iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

สำรวจและจัดทำบัญชีแหล่งธรณีวิทยา (Geosite Inventory) ให้เป็นระบบ

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

HowTo UGGp คู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

สำรวจและจัดทำบัญชีแหล่งธรณีวิทยา (Geosite Inventory) ให้เป็นระบบ

บัญชีแหล่งธรณีวิทยา หรือ Geosite Inventory เป็นฐานข้อมูลสำคัญของการพัฒนา UNESCO Global Geopark เพราะช่วยตอบคำถามว่า พื้นที่มีมรดกทางธรณีวิทยาอะไร แหล่งใดสนับสนุนคุณค่าระดับนานาชาติ แหล่งใดเหมาะกับการศึกษาและการท่องเที่ยว และแต่ละแห่งต้องได้รับการคุ้มครองอย่างไร การทำบัญชีจึงไม่ใช่เพียงรวบรวมชื่อสถานที่ท่องเที่ยวหรือปักหมุดแหล่งหินลงบนแผนที่ แต่ต้องผ่านการสำรวจ อธิบายทางวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบเอกสารอ้างอิง ประเมินสภาพและภัยคุกคาม ตลอดจนกำหนดแนวทางบริหารจัดการรายแหล่ง

UNESCO ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นตัวแทน และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ประกาศจำนวน Geosite ขั้นต่ำที่ใช้เป็นเกณฑ์ผ่าน ดังนั้นไม่ควรเพิ่มจำนวนแหล่งเพื่อให้บัญชีดูใหญ่ แต่ควรเลือกแหล่งที่มีคุณค่าชัดเจนและบริหารจัดการได้จริง

1. Geosite คืออะไร

ในทางปฏิบัติ Geosite หมายถึงสถานที่ที่แสดงองค์ประกอบ กระบวนการ หรือหลักฐานทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่า เช่น

  • ลำดับชั้นหินที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญ

  • ซากดึกดำบรรพ์หรือแหล่งร่องรอยสิ่งมีชีวิตโบราณ

  • โครงสร้างรอยเลื่อน รอยคดโค้ง หรือแนวสัมผัสหน่วยหิน

  • ภูมิประเทศจากแม่น้ำ ลม ธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ หรือกระบวนการชายฝั่ง

  • ถ้ำ ระบบคาสต์ น้ำพุ หรือแหล่งน้ำใต้ดิน

  • แหล่งแร่และประวัติศาสตร์การทำเหมือง

  • จุดที่แสดงกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ยังดำเนินอยู่

  • แหล่งที่มีประวัติการศึกษาหรือความสำคัญต่อพัฒนาการของวิชาธรณีวิทยา

ไม่ใช่สถานที่ที่มีหินทุกแห่งจะเป็น Geosite และสถานที่สวยงามก็ไม่ได้มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติโดยอัตโนมัติ ต้องมีคำอธิบายว่าจุดนั้นเป็นตัวแทนของเรื่องใด มีความโดดเด่นเพียงใด และมีหลักฐานวิชาการใดรองรับ

งานวิจัยด้าน Geoheritage ยังเสนอให้แยกระหว่าง Geosite ซึ่งมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ กับ Geodiversity Site ซึ่งอาจมีประโยชน์โดดเด่นด้านการศึกษาและการท่องเที่ยว แม้คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ไม่สูงเท่ากัน การแยกบทบาทจะช่วยป้องกันการอ้างว่าแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งมีความสำคัญระดับนานาชาติ Brilha, 2016

2. เริ่มจากกำหนดกรอบเรื่องราวทางธรณีวิทยา

ก่อนออกสำรวจ คณะทำงานควรจัดทำ กรอบเรื่องราวทางธรณีวิทยาของพื้นที่ (Geological Framework) เพื่อระบุว่าบัญชีแหล่งต้องเป็นตัวแทนของเหตุการณ์ใดบ้าง เช่น

  1. หน่วยหินและช่วงอายุทางธรณีวิทยา

  2. สภาพแวดล้อมการสะสมตัวในอดีต

  3. การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างธรณีวิทยา

  4. การยกตัว ผุพัง กัดกร่อน และพัฒนาการของภูมิประเทศ

  5. ซากดึกดำบรรพ์และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

  6. ความสัมพันธ์ระหว่างธรณีวิทยากับลำน้ำ ดิน ระบบนิเวศ และการตั้งถิ่นฐาน

  7. การใช้หิน แร่ น้ำ หรือทรัพยากรธรณีของชุมชน

เมื่อมีกรอบดังกล่าว คณะทำงานจะเห็นว่าแหล่งใดเป็นตัวแทนของเรื่องเดียวกัน แหล่งใดเติมช่องว่างทางวิทยาศาสตร์ และแหล่งใดไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวหลักของพื้นที่

การเริ่มจากรายชื่อสถานที่ยอดนิยมก่อน อาจทำให้บัญชีมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ขาดหลักฐานสำคัญที่ใช้เล่าเรื่องวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของพื้นที่

3. รวบรวมรายชื่อแหล่งเบื้องต้น

ขั้นแรกให้รวบรวม Candidate Sites หรือแหล่งที่มีศักยภาพจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่

  • แผนที่และรายงานสำรวจทางธรณีวิทยา

  • งานวิจัย วิทยานิพนธ์ และบทความวิชาการ

  • ฐานข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ แร่ ถ้ำ และทรัพยากรธรณี

  • รายงานของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการ

  • ความรู้ของนักธรณีวิทยาที่เคยทำงานในพื้นที่

  • ข้อมูลจากชุมชน เจ้าของที่ดิน และปราชญ์ท้องถิ่น

  • ภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลภูมิสารสนเทศ

  • รายงานภัยพิบัติ การกัดเซาะ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่

รายชื่อในขั้นนี้ยังไม่ควรถูกประกาศว่าเป็น Geosite อย่างเป็นทางการ ต้องผ่านการตรวจเอกสาร การสำรวจภาคสนาม และการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญก่อน

4. กำหนดรหัสประจำแหล่ง

แหล่งทุกแห่งควรมีรหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน เช่น UB-GEO-001 โดยอาจประกอบด้วยรหัสพื้นที่ ประเภทข้อมูล และหมายเลขลำดับ

รหัสควรคงเดิมแม้มีการเปลี่ยนชื่อที่ใช้ประชาสัมพันธ์ และไม่ควรนำหมายเลขลำดับกลับมาใช้กับแหล่งอื่นเมื่อยกเลิกรายการ เพราะจะทำให้รายงาน ภาพถ่าย แผนที่ และประวัติการติดตามเชื่อมโยงผิดแหล่ง

รูปแบบรหัสนี้เป็นข้อเสนอแนะสำหรับบริหารฐานข้อมูล ไม่ใช่รูปแบบที่ UNESCO บังคับใช้

5. ข้อมูลที่ควรเก็บในแบบสำรวจ

แบบสำรวจรายแหล่งควรครอบคลุมอย่างน้อย 8 กลุ่มข้อมูล

กลุ่มข้อมูล

ตัวอย่างรายการ

ข้อมูลประจำแหล่ง

รหัส ชื่อไทย ชื่ออังกฤษ และชื่อท้องถิ่น

ตำแหน่ง

พิกัด ขอบเขตแหล่ง ระดับความสูง และแผนที่

ธรณีวิทยา

หน่วยหิน อายุหิน โครงสร้าง กระบวนการและประเภทความสนใจ

คุณค่า

วิทยาศาสตร์ การศึกษา การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและภูมิทัศน์

หลักฐาน

งานวิจัย แผนที่ รายงานและผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบ

สภาพพื้นที่

ความสมบูรณ์ การมองเห็น การเข้าถึงและการใช้พื้นที่

การคุ้มครอง

กฎหมาย หน่วยงาน เจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่

ความเสี่ยง

การกัดเซาะ เก็บตัวอย่าง ก่อสร้าง ขยะ เหมืองและนักท่องเที่ยว

ควรเพิ่มข้อมูลผู้สำรวจ วันที่สำรวจ ภาพถ่ายพร้อมทิศทางการถ่าย และวันที่ปรับปรุงล่าสุดด้วย หากข้อมูลใดไม่สามารถยืนยันได้ ให้บันทึกว่า “ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน” ไม่ควรเว้นว่างจนผู้อื่นเข้าใจผิดว่าไม่มีปัญหา

6. สำรวจภาคสนามอย่างเป็นระบบ

ทีมสำรวจควรประกอบด้วยนักธรณีวิทยา เจ้าหน้าที่ GIS ผู้ดูแลพื้นที่ และผู้แทนชุมชนตามความเหมาะสม โดยเตรียมแผนที่ แบบบันทึก กล้อง เครื่องรับพิกัด และอุปกรณ์ความปลอดภัยก่อนออกพื้นที่

การสำรวจควรดำเนินการดังนี้

  1. ยืนยันตำแหน่งและขอบเขตของแหล่ง

  2. บันทึกลักษณะหิน โครงสร้าง และกระบวนการที่พบ

  3. ถ่ายภาพภาพรวม ภาพระยะกลาง และภาพรายละเอียด

  4. ใช้มาตราส่วนในภาพเมื่อบันทึกรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์

  5. ตรวจเส้นทางเข้า จุดจอดรถ ความลาดชัน และอันตราย

  6. ตรวจร่องรอยความเสียหายและกิจกรรมของมนุษย์

  7. สอบถามประวัติและการใช้พื้นที่จากผู้ดูแลหรือชุมชน

  8. ตรวจสอบความสอดคล้องกับแผนที่และเอกสารเดิม

การเก็บตัวอย่างหิน แร่ หรือซากดึกดำบรรพ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ และมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ควรเก็บตัวอย่างเพียงเพื่อให้มีวัตถุจัดแสดง

หากแหล่งมีซากดึกดำบรรพ์หรือแร่ที่เสี่ยงต่อการลักลอบเก็บ ควรจำกัดการเผยแพร่พิกัดละเอียดในฐานข้อมูลสาธารณะ แต่เก็บพิกัดจริงไว้ในระบบควบคุมสำหรับผู้รับผิดชอบ

7. ประเมินคุณค่าคนละส่วนกับความเสี่ยง

การประเมินควรแยกอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่

คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ พิจารณาความเป็นตัวแทน ความหายาก ความสมบูรณ์ ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ระดับองค์ความรู้ และการใช้เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

ศักยภาพด้านการศึกษา พิจารณาว่าสังเกตและอธิบายได้ง่ายหรือไม่ เหมาะกับผู้เรียนระดับใด มีความปลอดภัยและสามารถจัดกิจกรรมเรียนรู้ได้หรือไม่

ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พิจารณาการเข้าถึง ความปลอดภัย ความสวยงาม ความสามารถรองรับผู้เยี่ยมชม และความเชื่อมโยงกับแหล่งอื่น โดยศักยภาพด้านท่องเที่ยวสูงไม่ได้หมายถึงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงเสมอไป

ความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ พิจารณาความเปราะบางตามธรรมชาติ การกัดเซาะ การก่อสร้าง การเก็บตัวอย่าง การเหยียบย่ำ ขยะ เหมือง น้ำท่วม ไฟป่า และจำนวนผู้เยี่ยมชม

วิธีการให้คะแนนมีหลายระบบ แต่ UNESCO ไม่ได้กำหนดให้ทุกพื้นที่ต้องใช้สูตรเดียว หากนำระบบคะแนนมาใช้ ต้องบอกชื่อวิธี เกณฑ์ น้ำหนัก ผู้ประเมิน และข้อจำกัดอย่างโปร่งใส ห้ามสร้างคะแนนเพื่อสนับสนุนผลที่ต้องการไว้ล่วงหน้า

8. พิสูจน์คุณค่าระดับนานาชาติอย่างไร

UNESCO กำหนดให้พื้นที่ต้องมีมรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าระดับนานาชาติ การพิจารณาอาศัยผู้เชี่ยวชาญและหลักฐานงานวิจัยที่ผ่านการทบทวนทางวิชาการ พร้อมการเปรียบเทียบในระดับโลก UNESCO Global Geoparks จึงควรแยก Geosite ในบัญชีออกเป็นระดับความสำคัญที่พื้นที่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น ท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศ และนานาชาติ แต่การจัดระดับต้องมีหลักฐานรองรับ

สำหรับแหล่งที่เสนอว่ามีความสำคัญระดับนานาชาติ ควรตอบได้ว่า

  • แหล่งนี้เป็นตัวแทนของเหตุการณ์หรือกระบวนการใด

  • มีความโดดเด่นหรือหายากเมื่อเทียบกับแหล่งอื่นอย่างไร

  • มีงานวิจัยที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิหรือไม่

  • นักวิชาการนานาชาติเคยศึกษาหรืออ้างอิงแหล่งนี้หรือไม่

  • สภาพแหล่งยังคงรักษาลักษณะที่ใช้พิสูจน์คุณค่าไว้หรือไม่

  • มีแหล่งใดในประเทศและต่างประเทศที่ต้องนำมาเปรียบเทียบ

คำว่า “มีชื่อเสียง” “สวยที่สุด” หรือ “เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุด” ไม่เพียงพอ หากไม่มีข้อมูลวิชาการยืนยัน

9. เชื่อมบัญชี Geosite เข้ากับ GIS

Geosite แต่ละแห่งควรเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล GIS ด้วยรหัสเดียวกัน โดยบันทึกเป็นจุด เส้น หรือรูปหลายเหลี่ยมตามลักษณะของแหล่ง การใช้หมุดเพียงจุดเดียวเหมาะสำหรับแสดงตำแหน่งทั่วไป แต่ไม่เพียงพอสำหรับแหล่งที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เช่น หน้าผา ลำดับชั้นหิน ถ้ำ หรือภูมิประเทศทั้งระบบ จึงควรมีขอบเขตแหล่งและเขตบริหารจัดการตามข้อมูลที่สำรวจได้จริง ต้องตรวจให้ชื่อ รหัส พิกัด และจำนวนแหล่งในฐานข้อมูล ตาราง แผนที่ เว็บไซต์ และใบสมัครตรงกันทั้งหมด พร้อมควบคุมเวอร์ชันและบันทึกประวัติการแก้ไข

10. จัดทำแผนบริหารรายแหล่ง

UNESCO ระบุว่าแหล่งธรณีวิทยาที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าของอุทยานธรณีต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควรมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมรายแหล่ง UNESCO: Geoconservation แผนบริหารรายแหล่งควรระบุ

  • คุณค่าที่ต้องรักษา

  • หน่วยงานและเจ้าของพื้นที่

  • สภาพและภัยคุกคาม

  • กฎหมายหรือมาตรการที่ใช้คุ้มครอง

  • กิจกรรมที่อนุญาตและไม่อนุญาต

  • การจัดการผู้เยี่ยมชม

  • การติดตามการเปลี่ยนแปลง

  • ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และรอบเวลาประเมิน

ไม่ควรติดตั้งป้าย ทางเดิน หรือสิ่งก่อสร้างทุกแห่งโดยใช้แบบเดียวกัน แหล่งที่เปราะบางอาจเหมาะกับการจำกัดการเข้าถึง การใช้สื่อดิจิทัล หรือจัดทำแหล่งจำลองเพื่อการเรียนรู้มากกว่าเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยตรง

สรุป

Geosite Inventory ที่ดีต้องตอบได้ว่า “แหล่งนี้คืออะไร สำคัญเพราะอะไร หลักฐานอยู่ที่ใด สภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร และใครรับผิดชอบดูแล” จำนวนแหล่งมากไม่ใช่เป้าหมายหลัก สิ่งสำคัญคือบัญชีต้องเป็นระบบ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เชื่อมโยงกับ GIS มีข้อมูลวิทยาศาสตร์น่าเชื่อถือ และนำไปใช้กำหนดมาตรการอนุรักษ์ การศึกษา และการพัฒนาพื้นที่ได้จริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO: UNESCO Global Geoparks

  2. UNESCO: Submit a UNESCO Global Geopark proposal

  3. UNESCO–IUGS: Guidelines for assessing international geological significance

  4. UNESCO: Application dossier for UNESCO Global Geoparks

  5. UNESCO: Checklist for aspiring UNESCO Global Geoparks

  6. UNESCO: Explanatory notes of the checklist

  7. UNESCO: Operational Guidelines for UNESCO Global Geoparks

  8. Brilha: Inventory and Quantitative Assessment of Geosites and Geodiversity Sites

  9. IUCN: Guidelines for Geoconservation in Protected and Conserved Areas

  10. IUGS: Geological Heritage Sites

#HowToUGGp #UNESCOGlobalGeopark #อุทยานธรณีโลก #อุทยานธรณี #GeositeInventory #แหล่งธรณีวิทยา #มรดกทางธรณีวิทยา #Geoheritage #Geoconservation #สำรวจธรณีวิทยา #ฐานข้อมูลGIS #การประเมินคุณค่า #การอนุรักษ์ธรณี #UbonGeopark #iok2u

------------------------

 

HowTo UGGp-00 ชุดคู่มือปฏิบัติสู่ UNESCO Global Geopark

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward