iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

การออกแบบเส้นทางธรณีและประสบการณ์เรียนรู้ Geo-trail

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

การออกแบบเส้นทางธรณีและประสบการณ์เรียนรู้ Geo-trail

เส้นทางธรณี หรือ Geo-trail ไม่ใช่เพียงเส้นทางที่พาผู้เยี่ยมชมเดินผ่านก้อนหิน หน้าผา น้ำตก หรือจุดชมวิวหลายแห่ง แต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อมแหล่งธรณีวิทยาเข้าด้วยกันเป็นเรื่องราว ทำให้ผู้เยี่ยมชมมองเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ความสัมพันธ์กับธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ 

Geo-trail ที่ดีต้องตอบได้ว่า เหตุใดจึงเลือกเส้นทางนี้ ผู้เยี่ยมชมจะได้เรียนรู้อะไร แต่ละจุดเชื่อมโยงกันอย่างไร เดินทางได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และชุมชนมีบทบาทหรือได้รับประโยชน์อย่างไร

UNESCO ไม่ได้กำหนดว่าอุทยานธรณีทุกแห่งต้องมีเส้นทางรูปแบบเดียวกันหรือมีจำนวนจุดแวะเท่ากัน แต่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงมรดกธรณีเข้ากับมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อใช้ในการศึกษา การสร้างความตระหนัก และการให้ข้อมูลแก่ผู้เยี่ยมชมและประชาชนในพื้นที่ UNESCO — Submit a Geopark Proposal

ดังนั้น เส้นทางต้องออกแบบจากข้อมูลจริง ไม่ใช่เริ่มจากการลากเส้นเชื่อมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมบนแผนที่

1. กำหนดวัตถุประสงค์ของเส้นทาง

ก่อนเลือกจุดแวะ ต้องกำหนดว่าเส้นทางจัดทำขึ้นเพื่อใครและต้องการให้เกิดผลอะไร เช่น

  • เส้นทางเรียนรู้สำหรับนักเรียน

  • เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว

  • เส้นทางศึกษาภาคสนามสำหรับนักศึกษา

  • เส้นทางเดินเท้าสำหรับผู้สนใจธรรมชาติ

  • เส้นทางจักรยานที่เชื่อมชุมชน

  • เส้นทางสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว

  • เส้นทางศึกษาภัยทางธรณีวิทยา

  • เส้นทางเชื่อมธรณีวิทยากับวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่น

เส้นทางหนึ่งไม่จำเป็นต้องตอบทุกกลุ่ม หากพยายามรวมทุกวัตถุประสงค์ อาจทำให้เส้นทางยาวเกินไป เนื้อหาไม่ชัด และจัดการความปลอดภัยได้ยาก

2. กำหนด Theme และ Big Idea

เส้นทางควรมีแก่นเรื่องหรือ Theme ที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลงของสายน้ำ ภูมิประเทศจากการกัดเซาะ ความสัมพันธ์ระหว่างชั้นหินกับการตั้งถิ่นฐาน หรือธรณีวิทยาที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม

จากนั้นเขียน Big Idea เป็นข้อความหนึ่งประโยคว่า ผู้เยี่ยมชมควรจดจำอะไรเมื่อจบเส้นทาง ตัวอย่างเชิงโครงสร้าง ได้แก่

“หิน สายน้ำ และผู้คนร่วมกันสร้างภูมิทัศน์และเรื่องราวของพื้นที่”

ข้อความนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีเขียน ไม่ใช่ข้อสรุปของเส้นทางใด การกำหนด Big Idea ของเส้นทางจริงต้องอ้างอิงข้อมูลทางธรณีวิทยาและบริบทชุมชนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

3. คัดเลือกจุดเรียนรู้ ไม่ใช่รวบรวมทุกแหล่ง

จุดแวะหรือ Stop แต่ละจุดควรมีหน้าที่ในเรื่องราว ไม่ควรเลือกเพียงเพราะถ่ายภาพสวยหรือเดินทางสะดวก โดยควรพิจารณาอย่างน้อยหกด้าน ได้แก่

  1. คุณค่าทางธรณีวิทยา — มีลักษณะอะไรที่สังเกตและอธิบายได้

  2. บทบาทในเรื่องราว — จุดนี้ช่วยอธิบายช่วงใดของเส้นทาง

  3. ความปลอดภัย — มีอันตรายและมาตรการควบคุมอย่างไร

  4. การเข้าถึง — กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้หรือไม่

  5. ความทนทานของแหล่ง — รองรับการเข้าเยี่ยมชมได้เพียงใด

  6. ความพร้อมในการจัดการ — มีเจ้าของ ผู้ดูแล และสิทธิการใช้พื้นที่ชัดเจนหรือไม่

จุดที่มีคุณค่าทางวิชาการสูงแต่เปราะบางหรือไม่ปลอดภัยอาจไม่เหมาะสำหรับเปิดให้เข้าชมโดยตรง สามารถใช้จุดชมระยะไกล แบบจำลอง ภาพสามมิติ วิดีโอ หรือศูนย์เรียนรู้ทดแทนได้

4. จัดลำดับเรื่องราวของเส้นทาง

เส้นทางควรมีจุดเริ่มต้น เนื้อหาหลัก และจุดสรุป ไม่ควรให้แต่ละจุดเล่าเรื่องแยกจากกันโดยไม่มีความเชื่อมโยง

ตัวอย่างโครงสร้าง ได้แก่

  • จุดเริ่มต้น: แนะนำพื้นที่ เส้นทาง ความปลอดภัย และคำถามหลัก

  • จุดที่ 1: ชวนสังเกตหินหรือลักษณะภูมิประเทศ

  • จุดที่ 2: อธิบายกระบวนการที่ทำให้เกิดลักษณะนั้น

  • จุดที่ 3: แสดงการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา

  • จุดที่ 4: เชื่อมโยงกับระบบนิเวศ น้ำ หรือทรัพยากร

  • จุดที่ 5: เชื่อมโยงกับชุมชน วัฒนธรรม หรืออาชีพ

  • จุดสรุป: ทบทวนเรื่องราวและชวนให้มีส่วนร่วมดูแลแหล่ง

จำนวนจุดต้องพิจารณาจากเวลา ระยะทาง ความเหนื่อยล้า และความสามารถในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ควรกำหนดจำนวนตายตัวโดยไม่มีการทดลองใช้จริง

5. จัดทำ Route Inventory

ทุกเส้นทางควรมีทะเบียนข้อมูลที่เชื่อมกับฐานข้อมูลใน HowToUGGp-12 โดยบันทึกอย่างน้อย

รายการ

ข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ

รหัสเส้นทาง

รหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

จุดเริ่ม–จุดสิ้นสุด

สถานที่และพิกัดที่ตรวจสอบแล้ว

ระยะทางและเวลา

ค่าที่วัดหรือทดลองใช้จริง

รูปแบบการเดินทาง

เดิน จักรยาน รถ หรือเรือ

ระดับความยาก

พร้อมคำอธิบายเกณฑ์ที่ใช้

จุดเรียนรู้

รหัสแหล่งและสารสำคัญของแต่ละจุด

จุดเสี่ยง

ตำแหน่ง อันตราย และมาตรการ

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่จอดรถ ห้องน้ำ จุดพัก และน้ำดื่ม

ผู้ดูแล

เจ้าของพื้นที่และหน่วยงานรับผิดชอบ

ฤดูกาล

ช่วงเปิด–ปิดหรือเงื่อนไขการใช้งาน

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ใช้ที่เส้นทางออกแบบมารองรับ

หลักฐาน

แผนที่ ภาพถ่าย รายงานสำรวจ และผลทดสอบ

ระยะทาง เวลา และระดับความยากต้องมาจากการสำรวจภาคสนาม ไม่ควรคำนวณจากแผนที่เพียงอย่างเดียวแล้วเผยแพร่ทันที

6. สำรวจและทดสอบเส้นทางจริง

ทีมสำรวจควรประกอบด้วยผู้รับผิดชอบพื้นที่ นักธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย นักสื่อความหมาย ตัวแทนชุมชน และผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายตามความเหมาะสม การสำรวจควรตรวจ

  • สภาพพื้นและความลาดชัน

  • จุดข้ามน้ำ หน้าผา หรือบริเวณหินร่วง

  • เงื่อนไขช่วงฝนตก น้ำหลาก หรืออากาศร้อน

  • จุดที่อาจหลงทาง

  • สัญญาณโทรศัพท์และการติดต่อฉุกเฉิน

  • ระยะทางถึงหน่วยกู้ภัยหรือสถานพยาบาล

  • จุดพัก ร่มเงา น้ำดื่ม และห้องน้ำ

  • ผลกระทบต่อแหล่งธรณี ระบบนิเวศ และชุมชน

  • จุดที่เหมาะสำหรับหยุดอธิบายโดยไม่กีดขวางทาง

  • เวลาเดินจริงรวมการเรียนรู้และการพัก

ควรทดสอบมากกว่าหนึ่งฤดูกาลหากสภาพเส้นทางเปลี่ยนแปลงตามน้ำหรือสภาพอากาศ

7. เชื่อมกับการประเมินความเสี่ยง

ข้อมูลความปลอดภัยต้องเชื่อมกับ Risk Register ใน HowToUGGp-13 จุดเสี่ยงสูงต้องได้รับการควบคุมก่อนเปิดเส้นทาง หากยังควบคุมไม่ได้ต้องเปลี่ยนแนวเส้นทาง จำกัดการเข้าถึง หรือปิดจุดนั้น เส้นทางควรมี

  • ป้ายเตือนก่อนถึงจุดเสี่ยง

  • จุดรวมพลและเส้นทางอพยพ

  • วิธีระบุตำแหน่งเมื่อแจ้งเหตุ

  • เกณฑ์ปิดเส้นทางตามสภาพอากาศ

  • ระบบตรวจสภาพก่อนเปิด

  • ผู้มีอำนาจสั่งปิดและเปิดอีกครั้ง

  • ช่องทางแจ้งสถานะเส้นทางแก่ผู้เยี่ยมชม

แนวทางการประเมินภาคสนามของ UNESCO กำหนดให้เส้นทางสำหรับผู้ประเมินอยู่ในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวครอบครัวทั่วไป และพื้นที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของภารกิจ UNESCO — Field Inspection Guidelines

8. ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ในแต่ละจุด

แต่ละจุดควรตอบคำถามห้าข้อ

  1. ผู้เยี่ยมชมมองเห็นอะไร

  2. สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

  3. เหตุใดจึงสำคัญ

  4. เชื่อมโยงกับคนหรือธรรมชาติอย่างไร

  5. ผู้เยี่ยมชมควรช่วยดูแลอย่างไร

กิจกรรมไม่ควรมีเพียงการยืนฟัง แต่ควรเปิดโอกาสให้สังเกต เปรียบเทียบ วัด วาดภาพ ตั้งคำถาม หรืออภิปราย โดยต้องไม่เก็บตัวอย่างหรือสัมผัสส่วนที่เปราะบางโดยไม่ได้รับอนุญาต

โครงการ 3GEO ของ UNESCO แสดงตัวอย่างการใช้เส้นทางเดินและพื้นที่หินเพื่อสื่อสารธรณีวิทยาแก่คนต่างวัย รวมถึงการใช้แบบจำลองสามมิติและสื่อมัลติมีเดียสนับสนุนการเรียนรู้ UNESCO — 3GEO Project

9. พัฒนาระบบป้ายและเครื่องหมายนำทาง

ระบบนำทางต้องช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าตนอยู่ที่ไหน ต้องไปทางใด ระยะทางที่เหลือเท่าใด และควรปฏิบัติตัวอย่างไร ควรมีอย่างน้อย

  • ป้ายข้อมูลที่จุดเริ่มต้น

  • เครื่องหมายทิศทางตามทางแยก

  • หมายเลขประจำจุดเรียนรู้

  • ป้ายเตือนและป้ายเขตห้ามเข้า

  • ข้อมูลระยะทางและเวลาโดยประมาณ

  • หมายเลขฉุกเฉิน

  • ป้ายสรุปที่จุดสิ้นสุด

รูปแบบ สี รหัส และชื่อเส้นทางควรใช้เป็นระบบเดียวกันทั้งพื้นที่ แต่ต้องแยกอัตลักษณ์ของอุทยานธรณีออกจากตราสัญลักษณ์ UNESCO จนกว่าจะได้รับสถานะและสิทธิใช้อย่างถูกต้อง

10. คำนึงถึงการเข้าถึงของคนหลากหลาย

ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกเส้นทางรองรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม แต่ต้องสื่อสารข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา และจัดทางเลือกเท่าที่ทำได้ เช่น

  • เส้นทางระยะสั้นสำหรับครอบครัวและผู้สูงอายุ

  • จุดชมวิวหรือจุดเรียนรู้ที่รถเข้าถึงได้

  • เส้นทางสัมผัสหรือสื่อเสียง

  • คำบรรยายวิดีโอและข้อความอ่านง่าย

  • แบบจำลองสำหรับแหล่งที่เข้าถึงยาก

  • จุดพักเป็นระยะ

  • ข้อมูลความลาดชัน พื้นผิว และสิ่งกีดขวางล่วงหน้า

คำว่า “เข้าถึงได้” ต้องผ่านการทดสอบกับผู้ใช้จริง ไม่ควรประเมินจากความเห็นของผู้ออกแบบเพียงฝ่ายเดียว

11. เชื่อมชุมชนเข้ากับเส้นทาง

Geo-trail ควรสร้างประโยชน์และบทบาทให้คนในพื้นที่ เช่น

  • นักสื่อความหมายและผู้นำเที่ยวท้องถิ่น

  • จุดบริการอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน

  • กิจกรรมเรียนรู้กับปราชญ์ท้องถิ่น

  • จุดพักหรือศูนย์ข้อมูลที่ชุมชนบริหาร

  • ระบบจองหรือการแบ่งรอบเข้าชม

  • การจ้างดูแลและตรวจสภาพเส้นทาง

  • การนำรายได้บางส่วนกลับไปอนุรักษ์แหล่ง

การเชื่อมสถานที่ขายสินค้าหรือบริการต้องเหมาะกับ Theme ของเส้นทางและไม่สร้างแรงกดดันต่อแหล่ง ไม่ควรเพิ่มจุดแวะเพียงเพื่อทำให้รายการดูยาวขึ้น

12. ทดลองใช้ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการ

ควรจัด Pilot Test กับผู้ใช้หลายกลุ่ม เช่น เด็ก ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนในพื้นที่ และผู้ที่ไม่เคยรู้ธรณีวิทยามาก่อน แล้วตรวจว่า

  • หาจุดเริ่มต้นได้หรือไม่

  • เดินตามเครื่องหมายได้โดยไม่หลงหรือไม่

  • ใช้เวลาตรงกับข้อมูลที่แจ้งหรือไม่

  • เข้าใจเรื่องราวต่อเนื่องหรือไม่

  • จุดใดเหนื่อย สับสน หรือไม่ปลอดภัย

  • สื่อและป้ายอ่านได้จริงหรือไม่

  • เมื่อจบเส้นทางจำสารสำคัญได้หรือไม่

  • มีผลกระทบต่อชุมชนหรือทรัพยากรหรือไม่

ทุกข้อค้นพบต้องมีผู้รับผิดชอบแก้ไข และทดสอบซ้ำก่อนเปิดใช้งาน

13. ติดตามหลังเปิดเส้นทาง

การเปิดเส้นทางไม่ใช่จุดสิ้นสุด ต้องเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จำนวนผู้ใช้ตามช่วงเวลา เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายของทางเดิน การออกนอกเส้นทาง ขยะ ความคิดเห็นของชุมชน และผลการเรียนรู้ เมื่อข้อมูลถึงระดับเตือน อาจต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ จำกัดจำนวน แบ่งรอบ เปลี่ยนเส้นทาง หรือปิดพักฟื้นตามกรอบขีดความสามารถในการรองรับใน HowToUGGp-13

14. หลักฐานที่ควรเตรียม

  • แผนที่และทะเบียนเส้นทาง

  • Theme, Big Idea และลำดับเรื่องราว

  • รายการจุดเรียนรู้พร้อมข้อมูลอ้างอิง

  • รายงานสำรวจและผลการวัดระยะทาง

  • Risk Register และแผนฉุกเฉิน

  • หนังสืออนุญาตหรือข้อตกลงกับเจ้าของพื้นที่

  • แบบป้ายและผลตรวจเนื้อหา

  • คู่มือผู้นำเที่ยวและกิจกรรมเรียนรู้

  • รายงาน Pilot Test และการแก้ไข

  • ข้อมูลผู้ใช้ ผลกระทบ และการบำรุงรักษา

  • หลักฐานการมีส่วนร่วมและประโยชน์ของชุมชน

  • เกณฑ์เปิด–ปิดเส้นทาง

UNESCO ให้ความสำคัญกับการมีเว็บไซต์ ป้าย แผงข้อมูล ศูนย์บริการ แผ่นพับ และแผนที่ละเอียดที่เชื่อมแหล่งธรณีกับแหล่งอื่นภายในพื้นที่ จึงต้องทำให้เส้นทางปรากฏทั้งในพื้นที่จริงและระบบข้อมูลสำหรับผู้เยี่ยมชม UNESCO — Submit a Geopark Proposal

Checklist ความพร้อม

  • เส้นทางมีวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

  • มี Theme และ Big Idea ที่อ้างอิงข้อมูลจริง

  • ทุกจุดแวะมีหน้าที่ในเรื่องราว

  • ระยะทางและเวลาผ่านการทดลองภาคสนาม

  • เจ้าของพื้นที่และผู้รับผิดชอบชัดเจน

  • จุดเสี่ยงได้รับการควบคุม

  • มีระบบป้ายและเครื่องหมายนำทาง

  • ระบุข้อจำกัดการเข้าถึงอย่างตรงไปตรงมา

  • ชุมชนมีบทบาทและได้รับประโยชน์

  • ผ่าน Pilot Test และแก้ไขแล้ว

  • มีแผนบำรุงรักษาและงบประมาณ

  • มีระบบติดตามผู้ใช้ ผลกระทบ และผลการเรียนรู้

Geo-trail ที่ดีไม่ใช่เส้นทางที่มีจุดแวะมากที่สุด แต่คือเส้นทางที่ปลอดภัย มีเรื่องราวต่อเนื่อง ทำให้ผู้เยี่ยมชมเข้าใจพื้นที่ และช่วยให้มรดกธรณีกับชุมชนได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO — UNESCO Global Geoparks

  2. UNESCO — Submit a UNESCO Global Geopark Proposal

  3. UNESCO — Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks

  4. UNESCO — Application Dossier for UNESCO Global Geoparks

  5. UNESCO — 101 Questions Checklist

  6. UNESCO — Checklist Explanatory Notes

  7. UNESCO — Guidelines for Field Inspection Missions

  8. UNESCO — Geotourism for UNESCO Global Geoparks: A Toolkit

  9. UNESCO — 3GEO: Geoclimbing and Geotrekking in Geoparks

  10. UNESCO — UNESCO Sites as Partners for Education for Sustainable Development

#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #GeoTrail #GeotrailDesign #เส้นทางธรณี #Geoeducation #HeritageInterpretation #VisitorExperience #TrailSafety #Geotourism #SustainableTourism #UbonGeopark #iok2u

------------------------

 

HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward