iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

2023/2566 เกาะแกร์ แหล่งโบราณคดีแห่งลิงกาปุระโบราณหรือโชคการ์ยาร์ (Koh Ker: Archaeological Site of Ancient Lingapura or Chok Gargyar)

 

ปราสาทเกาะแกร์: แหล่งโบราณคดีแห่งลิงคปุระโบราณหรือโฉก การ์กยาร์ มรดกโลกที่ซ่อนเร้นในพงไพร

แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์ (Koh Ker: Archaeological Site of Ancient Lingapura or Chok Gargyar) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566 (C.E. 2023) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย การกำหนดสถานะนี้ถือเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมแห่งที่สี่ของกัมพูชาที่ได้รับสถานะมรดกโลก

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุเลน (Kulen district) จังหวัดพระวิหาร (Preah Vihear province) ครอบคลุมพื้นที่ 1,187 เฮกตาร์ (hectares) เกาะแกร์เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมร (Khmer Empire) ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างปี พ.ศ. 1471 – 1484 (C.E. 928–941) ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 (King Jayavarman IV) สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากการแสดงออกถึง "ศิลปะแบบเกาะแกร์" (Koh Ker Style) ซึ่งเป็นรูปแบบการแกะสลักและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ผสมผสานสัญลักษณ์ทางศาสนาและศิลปะของอินเดีย (Indian religious and artistic symbolism) เข้ากับแนวคิดการออกแบบท้องถิ่น (local design concepts) แม้จะมีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองไม่นานนัก แต่รูปแบบศิลปะนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อยุคต่อมาทั่วทั้งจักรวรรดิเขมรและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์ ประกอบด้วยโบราณสถานจำนวนมาก รวมถึงปราสาทอันเป็นเอกลักษณ์ ปราสาทศิวลึงค์ (Shiva-linga sanctuaries) สิ่งก่อสร้างสำหรับพลเรือน สระน้ำ ทำนบ อ่างเก็บน้ำ และถนนโบราณ โครงสร้างเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกอันลึกซึ้งเกี่ยวกับการวางแผนเมือง โครงสร้างพื้นฐานในชนบท และโครงการพัฒนาภูมิภาค สังคม เศรษฐกิจ และสถาปัตยกรรมที่มีการจัดการอย่างดีในยุคนั้น ในบรรดาปราสาทฮินดู (Hindu temples) ประมาณ 180 แห่งที่ยังคงอยู่ ปราสาททม (Prasat Thom) ซึ่งเป็นปราสาททรงพีระมิดเจ็ดชั้น ถือเป็นจุดเด่นสำคัญ

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์ได้รับการยอมรับในคุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value - OUV) ภายใต้เกณฑ์การขึ้นทะเบียนของยูเนสโกสองข้อ ดังนี้:

  • เกณฑ์ (ii): การเป็นประจักษ์พยานแห่งการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ที่สำคัญ แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์อันยอดเยี่ยมที่นำไปสู่ "ศิลปะแบบเกาะแกร์" (Koh Ker Style) ที่โดดเด่น การแสดงออกทางประติมากรรมนี้มีลักษณะของภาพลักษณ์ที่กล้าหาญ แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาและพลวัต (dynamic sense of movement) ซึ่งเป็นผลมาจากการผสมผสานระหว่างสัญลักษณ์ทางศาสนาและศิลปะของอินเดีย (Indian religious and artistic symbolism) เข้ากับแนวคิดการออกแบบและงานฝีมือของท้องถิ่น (local design concepts and craftsmanship) แม้จะมีช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 23 ปีในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ศิลปะแบบนี้มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการแสดงออกทางศิลปะในยุคต่อ ๆ มาของจักรวรรดิเขมร (Khmer Empire) และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • เกณฑ์ (iv): การเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทอาคาร สถาปัตยกรรม หรือภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีที่แสดงถึงช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เกาะแกร์ทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับภูมิทัศน์เมืองใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะด้วยอาคารขนาดใหญ่ (grand-scale buildings) ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้นวัตกรรมบล็อกหินมหึมา (colossal monolithic stone blocks) สำหรับทั้งการก่อสร้างและประติมากรรม สิ่งนี้เป็นการเริ่มต้นยุคการสร้างปราสาทหินที่ยาวนานหลายศตวรรษทั่วทั้งจักรวรรดิเขมร และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ของนครวัด (Angkor) และแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษต่อ ๆ มา

ผังเมืองศักดิ์สิทธิ์ของเกาะแกร์เชื่อกันว่ามีพื้นฐานมาจากแนวคิดทางศาสนาโบราณของอินเดียเกี่ยวกับจักรวาล (ancient Indian religious concepts of the universe) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนทั่วไป

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

เกาะแกร์ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมรในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 1464 – 1487 (C.E. 921–944) และเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวระหว่างปี พ.ศ. 1471 – 1487 (C.E. 928–944) ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 (King Jayavarman IV) ศิลาจารึกที่ปราสาทเกาะแกร์เรียกขานเมืองนี้ว่า "ลิงคปุระ" (Lingapura) ซึ่งหมายถึง "เมืองแห่งศิวลึงค์" หรือ "โฉก การ์กยาร์" (Chok Gargyar) ซึ่งแปลว่า "ป่าต้นเหล็ก" หรือ "เมืองแห่งการมอง" (city of glance) ผังเมืองศักดิ์สิทธิ์นี้เชื่อว่าสร้างขึ้นตามแนวคิดทางศาสนาโบราณของอินเดียที่เกี่ยวกับจักรวาล ซึ่งสะท้อนถึงนวัตกรรมในการวางผังเมืองและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น ๆ ในยุคเดียวกัน

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม: การก่อสร้างอาคารหลายแห่งในเกาะแกร์ใช้วัสดุหลักคืออิฐ แต่บางส่วนก็สร้างด้วยหินทราย (sandstone) และศิลาแลง (laterite) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้สามารถใช้บล็อกหินขนาดใหญ่มากในการก่อสร้างได้ คุณสมบัติทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ หอคอยทรงแปดเหลี่ยม (octagonal towers) ศิวลึงค์ (Shiva lingams) และโยนี (yonis) สระน้ำ อ่างเก็บน้ำ (reservoirs) ลวดลายแกะสลักที่โดดเด่น และรูปปั้นสิงโต (lion sculptures)

ปราสาทหลักคือ ปราสาททม (Prasat Thom) สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ (Shiva) เป็นปราสาททรงพีระมิดเจ็ดชั้นมีความสูงประมาณ 35–36 เมตร ที่ยอดปราสาทเดิมมีศิวลึงค์ขนาด 4.6 เมตร ประดิษฐานอยู่ แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์ตั้งอยู่ในป่าดงดิบระหว่างเทือกเขาพนมดงรัก (Dangrek) และพนมกุเลน (Kulen) ห่างจากเมืองพระนคร (Angkor) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองทั้งหมดครอบคลุม 81 ตารางกิโลเมตร และมีปราสาทมากกว่า 180 แห่ง อย่างไรก็ตาม มีเพียงประมาณสองโหลเท่านั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ เนื่องจากหลายแห่งยังคงซ่อนอยู่ในป่าและพื้นที่ยังไม่ได้รับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างสมบูรณ์

การแยกแยะระหว่างตำนานและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์: ข้อมูลที่นำเสนอข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และจากการศึกษาทางโบราณคดีที่พบจากศิลาจารึกและหลักฐานทางกายภาพ ไม่มีตำนานพื้นบ้านที่เด่นชัดระบุไว้ในรายงานวิจัยที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวมา

จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์ที่กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 35 ตารางกิโลเมตร และมีสิ่งก่อสร้างมากกว่า 180 แห่ง แม้จะมีเพียงประมาณหนึ่งโหลเท่านั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่าย จุดเด่นที่สำคัญ ได้แก่:

  • ปราสาททม (Prasat Thom) และปราสาทประปาง (Prasat Prang): สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดคือปราสาททม ซึ่งเป็นพีระมิดเจ็ดชั้นอันสง่างาม บางครั้งอาจถูกเรียกผิดว่าเป็นเกาะแกร์ทั้งพื้นที่ ปราสาทมีความสูงประมาณ 35–36 เมตร มอบทัศนียภาพอันงดงามของป่าโดยรอบจากยอดปราสาท มีบันไดไม้พร้อมราวจับช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปได้เกือบทุกชั้น เดิมที มรการประดิษฐานศิวลึงค์ยาว 4.6 เมตร ที่อุทิศแด่พระศิวะอยู่บนยอดปราสาท

  • ปราสาทปรัม (Prasat Pram): กลุ่มปราสาทอิฐห้าแห่งนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ โดยมีอย่างน้อยสองแห่งที่ถูกปกคลุมอย่างน่าทึ่งด้วยรากของต้นไทรใหญ่ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมในการถ่ายภาพ

  • ปราสาทกระโหม (Prasat Krahom): หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปราสาทแดง" เนื่องจากสร้างด้วยอิฐแดง ปราสาทแห่งนี้มีการแกะสลักหินที่งดงามบนทับหลัง (lintels) วงกบประตู (doorposts) และเสา (columns)

  • ปราสาทกระจับ (Prasat Krachap): ปราสาทที่น่าสนใจซึ่งมีทางเดินยาวและลวดลายแกะสลักหินที่สวยงาม

  • ปราสาทเนียงเขมาร์ (Prasat Neang Khmau): หรือที่เรียกว่า "ปราสาทหญิงดำ" โครงสร้างนี้มีความโดดเด่นด้วยการใช้หินสีเข้ม ซึ่งแตกต่างจากปราสาทอื่น ๆ ในพื้นที่

  • ศิวลึงค์และปราสาทศักดิ์สิทธิ์ (Shiva Lingas and Sanctuaries): ทั่วทั้งแหล่งโบราณคดีสามารถพบศาลขนาดเล็กและศิวลึงค์จำนวนมาก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อุทิศแด่พระศิวะ ศิวลึงค์บางองค์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชายังคงสามารถเห็นได้ในปราสาทต่าง ๆ เช่น ปราสาทเถอเนง (Prasat Thneng) และปราสาทเลิง (Prasat Leung)

  • สระศักดิ์สิทธิ์ (The Sacred Pond): ตั้งอยู่ใกล้ปราสาททม สระน้ำแห่งนี้เคยถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาในอดีต

เกาะแกร์มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าเมืองพระนคร (Angkor) ให้การสำรวจประวัติศาสตร์เขมร สถาปัตยกรรมที่เป็นนวัตกรรม และความงดงามอันเงียบสงบของซากปรักหักพังที่ถูกห้อมล้อมด้วยป่า

แหล่งโบราณคดีเกาะแกร์: ลิงคปุระโบราณหรือโฉก การ์กยาร์ เป็นพยานหลักฐานอันทรงคุณค่าถึงความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของจักรวรรดิเขมร การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี พ.ศ. 2566 (C.E. 2023) ยืนยันถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิด "ศิลปะแบบเกาะแกร์" ที่มีเอกลักษณ์ และในฐานะต้นแบบของการวางผังเมืองและเทคนิคการก่อสร้างอันล้ำสมัยที่ใช้บล็อกหินขนาดมหึมา ซึ่งมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมเขมรในยุคต่อมาอย่างลึกซึ้ง เกาะแกร์จึงไม่ได้เป็นเพียงซากปรักหักพังที่งดงามท่ามกลางป่าทึบ แต่ยังเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่เปิดไปสู่ความเข้าใจในวิวัฒนาการทางศิลปะ ศาสนา และวิศวกรรมของอารยธรรมเขมร นับเป็นมรดกที่ต้องได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชมต่อไป

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward