iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

2024 เหมืองทองคำเกาะซาโดะ (Sado Island Gold Mines)

 

ตำแหน่งที่ตั้ง ...

เหมืองทองคำเกาะซาโดะ: มรดกแห่งนวัตกรรมการขุดเจาะที่ไม่ใช้เครื่องจักรและระบบสังคมเทคนิคในสมัยเอโดะ

เหมืองทองคำเกาะซาโดะ (Sado Island Gold Mines) ตั้งอยู่บนเกาะซาโดะ (Sado Island) ห่างจากชายฝั่งจังหวัดนีงาตะ (Niigata Prefecture) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 35 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 26 ของประเทศญี่ปุ่น การขึ้นทะเบียนครั้งนี้เป็นการยกย่องคุณค่าของเหมืองแห่งนี้ในฐานะที่เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของระบบสังคมเทคนิค (socio-technical system) ในการผลิตทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีการทำเหมืองแบบไม่ใช้เครื่องจักรขั้นสูงที่เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 22) จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24)

แหล่งมรดกแห่งนี้ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของญี่ปุ่นสำหรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสามส่วนที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการทำเหมืองแบบไม่ใช้เครื่องจักรหลากหลายรูปแบบที่ใช้ในช่วงสมัยเอโดะ (Edo Period) ระหว่างปี ค.ศ. 1603-1868 (พ.ศ. 2146-2411) ซึ่งเป็นช่วงที่การผลิตทองคำจากเหมืองซาโดะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการดำเนินงานของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ (Tokugawa Shogunate) ตลอดช่วงประวัติศาสตร์กว่า 400 ปี

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

เหมืองทองคำเกาะซาโดะมีคุณค่าสากลอันโดดเด่นตามเกณฑ์ที่ (iv) ของ UNESCO ซึ่งระบุว่า "เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทสิ่งก่อสร้าง กลุ่มสถาปัตยกรรม หรือกลุ่มเทคโนโลยี หรือภูมิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์"

เหมืองทองคำแห่งนี้เป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในบริบทของทวีปเอเชีย ที่แสดงถึงความต่อเนื่องของเทคโนโลยีการทำเหมืองและการถลุงแร่ด้วยมือขั้นสูง ในช่วงเวลาที่การใช้เครื่องจักรเริ่มแพร่หลายในภูมิภาคอื่น ๆ ระบบการจัดการและการจัดระเบียบทางสังคมและแรงงานที่รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะได้นำมาใช้บนเกาะซาโดะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 (พุทธศตวรรษที่ 22) นั้น ได้ทำให้สามารถสกัดและแปรรูปทองคำคุณภาพสูงได้ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกในยุคนั้น ระบบสังคมเทคนิคในการผลิตทองคำนี้ได้รับการพัฒนาภายใต้ข้อจำกัดของการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอันเนื่องมาจากนโยบายปิดประเทศของญี่ปุ่น (national seclusion policy) ซึ่งทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนผ่านการจัดระเบียบพื้นที่เหมืองและชุมชนที่เกี่ยวข้อง องค์ประกอบหลักทั้งสามส่วนของแหล่งมรดกนี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำเหมืองแบบไม่ใช้เครื่องจักรที่แตกต่างกัน ซึ่งใช้ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868 / พ.ศ. 2146-2411) ได้อย่างชัดเจน

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ประวัติศาสตร์ เหมืองทองคำเกาะซาโดะ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1601 (พ.ศ. 2144) และได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งทำเหมืองทองและเงินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจในสมัยเอโดะ (Edo Period) ระหว่างปี ค.ศ. 1603-1867 (พ.ศ. 2146-2410) รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ (Tokugawa shogunate) ได้เข้าควบคุมเหมืองโดยตรงในปี ค.ศ. 1603 (พ.ศ. 2146) เพื่อนำทองคำที่ผลิตได้ไปเป็นทุนในการดำเนินงานและผลิตเหรียญโคบัง (koban coins) ทองคำจากเหมืองซาโดะยังถูกใช้ในการประดับตกแต่งสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น เช่น ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) ในเกียวโต และประตูโยเมะมง (Yomeimon Gate) ที่ศาลเจ้านิกโกโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine) ตลอดประวัติศาสตร์ 400 ปี เหมืองแห่งนี้ได้พัฒนาจากการใช้แรงงานคนเข้มข้นไปสู่การนำเทคนิคการทำเหมืองแบบใช้เครื่องจักรมาใช้ภายหลังการตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลในปี ค.ศ. 1869 (พ.ศ. 2412) และต่อมาเป็นของบริษัทเอกชน การดำเนินงานของเหมืองยุติลงในปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) เนื่องจากการร่อยหรอของทรัพยากร ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกและยืนยัน

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและมรดกทางอุตสาหกรรม เหมืองทองคำเกาะซาโดะเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงนวัตกรรมในการทำเหมืองและวิถีชีวิตประจำวันตลอดหลายศตวรรษ อุโมงค์เหมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จากสมัยเอโดะและยุคสมัยใหม่เปิดให้สำรวจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคนิคการทำเหมือง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น ได้แก่:

  • โดะยู โนะ วาริโตะ (Doyu no Warito): หุบเขาที่แตกเป็นรูปตัว V อันน่าทึ่ง ซึ่งเกิดจากการเจาะภูเขาด้วยมือทั้งหมด เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำเหมืองยุคแรก

  • โรงแยกแร่คิตาซาวะ (Kitazawa Flotation Plant): สิ่งก่อสร้างในปี ค.ศ. 1938 (พ.ศ. 2481) ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงงานแปรรูปแร่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก แสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเหมืองซาโดะ ซากปรักหักพังนี้จะมีการจัดแสดงไฟสว่างไสวในตอนเย็นในช่วงฤดูกาลที่กำหนด

  • สำนักงานผู้ว่าการซาโดะ (Sado Magistrate's Office): อาคารที่ได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการการทำเหมืองของซาโดะ

  • อุโมงค์เหมืองและสิ่งอำนวยความสะดวก: ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจโรงถลุงแร่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ บ้านพักคนงาน และอุโมงค์ใต้ดินต่างๆ ซึ่งบางแห่งมีหุ่นจำลองขนาดเท่าจริงที่แสดงภาพคนงานกำลังทำงาน พร้อมป้ายข้อมูลสองภาษา

  • ชุมชนเหมืองแร่: ซากของเมืองเหมืองแร่เก่าแก่ เช่น ไอคาวะ-คามิมาจิ (Aikawa-Kamimachi) ยังคงรักษาบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ พื้นที่เหมืองทองคำร่อนนิชิมิกาวะ (Nishimikawa Placer Gold Mine) ยังมีซากของระบบการร่อนทองคำและทางน้ำขนาดใหญ่

  • การปรับตัวทางวัฒนธรรม: เทคโนโลยีการระบายน้ำจากอุโมงค์เหมืองได้ถูกนำไปปรับใช้กับการสร้างนาข้าวขั้นบันไดทั่วทั้งเกาะ และช่างหินจากเหมืองได้สร้างวัสดุทางสถาปัตยกรรม เช่น กำแพงหินและฐานรากบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างการทำเหมืองกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

จุดเด่นที่สำคัญ

  • โดะยู โนะ วาริโตะ (Doyu no Warito): สัญลักษณ์แห่งความพยายามอันน่าทึ่งของการทำเหมืองด้วยมือในยุคแรกเริ่ม

  • โรงแยกแร่คิตาซาวะ (Kitazawa Flotation Plant): ซากปรักหักพังของโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกในอดีต ซึ่งมีการประดับไฟยามค่ำคืนตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนมกราคม โดยเปิดไฟตั้งแต่เวลา 19:00 น. ถึง 22:00 น. (และตั้งแต่ 17:00 น. ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม)

  • อุโมงค์เหมืองสมัยเอโดะและยุคใหม่: เปิดให้สำรวจพร้อมหุ่นจำลองที่แสดงวิถีชีวิตคนงานเหมือง

  • สำนักงานผู้ว่าการซาโดะ (Sado Magistrate's Office): อาคารประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงศูนย์กลางการบริหารจัดการเหมือง

  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคิราเรียม ซาโดะ (Kirarium Sado Visitor Center): จุดเริ่มต้นของการเยี่ยมชมเหมืองทองคำ พร้อมนิทรรศการ จอขนาดใหญ่ ข้อมูลประวัติ และบริการเช่าจักรยานและทัวร์พร้อมไกด์

