่วมของชุมชน #GeoparkManagement #UbonGeopark #iok2u

------------------------

 

HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward