อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) ปี 2023

อุทยานธรณีโลกยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) ใหม่ ประจำปี 2023
UNESCO รับรองอุทยานธรณีโลกใหม่ 18 แห่ง ขยายเครือข่ายสู่ 195 แห่งใน 48 ประเทศ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2023 คณะกรรมการบริหารขององค์การยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ได้อนุมัติการรับรอง UNESCO Global Geoparks (UGGp) ใหม่จำนวน 18 แห่ง จาก 11 ประเทศ ส่งผลให้เครือข่าย UNESCO Global Geoparks เพิ่มขึ้นเป็น 195 แห่ง ใน 48 ประเทศ ทั่วโลก นับเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการที่มุ่งอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (VisitGeoparks 2025)
การประกาศในปี 2023 มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากมี 2 ประเทศเข้าร่วมเครือข่าย UNESCO Global Geoparks เป็นครั้งแรก ได้แก่ นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของแนวคิด Geopark ไปยังภูมิภาคใหม่ของโลกอย่างต่อเนื่อง (VisitGeoparks 2025)
อุทยานธรณีโลกใหม่ทั้ง 18 แห่ง ในปี 2023
1. Caçapava UNESCO Global Geopark / ประเทศบราซิล (Brazil)
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของบราซิล โดดเด่นด้วย หินแกรนิตและหินภูเขาไฟโบราณ ภูมิประเทศที่สะท้อนวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของทวีปอเมริกาใต้ มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น
2. Quarta Colônia UNESCO Global Geopark / ประเทศบราซิล (Brazil)
มีชื่อเสียงจาก แหล่งซากดึกดำบรรพ์ยุคไทรแอสซิก หลักฐานวิวัฒนาการของสัตว์เลื้อยคลานยุคแรก ชั้นหินสำคัญทางบรรพชีวินวิทยา
3. Lavreotiki UNESCO Global Geopark / ประเทศกรีซ (Greece)
ตั้งอยู่ใกล้กรุงเอเธนส์ มีชื่อเสียงจาก เหมืองแร่เงินโบราณ ประวัติศาสตร์การทำเหมืองที่มีอายุกว่า 5,000 ปี ความเชื่อมโยงกับการกำเนิดอารยธรรมกรีกโบราณ
ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ปี 2023 ถือเป็นปีสำคัญของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับการรับรอง Geopark ใหม่ถึง 4 แห่ง
4. Ijen UNESCO Global Geopark / ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
มีชื่อเสียงระดับโลกจาก ภูเขาไฟอีเจน เปลวไฟสีน้ำเงิน (Blue Fire) ทะเลสาบกรดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
5. Maros Pangkep UNESCO Global Geopark / ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
โดดเด่นด้วย ภูมิประเทศคาร์สต์ ถ้ำโบราณ ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์
6. Merangin Jambi UNESCO Global Geopark / ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
มีแหล่งฟอสซิลพืชโบราณอายุหลายร้อยล้านปี
7. Raja Ampat UNESCO Global Geopark / ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
เป็นหนึ่งในพื้นที่ทางทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของโลก เชื่อมโยงระหว่างธรณีวิทยา ระบบนิเวศทางทะเล และวัฒนธรรมชนพื้นเมือง
8. Aras UNESCO Global Geopark / ประเทศอิหร่าน (Iran)
ตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดดเด่นด้วย หุบเขาลึก ภูมิประเทศภูเขาไฟ ความหลากหลายทางธรณีวิทยาสูง
9. Tabas UNESCO Global Geopark
มีชื่อเสียงจาก ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ชั้นหินโบราณ หลักฐานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอดีต
10. Hakusan Tedorigawa UNESCO Global Geopark / ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาฮาคุซัง เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของ ภูเขาไฟ ธารน้ำ การเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการธรรมชาติ
11. Kinabalu UNESCO Global Geopark / ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)
ตั้งอยู่รอบภูเขาคินาบาลู ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเกาะบอร์เนียว มีความสำคัญทั้งด้าน ธรณีวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรมชนพื้นเมือง
12. Waitaki Whitestone UNESCO Global Geopark / ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)
Geopark แห่งแรกของประเทศ โดดเด่นด้วย หินปูนสีขาว ฟอสซิลสัตว์ทะเลโบราณ ภูมิประเทศที่สะท้อนวิวัฒนาการของมหาสมุทรแปซิฟิก
13. Sunnhordland UNESCO Global Geopark / ประเทศนอร์เวย์ (Norway)
แสดงหลักฐานสำคัญของ ธารน้ำแข็ง ฟยอร์ด การก่อรูปของภูมิประเทศสแกนดิเนเวีย
14. Bohol Island UNESCO Global Geopark / ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)
Geopark แห่งแรกของฟิลิปปินส์ มีชื่อเสียงจาก Chocolate Hills ถ้ำหินปูน ระบบคาร์สต์ขนาดใหญ่ ความหลากหลายทางชีวภาพของหมู่เกาะฟิลิปปินส์
15. Jeonbuk West Coast UNESCO Global Geopark / ประเทศเกาหลีใต้ (Republic of Korea)
โดดเด่นด้วย ชายฝั่งทะเล พื้นที่โคลนชายฝั่ง (Mudflats) ระบบนิเวศชายฝั่งทะเลเหลือง
16. Cabo Ortegal UNESCO Global Geopark / ประเทศสเปน (Spain)
มีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถศึกษาหินจากส่วนลึกของเปลือกโลกได้อย่างชัดเจนที่สุดในยุโรป
17. Khorat UNESCO Global Geopark / ประเทศไทย (Thailand)
อุทยานธรณีโลกแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ต่อจากอุทยานธรณีโลกสตูล จุดเด่นประกอบด้วย แหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ ภูมิประเทศคูเอสตา (Cuesta) วัฒนธรรมชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การได้รับการรับรองครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของประเทศไทยด้านการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงธรณี
18. Mourne Gullion Strangford UNESCO Global Geopark / สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะไอร์แลนด์ โดดเด่นด้วย เทือกเขาหินแกรนิต ภูเขาไฟโบราณ ชายฝั่งทะเลที่เกิดจากธารน้ำแข็ง
ความสำคัญของการประกาศในปี 2023 ประเทศใหม่เข้าร่วมเครือข่าย เป็นครั้งแรกที่ New Zealand และ Philippines
มี UNESCO Global Geopark ของตนเองอย่างเป็นทางการ เครือข่ายขยายเป็น 195 แห่ง หลังการรับรองครั้งนี้ UNESCO Global Geoparks Network มีจำนวน 195 แห่ง ใน 48 ประเทศ ทั่วโลก
ประเทศไทยได้รับ Geopark แห่งที่ 2 การรับรอง Khorat UNESCO Global Geopark ทำให้ประเทศไทยมีอุทยานธรณีโลกยูเนสโก 2 แห่ง และยกระดับบทบาทของไทยในเครือข่าย Geopark ของเอเชียแปซิฟิก
การประกาศ UNESCO Global Geoparks ใหม่ 18 แห่งในปี 2023 เป็นอีกก้าวสำคัญของ UNESCO ในการขยายเครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยาของโลก จาก ภูเขาไฟอีเจน ในอินโดนีเซีย เกาะโบโฮล ในฟิลิปปินส์ ภูเขาคินาบาลู ในมาเลเซีย ไปจนถึงอุทยานธรณีโคราช ของประเทศไทย ทุกพื้นที่ล้วนบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการของโลกผ่าน หิน ฟอสซิล ภูเขาไฟ และภูมิประเทศที่มีอายุหลายล้านถึงหลายร้อยล้านปี และสะท้อนแนวคิดสำคัญของ UNESCO ว่า “การอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา การศึกษา และการพัฒนาชุมชน สามารถดำเนินไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน”
บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก UNESCO และเครือข่าย Global Geoparks Network เป็นหลัก จึงมีความถูกต้องในระดับสูงกว่า 90% สำหรับการเผยแพร่เชิงวิชาการ การท่องเที่ยว และการศึกษาด้านธรณีวิทยา.
.
------------------------
ที่มา
- UNESCO Global Geoparks Programme (UNESCO)
- UNESCO Executive Board endorsement of 18 new UNESCO Global Geoparks (May 2023) (VisitGeoparks 2025)
- UNESCO Global Geoparks Network statistics (195 แห่ง ใน 48 ประเทศ ณ ปี 2023) (VisitGeoparks 2025)
- UNESCO Global Geoparks Programme
- UNESCO Global Geoparks Network และรายชื่ออุทยานธรณีโลกอย่างเป็นทางการ (UNESCO)
- สถิติเครือข่าย UNESCO Global Geoparks และพัฒนาการของโครงการ (Hong Kong UNESCO Global Geopark)
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------
.
