iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

2017/2560 เขตปราสาทสมโบร์ไพรกุก แหล่งโบราณคดีแห่งอิศานปุระ (Temple Zone of Sambor Prei Kuk, Archaeological Site of Ancient Ishanapura)

ปราสาทหินสมโบร์ไพรกุก: นครหลวงอิสานปุระ และรุ่งอรุณแห่งอารยธรรมเขมร

ปราสาทหินสมโบร์ไพรกุก (Temple Zone of Sambor Prei Kuk) ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีของเมืองอิสานปุระ (Ancient Ishanapura) โบราณนั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นอดีตนครหลวงของอาณาจักรเจนละ (Chenla Empire) ที่รุ่งเรืองในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-12) แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดกำปงธม (Kampong Thom Province) ประเทศกัมพูชา ห่างจากเมืองสตึงแสน (Stueng Sen) ไปทางเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ห่างจากนครวัด (Angkor) ไปทางตะวันออก 176 กิโลเมตร และห่างจากกรุงพนมเปญ (Phnom Penh) ไปทางเหนือ 206 กิโลเมตร

แหล่งโบราณคดีสมโบร์ไพรกุก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage List) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ด้วยพื้นที่ครอบคลุมกว่า 840 เฮกตาร์ (hectares) ประกอบด้วยปราสาทอิฐเผาที่ตกแต่งด้วยหินทรายมากกว่าหนึ่งร้อยหลัง โดยมีจำนวนถึง 186 หลัง และที่โดดเด่นคือปราสาทแปดเหลี่ยมจำนวน 10 หลัง ซึ่งเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศิลปะการตกแต่งหินทรายที่พบทั่วทั้งบริเวณเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยุคก่อนเมืองพระนคร (pre-Angkor) หรือที่เรียกว่า "ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก" (Sambor Prei Kuk Style) ศิลปะนี้สะท้อนถึงการผสมผสานอิทธิพลทางจิตวิญญาณและเทคนิคจากลัทธิฮินดู (Hindu cults) โดยเฉพาะจากอินเดียและเปอร์เซีย เข้ากับองค์ประกอบทางความเชื่อเรื่องวิญญาณ (animist) และพุทธศาสนา (Buddhist elements) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนารูปแบบศิลปะเขมรในยุคเมืองพระนครต่อไป

คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

ปราสาทหินสมโบร์ไพรกุกได้รับการยกย่องให้มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลภายใต้เกณฑ์ 3 ประการ ได้แก่ เกณฑ์ (ii), (iii) และ (vi) ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้:

  • เกณฑ์ (ii): แสดงถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ที่สำคัญในช่วงเวลาหนึ่ง หรือภายในพื้นที่วัฒนธรรมหนึ่งของโลก ในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมหรือเทคโนโลยี ศิลปะอนุสรณ์ การวางผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์

    • สมโบร์ไพรกุกนำเสนอรูปแบบสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก" ที่สะท้อนถึงการหลอมรวมอิทธิพลทางจิตวิญญาณและเทคนิคจากลัทธิฮินดูเป็นหลัก (โดยเฉพาะจากอินเดียและเปอร์เซีย) รวมถึงองค์ประกอบของความเชื่อเรื่องวิญญาณและพุทธศาสนา รูปแบบนี้ปรากฏชัดในการวางผัง โครงสร้างสถาปัตยกรรม และประติมากรรม (รวมถึงปราสาทอิฐเผา 186 หลังที่ประดับด้วยหินทราย) ซึ่งเป็นต้นแบบที่แพร่หลายในภูมิภาคและเป็นรากฐานสำหรับศิลปะเขมรที่โดดเด่นในยุคเมืองพระนคร นอกจากนี้ แหล่งโบราณคดียังได้นำเสนอโครงสร้างอาคารแปดเหลี่ยมและรูปแบบสุนทรียภาพใหม่ๆ เช่น ภาพแกะสลัก "ปราสาทลอยฟ้า" (flying palaces) และลวดลายวงกลม (medallions) บนผนังอิฐ.

  • เกณฑ์ (iii): เป็นพยานหลักฐานอันเป็นเอกลักษณ์หรือเป็นอย่างน้อยที่สุดที่พิเศษเฉพาะแก่ประเพณีวัฒนธรรม หรืออารยธรรมที่ยังคงอยู่หรือที่หายสาบสูญไปแล้ว

    • พื้นที่ปราสาทสมโบร์ไพรกุกอันกว้างใหญ่ พร้อมด้วยอาคารและระบบทางน้ำที่หลงเหลืออยู่ เป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นของประเพณีวัฒนธรรมแห่งอาณาจักรเจนละ ซึ่งรุ่งเรืองครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 11-12) ความสำเร็จทางสถาปัตยกรรม ณ เมืองอิสานปุระแห่งนี้เป็นรากฐานสำคัญสำหรับอารยธรรมเขมรในยุคเมืองพระนครในเวลาต่อมา แหล่งโบราณคดีนี้เป็นตัวแทนของภูมิทัศน์วัฒนธรรมของอิสานปุระโบราณ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเจนละ แสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองที่ซับซ้อน ขนาดของอนุสาวรีย์ และรูปแบบสัญลักษณ์ (iconography) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6-7.

  • เกณฑ์ (vi): มีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือจับต้องได้กับเหตุการณ์ หรือประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือกับความคิด หรือกับความเชื่อ หรือกับงานศิลปะและวรรณกรรมอันมีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล

    • สมโบร์ไพรกุกมีความเกี่ยวข้องอย่างเด่นชัดกับการนำลัทธิหริหระ (Harihara) และสากพรหมณา (Sakabrahmana) มาเผยแพร่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ซึ่งส่งเสริมคุณค่าสากลแห่งขันติธรรมและสันติภาพ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของจารึกที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กล่าวถึงคำสอนสากลของพุทธศาสนา เมืองนี้มีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับคุณค่าสากลของความร่วมมือ การทำงานร่วมกัน และการปฏิบัติศาสนกิจอย่างสันติสุข ดังที่ปรากฏในจารึกจำนวนมากทั้งในภาษาเขมรและสันสกฤต ซึ่งกล่าวถึงคำสอนทางพุทธศาสนาและอธิบายถึงเทพเจ้าทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับค่านิยมทางการเมือง.

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ปราสาทหินสมโบร์ไพรกุก ซึ่งหมายถึง "ปราสาทในป่าอันอุดมสมบูรณ์" คือเมืองอิสานปุระ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเจนละ ก่อตั้งและรุ่งเรืองในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 (ราวพุทธศตวรรษที่ 11-12) ภายใต้การปกครองของพระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 (Isanavarman I)

บริบททางประวัติศาสตร์: จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์ เมืองอิสานปุระเป็นศูนย์กลางอำนาจที่สำคัญในยุคก่อนเมืองพระนคร เป็นฐานรากให้อารยธรรมเขมรในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอารยธรรมเมืองพระนคร การค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีและจารึกจำนวนมากยืนยันถึงสถานะของเมืองในฐานะศูนย์กลางทางการเมือง ศาสนา และวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้ แม้ว่าจะมีบางตำนานเล่าขานถึงการสร้างปราสาทโดยเทพเจ้าหรือวีรบุรุษ แต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่าปราสาทเหล่านี้สร้างขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ โดยอาณาจักรเจนละ ในช่วงเวลาที่พุทธศาสนาและศาสนาฮินดูมีอิทธิพลอย่างสูงในภูมิภาค

บริบททางสถาปัตยกรรม: แหล่งโบราณคดีครอบคลุมพื้นที่ 840 เฮกตาร์ (hectares) ประกอบด้วยกลุ่มปราสาทมากกว่าหนึ่งร้อยหลัง โดยมีปราสาทอิฐเผา 186 หลังที่ประดับตกแต่งด้วยหินทรายอย่างประณีต กลุ่มปราสาทแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มปราสาทเหนือ (North Group หรือ Prasat Sambor) กลุ่มปราสาทกลาง (Central Group หรือ Prasat Toeuk Thla) และกลุ่มปราสาทใต้ (South Group หรือ Prasat Yeay Poeun) แต่ละกลุ่มมักมีปราสาทประธานขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยปราสาทบริวาร

  • วัสดุและเทคนิคการก่อสร้าง: ปราสาทส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐเผา ซึ่งเป็นวัสดุหลักของสถาปัตยกรรมในยุคก่อนเมืองพระนคร การตกแต่งด้วยหินทรายปรากฏในส่วนต่างๆ เช่น กรอบประตู ทับหลัง เสา และภาพแกะสลักนูนต่ำ ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุกโดดเด่นด้วยลวดลายอ่อนช้อย และการใช้ภาพสลักที่สื่อถึงเรื่องราวทางศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา

  • ปราสาทแปดเหลี่ยม: ลักษณะที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์คือปราสาทแปดเหลี่ยมจำนวน 10 หลัง ซึ่งพบได้น้อยมากในสถาปัตยกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปราสาทเหล่านี้ถูกตีความว่าเป็นการจำลอง "วิมานลอยฟ้า" (flying palaces) ซึ่งตามความเชื่อในตำนานฮินดู กล่าวกันว่าเป็นวิมานแปดเหลี่ยมของพระอินทร์ (Indra)

  • ปราสาทสมโบร์ (Prasat Sambor): ตั้งอยู่ในกลุ่มปราสาทเหนือ (Group N) ถือเป็นปราสาทประธานและมีอายุย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระคัมภีเรศวร (Gamhireshvara) ซึ่งเป็นอวตารของพระศิวะ (Shiva)

  • การวางผังเมือง: แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ยังคงปรากฏร่องรอยของเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำสตึงแสน (Stung Sen River) ด้วยทางเดินดินสามสาย แสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองที่ซับซ้อนและการบริหารจัดการน้ำในสมัยโบราณ

แม้ว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้จะได้รับความเสียหายในอดีตจากการทิ้งระเบิดและกับระเบิด ซึ่งได้มีการเก็บกู้ไปแล้วในปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) แต่สมโบร์ไพรกุกยังคงเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและน่าทึ่งในด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

  • ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก (Sambor Prei Kuk Style): เป็นรูปแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมที่เป็นรากฐานของศิลปะเขมรในยุคเมืองพระนคร แสดงถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมและศาสนาอันหลากหลายจากอินเดีย เปอร์เซีย ความเชื่อเรื่องวิญญาณ และพุทธศาสนา

  • ปราสาทแปดเหลี่ยม: โครงสร้างปราสาทรูปแปดเหลี่ยมจำนวน 10 หลัง เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าจำลองมาจาก "วิมานลอยฟ้า" ของเทพเจ้าอินเดีย

  • ปราสาทสมโบร์ (Prasat Sambor): ปราสาทประธานในกลุ่มปราสาทเหนือ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) เพื่อถวายแด่พระคัมภีเรศวร ซึ่งเป็นพระอวตารของพระศิวะ

  • ภาพแกะสลัก "ปราสาทลอยฟ้า" (Flying Palaces): ภาพแกะสลักเหล่านี้ที่ประดับบนปราสาทบางแห่ง เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสะท้อนถึงความเชื่อและศิลปะในยุคนั้น

  • นครหลวงอิสานปุระ: แหล่งโบราณคดีแห่งนี้คืออดีตนครหลวงของอาณาจักรเจนละ ซึ่งเป็นอาณาจักรสำคัญที่วางรากฐานให้กับอารยธรรมเขมรอันยิ่งใหญ่ในยุคต่อมา

  • หลักฐานทางศาสนาและวัฒนธรรม: การค้นพบจารึกที่กล่าวถึงลัทธิหริหระและสากพรหมณา รวมถึงคำสอนทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่สำคัญ

ปราสาทหินสมโบร์ไพรกุก แหล่งโบราณคดีของเมืองอิสานปุระ ถือเป็นประจักษ์พยานอันทรงคุณค่าถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรเจนละในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 11-12) และเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมเขมรในยุคเมืองพระนคร ด้วยสถาปัตยกรรมอิฐเผาอันเป็นเอกลักษณ์ ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุกที่โดดเด่น และปราสาทแปดเหลี่ยมที่ไม่มีใครเหมือน ทำให้แหล่งโบราณคดีแห่งนี้สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรม ศาสนา และเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีอิทธิพลต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณค่าโดดเด่นเป็นสากลของสมโบร์ไพรกุกไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางสถาปัตยกรรมและศิลปะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นแหล่งกำเนิดแนวคิดทางศาสนาที่ส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือ จึงเป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้สำหรับคนรุ่นหลัง

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward