Waranon ไทย กาญจนบุรี (3) ชมเหมืองอุโมงค์ ที่เหมืองสองท่อ

วันนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเหมืองอุโมงค์ที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia ที่เหมืองสองท่อ ของบริษัท เคมโก้ ซึ่งเป็นเหมืองที่ขุดแร่ตะกั่ว เงิน และสังกะสี ออกมาใช้ในประเทศไทย
เหมืองสองท่อนี้ เป็นเหมืองที่เจาะเข้าไปใต้ภูเขา และวนใต้ภูเขาลงไปนับสิบชั้น
เหมืองสองท่อนี้ เคยมีปริมาณสำรองแร่ตะกั่วมากกว่า 7-8 ล้านตัน และได้ผลิตตะกั่ว ให้ประเทศไทยนานมาแล้วตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันนี้ คาดว่ามีปริมาณสำรองแร่ตะกั่วเหลือราวๆ 2-3 ล้านตัน
ในการผลิตแร่ในอุโมงค์ใต้ภูเขานี้ ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นตะกั่ว และ มีเพื่อนแร่ที่สำคัญคือ แร่เงิน และ สังกะสี แต่ปัจจุบันนี้ เหมืองสองท่อนั้น ประทานบัตรหมดอายุ ไปตั้งแต่ปี 2540 และทางบริษัทได้ยื่นขอต่อสัมปทานไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ แต่ยังถือว่ามีโชคอยู่บ้างเล็กน้อยที่ ทางป่าไม้ยังให้เช่าใช้พื้นที่ได้อยู่ แต่อนุญาตให้ใช้ในขอบเขตจำกัดที่เกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่เท่านั้น
ข้าพเจ้าได้ข่าวแว่วมาว่า ประเทศไทยใช้โลหะตะกั่วบริสุทธิ ปีล่ะราวๆ 2 แสนตัน แต่ได้จากการ Recycle ประมาณ 1 แสนตัน และ นำเขาตะกั่วจากต่างประเทศ ปีล่ะร่วมแสนตัน
ก่อนปิดเหมือง เหมืองสองท่อผลิตตะกั่วบริสุทธิ ได้ปีล่ะ 2-3 หมื่นตัน ก็น่าเสียดายที่ต้องนำเข้า แทนที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศให้เป็นประโยชน์
ในทางธรณีวิทยาแล้ว แร่ตะกั่ว Galena ที่นี่ เกิดจากกระบวนการ Alteration จากอิทธิพลของ Hydrothermal ซึ่งวิธีการ Hydrothermal ที่จะให้แร่โลหะหนักนั้น มี 4 วิธี แต่ มี 2 วิธี หรือ ที่มาที่ไปได้แก่ Metalic brine ที่ไปสะสมตัวกันที่ก้นทะเล และ Juvinile water ซึ่งมาจากแมกม่าใต้โลก ซึ่งในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่เข้าไปในรายละเอียดเพราะสมาชิกในคณะบ่าวหน้อยนี้ ยังเถียงกันไม่ได้ข้อสรุปสักทีน่ะขอรับ
แต่ที่แน่ๆ แร่ที่ได้จากเหมืองนี้ได้แก่ กาลีน่า Galena ซึ่งเป็น ตะกั่วซัลไฟด์ Pbs, แร่เงิน Agentite อาเจนไตต์ ซึ่งเป็น เงินซัลไฟล์ Ag2S2 ซึ่งเป็นเพื่อนแร่ ที่มีน้อยกว่า Galena และ นอกจากนี้ ก็ยังมีแร่อีกตัวหนึ่งที่มีค่าอยู่ด้วยคือ Sphalerite ซึ่งเป็น สังกะสีซัลไฟด์ ZnS ปะปนอยู่ด้วย
ข้าพเจ้าสอบถามผู้ดูแลเหมืองว่า มีปัญหาเรื่องการปนเปื้อนของสารตะกั่วในแหล่งน้ำรอบๆเหมือง ก็ทราบว่า ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะมีการควบคุมเป็นอย่างดี และไม่มีกระบวนการทางเคมีในเหมือง มีเพียงการบดให้เป็นเม็ดเล็กๆ เท่านั้น ก่อนจะส่งแร่ที่บดเป็นเม็ดเล็กๆ ออกไปแต่งที่โรงแต่งแร่ที่อื่น และทางเหมืองก็ได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นระยะตามรอบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครับ และยังไม่พบอะไรที่ผิดปรกติ
ทางเหมืองเองก็มีความคิดอยู่ที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเหมืองอุโมงค์ใต้ภูเขาด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนที่สนใจด้วย ใครสนใจก็คอยฟังข่าวน่ะครับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/waranon555
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ วรานนท์ หล้าพระบาง (Waranon Laprabang)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------

ในการขนย้ายแร่นั้น ใช้รถบรรทุกหนักแร่เตี้ยๆ วิ่งขนจากห้องโถงนี้ขึ้นไปบนผิวดิน

กองแร่ที่รอการขนย้าย

สีดำๆนั่นคือสายแร่กาลีน่า Galena และ แถบสีขาวนั้น อาจจะเป็น Cerussite ซึ่งตกตะกอนในภายหลัง

Cerussite เป็นแร่ตะกั่วคาร์บอเนต เป็นแร่ที่เกิดจากการชะล้างเอาธาตุตะกั่วไปรวมกับ คาร์บอเนต ได้แร่ PbCO3

ก้อนแร่ Galena อันหนักอึ้ง

ชิ้นนี้ สงสัยว่าจะเป็นหินเดิมของ Ordovician limestone สีดำ ที่ไม่ถูก Alteration และ ส่วนแถบสีขาวนั้น อาจจะเป็น Calcite หรือ Curussite ก็ยังไม่กล้าฟันธงขอรับ

แร่ที่บดแล้ว เตรียมส่งไปโรงแยก แต่เหมืองปิดเสียก่อน

สีดำๆ เป็นเส้นป่ายไปมาบนผนังนั้นคือ สายแร่กาลีน่า

ลองซูมให้ดูใกล้ๆ สีดำเป็นสายแร่ตะกั่ว กาลีน่า สีเหลืองๆเป็น แร่สังกะสี Spharerite

เนื่องจากหินส่วนใหญ่เป็นหินปูน ดังนั้น จึงเกิดการชะล้างเอาสารละลาย แคลเซียมคาร์บอเนต ออกไปตามน้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขา แล้วตกตะกอนใหม่ เป็นผลึกสวยงาม และบางส่วนก็ก่อตัวเป็นสารพอกเป็นเม็ด เรียกว่า ไข่มุกถ้ำ

ไข่มุกถ้ำ ซึ่งเป็นการพอกตัวของสาร Calcium carbonates

ปากถ้ำ จะมีขนาดเล็ก แค่พอที่จะให้ รถปิ๊กอัพเข้าไปได้ แต่ลึกหลายกิโลเมตร

โรงเรียนเหมืองสองท่อ ที่สนับสนุนโดยบริษัทเคมโก้ ให้ลูกหลานชาวบ้านและพนักงานเหมืองได้เรียนกัน
