
ตำแหน่งที่ตั้ง N15 27 56.94 E101 9 4.01
อารยธรรมทวารวดีแห่งเมืองศรีเทพ: มรดกโลกอันทรงคุณค่าที่ผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เมืองโบราณศรีเทพและแหล่งโบราณคดีทวารวดีที่เกี่ยวข้อง (The Ancient Town of Si Thep and its Associated Dvaravati Monuments) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือประมาณ 340 กิโลเมตร แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566 (2023 C.E.) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 45 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่เจ็ดของประเทศไทยที่ได้รับการจารึกชื่อในบัญชีมรดกโลกแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญสามส่วน ได้แก่
- เมืองโบราณศรีเทพ (The Ancient Town of Si Thep) อันโดดเด่นด้วยผังเมืองคู่ที่ซ้อนทับกัน ประกอบด้วยเมืองใน (Muang Nai) ซึ่งเป็นพื้นที่รูปวงกลมและเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และเมืองนอก (Muang Nok) ซึ่งรายล้อมด้วยคูน้ำและคันดิน
- โบราณสถานเขาคลังนอก (Khao Klang Nok ancient monument) ซึ่งเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ที่สุดที่สะท้อนศิลปะทวารวดี
- โบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ (Khao Thamorrat Cave ancient monument) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งอารามถ้ำพุทธศาสนานิกายมหายานแห่งเดียวที่ค้นพบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แหล่งโบราณคดีเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมทวารวดีที่รุ่งเรืองในภาคกลางของประเทศไทยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 15 (6th to 10th centuries C.E.) สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และความหลากหลายทางศาสนาของอาณาจักรทวารวดี ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจากอนุทวีปอินเดีย การปรับเปลี่ยนและผสมผสานอิทธิพลเหล่านั้นในท้องถิ่นได้นำไปสู่การพัฒนารูปแบบศิลปะเฉพาะตัวที่เรียกว่า "สกุลช่างศรีเทพ" (Si Thep School of Art) ซึ่งส่งอิทธิพลต่ออารยธรรมอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวลาต่อมา การอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนานิกายเถรวาท พุทธศาสนานิกายมหายาน และศาสนาฮินดู เป็นลักษณะเฉพาะที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในสถาปัตยกรรม การวางผังเมือง และศิลปกรรมในยุคทวารวดี ซึ่งได้รับการยืนยันจากแหล่งโบราณคดีทั้งสามแห่งนี้
คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)
เมืองโบราณศรีเทพและแหล่งโบราณคดีทวารวดีที่เกี่ยวข้อง ได้รับการจารึกในบัญชีมรดกโลกภายใต้เกณฑ์สองข้อ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ดังนี้
- เกณฑ์ที่ (ii): เป็นแหล่งที่แสดงถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่วัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งของโลก ผ่านการพัฒนาทางสถาปัตยกรรม หรือทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น การวางผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์ เมืองโบราณศรีเทพแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและประเพณีทางศาสนาที่สำคัญ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอนุทวีปอินเดีย และได้รับการปรับประยุกต์โดยอาณาจักรทวารวดีระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 15 (6th to 10th centuries C.E.) ผ่านปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ เมืองศรีเทพได้พัฒนาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนออกมาในขนบธรรมเนียมทางศิลปะและสถาปัตยกรรม อันเป็นที่รู้จักในชื่อ "สกุลช่างศรีเทพ" ซึ่งต่อมาได้ส่งอิทธิพลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทย ลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรม การวางผังเมือง และศิลปกรรมแบบทวารวดีที่ปรากฏในสามองค์ประกอบหลักคือการอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนานิกายเถรวาท พุทธศาสนานิกายมหายาน และศาสนาฮินดู
