Waranon ไทย กาญจนบุรี วัดพระแท่นดงรัง เมืองกาจนญ์

ข้าพเจ้าเคยมากราบพระแท่นดงรังครั้งแรก ตั้งแต่ยังเป็นละอ่อนต่อนแต่น เป็นหนุ่มน้อยนักศึกษารูปหล่อ อิอิ เลยจำได้เลือนลาง เหมือนว่าจะเป็นหินอะไรสักอย่างคล้ายๆหินทราย สีขาวๆ เหลืองๆ
แต่มาวันนี้ คณะบ่าวหน้อยเยี่ยมชมธรณีวิทยาเมืองกาญจน์บางส่วน ก็ใด้โอกาสมาทบทวนความทรงจำกันสักนิด นอกจากมากราบพระแท่นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัว และ ซื้อหวย 3 คู่ แล้ว ยังขอไปชะโงกหน้าดูหิน Out crop ด้านหลังโบสถ์ที่สร้างคลุมพระแท่นดงรังด้วย ครับ
ในสมัยโน้นปู้น พระธานดงรังนั้น น่าจะดังมากๆ เห็นรูปถ่ายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จมาสักการะด้วย แต่มาในวันนี้ ก็ดูจะเงียบเหงาไปนิด
มาในวันนี้ พบว่า ความทรงจำอันเลือนลางที่ผ่านไปกว่า 50 ปี ถูกแค่ส่วนเดียว ที่ว่า สีของหินจะออกสีขาวๆ ออกไปทาง เหลืองๆ แต่ชนิดหินนั้น ไม่ใช่หินทราย แต่เป็นหิน ไนซ์ Gneiss ซึ่งผู้รู้ท่านหนึ่ง บอกว่าเป็น Cataclasite ที่มีการกำเนิด ที่เอาหินเดิม ที่อาจจะเป็นหินทราย กดจมลึกลงไปใต้โลก ราวๆ 20 กิโลเมตร และเมื่อประเมินการเพิ่มของอุณหภูมิ เมื่อเข้าใกล้แกนโลก ที่ 25 - 30° C ต่อกิโลเมตร แล้ว บริเวณตำแหน่งที่หินทราย? นั้นถูกตุ๋นในหม้อความดัน ก็น่าจะมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 500 - 600° C เมื่อบวกแรงดันสัก 20,000 psi มันก็จะทำให้หินแข็งโป๊ก นั้น เปลี่ยนสภาพจากหักไม่ยอมงอ Brittle property เป็น งอแต่ไม่หัก Ductile property หรือ มี plasticity กล่าวคือยืดหดงอได้
หิน Cataclatic นี้ จะพิเศษกว่าที่อื่นนิดหนึ่งคือ อยู่ไปอยู่มาสักพัก น่าจะถูกแรงบีบอัดดันของโลก ยกเจ้าหินที่ถูกบีบอัดตุ๋น จนนิ่มนั้น ขึ้นมาใกล้ผิวโลก จนทำให้ อุณหภูมิและ แรงดัน ลดลง จนทำให้คุณสมบัติที่เป็น plasticity กลับกลายมาเป็นแข็งอีกที Brittle property กลับมาอีก ทีนี้ เจ้าหินที่ว่า เวลาถูกบีบอัดรอบใหม่ มันก็แตกล่ะสิขอรับ พอแตกก็เกิดช่องว่าง ทำให้แร่ Quartz เข้ามาตกตะกอนได้
เซียนๆนักธรณีวิทยาก็สนทนาธรณีธรรมกันอย่างสนุกสนาน อย่างก่ะเห็นกับตา แถมยังเชื่อกันว่า เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อประมาณสัก สามร้อยล้านปี อีกด้วย คริคริ
พออยู่ไปอยู่มา เปลือกโลกก็เปลี่ยนใจ ยกตัวผลักเอาเจ้าหินชุดนี้ ขึ้นมาเยี่ยมชมพระอาทิตย์พระจันทร์ บนผิวโลกเมื่อไม่กี่สิบล้านปีนี้เอง น่ะขอรับ
ด้วยความเป็นนักธรณีวิทยา การสนทนาเรื่องหินก้อนนี้ จึงสนุกสนานไร้ขอบเขต น่ะขอรับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/waranon555
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ วรานนท์ หล้าพระบาง (Waranon Laprabang)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------

ที่มาที่ไปของพระแท่นดงรัง

หอพระสไตล์มอญ

สีขาวปนดำๆคือเนื้อหิน Cataclatic สีขาวขุ่นเป็น Quartz veins ที่มีการแทรกตัวมาทีหลัง แถมยังโดนบีบให้โค้งๆอีกด้วย

สายแร่ Quartz สองทิศทาง ที่แตกกันคนล่ะเวลา เหมีอนว่าแนวหนึ่งมาก่อน และ อีกแนวหนึ่ง มาทีหลัง อืมม พี่ๆน้องๆ จะเชื่อกันไหมว่า เจ้าหินก้อนนี้ เคยอยู่ใต้โลก ลึกลงไปถึง 15-20 กิโลเมตร
สีขาวปนดำๆคือเนื้อหิน Cataclatic สีขาวขุ่นเป็น Quartz veins ที่มีการแทรกตัวมาทีหลัง แถมยังโดนบีบให้โค้งๆอีกด้วย
