เที่ยวซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)
การวางแผนท่องเที่ยวใน ซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur) เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดที่ใหญ่มาก (ใหญ่กว่าหลายประเทศรวมกัน) และแต่ละโซนมีลักษณะคาแรกเตอร์การท่องเที่ยวที่แตกต่างชัดเจน ควรแบ่งแผนการท่องเที่ยวออกเป็นหลายเส้นทาง ในครั้งนี้เราแบ่งออกมาเป็น 4 เส้นทางโดยใช้หลักการแบ่งเส้นทางตามทิศทางภูมิศาสตร์ คือ
- ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)
- ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางใต้ (Southern Xinjiang Uyghur Route)
- ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route)
- ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route)
มีรายละเอียดในแต่ละเส้นทาง ดังนี้
เส้นทางเที่ยวซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur) ธรรมชาติระดับโลกแห่งเอเชียกลาง
จุดเด่น ธรรมชาติอลังการ ทะเลสาบ ภูเขา หุบเขา วิวระดับ National Geographic ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี / ทุ่งหญ้า / ป่าสน
เหมาะกับ สายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ สาย Road Trip
สายลมเย็นจากเทือกเขา Altai Mountains พัดผ่านผืนน้ำสีฟ้าใสของ Kanas Lake จนเกิดระลอกคลื่นบางเบา ท่ามกลางป่าสนเขียวเข้มและหมอกบางที่ลอยคลออยู่เหนือหุบเขา ภาพเบื้องหน้าชวนให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ งดงาม และเงียบสงบอย่างแท้จริง นี่คือ “ซินเจียงเหนือ” หนึ่งในเส้นทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน หากซินเจียงตะวันออก คือความทรงเสน่ห์ของอารยธรรมโบราณและทะเลทราย ซินเจียงเหนือ (Northern Xinjiang) ก็คือ "สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก" อย่างแท้จริง ดินแดนตอนเหนือของภูเขาเทียนซานนี้พลิกภาพจำของซินเจียงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งเทือกเขาหิมะสูงตระหง่าน ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ ป่าสนเปลี่ยนสี และทุ่งหญ้าสเตปป์อันกว้างใหญ่ที่มีฝูงม้าและแกะเดินเล็มหญ้าอย่างอิสระ ผสมผสานกับวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมืองเร่ร่อนอย่างชาวคาซัค (Kazakh) และชาวถูว่า (Tuvan)
ซินเจียงเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของ Xinjiang Uyghur Autonomous Region ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตปกครอง โดยมีภูมิประเทศโดดเด่นเป็นเทือกเขาสูงสลับกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และทะเลสาบน้ำจืดจำนวนมาก พื้นที่นี้ได้รับอิทธิพลจากภูมิอากาศแบบเอเชียกลาง ทำให้มีฤดูกาลที่ชัดเจนและทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งตลอดปี ความพิเศษของซินเจียงเหนือ คือ ความหลากหลายของภูมิประเทศ ตั้งแต่ป่าสนในเขตหนาว ทุ่งหญ้าแบบยุโรป ไปจนถึงหุบเขาและแม่น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่สูง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน “ภูมิประเทศที่สวยที่สุดของจีน”
ซินเจียงอุยกูร์ ดินแดนที่เปรียบดั่งผืนผ้าทออันวิจิตรตระการตาแห่งเอเชียกลาง ชวนให้ผู้คนหลงใหลในมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันยาวนาน หากซินเจียงตอนใต้คือหัวใจของวัฒนธรรมอุยกูร์อันรุ่มรวย เส้นทางเหนือของซินเจียงกลับเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่คืออาณาจักรแห่งความหลากหลายทางภูมิประเทศและวัฒนธรรม ตั้งแต่เทือกเขาสูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีมรกตราวกับอัญมณีล้ำค่า ไปจนถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์อันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นบ้านของชนเผ่าเร่ร่อนผู้รักษาขนบธรรมเนียมโบราณไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย
เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือ หรือที่รู้จักกันในนาม "เส้นทางสายไหมสายเหนือ" ในอดีต คือทางเชื่อมสำคัญที่เคยนำพานักเดินทาง พ่อค้า และอารยธรรมต่างๆ ให้มาบรรจบกัน ณ ที่แห่งนี้ ดินแดนซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "จุงกาเรีย" (Dzungaria) แห่งนี้ มอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความพิศวงและความประทับใจไม่รู้ลืม ราวกับได้ก้าวเข้าสู่ภาพวาดธรรมชาติอันมีชีวิต ที่ซึ่งวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อนคาซัคและมองโกลผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตชาวอุยกูร์ผู้เปี่ยมด้วยสีสัน ก่อเกิดเป็นพรมแดนใหม่ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ดินแดนนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางเพื่อค้นพบความงามอันบริสุทธิ์และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่รอคอยการมาเยือน
ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง
ประวัติศาสตร์ของซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือหยั่งรากลึกในฐานะหัวใจสำคัญของ เส้นทางสายไหม (Silk Road) ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางการค้าอันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันมานานนับพันปี ดินแดนแห่งนี้เป็นจุดตัดของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และศาสนา ทั้งพุทธ อิสลาม และคริสต์ในยุคแรกเริ่ม ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ
ในยุคโบราณ พื้นที่แห่งนี้เป็นทางผ่านและแหล่งอิทธิพลของอาณาจักรต่างๆ ในช่วงราชวงศ์ฮั่นและถังของจีน ได้เริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคนี้ ขณะที่กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนอย่างชาวซงหนู, กอคเติร์ก และชาวอุยกูร์เอง ก็เคยมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาณาจักรอุยกูร์ข่าน (Uyghur Khaganate) ซึ่งเคยแผ่อำนาจจากมองโกเลียมายังซินเจียงตอนเหนือ ก่อนที่จะล่มสลายในปี ค.ศ. 840 (พ.ศ. 1383) และนำไปสู่การอพยพของชาวอุยกูร์บางส่วนลงมาทางใต้สู่แอ่งเตอร์ปัน (Turpan Depression) และก่อตั้ง อาณาจักรอุยกูร์โคโช (Kingdom of Qocho) ขึ้น โดยมีเมืองโบราณอย่าง เบชบาลีก (Beshbalik) ใกล้เมืองจิมซาร์ในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางสำคัญ
เส้นทางสายไหมสายเหนือ (Northern Silk Road) หรือที่บางครั้งเรียกว่า "เส้นทางอุยกูร์" นั้น เป็นเส้นทางสำคัญที่เลี่ยงความโหดร้ายของทะเลทรายทาคลามากัน (Taklamakan Desert) โดยจะเลียบไปตามเทือกเขาเทียนซานทางตอนเหนือ เป็นทางผ่านอันคึกคักสำหรับการค้าม้าแลกผ้าไหม ซึ่งม้าคุณภาพดีจากทุ่งหญ้าสเต็ปป์จะถูกนำมาแลกเปลี่ยนกับชาและผ้าไหมจากจีน ด่านตรวจและเมืองโอเอซิสเล็กๆ ริมเส้นทางเหล่านี้เป็นพยานแห่งการไหลเวียนของผู้คนและสินค้าในอดีต
ต่อมาในศตวรรษที่ 18 (พุทธศตวรรษที่ 23) ราชวงศ์ชิงของจีนได้ผนวกดินแดนนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอย่างเป็นทางการ หลังจากการพิชิตชาวมองโกลจุงการ์ (Dzungar Mongols) และได้ตั้งชื่อดินแดนนี้ว่า "ซินเจียง" (Xinjiang) ซึ่งมีความหมายว่า "พรมแดนใหม่" ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นดินแดนชายขอบที่เพิ่งถูกผนวกเข้ามาในจักรวรรดิ อย่างไรก็ตาม ทางตอนเหนือนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมชนเผ่ากึ่งเร่ร่อน โดยเฉพาะชาวคาซัคและมองโกล ซึ่งแตกต่างจากทางตอนใต้ที่เป็นโอเอซิสและวัฒนธรรมอุยกูร์แบบตั้งถิ่นฐานถาวร
การผจญภัยในซินเจียงตอนเหนือไม่ได้เป็นเพียงการชมความงามของทัศนียภาพ แต่ยังเป็นการก้าวข้ามผ่านกาลเวลา สัมผัสลมหายใจของเส้นทางสายไหมอันยิ่งใหญ่ และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่หล่อหลอมขึ้นจากความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแสงทองของฤดูใบไม้ร่วง ณ หมู่บ้านเหอมู่ ความงดงามของทะเลสาบไซรามที่ได้รับฉายาว่า "หยดน้ำตาหยดสุดท้ายของแอตแลนติก" หรือความคึกคักของตลาดแกรนด์บาซาร์แห่งอุรุมชี ทุกย่างก้าวในซินเจียงตอนเหนือคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่รอคอยให้ผู้แสวงหาการผจญภัยได้มาค้นพบและจารึกความทรงจำที่ไม่รู้ลืม
#iok2utravel #ซินเจียง #ซินเจียงเหนือ #เส้นทางสายไหม #UyghurRoute #KanasLake #HemuVillage #Tianshan #SayramLake #เที่ยวจีน
ลักษณะเด่นของธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้ซินเจียงเหนือโดดเด่น คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติในระดับที่หาได้ยากในเอเชีย ทะเลสาบอย่าง Sayram Lake เปล่งประกายสีฟ้าเข้มตัดกับแนวเทือกเขา ขณะที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของ Nalati Grassland แผ่ขยายสุดสายตาในฤดูร้อน กลายเป็นพรมสีเขียวที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่า ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ป่าไม้บริเวณ Hemu Village จะเปลี่ยนเป็นสีทองและส้ม สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักถ่ายภาพจากทั่วโลก
ประวัติและความสำคัญของพื้นที่
แม้ซินเจียงเหนือจะมีภาพลักษณ์เป็นดินแดนธรรมชาติ แต่ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าโบราณระหว่างเอเชียกลางและจีน ชุมชนพื้นเมือง เช่น ชาวคาซัคและชาวมองโกล ได้ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้มานานหลายศตวรรษ และยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าสนใจ การผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นถิ่น ทำให้ซินเจียงเหนือไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านทิวทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียกลางอีกด้วย
การเดินทางสำรวจธรรมชาติ
ทางด้านภูมิศาสตร์ ซินเจียงตอนเหนือถูกกำหนดโดยแนวเทือกเขาสูงและแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ซึ่งรวมกันเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด "สามเทือกเขา สองแอ่งกระทะ" (Three Mountains and Two Basins) การเดินทางสู่เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือ คือ การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ตั้งแต่การดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ไปจนถึงการสัมผัสวิถีชีวิตชนเผ่าที่ไม่เหมือนใคร การเดินทางในซินเจียงเหนือมักมาในรูปแบบ “เส้นทางสายธรรมชาติ” ที่พาผู้เดินทางผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เริ่มจากเมือง Urumqi แล้วมุ่งหน้าไปยังเขตภูเขาและทะเลสาบทางตอนเหนือ เส้นทางยอดนิยม คือ การเดินทางไปยัง Kanas Lake ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของภูมิภาค ระหว่างทางจะผ่านแม่น้ำ ป่าสน และหมู่บ้านชนเผ่าที่ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม จากนั้นสามารถต่อไปยัง Ili Valley ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องทุ่งหญ้าและดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ จุดหมายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเส้นทางนี้ เช่น
- ทะเลสาบคานาสือ (Kanas Lake) และหมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village)
- คานาสือ ไฮไลต์อันดับหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ทะเลสาบอัลไพน์รูปพระจันทร์เสี้ยวที่น้ำสามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาลและแสงแดด ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาอัลไตและป่าสน ทิวทัศน์จะงดงามถึงขีดสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผืนป่าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทองอร่าม
- หมู่บ้านเหอมู่ หมู่บ้านไม้สนดั้งเดิมของชนเผ่าถูว่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่ามกลางหุบเขา ภาพของควันไฟจากปล่องไฟที่ลอยผสมกับสายหมอกยามเช้า ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน สวยงามราวกับหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
- ทะเลสาบไซหลี่มู่ (Sayram Lake) ได้รับสมญานามอันโรแมนติกว่า "หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายของมหาสมุทรแอตแลนติก" เนื่องจากเป็นจุดสุดท้ายที่กระแสลมชื้นจากแอตแลนติกพัดมาถึง ที่นี่เป็นทะเลสาบอัลไพน์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในซินเจียง น้ำสีฟ้าใสแจ๋วสะท้อนเงาเทือกเขาหิมะที่โอบล้อม ในช่วงฤดูร้อน ทุ่งหญ้ารอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสันบานสะพรั่ง
- ทุ่งหญ้านาลาถี (Narati) และปาอินปู้หลู่เค่อ (Bayinbuluke) ในเขตอี้หลี่
- นาลาถี ทุ่งหญ้าลอยฟ้าที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในทุ่งหญ้าที่สวยที่สุดในโลก สัมผัสวิถีชีวิตชาวคาซัคที่ควบม้าและอาศัยอยู่ในกระโจม (Yurt) ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดยาวไปจรดตีนเขาหิมะ
- ปาอินปู้หลู่เค่อ ทุ่งหญ้าและพื้นที่ชุ่มน้ำที่กว้างใหญ่ ไฮไลต์คือการชม "โค้งแม่น้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว" ในยามพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งแสงสีทองจะสะท้อนลงบนคุ้งน้ำอย่างงดงามตระการตา
- เมืองผีอูเอ่อร์เหอ (Urho Ghost City) ในเมืองเค่อลาหม่าอี เปลี่ยนบรรยากาศจากความเขียวขจีมาชมความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาแบบย่าตัน (Yadan) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลมและฝนเป็นเวลานับล้านปี จนหินและเนินดินมีรูปร่างแปลกตาคล้ายปราสาทปรักหักพัง เมื่อลมพัดผ่านช่องเขาจะเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงภูตผี จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองผี เป็นจุดถ่ายรูปที่ดูลึกลับและอลังการมาก
- Kanas Lake
Hemu Village
Sayram Lake
Nalati Grassland
Ili Valley
Karajun Grassland
Keketuohai National Geopark
Burqin County
Altay Mountains
Five Colored Beach
เทือกเขาเทียนซาน (Tianshan Mountains): หรือ "เทือกเขาสวรรค์" เป็นกระดูกสันหลังของซินเจียง แบ่งภูมิภาคนี้ออกเป็นเหนือและใต้ โดยเป็นกำแพงธรรมชาติที่กักเก็บความชื้น ทำให้ซินเจียงตอนเหนือมีภูมิอากาศชื้นกว่าและมีพืชพรรณเขียวขจีกว่าตอนใต้
เทือกเขาอัลไต (Altai Mountains): ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาค เป็นพรมแดนธรรมชาติที่ติดกับรัสเซีย มองโกเลีย และคาซัคสถาน เทือกเขานี้เป็นแหล่งกำเนิดของทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ทุ่งหญ้าอัลไพน์ และป่าสนเบิร์ชอันกว้างใหญ่ มอบทัศนียภาพที่งดงามราวกับสวิตเซอร์แลนด์หรือยุโรปเหนือ
แอ่งจุงการ์ (Junggar Basin): เป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่รูปสามเหลี่ยมที่อยู่ใจกลางซินเจียงตอนเหนือ ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาเทียนซานทางใต้ และเทือกเขาอัลไตทางเหนือ
หุบเขาแม่น้ำอีลี (Ili River Valley): ได้รับฉายาว่า "หัวใจสีเขียวของซินเจียง" หุบเขาแห่งนี้รับความชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งผลให้มีทุ่งหญ้าเขียวขจีและทุ่งลาเวนเดอร์ที่งดงามราวกับอยู่ในเทือกเขาแอลป์
แอ่งเตอร์ปัน (Turpan Depression): แม้จะอยู่ทางตะวันออก แต่ก็เป็นประตูสู่เส้นทางเหนือ แอ่งแห่งนี้เป็นจุดที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองของโลกที่อยู่บนบก โดยมีความลึกถึง 154 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของจีน อุณหภูมิพื้นดินสามารถพุ่งสูงถึง 80 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง
เส้นทางสายไหม: เครือข่ายเส้นทางที่เชื่อมโยงฉางอาน-ระเบียงเทียนซาน ได้รับการจดทะเบียนเป็น มรดกโลกของ UNESCO ซึ่งครอบคลุมโบราณสถานหลายแห่งในภูมิภาคนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของซินเจียงอุยกูร์
จุดเด่นของสถานที่ เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือคือผืนผ้าใบทางวัฒนธรรมที่ถูกถักทอด้วยหลากเชื้อชาติและประเพณี ดินแดนแห่งนี้โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่น่าทึ่ง และการผสมผสานของวิถีชีวิตผู้คน
วัฒนธรรมหลากมิติ (Cultural Mosaic): หากซินเจียงตอนใต้เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมอุยกูร์แบบโอเอซิส ที่นี่คือแหล่งรวมของวัฒนธรรมกึ่งเร่ร่อนของชาว คาซัค (Kazakh) และ มองโกล (Mongolian) โดยเฉพาะชาว ทูวา (Tuva) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลกลุ่มเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม การเลี้ยงปศุสัตว์ในทุ่งหญ้า และการพักอาศัยในกระโจมแบบ "เยิร์ท" (Yurt) ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง วิถีชีวิตเหล่านี้สะท้อนผ่านการอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล (transhumance) ที่พวกเขาย้ายฝูงสัตว์ขึ้นไปเลี้ยงบนทุ่งหญ้าสูงในช่วงฤดูร้อน และลงสู่หุบเขาในช่วงฤดูหนาว
ภูมิปัญญาอุยกูร์ (Uyghur Ingenuity): เพื่อรับมือกับความร้อนระอุของแอ่งเตอร์ปัน ชาวอุยกูร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิศวกรรมชลประทานอันน่าทึ่งที่เรียกว่า ระบบคลองคาริซ (Karez Wells) ซึ่งเปรียบเสมือน "กำแพงเมืองจีนใต้ดิน" คลองใต้ดินยาวกว่า 5,000 กิโลเมตรนี้ จะนำพาน้ำที่ละลายจากหิมะบนเทือกเขาเทียนซานมาสู่พื้นที่เกษตรกรรมและเมืองต่างๆ โดยไม่สูญเสียไปกับการระเหย ช่วยหล่อเลี้ยงไร่องุ่นอันโด่งดังและโอเอซิสของเตอร์ปันมานับพันปี
ความงามของธรรมชาติที่หลากหลาย: ซินเจียงตอนเหนือคือภาพของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จากทุ่งหญ้าสีเขียวสดใสปกคลุมด้วยดอกไม้ป่าในฤดูร้อน สู่ป่าสนที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะที่ทะเลสาบคานาสและหมู่บ้านเหอมู่ ซึ่งมอบทัศนียภาพที่งดงามราวกับเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งนี้ยังมีทะเลสาบน้ำเค็มบนภูเขาสูงอย่างทะเลสาบไซรามที่น้ำใสสะอาดดุจคริสตัล ล้อมรอบด้วยขุนเขาหิมะที่งดงามราวกับภาพฝัน
มรดกทางอารยธรรมโบราณ: ซินเจียงตอนเหนือเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานบนเส้นทางสายไหม อาทิ เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) เมืองดินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นพยานถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีต และ ถ้ำพุทธเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves) ที่เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยของภาพเขียนฝาผนังอันเก่าแก่
ทะเลสาบคานาส (Kanas Lake): อัญมณีสีมรกตแห่งเทือกเขาอัลไต (Altai Mountains) ที่นี่โดดเด่นด้วยสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและตำนาน "สัตว์ประหลาดในทะเลสาบ" ที่เล่าขานกันมา ทะเลสาบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าสนอันเขียวขจีและยอดเขาหิมะ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินป่า พายเรือ หรือเพียงแค่นั่งชมวิวอันเงียบสงบ
หมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village): ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาใกล้กับทะเลสาบคานาส หมู่บ้านแห่งนี้เป็นบ้านของชาวทูวา ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ บ้านไม้สไตล์ไซบีเรียของชาวทูวาที่ตั้งเรียงรายท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าไม้เบิร์ช ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดในจีน โดยเฉพาะในยามเช้าที่มีหมอกปกคลุม และฤดูใบไม้ร่วงที่ป่าเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม
ทะเลสาบไซราม (Sayram Lake): ได้รับฉายาว่า "หยดน้ำตาหยดสุดท้ายของแอตแลนติก" ทะเลสาบน้ำเค็มบนภูเขาสูงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,070 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าในฤดูร้อน และยอดเขาหิมะที่สะท้อนในผืนน้ำใสสะอาด มอบทัศนียภาพอันบริสุทธิ์และเงียบสงบ
ทุ่งหญ้านาราติและปายันบูลัก (Narat & Bayanbulak Grasslands): สัมผัสความกว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าสเต็ปป์ หนึ่งในพื้นที่ทุ่งหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่คุณจะได้เห็นฝูงปศุสัตว์จำนวนมหาศาล รวมถึงวิวแม่น้ำคดเคี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตของชาวคาซัคผู้เร่ร่อน
เส้นทาง Duku Highway (G217): ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ถนนที่สวยที่สุดของจีน" เส้นทางสายนี้ตัดผ่านเทือกเขาเทียนซานอันยิ่งใหญ่ เชื่อมโยงซินเจียงตอนเหนือและใต้เข้าด้วยกัน นักเดินทางจะได้สัมผัสกับ "สี่ฤดูในวันเดียว" ขณะที่ถนนพาเลาะเลี้ยวผ่านธารน้ำแข็ง ป่าสน และทุ่งหญ้า (เส้นทางนี้เปิดเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น)
สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันรุ่มรวย
อุรุมชี (Urumqi): เมืองหลวงที่คึกคักและเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ที่นี่คุณไม่ควรพลาดการเยี่ยมชม Xinjiang International Grand Bazaar ตลาดขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนตลาดโบราณบนเส้นทางสายไหมในยุคใหม่ เต็มไปด้วยงานฝีมือ ผ้าไหม เครื่องเทศ และวัฒนธรรมอุยกูร์ที่เปี่ยมสีสัน และ พิพิธภัณฑ์ซินเจียง (Xinjiang Regional Museum) ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี รวมถึงมัมมี่โบราณอันโด่งดังอย่าง "Loulan Beauty"
เมืองปีศาจ (Karamay Ghost City/Urho): เดินทางสู่ภูมิประเทศแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำ หรือที่เรียกว่า Yardang ซึ่งก่อให้เกิดหินรูปร่างประหลาดคล้ายเมืองร้าง เมื่อลมพัดผ่านจะเกิดเสียงหอนชวนขนลุกราวกับเป็นเสียงของภูตผี
เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) ที่เตอร์ปัน: ซากเมืองดินที่สร้างขึ้นบนที่ราบสูงรูปใบไม้ มีอายุเก่าแก่กว่า 2,300 ปี ถือเป็นหนึ่งในเมืองดินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโลก ที่นี่คุณจะได้เดินสำรวจซากอาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม ที่แกะสลักลงไปในพื้นดิน สะท้อนถึงภูมิปัญญาการก่อสร้างอันชาญฉลาด
ถ้ำพุทธเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves) ที่เตอร์ปัน: กลุ่มถ้ำพุทธศาสนาเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองบนเส้นทางสายไหม แม้จะได้รับความเสียหายไปมาก แต่ยังคงมีร่องรอยของภาพเขียนฝาผนังพุทธศิลป์ที่งดงามให้ได้ชม
หุบเขาองุ่น (Grape Valley) และบ้านตากองุ่น (Chunche) ที่เตอร์ปัน: ชมความอุดมสมบูรณ์ของไร่องุ่นในหุบเขาอันเขียวขจี และเรียนรู้ระบบการตากองุ่นแบบดั้งเดิมในบ้านอิฐโคลนที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันความร้อนและแสงแดดโดยเฉพาะ
หมู่บ้านคาซานฉี (Kazanqi Folk Village) ในเมืองอีหนิง (Yining): สัมผัสวิถีชีวิตอุยกูร์แบบดั้งเดิมในเขตเมืองเก่าที่บ้านเรือนทาสีฟ้าสดใส สามารถนั่งรถลากม้า (Araba) ชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมสไตล์รัสเซียที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
เส้นทางซินเจียงเหนือ คือ สวรรค์ของ "สายธรรมชาติและช่างภาพ" เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในทิวทัศน์ระดับโลก ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็นสบาย การเดินทางอาจจะต้องใช้เวลานั่งรถค่อนข้างนานระหว่างจุดท่องเที่ยวเพราะพื้นที่กว้างใหญ่มาก แต่รับรองว่าวิวสองข้างทางและปลายทางที่รออยู่จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น
ประสบการณ์การท่องเที่ยว สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสในซินเจียงเหนือ คือ “ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ” ที่แทบไม่ถูกแตะต้อง เสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้า กลิ่นหอมของต้นสน และภาพภูเขาที่ทอดยาวสุดสายตา ล้วนสร้างความรู้สึกสงบและอิสระอย่างแท้จริง ในฤดูร้อน พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการเดินป่าและตั้งแคมป์ ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการถ่ายภาพวิวสีทอง ส่วนฤดูหนาวจะเปลี่ยนภูมิประเทศให้กลายเป็นโลกหิมะที่เงียบงาม
การเดินทางและข้อควรรู้
การเดินทางไปซินเจียงเหนือ มักเริ่มจากการบินเข้าสู่เมือง Urumqi จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือทัวร์ท้องถิ่น เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวและอยู่ห่างไกล ระยะทางระหว่างแต่ละจุดค่อนข้างไกล จึงควรวางแผนล่วงหน้า และเตรียมตัวสำหรับการเดินทางระยะยาว รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศและข้อมูลการเดินทางล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนออกเดินทาง
ซินเจียงเหนือ คือ หนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของธรรมชาติในระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีฟ้าใส ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หรือภูเขาที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ทุกองค์ประกอบล้วนรวมกันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน สำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติและต้องการสัมผัสโลกที่ยังคงบริสุทธิ์ ซินเจียงเหนือไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางที่เปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต
#Xinjiang #NorthernXinjiang #NatureRoute #KanasLake #SayramLake #NalatiGrassland #TravelChina #NatureTravel #iok2uTravel
.
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u
-------------------------