  • พิพิธภัณฑ์: จัดแสดงประวัติศาสตร์ กระบวนการทำเหมือง และวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี รวมถึงแท่งทองคำจำลองขนาดใหญ่ที่สามารถสัมผัสได้ และเวิร์คช็อปสร้างของที่ระลึก

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ

การเดินทางสู่เกาะซาโดะ ผู้เยี่ยมชมสามารถเดินทางสู่เกาะซาโดะได้ด้วยเรือเฟอร์รี่ (ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง) หรือเรือเจ็ตฟอยล์ (ใช้เวลาประมาณ 67 นาที) จากท่าเรือนีงาตะ (Niigata Port) หรือท่าเรือนาโอเอ็ตสึ (Naoetsu Port) บนแผ่นดินใหญ่

การเดินทางไปยังเหมืองทองคำบนเกาะซาโดะ จากท่าเรือเรียวตสึ (Ryotsu Port) บนเกาะซาโดะ สามารถขับรถประมาณ 60 นาที หรือนั่งรถประจำทางประมาณ 70 นาที เพื่อไปยังเหมืองทองคำ มีที่จอดรถฟรีให้บริการ

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคิราเรียม ซาโดะ (Kirarium Sado Visitor Center)

  • ที่ตั้ง: 18-1 Aikawa Sanchome-Hamamachi, Sado City

  • เวลาทำการ: 08:30 น. – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น.)

  • วันปิดทำการ: 29 ธันวาคม – 3 มกราคม

  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 300 เยน และเด็กอายุ 7-15 ปี 150 เยน มีส่วนลดสำหรับหมู่คณะ

  • สิ่งอำนวยความสะดวก: นิทรรศการ, จอขนาดใหญ่, แผงข้อมูล, หุ่นจำลอง, โต๊ะข้อมูลท่องเที่ยว, บริการเช่าจักรยาน, และทัวร์พร้อมไกด์

การทัวร์เหมือง มีเส้นทางเดินสำรวจหลักสองเส้นทางผ่านอุโมงค์เหมืองจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน แต่ละเส้นทางใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที อุณหภูมิภายในอุโมงค์คงที่อยู่ที่ประมาณ 10 องศาเซลเซียส (50 องศาฟาเรนไฮต์) ตลอดทั้งปี

ข้อแนะนำสำหรับสถานที่เฉพาะ

  • เหมืองทองและเงินไอคาวะ (Aikawa Gold and Silver Mine): มีการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างดีเยี่ยม

  • เหมืองทองคำร่อนนิชิมิกาวะ (Nishimikawa Placer Gold Mine): มีป้ายข้อมูลแต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว หรือเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับการเยี่ยมชมโดยไม่มีไกด์นำเที่ยว ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้บริการทัวร์พร้อมไกด์

  • ซากโรงแยกแร่คิตาซาวะ (Kitazawa Flotation Plant): มีการประดับไฟในตอนกลางคืนตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนมกราคม โดยเปิดไฟตั้งแต่เวลา 19:00 น. ถึง 22:00 น. (และตั้งแต่ 17:00 น. ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม)

เหมืองทองคำเกาะซาโดะ เป็นประจักษ์พยานอันทรงคุณค่าถึงความชาญฉลาดและความพยายามของมนุษย์ในการทำเหมืองทองคำในญี่ปุ่นสมัยเอโดะ การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO เป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นในฐานะที่เป็นตัวอย่างที่หาได้ยากของระบบสังคมเทคนิคในการผลิตทองคำที่ยังคงใช้เทคนิคการขุดเจาะด้วยมือขั้นสูง ในช่วงเวลาที่การใช้เครื่องจักรเริ่มแพร่หลาย การอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่รักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการส่งต่อเรื่องราวของการบริหารจัดการทรัพยากร วิถีชีวิตของคนงาน และการปรับตัวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชมความสำเร็จทางเทคโนโลยีและสังคมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

.

-------------------------

ที่มา

https://whc.unesco.org/en/list

http://www.globalgeopark.org

https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/

https://th.wikipedia.org

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

-------------------------

เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)

เที่ยวรอบโลก (Travel World)

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward