
ตำแหน่งที่มา 17.410668159369422, 103.23572982431142
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง: มรดกโลกแห่งความรุ่งเรืองยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (Ban Chiang Archaeological Site) ตั้งอยู่ในประเทศไทย ถือเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อปีคริสตกาล 1992 (พ.ศ. 2535) ด้วยคุณค่าโดดเด่นในระดับสากลอันเป็นพยานถึงวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม สังคม และเทคโนโลยีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยถูกค้นพบในภูมิภาคนี้
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานและสุสานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวัฒนธรรมการปลูกข้าวแบบเปียก (wet-rice culture) อันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ผลการวิเคราะห์หาอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน-14 (C-14) และการเรืองแสงความร้อน (thermoluminescence) ชี้ให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ราว 1495 ปีก่อนคริสตกาล (B.C.E.) หรือประมาณ 1948 ปีก่อนพุทธศักราช (ก่อน พ.ศ.) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงจึงเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของการทำฟาร์มและการผลิต รวมถึงการใช้โลหะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value)
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้หลักเกณฑ์ข้อ (iii) ขององค์การยูเนสโก ซึ่งระบุว่าสถานที่นั้นจะต้อง "เป็นพยานหลักฐานอันเป็นเอกลักษณ์ หรืออย่างน้อยก็เป็นเลิศของประเพณีวัฒนธรรม หรือของอารยธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่หรือที่สาบสูญไปแล้ว"
แหล่งแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์สำคัญในการวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม สังคม และเทคโนโลยีของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างอิสระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มตั้งแต่ราว 1500 ปีก่อนคริสตกาล (B.C.E.) หรือประมาณ 2043 ปีก่อนพุทธศักราช (ก่อน พ.ศ.) และได้แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วภูมิภาค แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงนำเสนอหลักฐานอันยอดเยี่ยมของแหล่งตั้งถิ่นฐานและวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ด้วยวัตถุโบราณที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมโบราณที่พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การทำนาข้าวแบบเปียก การเลี้ยงสัตว์ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา และการสร้างเครื่องมือสำริด ตลอดระยะเวลาประมาณ 5,000 ปี
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงมีลักษณะโดดเด่นด้วยผังการตั้งถิ่นฐานที่เป็นเนินดินขนาดใหญ่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยทั้งพื้นที่อยู่อาศัยและสุสาน แหล่งตั้งถิ่นฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องมาตั้งแต่ราว 1500 ปีก่อนคริสตกาล (B.C.E.) จนถึงประมาณ 300 ปีคริสตกาล (C.E.) หรือ พ.ศ. 843 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคหินใหม่ (Neolithic) สู่ยุคสำริด (Bronze Age) และยุคเหล็ก (Iron Age) อย่างชัดเจน
ในปัจจุบัน หมู่บ้านบ้านเชียงสมัยใหม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของแหล่งโบราณคดีเก่า ซึ่งได้จำกัดการดำเนินงานทางโบราณคดีในบางส่วน ผังของแหล่งโบราณคดีสะท้อนให้เห็นถึงสังคมยุคสำริดที่มีความสงบสุข ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการเพาะปลูกข้าวแบบเปียกในภูมิภาค และได้สร้างชุมชนเกษตรกรรมที่มีการตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร
สำหรับบริบททางสถาปัตยกรรมนั้น แม้จะไม่มีรายละเอียดโครงสร้างของอาคารแต่ละหลังให้เห็นอย่างกว้างขวาง แต่แหล่งแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่อยู่อาศัยและสุสานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การพบเขตที่อยู่อาศัยภายในเนินดินบ่งชี้ว่าเคยมีสิ่งก่อสร้างสำหรับอยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางโบราณคดีส่วนใหญ่เป็นวัตถุโบราณ เช่น เครื่องปั้นดินเผาเขียนสีที่ประณีต เครื่องมือโลหะ และเครื่องประดับ รวมถึงหลักฐานของการทำฟาร์มและการถลุงโลหะในยุคแรกเริ่ม การที่พบร่องรอยสถาปัตยกรรมที่เป็นอาคารหลักฐานค่อนข้างน้อย แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างอาคารที่อยู่อาศัยในยุคนั้นน่าจะสร้างจากวัสดุที่ผุพังง่าย ปัจจุบัน หน่วยจัดแสดงการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีใน (Wat Pho Si Nai) ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดแสดงและอนุรักษ์วัตถุโบราณและโครงกระดูกจำลองในสภาพที่ถูกค้นพบครั้งแรก ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิถีชีวิตและประเพณีการฝังศพของอารยธรรมบ้านเชียงยุคหลัง
ข้อสังเกต: ข้อมูลจากรายงานวิจัยไม่พบตำนานที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้กล่าวมา
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
การค้นพบที่สำคัญ ณ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ได้แก่:
-
เครื่องปั้นดินเผาเขียนสีแดง (red-painted pottery) ที่มีลวดลายสวยงาม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในการค้นพบครั้งแรกเมื่อปีคริสตกาล 1966 (พ.ศ. 2509)
-
โครงกระดูกมนุษย์ (skeletons) ที่ถูกฝังร่วมกับเครื่องมือสำริด (bronze grave goods) และชิ้นส่วนข้าว (fragments of rice) ซึ่งยืนยันว่าการตั้งถิ่นฐานในยุคสำริดนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเกษตรกร
-
ความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ของบ้านเชียงได้แผ่ขยายไปยังแหล่งโบราณคดีกว่าร้อยแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้บ้านเชียงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และของโลก
-
เป็นพยานหลักฐานอันเป็นเอกลักษณ์ ของประเพณีวัฒนธรรมและอารยธรรมที่รุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมาเป็นเวลาประมาณ 5,000 ปี ซึ่งรวมถึงการทำนาข้าว การผลิตเครื่องมือสำริดและโลหะ และเครื่องปั้นดินเผาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง (Ban Chiang National Museum) ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณจำนวนมากที่ค้นพบในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่โบราณคดีอื่นๆ ที่เข้าถึงได้ เช่น พื้นที่ภายในวัดพุทธแห่งหนึ่ง (Wat Pho Si Nai)
คำแนะนำสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อกำหนด
สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง สามารถเริ่มต้นการเดินทางที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง (Ban Chiang National Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณที่สำคัญ และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเชียง นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังสามารถเข้าชมพื้นที่ขุดค้นทางโบราณคดีในส่วนของวัดโพธิ์ศรีใน (Wat Pho Si Nai) ซึ่งจัดแสดงหลุมขุดค้นจริงและโครงกระดูกจำลองเพื่อให้เห็นสภาพการค้นพบ
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961) และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ผู้เยี่ยมชมจึงควรปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณค่าของมรดกโลกแห่งนี้
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นศูนย์รวมมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยหลักฐานการพัฒนาเทคโนโลยีการทำนาข้าว การผลิตโลหะ และเครื่องปั้นดินเผาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดระยะเวลากว่า 5,000 ปี คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพยานถึงความสำเร็จของมนุษย์ในอดีต แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคและระดับโลก การอนุรักษ์และการศึกษาแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบทอดมรดกอันยิ่งใหญ่นี้สู่คนรุ่นหลัง
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)
------------------------






