iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route)

 

การวางแผนท่องเที่ยวใน ซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur) เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดที่ใหญ่มาก (ใหญ่กว่าหลายประเทศรวมกัน) และแต่ละโซนมีลักษณะคาแรกเตอร์การท่องเที่ยวที่แตกต่างชัดเจน ควรแบ่งแผนการท่องเที่ยวออกเป็นหลายเส้นทาง ในครั้งนี้เราแบ่งออกมาเป็น 4 เส้นทางโดยใช้หลักการแบ่งเส้นทางตามทิศทางภูมิศาสตร์ คือ

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางเหนือ (Northern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางใต้ (Southern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route)

ซินเจียงอุยกูร์ เที่ยวเส้นทางตะวันตก (Western Xinjiang Uyghur Route)

มีรายละเอียดในแต่ละเส้นทาง ดังนี้

เส้นทางซินเจียงตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route) ดินแดนทะเลทรายและอารยธรรมโบราณแห่งสุดขอบโลก

จุดเด่น ทะเลทรายโกบี แอ่งต่ำสุดในจีน เส้นทางสายไหมโบราณ ภูมิประเทศแปลกตา (Mars-like landscape)

เหมาะกับ สาย adventure สายถ่าย landscape สาย geology (พี่เรนชอบแนวนี้แน่นอน)

เส้นทางซินเจียงตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route) ถือเป็นประตูบานแรกที่เชื่อมต่อแผ่นดินตอนในของจีนเข้าสู่ดินแดนตะวันตกสุดขอบประเทศ เส้นทางนี้อบอวลไปด้วยมนต์ขลังของเส้นทางสายไหมโบราณ โดดเด่นด้วยความแตกต่างอย่างสุดขั้วของภูมิประเทศ ทั้งความร้อนระอุของหุบเขาเขาสีแดงฉานที่สลับกับความร่มรื่นของโอเอซิสอันอุดมสมบูรณ์ และร่องรอยอารยธรรมที่ยังคงมีลมหายใจ

เปลวความร้อนจากผืนดินสีแดงเข้มของ Flaming Mountains ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามบ่าย แสงแดดสะท้อนผิวหินจนดูราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ท่ามกลางความแห้งแล้งนั้น กลับซ่อนเรื่องราวของอารยธรรมโบราณและเส้นทางการค้าในอดีตไว้อย่างน่าทึ่ง นี่คือ “ซินเจียงตะวันออก” เส้นทางที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศสุดขั้วและมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่

ซินเจียงตะวันออก เป็นส่วนหนึ่งของ Xinjiang Uyghur Autonomous Region โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง Turpan ซึ่งตั้งอยู่ในแอ่ง Turpan Basin หนึ่งในพื้นที่ที่มีระดับต่ำที่สุดในประเทศจีน และมีอุณหภูมิสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภูมิภาคนี้เป็นประตูสำคัญของ เส้นทางสายไหมฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อจีนตอนในกับเอเชียกลาง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ศาสนา และเทคโนโลยีมาตั้งแต่โบราณ

ประวัติความเป็นมา

ในอดีต เมือง Turpan และพื้นที่โดยรอบเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณที่รุ่งเรืองตามเส้นทางสายไหม หลักฐานสำคัญยังคงปรากฏอยู่ในเมืองโบราณอย่าง Gaochang Ruins และ Jiaohe Ancient City ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการค้าในยุคโบราณ นอกจากนี้ ศิลปะพุทธศาสนายังแพร่หลายเข้ามาในภูมิภาคนี้ ดังจะเห็นได้จาก Bezeklik Thousand Buddha Caves ซึ่งเป็นกลุ่มถ้ำศิลปะที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่า

ลักษณะเด่นของภูมิประเทศ

ซินเจียงตะวันออกมีภูมิประเทศที่โดดเด่นและแตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายและแอ่งต่ำ เช่น Turpan Basin ที่มีอุณหภูมิสูงและอากาศแห้งแล้ง ภูเขาหินสีแดงของ Flaming Mountains กลายเป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคนี้ ขณะที่ระบบชลประทานโบราณอย่าง Karez Irrigation System แสดงถึงภูมิปัญญาของมนุษย์ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่โหดร้าย

ความสำคัญทางวัฒนธรรม

ซินเจียงตะวันออกเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการผสมผสานของวัฒนธรรมหลายอารยธรรม ทั้งจีน อินเดีย เปอร์เซีย และเอเชียกลาง เนื่องจากเป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหม วัฒนธรรมในพื้นที่นี้จึงมีความหลากหลาย ทั้งด้านศาสนา ภาษา และสถาปัตยกรรม โดยยังคงเห็นร่องรอยของอดีตผ่านโบราณสถานและวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

ซินเจียงอุยกูร์ เส้นทางตะวันออก (Eastern Xinjiang Uyghur Route) ฮามี่ ทูหลูฟาน อูรัมชี ประเทศจีน

บทนำ: ประตูสู่เส้นทางสายไหมในดินแดนแห่งความมหัศจรรย์

การเดินทางสู่เส้นทางตะวันออกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur Autonomous Region) ณ ประเทศจีน คือการผจญภัยอันน่าทึ่งสู่ "ประตูแห่งทิศตะวันออก" ของเส้นทางสายไหมในอดีตกาล ดินแดนแห่งนี้เป็นดั่งผืนผ้าใบทางธรณีวิทยาและวัฒนธรรมที่ถูกถักทอด้วยความสุดขั้ว ตั้งแต่แอ่งกระทะที่ลึกที่สุดในประเทศจีน ไปจนถึงยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะ ท่ามกลางโอเอซิสเขียวขจีที่ซ่อนเร้นอยู่ในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล ซินเจียงตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยเมืองสำคัญอย่าง ฮามี่ (Hami หรือ Kumul), ทูหลูฟาน (Turpan หรือ Turfan) และเมืองหลวง อูรัมชี (Urumqi) ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดแวะพักระหว่างทาง แต่เป็นศูนย์กลางที่หลอมรวมหลากหลายอารยธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่พุทธศาสนาไปจนถึงอิสลาม เผยให้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์อันล้ำค่าที่ยังคงมีชีวิตชีวาจนถึงปัจจุบัน การมาเยือนที่นี่จึงเปรียบเสมือนการก้าวข้ามกาลเวลา เข้าไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหมที่ยังคงอบอวลอยู่ในทุกอณูของผืนดิน

ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง: อูฐ, โอเอซิส และอารยธรรมข้ามพรมแดน

ประวัติศาสตร์ของซินเจียงตะวันออกยาวนานกว่าสองพันปี เป็นดั่งจุดบรรจบของหลากหลายอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นชาวฮั่น, เติร์ก, มองโกล และเปอร์เซีย ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นหม้อหลอมทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ยุคโบราณ ดินแดนนี้เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโบราณอันรุ่งเรือง เช่น อาณาจักรจูสื่อ (Jushi) บริเวณทูหลูฟาน และ อาณาจักรยี่อู้ (Yiwu) บริเวณฮามี่ ซึ่งต่างก็เป็นศูนย์กลางการค้าและพุทธศาสนาที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม ก่อนที่อิทธิพลของศาสนาอิสลามจะแผ่ขยายเข้ามาในภายหลัง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น ถ้ำพันพระพุทธรูปเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves) ซึ่งจัดแสดงภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธศาสนาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 (พุทธศตวรรษที่ 11) สะท้อนถึงการผสมผสานศิลปะพุทธแบบคันธาระ จีน และเอเชียกลาง ก่อนที่ หอคอยเอมิน (Emin Minaret) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1777 (พ.ศ. 2320) จะเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมอิสลามแบบอุยกูร์ที่เข้ามาหยั่งรากฐานในยุคต่อมา

เมืองฮามี่เองก็มีบทบาทพิเศษในฐานะที่ตั้งของ คานาตฮามี่ (Kumul Khanate) ซึ่งเป็นรัฐบริวารกึ่งอิสระภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1696 (พ.ศ. 2239) ถึง ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) ซึ่งทำให้ฮามี่สามารถธำรงไว้ซึ่งการปกครองท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานสไตล์สถาปัตยกรรมของเอเชียกลางและจีนเข้าด้วยกัน มรดกเหล่านี้ทำให้ซินเจียงตะวันออกได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นส่วนหนึ่งของ "เส้นทางสายไหม: เครือข่ายเส้นทางฉางอัน-เทือกเขาเทียนซาน" (Silk Roads: the Routes Network of Chang'an-Tianshan Corridor) ในปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ตอกย้ำถึงความสำคัญในฐานะระเบียงวัฒนธรรมที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าหากัน

นอกจากนี้ ภูมิประเทศอันสุดขั้วยังเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยเฉพาะเทือกเขาเทียนซาน (Tianshan Mountains) ที่แบ่งภูมิภาคออกเป็นเขตภูมิอากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และแอ่งกระทะทูหลูฟาน (Turpan Depression) ที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 154 เมตร ทำให้เป็นพื้นที่ที่ร้อนและแห้งแล้งที่สุดในประเทศจีน แต่ด้วยภูมิปัญญาโบราณอย่าง ระบบชลประทานคาเรซ (Karez Well System) ที่เป็นอุโมงค์ใต้ดินส่งน้ำจากหิมะละลายบนเทือกเขาเทียนซาน ทำให้เกิดโอเอซิสอันอุดมสมบูรณ์ที่พลิกผืนทะเลทรายให้กลายเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้เลิศรสอันโด่งดังไปทั่วโลก

ไฮไลต์ของเส้นทาง: มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและอารยธรรม

เส้นทางซินเจียงตะวันออกเต็มไปด้วยจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งสะท้อนทั้งความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความรุ่งเรืองของอารยธรรมโบราณ

ทูหลูฟาน (Turpan) เมืองแห่งเปลวเพลิงและโอเอซิส

ทูหลูฟานได้รับฉายาว่า "ดินแดนแห่งไฟ" (Land of Fire) เนื่องจากอุณหภูมิในฤดูร้อนที่พุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส (104 องศาฟาเรนไฮต์) ได้อย่างง่ายดาย แต่กระนั้นก็เป็นโอเอซิสที่งดงามและอุดมสมบูรณ์

  • เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) และเมืองโบราณเกาชาง (Gaochang Ruins) (ขึ้นทะเบียน UNESCO World Heritage): สองอดีตเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางสายไหมที่ยังคงรักษาสภาพทางสถาปัตยกรรมดินดิบไว้ได้อย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองเจียวเหอมีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยการสร้างอาคารและโครงสร้างต่างๆ ด้วยการขุดลงไปในพื้นดินของที่ราบสูง แทนที่จะสร้างขึ้นข้างบน เปรียบเสมือนการแกะสลักเมืองจากหินธรรมชาติ ในขณะที่เมืองเกาชางอดีตเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สำคัญซึ่งพระถังซัมจั๋งเคยจำพรรษาและเผยแผ่พระธรรม
  • หอคอยเอมิน (Emin Minaret หรือ Sugong Ta): หอคอยมัสยิดที่สูงที่สุดในประเทศจีน ด้วยความสูง 44 เมตร (หรือประมาณ 144 ฟุต) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1777 (พ.ศ. 2320) ในรูปแบบสถาปัตยกรรมอัฟกานิสถานแบบเรียวสอบ ตกแต่งด้วยลวดลายเรขาคณิตจากอิฐดินเผาอันวิจิตรตระการตา
  • ถ้ำพันพระพุทธรูปเบเซคลิก (Bezeklik Thousand Buddha Caves): ตั้งอยู่ริมหน้าผาของเทือกเขาเพลิง ถ้ำเหล่านี้บรรจุภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธศาสนาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 14 (พุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 20) ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอาณาจักรอุยกูร์ตะวันตก แม้ภาพวาดบางส่วนจะเลือนหายไปตามกาลเวลาและถูกทำลาย แต่ยังคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะอันล้ำลึก
  • หมู่บ้านทูโย่ว (Tuyoq Village): หมู่บ้านอุยกูร์โบราณที่เปรียบเสมือน "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ด้วยบ้านเรือนที่สร้างจากอิฐดินเหนียวแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาเพลิง รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นเขียวขจี และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของการแสวงบุญในศาสนาอิสลาม (Mazar) อีกด้วย
  • ระบบชลประทานคาเรซ (Karez Well System): ภูมิปัญญาโบราณในการขุดอุโมงค์ใต้ดินยาวกว่า 5,000 กิโลเมตร (ประมาณ 3,100 ไมล์) เพื่อส่งน้ำจากหิมะละลายบนเทือกเขาเทียนซานมายังโอเอซิส ป้องกันการระเหยของน้ำในอากาศที่ร้อนจัด ถือเป็นหนึ่งใน "สามโครงการยิ่งใหญ่" ของจีนเคียงคู่กับกำแพงเมืองจีนและคลองขุดต้าหยุนเหอ
  • เทือกเขาเพลิง (Flaming Mountains หรือ Huoyan Shan): เทือกเขาทรายแดงยาวกว่า 100 กิโลเมตร (ประมาณ 62 ไมล์) ที่เปล่งประกายสีแดงเพลิงยามต้องแสงอาทิตย์ในยามบ่าย เป็นฉากหลังในตำนานไซอิ๋วอันโด่งดัง

ฮามี่ (Hami) ประตูสู่แดนตะวันตกและเมืองแห่งเมลอน

ฮามี่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คูมุล (Kumul) ถือเป็น "ประตูสู่แดนตะวันออก" ของซินเจียง ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับดินแดนตะวันตกบนเส้นทางสายไหม

  • สุสานกษัตริย์ฮามี่ (Hami Kings’ Mausoleums หรือ Huiwang Tombs): สุสานอันงดงามที่บรรจุพระศพของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ฮามี่ 9 รัชสมัย สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยการผสมผสานโดมอิสลามเข้ากับหลังคากระเบื้องแบบจีนโบราณอย่างลงตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก
  • ทุ่งหญ้าบาลีคุน (Balikun Grasslands): ตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขาเทียนซานฝั่งตะวันออก มอบทัศนียภาพที่แตกต่างจากทะเลทรายอย่างสิ้นเชิง ด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ป่าสน และทะเลสาบอัลไพน์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนเผ่าคาซัคเร่ร่อนและม้าพันธุ์บาลีคุนอันเลื่องชื่อ
  • พิพิธภัณฑ์ฮามี่ (Hami Museum): จัดแสดงคอลเลกชันฟอสซิลเทอโรซอร์ (Pterosaur) อันกว้างขวาง และโบราณวัตถุจากเส้นทางสายไหม รวมถึงมัมมี่ในยุคเหล็กที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ บ่งบอกถึงบทบาทของฮามี่ในฐานะศูนย์กลางการค้าโบราณ
  • เมืองปีศาจฮามี่ (Hami Ghost City หรือ Dahaidao Yardang): พื้นที่ทะเลทรายรกร้างที่มีเสาหินทรายรูปทรงแปลกตาอันเกิดจากการกัดเซาะของลม (Yardang landforms) สร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่เหมือนหลุดมาจากโลกอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแนว Landscape และการผจญภัยออฟโรด
  • เมลอนฮามี่ (Hami Melon หรือ Hamigua): ผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮามี่ ด้วยความหวานและหอมเป็นเอกลักษณ์ มีการเพาะปลูกมานานกว่า 2,000 ปี เคยเป็นเครื่องบรรณาการส่งถวายจักรพรรดิจีนในอดีต

อูรัมชี (Urumqi) เมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลจากทะเลที่สุด

อูรัมชี เมืองหลวงของซินเจียงอุยกูร์ เปรียบเสมือนศูนย์กลางที่เชื่อมต่อเส้นทางตะวันออกเข้ากับส่วนอื่นๆ ของภูมิภาค แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมอันหลากหลาย

  • พิพิธภัณฑ์เขตซินเจียง (Xinjiang Regional Museum): สถานที่ที่ห้ามพลาดสำหรับการชม "มัมมี่แห่งเส้นทางสายไหม" (Tarim Mummies) รวมถึง "สตรีงามแห่งโหลวหลาน" (Beauty of Loulan) มัมมี่อายุกว่า 3,800 ปี ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และเผยให้เห็นลักษณะทางกายภาพแบบคอเคซอยด์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยไขปริศนาประวัติศาสตร์การอพยพของมนุษย์ในอดีตกาล
  • ตลาดใหญ่ซินเจียง (Xinjiang International Grand Bazaar หรือ Erdaoqiao): ตลาดสไตล์อิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์รวมงานหัตถกรรมท้องถิ่น พรม เครื่องเทศ และสินค้าหลากหลายชนิด ให้บรรยากาศคึกคักและเป็นจุดที่สะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของซินเจียงได้เป็นอย่างดี
  • ทะเลสาบเทียนฉือ (Heavenly Lake หรือ Tianchi) แห่งเทือกเขาเทียนซาน: ทะเลสาบอัลไพน์ที่งดงามราวภาพวาด ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซานที่สูงตระหง่านและปกคลุมด้วยหิมะ รายล้อมด้วยป่าสนอันเขียวชอุ่ม เป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของ UNESCO และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม

สิ่งที่น่าสนใจภายในเส้นทาง

นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นการเดินทางที่เมือง Turpan ก่อนจะออกสำรวจเมืองโบราณอย่าง Jiaohe Ancient City ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงและมีผังเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ จุดหมายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเส้นทางนี้ เช่น

- Turpan

- Flaming Mountains

Gaochang Ruins

Jiaohe Ancient City

Karez Irrigation System

Bezeklik Thousand Buddha Caves

Hami

Barkol Grassland

Kumul

Turpan Basin

ทูหลู่พาน (Turpan): ดินแดนที่ร้อนที่สุดและหวานที่สุด

ภูเขาเปลวเพลิง (Flaming Mountains): เทือกเขาหินทรายสีแดงฉานที่ทอดตัวยาว เมื่อแสงแดดในฤดูร้อนตกกระทบ ไอร้อนที่ระเหยขึ้นมาจะทำให้ภูเขาดูราวกับมีเปลวไฟลุกโชน สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่จริงที่ถูกนำไปผูกกับตำนานในวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง "ไซอิ๋ว"

เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ruins): ซากอารยธรรมโบราณที่สร้างจากการขุดเจาะพื้นดินเหนียว ถือเป็นเมืองดินเหนียวที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนหน้าผาแคบๆ ระหว่างแม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน

ระบบชลประทานคานเอ๋อร์จิ่ง (Karez System): ภูมิปัญญาโบราณอันน่าทึ่งในการสร้างอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน เพื่อนำน้ำจากหิมะละลายบนภูเขาเทียนซานมาหล่อเลี้ยงเมืองกลางทะเลทราย โดยไม่ให้น้ำระเหยไปกับความร้อน

หุบเขาองุ่น (Grape Valley): ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ หุบเขาแห่งนี้คือโอเอซิสที่เต็มไปด้วยเถาองุ่น ทูหลู่พานมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่ององุ่นไร้เมล็ดและลูกเกดที่หวานอร่อย

ฮามี่ (Hami): โอเอซิสแห่งความชุ่มฉ่ำ เมืองที่เป็นจุดแวะพักสำคัญของกองคาราวานในอดีต ปัจจุบันฮามี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจาก "แตงฮามี่" (Hami Melon) ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานกรอบชื่นใจ นอกจากนี้ยังมี สุสานกษัตริย์ฮามี่ (Hami King Tomb) ที่มีสถาปัตยกรรมแบบอิสลามอันงดงามประณีต

เส้นทางตะวันออก เดินทางได้ค่อนข้างสะดวก ระยะทางระหว่างเมืองไม่ไกลมากนักเมื่อเทียบกับเส้นทางอื่นๆ ในซินเจียง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม ต้องการชมซากเมืองโบราณสุดอลังการ และอยากสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม รวมถึงลิ้มรสผลไม้ที่หวานฉ่ำที่สุดของชาวอุยกูร์ จากนั้นสามารถเดินทางไปยัง Gaochang Ruins ซึ่งเคยเป็นเมืองใหญ่ในอดีต และปิดท้ายด้วยการชมศิลปะพุทธใน Bezeklik Thousand Buddha Caves ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขา

ประสบการณ์การท่องเที่ยว

เส้นทางซินเจียงตะวันออกให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากพื้นที่อื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งความร้อนแรงของทะเลทรายและความลึกลับของอารยธรรมโบราณ การเดินท่ามกลางซากเมืองโบราณ การชมพระอาทิตย์ตกเหนือภูเขาสีแดง หรือการเรียนรู้ระบบชลประทานโบราณ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ให้ทั้งความรู้และความประทับใจ

การเดินทางและข้อควรรู้

การเดินทางไปยังซินเจียงตะวันออก สามารถเริ่มต้นจากเมือง Urumqi แล้วเดินทางต่อมายัง Turpan ด้วยรถไฟหรือรถยนต์ เนื่องจากภูมิอากาศในพื้นที่ค่อนข้างร้อนและแห้ง ควรเตรียมตัวให้พร้อม เช่น น้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด และควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนเดินทาง

ซินเจียงตะวันออก คือ เส้นทางที่เผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของโลก—ด้านที่เต็มไปด้วยความสุดขั้วของธรรมชาติและความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมในอดีต จากทะเลทรายที่ร้อนระอุไปจนถึงเมืองโบราณที่เงียบสงบ ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนความลึกของประวัติศาสตร์และพลังของธรรมชาติ สำหรับผู้ที่หลงใหลในเรื่องราวของอดีตและภูมิประเทศที่ไม่เหมือนใคร เส้นทางนี้คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมายและการค้นพบ

ผจญภัยสู่ใจกลางเส้นทางสายไหมอันเป็นนิรันดร์ การเดินทางบนเส้นทางตะวันออกของซินเจียงอุยกูร์ คือการเปิดประตูสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์ ที่ซึ่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมอันหลากหลายมาบรรจบกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ทะเลทรายอันร้อนระอุที่ซ่อนโอเอซิสเขียวขจี ไปจนถึงยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทุกย่างก้าวคือการค้นพบเรื่องราวของอารยธรรมบนเส้นทางสายไหมที่ยังคงหายใจ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ ทั้งความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมโบราณ รสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ และมิตรภาพจากผู้คนท้องถิ่น ด้วยความงดงามทางธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ และมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ซินเจียงตะวันออกจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เพียงเติมเต็มความกระหายในการผจญภัย แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ชื่นชมความหลากหลายและความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้อย่างแท้จริง

#iok2utravel #เที่ยวซินเจียง #เส้นทางสายไหม #อุยกูร์ #ทูหลูฟาน #ฮามี่ #อูรัมชี #จีน #มรดกโลก #วัฒนธรรมอุยกูร์ #Xinjiang #EasternXinjiang #SilkRoad #Turpan #FlamingMountains #AncientCity #TravelChina #DesertTravel #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

 

   

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward