จัดตั้งหน่วยบริหารให้มีสถานะทางกฎหมายและทำงานได้จริง

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp)
HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
จัดตั้งหน่วยบริหารให้มีสถานะทางกฎหมายและทำงานได้จริง
การสมัครเป็น UNESCO Global Geopark ไม่สามารถดำเนินการด้วยคณะทำงานเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเพื่อเขียนเอกสารเพียงอย่างเดียว พื้นที่ต้องมี หน่วยบริหาร หรือ Management Body ที่มีสถานะทางกฎหมายตามกฎหมายของประเทศ มีบุคลากร ทรัพยากร อำนาจหน้าที่ และความสามารถดูแลพื้นที่ทั้งหมดได้จริง
UNESCO ระบุว่าหน่วยบริหารควรครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญ ทั้งหน่วยงานระดับท้องถิ่นและภูมิภาค นักวิชาการ ชุมชน เจ้าของพื้นที่ ผู้ประกอบการ และกลุ่มชนพื้นเมืองหากมี พร้อมจัดทำแผนบริหารที่ทุกฝ่ายยอมรับ UNESCO Global Geoparks คำว่า “มีหน่วยบริหาร” จึงไม่ได้หมายถึงมีเพียงรายชื่อกรรมการ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าหน่วยงานนั้นมีอำนาจตัดสินใจ ประสานงาน ใช้งบประมาณ จ้างหรือมอบหมายบุคลากร ดำเนินกิจกรรม และติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง
1. ข้อกำหนดของ UNESCO ที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน
องค์ประกอบด้านการบริหารที่พื้นที่ต้องแสดงให้เห็นอย่างน้อยประกอบด้วย
-
มีหน่วยบริหารที่ได้รับการรับรองทางกฎหมายตามกฎหมายของประเทศ
-
หน่วยบริหารมีความพร้อมดูแลพื้นที่ทั้งหมด
-
มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับท้องถิ่นและภูมิภาคเข้าร่วม
-
มีแผนบริหารจัดการที่ได้รับความเห็นชอบจากภาคี
-
ครอบคลุมการคุ้มครอง การศึกษา การพัฒนา การสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และความร่วมมือ
-
สามารถดำเนินงานในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่อง
-
มีความสัมพันธ์กับเครือข่ายอุทยานธรณีและภาคีภายนอก
UNESCO ไม่ได้กำหนดว่าทุกประเทศต้องใช้รูปแบบองค์กรเหมือนกัน เพราะระบบกฎหมายและการปกครองแตกต่างกัน แต่รูปแบบที่เลือกต้องมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายของประเทศและสามารถบริหารพื้นที่ได้จริง
2. หน่วยบริหารไม่ใช่คณะกรรมการเพียงชุดเดียว
หลายพื้นที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขนาดใหญ่ แต่ไม่มีสำนักงานประจำ เจ้าหน้าที่ งบประมาณ หรือกลไกติดตามงาน เมื่อประชุมเสร็จจึงไม่มีผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อ โครงสร้างที่เหมาะสมควรแยกหน้าที่อย่างน้อย 4 ระดับ
1. ระดับกำกับนโยบาย ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง รับรองแผน ติดตามผล และสนับสนุนทรัพยากร อาจประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา ภาคชุมชน และภาคส่วนสำคัญของพื้นที่
2. สำนักงานบริหารประจำ รับผิดชอบงานประจำวัน เช่น ประสานงานโครงการ ดูแลฐานข้อมูล จัดทำงบประมาณ ติดตาม Geosite จัดกิจกรรม และรวบรวมหลักฐานสำหรับการประเมิน
3. คณะกรรมการวิชาการ ตรวจสอบข้อมูลธรณีวิทยา การอนุรักษ์ งานวิจัย สื่อความรู้ และคุณภาพของข้อมูล ไม่ควรทำหน้าที่แทนสำนักงานบริหารในงานประจำทั้งหมด
4. กลไกการมีส่วนร่วมของพื้นที่ เปิดให้ชุมชน เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ โรงเรียน กลุ่มเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องเสนอความคิดเห็น ร่วมดำเนินงาน และตรวจสอบผลลัพธ์
รูปแบบดังกล่าวเป็นข้อเสนอแนะเชิงบริหารของ Mr. Rock ไม่ใช่โครงสร้างตายตัวที่ UNESCO บังคับ
3. เลือกรูปแบบองค์กรจากอำนาจที่ต้องใช้
ก่อนเลือกรูปแบบหน่วยบริหาร ควรระบุภารกิจและอำนาจที่จำเป็นก่อน เช่น
-
รับและบริหารงบประมาณ
-
ทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง
-
จ้างหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่
-
ประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของ Geosite
-
ใช้และดูแลอาคารหรือศูนย์บริการ
-
จัดทำเว็บไซต์ ป้าย และสื่อประชาสัมพันธ์
-
ดูแลเครื่องหมายการค้าและอัตลักษณ์องค์กร
-
จัดกิจกรรมการศึกษาและการท่องเที่ยว
-
รับเรื่องร้องเรียนและรายงานเหตุเสียหาย
-
ร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ
จากนั้นจึงพิจารณาว่าองค์กรที่มีอยู่สามารถทำภารกิจเหล่านี้ได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องจัดตั้งกลไกเพิ่มเติม การออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไม่ทำให้คณะกรรมการมีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือมีอำนาจทางการเงินโดยอัตโนมัติ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบฐานอำนาจของเอกสารแต่ละฉบับตามกฎหมายไทยที่ใช้จริง
4. เอกสารทางกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ
หน่วยบริหารควรมีแฟ้มเอกสารที่อธิบายสถานะและอำนาจอย่างชัดเจน โดยอาจประกอบด้วย
-
กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับที่รองรับหน่วยงานหลัก
-
คำสั่งหรือมติจัดตั้ง
-
ข้อบังคับการดำเนินงาน
-
โครงสร้างองค์กรและสายการบังคับบัญชา
-
คำบรรยายหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงาน
-
หนังสือมอบอำนาจหรือมอบหมายงาน
-
บันทึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
-
เอกสารแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
-
หลักฐานแหล่งงบประมาณและการควบคุมทางการเงิน
-
หลักฐานสิทธิใช้สถานที่ ทรัพย์สิน และระบบข้อมูล
เอกสารทุกฉบับต้องยังมีผลบังคับใช้ ชื่อองค์กร ขอบเขตพื้นที่ และตำแหน่งผู้รับผิดชอบต้องตรงกับข้อมูลในใบสมัคร
หากเอกสารหมดอายุ ผู้ดำรงตำแหน่งเปลี่ยน หรือขอบเขตได้รับการแก้ไข ต้องปรับปรุงก่อนนำไปอ้างอิง
5. กำหนดอำนาจหน้าที่ไม่ให้ซ้ำหรือมีช่องว่าง
คณะทำงานควรจัดทำตารางแบ่งบทบาท เช่น RACI เพื่อระบุว่าใครเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบสูงสุด ผู้ให้คำปรึกษา และผู้ที่ต้องรับทราบ
|
ภารกิจ |
ผู้รับผิดชอบหลัก |
ผู้ร่วมดำเนินงาน |
|---|---|---|
|
ฐานข้อมูล Geosite |
สำนักงานอุทยานธรณี |
นักธรณีวิทยาและหน่วยงาน GIS |
|
อนุรักษ์รายแหล่ง |
หน่วยงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย |
ชุมชนและสำนักงานอุทยานธรณี |
|
การศึกษา |
ฝ่ายการศึกษา |
โรงเรียน มหาวิทยาลัยและชุมชน |
|
การท่องเที่ยว |
ฝ่ายพัฒนาพื้นที่ |
ท้องถิ่นและผู้ประกอบการ |
|
การสื่อสาร |
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ |
ภาคีเครือข่าย |
|
งบประมาณ |
หน่วยงานเจ้าของงบ |
สำนักงานและฝ่ายตรวจสอบ |
|
ความร่วมมือนานาชาติ |
ผู้บริหารหรือผู้ได้รับมอบหมาย |
ฝ่ายวิชาการและประสานงาน |
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ต้องปรับตามอำนาจของหน่วยงานจริง ไม่ควรมอบหมายให้สำนักงานอุทยานธรณีอนุมัติเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น
6. บุคลากรขั้นต่ำควรพิจารณาจากภารกิจ
UNESCO ไม่ได้กำหนดจำนวนพนักงานขั้นต่ำที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ดังนั้นห้ามเขียนว่าต้องมีเจ้าหน้าที่จำนวนใดโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง อย่างไรก็ตาม หน่วยบริหารควรแสดงให้เห็นว่ามีผู้รับผิดชอบงานสำคัญ ได้แก่
-
ผู้จัดการหรือผู้อำนวยการ
-
งานวิชาการและธรณีวิทยา
-
งานอนุรักษ์และติดตาม Geosite
-
งานการศึกษาและการสื่อความหมาย
-
งานชุมชนและเครือข่าย
-
งานท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
-
งานประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ และอัตลักษณ์องค์กร
-
งานฐานข้อมูล GIS และเอกสาร
-
งานงบประมาณ พัสดุ และธุรการ
-
งานประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
บุคลากรบางตำแหน่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่ประจำ บางตำแหน่งอาจมาจากหน่วยงานภาคี แต่ต้องมีหนังสือมอบหมาย ระยะเวลาปฏิบัติงาน และผลงานที่ตรวจสอบได้ การระบุชื่อบุคคลโดยไม่มีเวลาทำงานจริง ไม่ถือเป็นหลักฐานว่าหน่วยบริหารมีศักยภาพเพียงพอ
7. ต้องมีงบประมาณที่ต่อเนื่องและตรวจสอบได้
หน่วยบริหารควรแสดงแหล่งงบประมาณสำหรับ
-
เงินเดือนหรือค่าตอบแทนบุคลากร
-
การสำรวจและติดตาม Geosite
-
การดูแลศูนย์บริการและโครงสร้างพื้นฐาน
-
กิจกรรมการศึกษาและชุมชน
-
การจัดทำสื่อ เว็บไซต์ และป้าย
-
การวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูล
-
การฝึกอบรมและสร้างเครือข่าย
-
การเตรียมรับการประเมินภาคสนาม
-
งบฉุกเฉินสำหรับความเสียหายของแหล่ง
งบประมาณไม่จำเป็นต้องมาจากแหล่งเดียว แต่ควรมีแผนรายปี ผู้อนุมัติ ผู้รับผิดชอบ และรายงานการใช้จ่าย หากพึ่งงบโครงการระยะสั้นทั้งหมด ต้องแสดงแผนรองรับเมื่อโครงการสิ้นสุด
ไม่ควรนำยอดงบประมาณที่ยังไม่ได้รับอนุมัติมาแสดงเสมือนว่าเป็นเงินที่มีอยู่แล้ว ต้องระบุว่าเป็นงบที่ได้รับจัดสรร งบที่เสนอขอ หรือประมาณการให้ชัดเจน
8. การมีส่วนร่วมต้องเกิดในการตัดสินใจ
UNESCO ใช้แนวทางจากล่างขึ้นบน หรือ Bottom-up Approach โดยต้องมีความร่วมมือของชุมชน หน่วยงาน ผู้ประกอบการ เจ้าของที่ดิน และกลุ่มที่เกี่ยวข้อง UNESCO: Bottom-up Approach หลักฐานการมีส่วนร่วมไม่ควรมีเพียงภาพประชุมหรือรายชื่อผู้เข้าร่วม แต่ควรแสดงว่า
-
ใครเสนอความคิดเห็น
-
ข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องใด
-
หน่วยบริหารตอบสนองอย่างไร
-
ข้อเสนอใดได้รับการนำไปใช้
-
หากไม่รับข้อเสนอ มีเหตุผลอย่างไร
-
ชุมชนมีบทบาทและได้รับประโยชน์อะไร
-
มีกลไกร้องเรียนหรือแก้ไขข้อขัดแย้งหรือไม่
ควรเปิดโอกาสให้กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบหรือเข้าถึงเวทีได้ยากมีส่วนร่วมด้วย ไม่ควรเลือกเฉพาะผู้สนับสนุนโครงการ
9. ออกแบบระบบประชุมและรายงานผล
โครงสร้างจะทำงานได้จริงเมื่อมีวงรอบบริหารที่ชัดเจน เช่น
-
สำนักงานจัดทำข้อมูลและข้อเสนอ
-
คณะทำงานเฉพาะด้านตรวจสอบ
-
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเห็น
-
คณะกรรมการกำกับตัดสินใจ
-
สำนักงานดำเนินงานตามมติ
-
รายงานผล ตัวชี้วัด และปัญหา
-
ทบทวนและปรับแผน
เอกสารหลักฐานควรประกอบด้วยวาระประชุม รายงานการประชุม มติ ผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา สถานะงาน และผลลัพธ์ ไม่ควรมีเพียงหนังสือเชิญประชุม
การประชุมจำนวนมากไม่แสดงถึงประสิทธิภาพ หากไม่มีมติ การติดตาม และผลงานที่เกิดขึ้นในพื้นที่
10. เตรียมรับการเปลี่ยนผู้บริหารและบุคลากร
โครงการอุทยานธรณีใช้เวลาดำเนินงานหลายปี หากระบบขึ้นอยู่กับผู้บริหารหรือผู้ประสานงานเพียงคนเดียว งานอาจหยุดเมื่อมีการย้าย เกษียณ หรือเปลี่ยนนโยบาย หน่วยบริหารจึงควรมี
-
คู่มือกระบวนงาน
-
ฐานข้อมูลกลาง
-
ระบบควบคุมเอกสาร
-
รายชื่อภาคีและประวัติการประสานงาน
-
แผนสืบทอดงาน
-
การฝึกเจ้าหน้าที่มากกว่าหนึ่งคน
-
บัญชีผู้ใช้ระบบในนามองค์กร
-
ระบบสำรองข้อมูล
-
แผนงบประมาณระยะหลายปี
อีเมล เว็บไซต์ สื่อสังคม และไฟล์สำคัญไม่ควรผูกกับบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว
11. หลักฐานที่ควรพร้อมก่อนสมัคร
พื้นที่ควรเตรียมหลักฐานอย่างน้อย ได้แก่
-
เอกสารสถานะทางกฎหมายของหน่วยบริหาร
-
โครงสร้างและรายชื่อผู้รับผิดชอบที่เป็นปัจจุบัน
-
หนังสือมอบหมายงานและคำบรรยายหน้าที่
-
แผนบริหารที่ภาคีเห็นชอบ
-
แผนและงบประมาณประจำปี
-
หลักฐานบุคลากร สำนักงานและอุปกรณ์
-
รายงานการประชุมและการติดตามมติ
-
ข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
หลักฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน
-
รายงานผลการดำเนินงานและตัวชี้วัด
-
กลไกรับเรื่องร้องเรียนและจัดการความขัดแย้ง
-
หลักฐานว่าหน่วยบริหารดูแลพื้นที่ทั้งหมดได้จริง
UNESCO กำหนดให้พื้นที่แสดงว่าดำเนินงานเป็นอุทยานธรณีโดยพฤตินัยมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนสมัคร ดังนั้นไม่ควรตั้งหน่วยบริหารขึ้นใกล้วันส่งเอกสารแล้วอ้างว่ามีระบบสมบูรณ์ Submit a UNESCO Global Geopark proposal
สรุป
หน่วยบริหารที่พร้อมสมัคร UNESCO Global Geopark ต้องตอบคำถามสำคัญได้ว่า
จัดตั้งตามกฎหมายใด → ใครมีอำนาจตัดสินใจ → ใครทำงานประจำ → ใช้งบประมาณจากที่ใด → ภาคีและชุมชนมีส่วนร่วมอย่างไร → ติดตามผลด้วยหลักฐานใด
องค์กรที่ดีไม่ใช่องค์กรที่มีรายชื่อกรรมการมากที่สุด แต่เป็นองค์กรที่มีฐานะชัดเจน ทำงานต่อเนื่อง โปร่งใส และรับผิดชอบต่อพื้นที่ทั้งหมดได้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #ManagementBody #หน่วยบริหารอุทยานธรณี #การบริหารจัดการ #โครงสร้างองค์กร #สถานะทางกฎหมาย #การมีส่วนร่วม #BottomUpApproach #GeoparkGovernance #เครือข่ายความร่วมมือ #UbonGeopark #iok2u
------------------------
ที่มา
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark
.

