iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

เที่ยวซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)

 

การวางแผนท่องเที่ยวใน ซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur) เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดที่ใหญ่มาก (ใหญ่กว่าหลายประเทศรวมกัน) และแต่ละโซนมีลักษณะคาแรกเตอร์การท่องเที่ยวที่แตกต่างชัดเจน ควรแบ่งแผนการท่องเที่ยวออกเป็นหลายเส้นทาง ในครั้งนี้เราแบ่งออกมาเป็น 4 เส้นทางโดยใช้หลักการแบ่งเส้นทางตามทิศทางภูมิศาสตร์ คือ

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางใต้ (Southern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route)

มีรายละเอียดในแต่ละเส้นทาง ดังนี้

เส้นทางเที่ยวซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghurธรรมชาติระดับโลกแห่งเอเชียกลาง

จุดเด่น ธรรมชาติอลังการ ทะเลสาบ ภูเขา หุบเขา วิวระดับ National Geographic ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี / ทุ่งหญ้า / ป่าสน

เหมาะกับ สายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ สาย Road Trip

สายลมเย็นจากเทือกเขา Altai Mountains พัดผ่านผืนน้ำสีฟ้าใสของ Kanas Lake จนเกิดระลอกคลื่นบางเบา ท่ามกลางป่าสนเขียวเข้มและหมอกบางที่ลอยคลออยู่เหนือหุบเขา ภาพเบื้องหน้าชวนให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ งดงาม และเงียบสงบอย่างแท้จริง นี่คือ “ซินเจียงเหนือ” หนึ่งในเส้นทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน หากซินเจียงตะวันออก คือความทรงเสน่ห์ของอารยธรรมโบราณและทะเลทราย ซินเจียงเหนือ (Northern Xinjiang) ก็คือ "สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก" อย่างแท้จริง ดินแดนตอนเหนือของภูเขาเทียนซานนี้พลิกภาพจำของซินเจียงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งเทือกเขาหิมะสูงตระหง่าน ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ ป่าสนเปลี่ยนสี และทุ่งหญ้าสเตปป์อันกว้างใหญ่ที่มีฝูงม้าและแกะเดินเล็มหญ้าอย่างอิสระ ผสมผสานกับวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมืองเร่ร่อนอย่างชาวคาซัค (Kazakh) และชาวถูว่า (Tuvan)

ซินเจียงเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของ Xinjiang Uyghur Autonomous Region ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตปกครอง โดยมีภูมิประเทศโดดเด่นเป็นเทือกเขาสูงสลับกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และทะเลสาบน้ำจืดจำนวนมาก พื้นที่นี้ได้รับอิทธิพลจากภูมิอากาศแบบเอเชียกลาง ทำให้มีฤดูกาลที่ชัดเจนและทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งตลอดปี ความพิเศษของซินเจียงเหนือ คือ ความหลากหลายของภูมิประเทศ ตั้งแต่ป่าสนในเขตหนาว ทุ่งหญ้าแบบยุโรป ไปจนถึงหุบเขาและแม่น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่สูง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน “ภูมิประเทศที่สวยที่สุดของจีน”

ซินเจียงอุยกูร์ ดินแดนที่เปรียบดั่งผืนผ้าทออันวิจิตรตระการตาแห่งเอเชียกลาง ชวนให้ผู้คนหลงใหลในมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันยาวนาน หากซินเจียงตอนใต้คือหัวใจของวัฒนธรรมอุยกูร์อันรุ่มรวย เส้นทางเหนือของซินเจียงกลับเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่คืออาณาจักรแห่งความหลากหลายทางภูมิประเทศและวัฒนธรรม ตั้งแต่เทือกเขาสูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีมรกตราวกับอัญมณีล้ำค่า ไปจนถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์อันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นบ้านของชนเผ่าเร่ร่อนผู้รักษาขนบธรรมเนียมโบราณไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือ หรือที่รู้จักกันในนาม "เส้นทางสายไหมสายเหนือ" ในอดีต คือทางเชื่อมสำคัญที่เคยนำพานักเดินทาง พ่อค้า และอารยธรรมต่างๆ ให้มาบรรจบกัน ณ ที่แห่งนี้ ดินแดนซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "จุงกาเรีย" (Dzungaria) แห่งนี้ มอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความพิศวงและความประทับใจไม่รู้ลืม ราวกับได้ก้าวเข้าสู่ภาพวาดธรรมชาติอันมีชีวิต ที่ซึ่งวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อนคาซัคและมองโกลผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตชาวอุยกูร์ผู้เปี่ยมด้วยสีสัน ก่อเกิดเป็นพรมแดนใหม่ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ดินแดนนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางเพื่อค้นพบความงามอันบริสุทธิ์และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่รอคอยการมาเยือน

ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง

ประวัติศาสตร์ของซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือหยั่งรากลึกในฐานะหัวใจสำคัญของ เส้นทางสายไหม (Silk Road) ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางการค้าอันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันมานานนับพันปี ดินแดนแห่งนี้เป็นจุดตัดของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และศาสนา ทั้งพุทธ อิสลาม และคริสต์ในยุคแรกเริ่ม ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ

ในยุคโบราณ พื้นที่แห่งนี้เป็นทางผ่านและแหล่งอิทธิพลของอาณาจักรต่างๆ ในช่วงราชวงศ์ฮั่นและถังของจีน ได้เริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคนี้ ขณะที่กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนอย่างชาวซงหนู, กอคเติร์ก และชาวอุยกูร์เอง ก็เคยมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาณาจักรอุยกูร์ข่าน (Uyghur Khaganate) ซึ่งเคยแผ่อำนาจจากมองโกเลียมายังซินเจียงตอนเหนือ ก่อนที่จะล่มสลายในปี ค.ศ. 840 (พ.ศ. 1383) และนำไปสู่การอพยพของชาวอุยกูร์บางส่วนลงมาทางใต้สู่แอ่งเตอร์ปัน (Turpan Depression) และก่อตั้ง อาณาจักรอุยกูร์โคโช (Kingdom of Qocho) ขึ้น โดยมีเมืองโบราณอย่าง เบชบาลีก (Beshbalik) ใกล้เมืองจิมซาร์ในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางสำคัญ

เส้นทางสายไหมสายเหนือ (Northern Silk Road) หรือที่บางครั้งเรียกว่า "เส้นทางอุยกูร์" นั้น เป็นเส้นทางสำคัญที่เลี่ยงความโหดร้ายของทะเลทรายทาคลามากัน (Taklamakan Desert) โดยจะเลียบไปตามเทือกเขาเทียนซานทางตอนเหนือ เป็นทางผ่านอันคึกคักสำหรับการค้าม้าแลกผ้าไหม ซึ่งม้าคุณภาพดีจากทุ่งหญ้าสเต็ปป์จะถูกนำมาแลกเปลี่ยนกับชาและผ้าไหมจากจีน ด่านตรวจและเมืองโอเอซิสเล็กๆ ริมเส้นทางเหล่านี้เป็นพยานแห่งการไหลเวียนของผู้คนและสินค้าในอดีต

ต่อมาในศตวรรษที่ 18 (พุทธศตวรรษที่ 23) ราชวงศ์ชิงของจีนได้ผนวกดินแดนนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอย่างเป็นทางการ หลังจากการพิชิตชาวมองโกลจุงการ์ (Dzungar Mongols) และได้ตั้งชื่อดินแดนนี้ว่า "ซินเจียง" (Xinjiang) ซึ่งมีความหมายว่า "พรมแดนใหม่" ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นดินแดนชายขอบที่เพิ่งถูกผนวกเข้ามาในจักรวรรดิ อย่างไรก็ตาม ทางตอนเหนือนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมชนเผ่ากึ่งเร่ร่อน โดยเฉพาะชาวคาซัคและมองโกล ซึ่งแตกต่างจากทางตอนใต้ที่เป็นโอเอซิสและวัฒนธรรมอุยกูร์แบบตั้งถิ่นฐานถาวร

การผจญภัยในซินเจียงตอนเหนือไม่ได้เป็นเพียงการชมความงามของทัศนียภาพ แต่ยังเป็นการก้าวข้ามผ่านกาลเวลา สัมผัสลมหายใจของเส้นทางสายไหมอันยิ่งใหญ่ และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่หล่อหลอมขึ้นจากความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแสงทองของฤดูใบไม้ร่วง ณ หมู่บ้านเหอมู่ ความงดงามของทะเลสาบไซรามที่ได้รับฉายาว่า "หยดน้ำตาหยดสุดท้ายของแอตแลนติก" หรือความคึกคักของตลาดแกรนด์บาซาร์แห่งอุรุมชี ทุกย่างก้าวในซินเจียงตอนเหนือคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่รอคอยให้ผู้แสวงหาการผจญภัยได้มาค้นพบและจารึกความทรงจำที่ไม่รู้ลืม

#iok2utravel #ซินเจียง #ซินเจียงเหนือ #เส้นทางสายไหม #UyghurRoute #KanasLake #HemuVillage #Tianshan #SayramLake #เที่ยวจีน

ลักษณะเด่นของธรรมชาติ

สิ่งที่ทำให้ซินเจียงเหนือโดดเด่น คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติในระดับที่หาได้ยากในเอเชีย ทะเลสาบอย่าง Sayram Lake เปล่งประกายสีฟ้าเข้มตัดกับแนวเทือกเขา ขณะที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของ Nalati Grassland แผ่ขยายสุดสายตาในฤดูร้อน กลายเป็นพรมสีเขียวที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่า ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ป่าไม้บริเวณ Hemu Village จะเปลี่ยนเป็นสีทองและส้ม สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักถ่ายภาพจากทั่วโลก

ประวัติและความสำคัญของพื้นที่

แม้ซินเจียงเหนือจะมีภาพลักษณ์เป็นดินแดนธรรมชาติ แต่ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าโบราณระหว่างเอเชียกลางและจีน ชุมชนพื้นเมือง เช่น ชาวคาซัคและชาวมองโกล ได้ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้มานานหลายศตวรรษ และยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าสนใจ การผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นถิ่น ทำให้ซินเจียงเหนือไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านทิวทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียกลางอีกด้วย

การเดินทางสำรวจธรรมชาติ

ทางด้านภูมิศาสตร์ ซินเจียงตอนเหนือถูกกำหนดโดยแนวเทือกเขาสูงและแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ซึ่งรวมกันเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด "สามเทือกเขา สองแอ่งกระทะ" (Three Mountains and Two Basins) การเดินทางสู่เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือ คือ การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ตั้งแต่การดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ไปจนถึงการสัมผัสวิถีชีวิตชนเผ่าที่ไม่เหมือนใคร การเดินทางในซินเจียงเหนือมักมาในรูปแบบ “เส้นทางสายธรรมชาติ” ที่พาผู้เดินทางผ่านจุดสำคัญหลายแห่ง เริ่มจากเมือง Urumqi แล้วมุ่งหน้าไปยังเขตภูเขาและทะเลสาบทางตอนเหนือ เส้นทางยอดนิยม คือ การเดินทางไปยัง Kanas Lake ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของภูมิภาค ระหว่างทางจะผ่านแม่น้ำ ป่าสน และหมู่บ้านชนเผ่าที่ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม จากนั้นสามารถต่อไปยัง Ili Valley ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องทุ่งหญ้าและดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ จุดหมายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเส้นทางนี้ เช่น

- ทะเลสาบคานาสือ (Kanas Lake) และหมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village)

- คานาสือ ไฮไลต์อันดับหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ทะเลสาบอัลไพน์รูปพระจันทร์เสี้ยวที่น้ำสามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาลและแสงแดด ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาอัลไตและป่าสน ทิวทัศน์จะงดงามถึงขีดสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผืนป่าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทองอร่าม

- หมู่บ้านเหอมู่ หมู่บ้านไม้สนดั้งเดิมของชนเผ่าถูว่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่ามกลางหุบเขา ภาพของควันไฟจากปล่องไฟที่ลอยผสมกับสายหมอกยามเช้า ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน สวยงามราวกับหลุดเข้าไปในเทพนิยาย

- ทะเลสาบไซหลี่มู่ (Sayram Lake) ได้รับสมญานามอันโรแมนติกว่า "หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายของมหาสมุทรแอตแลนติก" เนื่องจากเป็นจุดสุดท้ายที่กระแสลมชื้นจากแอตแลนติกพัดมาถึง ที่นี่เป็นทะเลสาบอัลไพน์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในซินเจียง น้ำสีฟ้าใสแจ๋วสะท้อนเงาเทือกเขาหิมะที่โอบล้อม ในช่วงฤดูร้อน ทุ่งหญ้ารอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสันบานสะพรั่ง

- ทุ่งหญ้านาลาถี (Narati) และปาอินปู้หลู่เค่อ (Bayinbuluke) ในเขตอี้หลี่

- นาลาถี ทุ่งหญ้าลอยฟ้าที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในทุ่งหญ้าที่สวยที่สุดในโลก สัมผัสวิถีชีวิตชาวคาซัคที่ควบม้าและอาศัยอยู่ในกระโจม (Yurt) ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดยาวไปจรดตีนเขาหิมะ

- ปาอินปู้หลู่เค่อ ทุ่งหญ้าและพื้นที่ชุ่มน้ำที่กว้างใหญ่ ไฮไลต์คือการชม "โค้งแม่น้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว" ในยามพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งแสงสีทองจะสะท้อนลงบนคุ้งน้ำอย่างงดงามตระการตา

- เมืองผีอูเอ่อร์เหอ (Urho Ghost City) ในเมืองเค่อลาหม่าอี เปลี่ยนบรรยากาศจากความเขียวขจีมาชมความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาแบบย่าตัน (Yadan) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลมและฝนเป็นเวลานับล้านปี จนหินและเนินดินมีรูปร่างแปลกตาคล้ายปราสาทปรักหักพัง เมื่อลมพัดผ่านช่องเขาจะเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงภูตผี จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองผี เป็นจุดถ่ายรูปที่ดูลึกลับและอลังการมาก

- Kanas Lake

Hemu Village

Sayram Lake

Nalati Grassland

Ili Valley

Karajun Grassland

Keketuohai National Geopark

Burqin County

Altay Mountains

Five Colored Beach

เทือกเขาเทียนซาน (Tianshan Mountains): หรือ "เทือกเขาสวรรค์" เป็นกระดูกสันหลังของซินเจียง แบ่งภูมิภาคนี้ออกเป็นเหนือและใต้ โดยเป็นกำแพงธรรมชาติที่กักเก็บความชื้น ทำให้ซินเจียงตอนเหนือมีภูมิอากาศชื้นกว่าและมีพืชพรรณเขียวขจีกว่าตอนใต้

เทือกเขาอัลไต (Altai Mountains): ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาค เป็นพรมแดนธรรมชาติที่ติดกับรัสเซีย มองโกเลีย และคาซัคสถาน เทือกเขานี้เป็นแหล่งกำเนิดของทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ทุ่งหญ้าอัลไพน์ และป่าสนเบิร์ชอันกว้างใหญ่ มอบทัศนียภาพที่งดงามราวกับสวิตเซอร์แลนด์หรือยุโรปเหนือ

แอ่งจุงการ์ (Junggar Basin): เป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่รูปสามเหลี่ยมที่อยู่ใจกลางซินเจียงตอนเหนือ ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาเทียนซานทางใต้ และเทือกเขาอัลไตทางเหนือ

หุบเขาแม่น้ำอีลี (Ili River Valley): ได้รับฉายาว่า "หัวใจสีเขียวของซินเจียง" หุบเขาแห่งนี้รับความชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งผลให้มีทุ่งหญ้าเขียวขจีและทุ่งลาเวนเดอร์ที่งดงามราวกับอยู่ในเทือกเขาแอลป์

แอ่งเตอร์ปัน (Turpan Depression): แม้จะอยู่ทางตะวันออก แต่ก็เป็นประตูสู่เส้นทางเหนือ แอ่งแห่งนี้เป็นจุดที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองของโลกที่อยู่บนบก โดยมีความลึกถึง 154 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของจีน อุณหภูมิพื้นดินสามารถพุ่งสูงถึง 80 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง

เส้นทางสายไหม: เครือข่ายเส้นทางที่เชื่อมโยงฉางอาน-ระเบียงเทียนซาน ได้รับการจดทะเบียนเป็น มรดกโลกของ UNESCO ซึ่งครอบคลุมโบราณสถานหลายแห่งในภูมิภาคนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของซินเจียงอุยกูร์

จุดเด่นของสถานที่ เส้นทางซินเจียงอุยกูร์ตอนเหนือคือผืนผ้าใบทางวัฒนธรรมที่ถูกถักทอด้วยหลากเชื้อชาติและประเพณี ดินแดนแห่งนี้โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่น่าทึ่ง และการผสมผสานของวิถีชีวิตผู้คน

วัฒนธรรมหลากมิติ (Cultural Mosaic): หากซินเจียงตอนใต้เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมอุยกูร์แบบโอเอซิส ที่นี่คือแหล่งรวมของวัฒนธรรมกึ่งเร่ร่อนของชาว คาซัค (Kazakh) และ มองโกล (Mongolian) โดยเฉพาะชาว ทูวา (Tuva) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลกลุ่มเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม การเลี้ยงปศุสัตว์ในทุ่งหญ้า และการพักอาศัยในกระโจมแบบ "เยิร์ท" (Yurt) ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง วิถีชีวิตเหล่านี้สะท้อนผ่านการอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล (transhumance) ที่พวกเขาย้ายฝูงสัตว์ขึ้นไปเลี้ยงบนทุ่งหญ้าสูงในช่วงฤดูร้อน และลงสู่หุบเขาในช่วงฤดูหนาว

ภูมิปัญญาอุยกูร์ (Uyghur Ingenuity): เพื่อรับมือกับความร้อนระอุของแอ่งเตอร์ปัน ชาวอุยกูร์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิศวกรรมชลประทานอันน่าทึ่งที่เรียกว่า ระบบคลองคาริซ (Karez Wells) ซึ่งเปรียบเสมือน "กำแพงเมืองจีนใต้ดิน" คลองใต้ดินยาวกว่า 5,000 กิโลเมตรนี้ จะนำพาน้ำที่ละลายจากหิมะบนเทือกเขาเทียนซานมาสู่พื้นที่เกษตรกรรมและเมืองต่างๆ โดยไม่สูญเสียไปกับการระเหย ช่วยหล่อเลี้ยงไร่องุ่นอันโด่งดังและโอเอซิสของเตอร์ปันมานับพันปี

ความงามของธรรมชาติที่หลากหลาย: ซินเจียงตอนเหนือคือภาพของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จากทุ่งหญ้าสีเขียวสดใสปกคลุมด้วยดอกไม้ป่าในฤดูร้อน สู่ป่าสนที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะที่ทะเลสาบคานาสและหมู่บ้านเหอมู่ ซึ่งมอบทัศนียภาพที่งดงามราวกับเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งนี้ยังมีทะเลสาบน้ำเค็มบนภูเขาสูงอย่างทะเลสาบไซรามที่น้ำใสสะอาดดุจคริสตัล ล้อมรอบด้วยขุนเขาหิมะที่งดงามราวกับภาพฝัน

มรดกทางอารยธรรมโบราณ: ซินเจียงตอนเหนือเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานบนเส้นทางสายไหม อาทิ เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) เมืองดินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นพยานถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีต และ ถ้ำพุทธเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves) ที่เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยของภาพเขียนฝาผนังอันเก่าแก่

ทะเลสาบคานาส (Kanas Lake): อัญมณีสีมรกตแห่งเทือกเขาอัลไต (Altai Mountains) ที่นี่โดดเด่นด้วยสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและตำนาน "สัตว์ประหลาดในทะเลสาบ" ที่เล่าขานกันมา ทะเลสาบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าสนอันเขียวขจีและยอดเขาหิมะ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินป่า พายเรือ หรือเพียงแค่นั่งชมวิวอันเงียบสงบ

หมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village): ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาใกล้กับทะเลสาบคานาส หมู่บ้านแห่งนี้เป็นบ้านของชาวทูวา ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ บ้านไม้สไตล์ไซบีเรียของชาวทูวาที่ตั้งเรียงรายท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าไม้เบิร์ช ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดในจีน โดยเฉพาะในยามเช้าที่มีหมอกปกคลุม และฤดูใบไม้ร่วงที่ป่าเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม

ทะเลสาบไซราม (Sayram Lake): ได้รับฉายาว่า "หยดน้ำตาหยดสุดท้ายของแอตแลนติก" ทะเลสาบน้ำเค็มบนภูเขาสูงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,070 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าในฤดูร้อน และยอดเขาหิมะที่สะท้อนในผืนน้ำใสสะอาด มอบทัศนียภาพอันบริสุทธิ์และเงียบสงบ

ทุ่งหญ้านาราติและปายันบูลัก (Narat & Bayanbulak Grasslands): สัมผัสความกว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าสเต็ปป์ หนึ่งในพื้นที่ทุ่งหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่คุณจะได้เห็นฝูงปศุสัตว์จำนวนมหาศาล รวมถึงวิวแม่น้ำคดเคี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตของชาวคาซัคผู้เร่ร่อน

เส้นทาง Duku Highway (G217): ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ถนนที่สวยที่สุดของจีน" เส้นทางสายนี้ตัดผ่านเทือกเขาเทียนซานอันยิ่งใหญ่ เชื่อมโยงซินเจียงตอนเหนือและใต้เข้าด้วยกัน นักเดินทางจะได้สัมผัสกับ "สี่ฤดูในวันเดียว" ขณะที่ถนนพาเลาะเลี้ยวผ่านธารน้ำแข็ง ป่าสน และทุ่งหญ้า (เส้นทางนี้เปิดเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น)

สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันรุ่มรวย

อุรุมชี (Urumqi): เมืองหลวงที่คึกคักและเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ที่นี่คุณไม่ควรพลาดการเยี่ยมชม Xinjiang International Grand Bazaar ตลาดขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนตลาดโบราณบนเส้นทางสายไหมในยุคใหม่ เต็มไปด้วยงานฝีมือ ผ้าไหม เครื่องเทศ และวัฒนธรรมอุยกูร์ที่เปี่ยมสีสัน และ พิพิธภัณฑ์ซินเจียง (Xinjiang Regional Museum) ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี รวมถึงมัมมี่โบราณอันโด่งดังอย่าง "Loulan Beauty"

เมืองปีศาจ (Karamay Ghost City/Urho): เดินทางสู่ภูมิประเทศแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำ หรือที่เรียกว่า Yardang ซึ่งก่อให้เกิดหินรูปร่างประหลาดคล้ายเมืองร้าง เมื่อลมพัดผ่านจะเกิดเสียงหอนชวนขนลุกราวกับเป็นเสียงของภูตผี

เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) ที่เตอร์ปัน: ซากเมืองดินที่สร้างขึ้นบนที่ราบสูงรูปใบไม้ มีอายุเก่าแก่กว่า 2,300 ปี ถือเป็นหนึ่งในเมืองดินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโลก ที่นี่คุณจะได้เดินสำรวจซากอาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม ที่แกะสลักลงไปในพื้นดิน สะท้อนถึงภูมิปัญญาการก่อสร้างอันชาญฉลาด

ถ้ำพุทธเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves) ที่เตอร์ปัน: กลุ่มถ้ำพุทธศาสนาเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองบนเส้นทางสายไหม แม้จะได้รับความเสียหายไปมาก แต่ยังคงมีร่องรอยของภาพเขียนฝาผนังพุทธศิลป์ที่งดงามให้ได้ชม

หุบเขาองุ่น (Grape Valley) และบ้านตากองุ่น (Chunche) ที่เตอร์ปัน: ชมความอุดมสมบูรณ์ของไร่องุ่นในหุบเขาอันเขียวขจี และเรียนรู้ระบบการตากองุ่นแบบดั้งเดิมในบ้านอิฐโคลนที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันความร้อนและแสงแดดโดยเฉพาะ

หมู่บ้านคาซานฉี (Kazanqi Folk Village) ในเมืองอีหนิง (Yining): สัมผัสวิถีชีวิตอุยกูร์แบบดั้งเดิมในเขตเมืองเก่าที่บ้านเรือนทาสีฟ้าสดใส สามารถนั่งรถลากม้า (Araba) ชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมสไตล์รัสเซียที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

เส้นทางซินเจียงเหนือ คือ สวรรค์ของ "สายธรรมชาติและช่างภาพ" เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในทิวทัศน์ระดับโลก ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และผู้ที่ชื่นชอบอากาศเย็นสบาย การเดินทางอาจจะต้องใช้เวลานั่งรถค่อนข้างนานระหว่างจุดท่องเที่ยวเพราะพื้นที่กว้างใหญ่มาก แต่รับรองว่าวิวสองข้างทางและปลายทางที่รออยู่จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น

ประสบการณ์การท่องเที่ยว สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสในซินเจียงเหนือ คือ “ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ” ที่แทบไม่ถูกแตะต้อง เสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้า กลิ่นหอมของต้นสน และภาพภูเขาที่ทอดยาวสุดสายตา ล้วนสร้างความรู้สึกสงบและอิสระอย่างแท้จริง ในฤดูร้อน พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการเดินป่าและตั้งแคมป์ ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการถ่ายภาพวิวสีทอง ส่วนฤดูหนาวจะเปลี่ยนภูมิประเทศให้กลายเป็นโลกหิมะที่เงียบงาม

การเดินทางและข้อควรรู้

การเดินทางไปซินเจียงเหนือ มักเริ่มจากการบินเข้าสู่เมือง Urumqi จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือทัวร์ท้องถิ่น เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวและอยู่ห่างไกล ระยะทางระหว่างแต่ละจุดค่อนข้างไกล จึงควรวางแผนล่วงหน้า และเตรียมตัวสำหรับการเดินทางระยะยาว รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศและข้อมูลการเดินทางล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนออกเดินทาง

ซินเจียงเหนือ คือ หนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของธรรมชาติในระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีฟ้าใส ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หรือภูเขาที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ทุกองค์ประกอบล้วนรวมกันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน สำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติและต้องการสัมผัสโลกที่ยังคงบริสุทธิ์ ซินเจียงเหนือไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางที่เปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต

#Xinjiang #NorthernXinjiang #NatureRoute #KanasLake #SayramLake #NalatiGrassland #TravelChina #NatureTravel #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

 

   

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward