เขตสงวนชีวมณฑลของ ยูเนสโก ปี 2024

เขตสงวนชีวมณฑลของ ยูเนสโก ปี 2024 พื้นที่ต้นแบบ 11 แห่งใหม่ของโลก เพื่ออนาคตที่มนุษย์และธรรมชาติเติบโตไปด้วยกัน
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรอง เขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserves) ใหม่จำนวน 11 แห่ง ใน 11 ประเทศ ภายใต้โครงการ Man and the Biosphere Programme (MAB) ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ UNESCO
การรับรองครั้งนี้ทำให้เครือข่ายเขตสงวนชีวมณฑลโลก (World Network of Biosphere Reserves: WNBR) เพิ่มขึ้นเป็น 759 แห่ง ใน 136 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 5% ของพื้นผิวโลก และรวมพื้นที่ข้ามพรมแดนระหว่างประเทศจำนวน 22 แห่ง นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ เบลเยียม (Belgium) และ แกมเบีย (The Gambia) ได้รับการขึ้นทะเบียนเขตสงวนชีวมณฑลของ UNESCO อีกด้วย (Ideass Online)
เขตสงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่ง ในปี 2024
1. KempenBroek Transboundary Biosphere Reserve / Belgium – Netherlands
เขตสงวนชีวมณฑลข้ามพรมแดนแห่งใหม่ระหว่างเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วย พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และระบบนิเวศน้ำจืด และเป็นเขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของประเทศเบลเยียม
2. Darien Norte Chocoano Biosphere Reserve / Colombia
ตั้งอยู่ในภูมิภาคดาเรียน (Darién)
เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอเมริกากลางและอเมริกาใต้
มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าเขตร้อนจำนวนมาก (www.ndtv.com)
3. Madre de las Aguas Biosphere Reserve / Dominican Republic
ตั้งอยู่บนเทือกเขา Cordillera Central
เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของประเทศ และเป็นพื้นที่ป่าภูเขาที่มีบทบาทต่อความมั่นคงด้านน้ำของประชาชนหลายล้านคน (www.ndtv.com)
4. Niumi Biosphere Reserve / The Gambia
เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของประเทศแกมเบีย ประกอบด้วย
-
ป่าชายเลน
-
พื้นที่ชุ่มน้ำ
-
ชายฝั่งทะเล
-
ทุ่งหญ้าสะวันนา
มีความสำคัญต่อการอพยพของนกน้ำในแอฟริกาตะวันตก (www.ndtv.com)
5. Tepilora, Rio Posada and Montalbo / Italy
ตั้งอยู่บนเกาะซาร์ดิเนีย เป็นพื้นที่ที่รวมภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ และพื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน (Ideass Online)
6. Uvs Nuur Buffer Zone Extension / Mongolia
เป็นส่วนขยายของเขตสงวนชีวมณฑลเดิมในแอ่งทะเลสาบ Uvs Nuur พื้นที่นี้ครอบคลุม
-
ทะเลทราย
-
ทุ่งหญ้าสเตปป์
-
ภูเขาสูง
-
พื้นที่ชุ่มน้ำ
ซึ่งเป็นตัวอย่างความหลากหลายของระบบนิเวศในเอเชียกลาง (Ideass Online)
7. Palawan Biosphere Reserve Extension / Philippines
เป็นการขยายพื้นที่ของเขตสงวนชีวมณฑลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ครอบคลุม
-
ป่าฝนเขตร้อน
-
ระบบนิเวศทางทะเล
-
แนวปะการัง
-
แหล่งอาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก (Ideass Online)
8. Yeoncheon Imjin River Biosphere Reserve / Republic of Korea
พื้นที่ตามลุ่มแม่น้ำอิมจิน
มีความสำคัญต่อ
-
ระบบนิเวศน้ำจืด
-
นกอพยพ
-
พื้นที่ชุ่มน้ำ
และยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการตั้งอยู่ใกล้เขตปลอดทหารเกาหลี (DMZ) (Ideass Online)
9. Val d’Aran Biosphere Reserve / Spain
ตั้งอยู่บนเทือกเขาพิเรนีส
โดดเด่นด้วย
-
ทะเลสาบธารน้ำแข็ง
-
ทุ่งหญ้าอัลไพน์
-
ป่าสนภูเขา
เป็นหนึ่งในภูมิประเทศภูเขาที่สวยงามที่สุดของสเปน
10. Irati Biosphere Reserve / Spain
ครอบคลุมป่าบีชและป่าสนธรรมชาติขนาดใหญ่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดของยุโรปตะวันตก
11. Julian Alps Transboundary Biosphere Reserve / Slovenia – Italy
เขตสงวนชีวมณฑลข้ามพรมแดนแห่งใหม่ ครอบคลุมพื้นที่เทือกเขาแอลป์จูเลียน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของหมีสีน้ำตาล แมวป่าลิงซ์ และอินทรีทอง และเป็นตัวอย่างของความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ระหว่างประเทศ
ความสำคัญของการประกาศในปี 2024
การรับรองครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญ 3 ประการของ UNESCO
1. การขยายเครือข่ายสู่ประเทศใหม่ เบลเยียมและแกมเบียมีเขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของประเทศ
2. การส่งเสริมความร่วมมือข้ามพรมแดน มีการรับรองพื้นที่ข้ามพรมแดนใหม่ 2 แห่ง
-
KempenBroek (Belgium–Netherlands)
-
Julian Alps (Slovenia–Italy)
3. การอนุรักษ์ความหลากหลายของระบบนิเวศ ครอบคลุมตั้งแต่
-
ป่าฝนเขตร้อน
-
พื้นที่ชุ่มน้ำ
-
ภูเขาสูง
-
เกาะทะเล
-
ระบบนิเวศชายฝั่ง
แสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์ต้องดำเนินการในทุกภูมิภาคของโลก Biosphere Reserve กับการรับมือวิกฤตโลก UNESCO มองว่าเขตสงวนชีวมณฑลเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับ
-
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
-
ความมั่นคงทางน้ำ
-
ความมั่นคงทางอาหาร
-
การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว
ปัจจุบันพื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งทดลองนโยบายและนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่สามารถขยายผลไปสู่ภูมิภาคอื่นของโลกได้ (UNESCO)
การประกาศเขตสงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่งในปี 2024 เป็นอีกก้าวสำคัญของ UNESCO ในการสร้างเครือข่ายพื้นที่ต้นแบบสำหรับอนาคตของโลก จากป่าฝนเขตร้อนในโคลอมเบีย พื้นที่ชุ่มน้ำของแกมเบีย เทือกเขาพิเรนีสของสเปน ไปจนถึงภูมิประเทศอันหลากหลายของมองโกเลีย ทุกพื้นที่สะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า
“การอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์สามารถดำเนินไปพร้อมกันได้”
และนี่คือหัวใจสำคัญของโครงการ Man and the Biosphere Programme ที่ UNESCO ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1971 จนถึงปัจจุบัน
.
-------------------------
ที่มา
- UNESCO Man and the Biosphere Programme
- UNESCO Biosphere Reserves Overview
- ข้อมูลการประกาศเขตสงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่ง ปี 2024 อ้างอิงจากเอกสารและข่าวประชาสัมพันธ์ของ UNESCO ว่ามีการรับรอง 11 แห่งใน 11 ประเทศ ทำให้เครือข่ายโลกมี 759 แห่งใน 136 ประเทศ ณ ปี 2024
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
-------------------------
.
