อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) ปี 2024

อุทยานธรณีโลกยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) ใหม่ ประจำปี 2024
UNESCO รับรองอุทยานธรณีโลกใหม่ 18 แห่ง ขยายเครือข่ายสู่ 213 แห่งใน 48 ประเทศ
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2024 คณะกรรมการบริหารขององค์การยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ได้อนุมัติการรับรอง UNESCO Global Geoparks (UGGp) ใหม่จำนวน 18 แห่ง ส่งผลให้เครือข่ายอุทยานธรณีโลกยูเนสโกเพิ่มขึ้นเป็น 213 แห่ง ใน 48 ประเทศ ทั่วโลก ครอบคลุมพื้นที่หลายแสนตารางกิโลเมตร และมีประชากรหลายร้อยล้านคนอาศัยอยู่ภายในเขต Geopark เหล่านี้ (UNESCO)
การประกาศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของแนวคิด “การอนุรักษ์ธรณีวิทยาควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ UNESCO Global Geoparks Programme
UNESCO รับรองอุทยานธรณีโลกใหม่ 18 แห่งในปี 2024 กระจายอยู่ในยุโรป อเมริกาใต้ และเอเชีย โดยมีทั้งพื้นที่ใหม่ของประเทศที่ไม่เคยมี Geopark มาก่อน และพื้นที่ข้ามพรมแดนระหว่างประเทศแห่งใหม่
1. Schelde Delta UNESCO Global Geopark / Belgium – Netherlands
อุทยานธรณีโลกข้ามพรมแดนแห่งแรกระหว่างเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ โดดเด่นด้วย ระบบปากแม่น้ำขนาดใหญ่ ภูมิประเทศที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับทะเลตลอดหลายศตวรรษ นับเป็น Geopark แห่งแรกของเบลเยียมที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO
2. Uberaba UNESCO Global Geopark / Brazil
ตั้งอยู่ในรัฐมีนัสเชไรส์ มีชื่อเสียงระดับโลกจาก แหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ไข่ไดโนเสาร์ ฟอสซิลสัตว์ยุคครีเทเชียส เป็นหนึ่งในแหล่งศึกษาซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดของอเมริกาใต้
3–4. UNESCO Global Geoparks / จีน
ประเทศจีน ได้รับการรับรองเพิ่ม 2 แห่ง โดยโดดเด่นด้าน ภูมิประเทศภูเขา โครงสร้างธรณีแปรสัณฐาน ชั้นหินและภูมิประเทศที่สะท้อนวิวัฒนาการของทวีปเอเชีย จีนยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวน UNESCO Global Geoparks มากที่สุดในโลก
5. Biokovo–Imotski Lakes UNESCO Global Geopark / Croatia
โดดเด่นด้วย ภูมิประเทศคาร์สต์ หลุมยุบขนาดใหญ่ ทะเลสาบสีแดง (Red Lake) ทะเลสาบสีน้ำเงิน (Blue Lake) ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิประเทศคาร์สต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปตะวันออก (UNESCO)
6. Odsherred UNESCO Global Geopark Extension / Denmark
พื้นที่ที่ได้รับการยกระดับและขยายบทบาทด้านการศึกษาเกี่ยวกับ ธารน้ำแข็งยุคน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศชายฝั่งทะเลบอลติก
7. Salpausselkä UNESCO Global Geopark Extension / Finland
เป็นพื้นที่ที่แสดงหลักฐานสำคัญของ ธารน้ำแข็งยุคน้ำแข็งล่าสุด สันดอนธารน้ำแข็ง (Moraine) การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลหลังยุคน้ำแข็ง ซึ่งมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ระดับโลก
8. UNESCO Global Geopark / ฝรั่งเศส
ประเทศฝรั่งเศส ได้รับการรับรอง Geopark ใหม่ที่มีความโดดเด่นด้าน เทือกเขาแอลป์ ธรณีสัณฐานจากธารน้ำแข็ง มรดกเหมืองแร่โบราณ
9. Kefalonia–Ithaca UNESCO Global Geopark / Greece
ครอบคลุมเกาะสำคัญในทะเลไอโอเนียน โดดเด่นด้าน รอยเลื่อนแผ่นดินไหว ถ้ำหินปูน ภูมิประเทศคาร์สต์ ความเชื่อมโยงระหว่างธรณีวิทยากับอารยธรรมกรีกโบราณ
10. Bakony–Balaton UNESCO Global Geopark Expansion / Hungary
พื้นที่รอบทะเลสาบบาลาตอน มีชื่อเสียงจาก ภูเขาไฟโบราณ ชั้นหินตะกอน ซากสิ่งมีชีวิตในทะเลโบราณ
11–12. UNESCO Global Geoparks / โปแลนด์
โปแลนด์ได้รับการรับรองเพิ่ม 2 แห่ง โดยมีลักษณะเด่นคือ ภูมิประเทศธารน้ำแข็ง หุบเขาแม่น้ำ มรดกเหมืองแร่และอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์ธรณีวิทยาของยุโรปกลาง
13. Oeste UNESCO Global Geopark / Portugal
ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ มีชื่อเสียงด้าน หน้าผาชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ ร่องรอยการแตกแยกของมหาทวีปแพนเจีย
14–18. UNESCO Global Geoparks ใหม่ของสเปน
สเปนได้รับการรับรอง Geopark ใหม่มากที่สุดในปี 2024 รวม 5 แห่งมีลักษณะโดดเด่นหลากหลาย เช่นภูมิประเทศภูเขาสูง ธารน้ำแข็งโบราณ ถ้ำคาร์สต์ แหล่งฟอสซิล มรดกเหมืองแร่ สะท้อนความหลากหลายทางธรณีวิทยาของคาบสมุทรไอบีเรียอย่างครบถ้วน
ความสำคัญของการประกาศในปี 2024
1. เบลเยียมมี Geopark แห่งแรกของประเทศ Schelde Delta กลายเป็น UNESCO Global Geopark แห่งแรกของเบลเยียม และเป็นตัวอย่างของความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่างประเทศในยุโรป
2. เครือข่าย Geopark ขยายเป็น 213 แห่ง หลังการรับรองในปี 2024 เครือข่าย UNESCO Global Geoparks เพิ่มเป็น 213 แห่ง ใน 48 ประเทศ ทั่วโลก (Hong Kong UNESCO Global Geopark)
3. Geotourism กลายเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชน UNESCO ใช้ Geopark เป็นเครื่องมือสร้าง รายได้จากการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ทรัพยากร การศึกษาสาธารณะ การสร้างงานในท้องถิ่น
โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่
UNESCO Global Geopark กับอนาคตของโลก ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
UNESCO มองว่า Geoparks เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจเรื่องโลกผ่านหลักฐานทางธรณีวิทยาที่ปรากฏอยู่ในภูเขา ถ้ำ รอยเลื่อน ภูเขาไฟ และซากดึกดำบรรพ์ทั่วโลก
Geopark จึงไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของโลกเข้าด้วยกัน
การประกาศ UNESCO Global Geoparks ใหม่ 18 แห่งในปี 2024 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ UNESCO ในการขยายเครือข่ายมรดกธรณีโลก จากแหล่งไดโนเสาร์ในบราซิล ภูมิประเทศคาร์สต์ของโครเอเชีย ปากแม่น้ำเชลด์ในยุโรป ไปจนถึงภูมิประเทศธารน้ำแข็งของฟินแลนด์ ทุกพื้นที่ล้วนสะท้อนเรื่องราววิวัฒนาการของโลกที่มีอายุหลายร้อยล้านปี และแสดงให้เห็นว่า
“การอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนได้ในเวลาเดียวกัน”
.
------------------------
ที่มา
- UNESCO: UNESCO names 18 new Geoparks (27 March 2024) (UNESCO)
- UNESCO Global Geoparks Programme (UNESCO)
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
.