- เกณฑ์ที่ (iii): เป็นหลักฐานที่โดดเด่นหรือเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีทางวัฒนธรรม หรือของอารยธรรมที่ยังคงอยู่ หรือที่สาบสูญไปแล้ว เมืองโบราณศรีเทพ พร้อมด้วยโบราณสถานเขาคลังนอก และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ เป็นหลักฐานอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมและอารยธรรมทวารวดี ศิลปะและสถาปัตยกรรมของแหล่งเหล่านี้มีความโดดเด่นเฉพาะสำหรับภูมิภาคนี้
บทสังเคราะห์คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Brief Synthesis): เมืองโบราณศรีเทพเป็นแหล่งมรดกโลกแบบต่อเนื่องซึ่งประกอบด้วยสามองค์ประกอบที่แสดงถึงวัฒนธรรมทวารวดีระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 15 (6th to 10th centuries C.E.) ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์ประกอบเหล่านี้รวมถึงผังเมืองคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของศรีเทพ โบราณสถานเขาคลังนอก (ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ของทวารวดี) และโบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ (อารามถ้ำพุทธศาสนานิกายมหายานที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมด้วยศิลปะและประติมากรรมทวารวดีที่สำคัญ) มีการระบุแหล่งวัดวาอารามที่สำคัญกว่า 112 แห่งที่ศรีเทพ การปรับประยุกต์ประเพณีศิลปะฮินดูในท้องถิ่นนำไปสู่การเกิด "สกุลช่างศรีเทพ" ที่โดดเด่น ซึ่งต่อมาได้ส่งอิทธิพลต่ออารยธรรมอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างยิ่งคือประติมากรรมนูนทรงกลมที่แสดงอิริยาบถการเคลื่อนไหวของร่างกายในท่าตรีภังค์ (Tribhanga posture) โดยไม่มีส่วนรองรับด้านหลัง แหล่งเหล่านี้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศิลปะ และความหลากหลายทางศาสนาของอาณาจักรทวารวดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลจากอินเดีย รวมถึงศาสนาฮินดู พุทธศาสนานิกายเถรวาท และพุทธศาสนานิกายมหายาน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
เมืองศรีเทพเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศาสนาที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สมัยเหล็ก โดยเริ่มมีการพัฒนาเป็นเมืองขนาดใหญ่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8-9 (3rd-4th centuries C.E.) และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยทวารวดีระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 15 (6th to 10th centuries C.E.) ก่อนจะมีการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมและศาสนาเข้าสู่ยุคขอมโบราณในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 (11th century C.E.) และถูกทิ้งร้างในที่สุดประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 (14th century C.E.)ผังเมืองและสถาปัตยกรรม: เมืองศรีเทพโดดเด่นด้วยผังเมืองคู่ที่ซับซ้อน ประกอบด้วย:
- เมืองใน (Muang Nai): เป็นรูปวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยคูน้ำและคันดิน ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์ฤๅษี และเขาคลังใน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรับและปรับใช้อิทธิพลทางศาสนาจากฮินดูและพุทธศาสนา มีการขุดค้นพบเทวรูปและพระพุทธรูปจำนวนมาก
- เมืองนอก (Muang Nok): เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่กว่า ล้อมรอบเมืองในและมีคูน้ำคันดินเป็นกำแพงป้องกัน แสดงถึงการขยายตัวของชุมชนและอิทธิพลของวัฒนธรรมที่หลากหลาย
โบราณสถานสำคัญนอกเมือง:
- โบราณสถานเขาคลังนอก (Khao Klang Nok): ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเก่าศรีเทพไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นฐานเจดีย์ขนาดมหึมา กว้าง 64 เมตร ยาว 64 เมตร และสูง 20 เมตร สร้างด้วยอิฐผสมศิลาแลง ก่อเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ มีบันไดขึ้นสู่ลานด้านบนทั้งสี่ทิศ และประดับด้วยประติมากรรมรูปคนแคระแบก ซึ่งสะท้อนศิลปะทวารวดีตอนต้นที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอมราวดีของอินเดีย สันนิษฐานว่าเป็นมหาสถูปที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุหรือเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนามหายานในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-12 (6th-7th centuries C.E.)
- โบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ (Khao Thamorrat Cave): ตั้งอยู่บนเทือกเขาถมอรัตน์ทางทิศตะวันตกของเมืองศรีเทพ ห่างจากเมืองไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นถ้ำธรรมชาติที่ถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถานพุทธศาสนานิกายมหายาน มีการค้นพบประติมากรรมพุทธรูปนูนสูงขนาดใหญ่ ประติมากรรมพระโพธิสัตว์ และธรรมจักร แสดงให้เห็นถึงศิลปะทวารวดีที่มีลักษณะเฉพาะ และเป็นหลักฐานสำคัญเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยืนยันการปฏิบัติศาสนกิจของพุทธศาสนามหายานในถ้ำ
สกุลช่างศรีเทพ: งานศิลปกรรมที่เมืองศรีเทพ เช่น พระพุทธรูปและประติมากรรมต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่เรียกว่า "สกุลช่างศรีเทพ" ซึ่งมีการผสมผสานอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ รวมถึงศิลปะอมราวดีและปาละ เข้ากับการสร้างสรรค์ท้องถิ่น ลักษณะเด่นคือประติมากรรมที่แสดงถึงความอ่อนช้อย ความสมจริงของกายวิภาค และการเคลื่อนไหวในท่าตรีภังค์ (Tribhanga) โดยปราศจากส่วนรองรับด้านหลัง ซึ่งส่งอิทธิพลต่อศิลปะในภูมิภาคนี้อย่างกว้างขวางข้อสังเกตเกี่ยวกับตำนานกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์: รายงานการวิจัยส่วนใหญ่เน้นไปที่ข้อเท็จจริงทางโบราณคดีและหลักฐานทางกายภาพที่ค้นพบจากการขุดค้น อย่างไรก็ตาม ชื่อ "ศรีเทพ" นั้นมีความหมายถึง "เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งอาจสะท้อนถึงความเชื่อและตำนานในท้องถิ่นเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของเมืองที่อยู่ภายใต้การปกปักษ์ของเทพเจ้า แม้จะไม่มีการกล่าวถึงตำนานที่ชัดเจนในรายงาน แต่การตั้งชื่อและอิทธิพลทางศาสนาที่หลากหลายบ่งชี้ถึงการผสมผสานความเชื่อในยุคโบราณ
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
เมืองโบราณศรีเทพและแหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวข้องมีจุดเด่นสำคัญที่สะท้อนคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล ดังนี้:
- ผังเมืองโบราณศรีเทพที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Twin-Town Layout): แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการวางผังเมืองและสถาปัตยกรรมในช่วงกว่าหนึ่งพันปี ด้วยโครงสร้างเมืองคู่ (เมืองในและเมืองนอก) ที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ สะท้อนถึงการจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกัน และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยทางศาสนาและที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบในอดีต
- โบราณสถานเขาคลังนอก (Khao Klang Nok Ancient Monument): ถือเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ของวัฒนธรรมทวารวดี แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมและศรัทธาอันแรงกล้าของพุทธศาสนิกชนในยุคนั้น โครงสร้างขนาดมหึมาและประติมากรรมประดับฐานเป็นหลักฐานสำคัญของเทคนิคการก่อสร้างและศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียและได้รับการปรับใช้ในท้องถิ่น
- โบราณสถานถ้ำเขาถมอรัตน์ (Khao Thamorrat Cave Ancient Monument): เป็นแหล่งเดียวที่ยืนยันการมีอยู่ของอารามถ้ำพุทธศาสนามหายานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางนิกายของพุทธศาสนาที่เผยแพร่เข้ามาในภูมิภาคนี้ และเป็นหลักฐานทางประติมากรรมที่สำคัญของสกุลช่างศรีเทพ โดยเฉพาะพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ที่แกะสลักขึ้นภายในถ้ำ
- สกุลช่างศรีเทพ (Si Thep School of Art): งานศิลปกรรมที่นี่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว เกิดจากการหลอมรวมอิทธิพลจากศิลปะอินเดียหลายสกุลช่างกับการสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่น ซึ่งมีเอกลักษณ์ในประติมากรรมนูนทรงกลมที่แสดงอิริยาบถธรรมชาติของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าตรีภังค์ที่ปราศจากส่วนรองรับด้านหลัง ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปะที่มีอิทธิพลต่อภูมิภาคอย่างมาก
- หลักฐานของการอยู่ร่วมกันทางศาสนา (Evidence of Religious Coexistence): แหล่งโบราณคดีศรีเทพเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนานิกายเถรวาท พุทธศาสนานิกายมหายาน และศาสนาฮินดูอย่างชัดเจน ผ่านการค้นพบโบราณวัตถุและศาสนสถานต่าง ๆ สะท้อนถึงความหลากหลายทางความเชื่อและเสรีภาพทางศาสนาในอารยธรรมทวารวดี
เมืองโบราณศรีเทพและแหล่งโบราณคดีทวารวดีที่เกี่ยวข้อง เป็นประจักษ์พยานอันสำคัญยิ่งของอารยธรรมทวารวดีที่เคยรุ่งเรืองในดินแดนประเทศไทยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 15 (6th to 10th centuries C.E.) การเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO สะท้อนถึงคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลในด้านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศาสนาที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย และการสร้างสรรค์ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ "สกุลช่างศรีเทพ" รวมถึงการเป็นหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของพุทธศาสนาทั้งสองนิกายและศาสนาฮินดู การศึกษาและอนุรักษ์แหล่งมรดกแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการดำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของอารยธรรมทวารวดีในบริบทของประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจและบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับการทำความเข้าใจถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและพัฒนาการของมนุษยชาติ
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------


