iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

วิธีคิดทำไมบาง Content ถึงไวรัล แต่บาง Content ไม่มีคนดู

  

วิธีคิด Content ทำไมบาง Content ถึงไวรัล แต่บาง Content ไม่มีคนดู

ทุกวันมีคอนเทนต์ใหม่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์นับล้านชิ้น ทั้งบทความ คลิปวิดีโอ ภาพถ่าย อินโฟกราฟิก และไลฟ์สด แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถสร้างกระแส มียอดเข้าชมจำนวนมาก หรือถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ขณะที่คอนเทนต์อีกจำนวนมหาศาลกลับแทบไม่มีใครเห็น แม้ว่าผู้สร้างจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นคว้า ถ่ายทำ หรือตัดต่อก็ตาม

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น"

หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะโชค บางคนคิดว่าอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มไม่ยุติธรรม ขณะที่บางคนสรุปง่าย ๆ ว่าต้องเสียเงินซื้อโฆษณาจึงจะมีคนดู แม้ปัจจัยเหล่านี้จะมีผลอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะหากสังเกตให้ดี จะพบว่ามีผู้สร้างคอนเทนต์จำนวนมากที่เริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก่อน ไม่ได้ใช้งบโฆษณา แต่กลับสามารถสร้างผู้ติดตามหลักแสนหรือหลักล้านได้ในเวลาไม่นาน สิ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนกันไม่ใช่โชค แต่คือ วิธีคิด ก่อนลงมือสร้างคอนเทนต์

ผู้สร้างคอนเทนต์มือใหม่มักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า "วันนี้จะโพสต์อะไรดี" แต่ผู้สร้างคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มต้นด้วยคำถามที่แตกต่างออกไป เช่น "วันนี้ผู้ชมกำลังสนใจเรื่องอะไร" หรือ "เราจะสร้างคุณค่าอะไรให้กับผู้ชมได้บ้าง" เพียงเปลี่ยนคำถามตั้งต้น ผลลัพธ์ของคอนเทนต์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะจุดสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้สร้างอีกต่อไป แต่ย้ายไปอยู่ที่ความต้องการของผู้ชม

ลองนึกถึงเหตุการณ์ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังปวดหัวและค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต คุณอาจไม่สนใจว่าผู้เขียนบทความเป็นใคร แต่คุณจะคลิกบทความที่ตอบคำถามของคุณได้ดีที่สุด เช่น "ปวดหัวแบบไหนควรรีบพบแพทย์" มากกว่าบทความที่ตั้งชื่อว่า "วันนี้ผมมาเล่าเรื่องสุขภาพ" เหตุผลก็เพราะบทความแรกเริ่มต้นจากปัญหาของผู้อ่าน ส่วนบทความหลังเริ่มต้นจากสิ่งที่ผู้เขียนอยากพูด

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Content ที่มีคนดู กับ Content ที่ไม่มีคนดู คอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จมักตอบคำถามอย่างน้อยหนึ่งข้อให้กับผู้ชมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ แก้ปัญหา สร้างแรงบันดาลใจ หรือสร้างความบันเทิง หากผู้ชมรู้สึกว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแล้วได้รับประโยชน์กลับไป พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะดูจนจบ กดแชร์ หรือส่งต่อให้ผู้อื่น

ในทางกลับกัน คอนเทนต์จำนวนมากล้มเหลวเพราะผู้สร้างพยายามสื่อสารในสิ่งที่ตัวเองสนใจ โดยไม่ได้ถามว่าผู้ชมสนใจหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารเปิดใหม่โพสต์รูปอาหารสิบภาพพร้อมข้อความว่า "ร้านเราเปิดแล้ว เชิญแวะมาอุดหนุน" แต่แทบไม่มีคนกดดู ขณะที่อีกร้านหนึ่งโพสต์คลิปสั้น ๆ พร้อมหัวข้อว่า "ทำไมลูกค้าถึงยอมต่อคิวหนึ่งชั่วโมงเพื่อกินกะเพราร้านนี้" แม้ทั้งสองร้านจะขายอาหารเหมือนกัน แต่ร้านหลังสร้าง "ความสงสัย" และทำให้ผู้ชมอยากรู้คำตอบ จึงมีโอกาสได้รับยอดเข้าชมสูงกว่า

อีกตัวอย่างหนึ่งคือการขายสินค้า หากโพสต์เพียงข้อความว่า "ลดราคา 20%" ผู้ชมจำนวนมากอาจเลื่อนผ่าน เพราะเห็นโปรโมชั่นลักษณะนี้ทุกวัน แต่หากเปลี่ยนเป็น "5 เหตุผลที่หลายคนซื้อเครื่องฟอกอากาศผิดรุ่น และเสียเงินโดยไม่จำเป็น" ผู้ชมจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตนเอง แม้ตอนแรกจะยังไม่มีความคิดจะซื้อสินค้า แต่ก็อยากกดเข้าไปอ่านเพื่อป้องกันความผิดพลาดของตัวเอง

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ชมในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเรื่องเวลา แต่แข่งขันกันเรื่อง "ความสนใจ" ทุกครั้งที่เราเปิดโทรศัพท์ จะมีทั้งข่าว คลิป ความบันเทิง โฆษณา และข้อความจากเพื่อนปรากฏขึ้นพร้อมกัน หากคอนเทนต์ของเราไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้ชมก็พร้อมจะเลื่อนไปดูสิ่งอื่นทันที ดังนั้น ผู้สร้างคอนเทนต์จึงไม่ได้แข่งขันกับคนในธุรกิจเดียวกันเท่านั้น แต่กำลังแข่งขันกับทุกสิ่งที่อยู่บนหน้าจอของผู้ชมในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม การดึงดูดความสนใจไม่ควรใช้วิธีหลอกล่อหรือสร้างหัวข้อเกินจริง เพราะแม้ผู้ชมจะกดเข้ามาดู แต่หากเนื้อหาไม่ตรงกับที่คาดหวัง พวกเขาจะออกจากคอนเทนต์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบต่อแพลตฟอร์มในระยะยาว คอนเทนต์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดความสนใจและการส่งมอบคุณค่าที่แท้จริง

อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การมองว่ายอดวิวเป็นเป้าหมายสูงสุด แท้จริงแล้วยอดวิวเป็นเพียง "ผลลัพธ์" ของการสร้างคุณค่า ไม่ใช่จุดเริ่มต้น หากผู้สร้างมุ่งคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้คนคลิก อาจได้ยอดวิวในระยะสั้น แต่หากมุ่งคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมได้รับประโยชน์จริง ยอดวิว ความน่าเชื่อถือ และผู้ติดตามจะค่อย ๆ เติบโตตามมาเอง

ด้วยเหตุนี้ การสร้างคอนเทนต์จึงไม่ควรเริ่มจากการหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายหรือเปิดโปรแกรมเขียนบทความ แต่ควรเริ่มจากการคิดให้ชัดก่อนว่า เรากำลังสร้างคอนเทนต์เพื่อใคร และผู้ชมจะได้อะไรกลับไปหลังจากดูหรืออ่านจบ เมื่อคำตอบของคำถามนี้ชัดเจน การตัดสินใจเลือกหัวข้อ วิธีเล่าเรื่อง และรูปแบบการนำเสนอก็จะง่ายขึ้นมาก

ในบทความชุดนี้ เราจะใช้แนวคิด 3C ได้แก่ Create, Curate และ Collaborate เป็นกรอบในการอธิบาย "วิธีคิด" ของนักสร้างคอนเทนต์มืออาชีพ ไม่ใช่เพียงการสอนเทคนิคการทำคลิปหรือการเขียนบทความ แต่จะพาไปเรียนรู้ตั้งแต่การเลือกหัวข้อ การตัดสินใจว่าจะสร้างข้อมูลใหม่หรือสรุปข้อมูลที่มีอยู่ ไปจนถึงการร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับคอนเทนต์ เป้าหมายไม่ใช่การทำคอนเทนต์ให้ไวรัลเพียงครั้งเดียว แต่คือการสร้างระบบความคิดที่สามารถผลิตคอนเทนต์คุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสได้รับยอดวิวที่ดีในระยะยาว

ในตอนถัดไป เราจะเริ่มต้นจากคำถามสำคัญที่สุดของการสร้างคอนเทนต์ คือ "เมื่อมีไอเดียหนึ่งเรื่อง เราควรสร้างเอง (Create) คัดเลือกและเรียบเรียง (Curate) หรือร่วมมือกับผู้อื่น (Collaborate) จึงจะเหมาะสมที่สุด" เพราะการเลือกวิธีที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น มักเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์หนึ่งชิ้นประสบความสำเร็จเหนืออีกหลายร้อยชิ้นที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน.

.

----------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและภาพ

www.iok2u.com

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward