
พุกาม: อัญมณีแห่งพุทธศิลป์และอารยธรรมในที่ราบลุ่มอิรวดี
เมืองโบราณพุกาม (Bagan) ตั้งอยู่บนคุ้งน้ำอิรวดี (Ayeyarwady River) ในที่ราบตอนกลางของประเทศเมียนมา (Myanmar) เป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาอันโดดเด่น สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม คริสต์ศักราช 2019 (พุทธศักราช 2562) ซึ่งเกิดขึ้น 24 ปีหลังจากการเสนอชื่อครั้งแรกในปีคริสต์ศักราช 1995 (พุทธศักราช 2538) โดยมีการล่าช้าอันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงทางการเมืองและความกังวลเกี่ยวกับการบูรณะ พุกามเป็นพยานที่น่าทึ่งถึงจุดสูงสุดของอารยธรรมพุกาม ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรระดับภูมิภาคในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 (พุทธศตวรรษที่ 16-18) ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการสร้างวัด เจดีย์ และอารามทางพุทธศาสนามากกว่า 10,000 แห่ง โดยยังคงมีโบราณสถานเหลืออยู่มากกว่า 2,000 ถึง 3,595 แห่งในปัจจุบัน
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
การขึ้นทะเบียนพุกามเป็นแหล่งมรดกโลกนั้นอิงตามเกณฑ์ทางวัฒนธรรมสามประการ ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นของแหล่งมรดกแห่งนี้:
-
เกณฑ์ (iii): พุกามเป็นพยานที่โดดเด่นและต่อเนื่องของประเพณีวัฒนธรรมการทำบุญในพระพุทธศาสนา และเป็นจุดสูงสุดของอารยธรรมพุกามในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 (พุทธศตวรรษที่ 16-18)
-
เกณฑ์ (iv): สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยกลุ่มสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ ที่สะท้อนถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของอาณาจักรพุทธศาสนาขนาดใหญ่ในยุคแรกเริ่ม ในบริบทของการแสดงออกที่หลากหลายของสถาปัตยกรรมและศิลปะพุทธศาสนาทั่วทวีปเอเชีย พุกามมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง
-
เกณฑ์ (vi): พุกามเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความเชื่อทางพุทธศาสนาที่ยังมีชีวิตอยู่และประเพณีการทำบุญ ซึ่งแสดงออกผ่านจำนวนสถูป (stupas) วิหาร (temples) และอาราม (monasteries) ที่หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเพณีและกิจกรรมทางศาสนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
คุณค่าสากลอันโดดเด่นของพุกามถูกถ่ายทอดผ่านภูมิทัศน์ของโบราณสถานกว่า 3,000 แห่ง ตัวโบราณสถานเอง ศิลาจารึก ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ประติมากรรม รวมถึงแนวปฏิบัติทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่ การขึ้นทะเบียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกันการคุ้มครองและการบูรณะที่แท้จริงของแหล่งมรดกแห่งนี้สำหรับคนรุ่นต่อไป
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
บริบททางประวัติศาสตร์: พุกามได้พัฒนาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรระดับภูมิภาคตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 (พุทธศตวรรษที่ 16-18) ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะศูนย์กลางการปฏิบัติพุทธศาสนานิกายเถรวาท (Theravada Buddhist practice) ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการก่อสร้างศาสนสถานทางพุทธศาสนามากมายกว่า 10,000 แห่ง ทั้งวัด เจดีย์ และอาราม เพื่อแสดงออกถึงความศรัทธาและความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมนี้ ในปัจจุบัน ยังคงมีโบราณสถานเหลืออยู่มากกว่า 2,000 ถึง 3,595 แห่งกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่อันกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ของอาณาจักรพุกามในอดีต (ไม่มีตำนานเฉพาะเจาะจงที่ระบุไว้ในข้อมูลนี้ ดังนั้นข้อมูลที่นำเสนอจึงเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์)
บริบททางสถาปัตยกรรม: พุกามเป็นแหล่งรวมภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่กว้างใหญ่และซับซ้อน ประกอบด้วยโบราณสถานทางศาสนาที่บันทึกไว้มากกว่า 3,500 แห่ง รวมถึงสถูป (stupas) วิหาร (temples) อาราม (monasteries) และโครงสร้างอื่น ๆ สำหรับการปฏิบัติทางพุทธศาสนา สถาปัตยกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในช่วงสมัยพุกาม (คริสต์ศตวรรษที่ 11-13 หรือพุทธศตวรรษที่ 16-18) และสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาทางศาสนาอันแข็งแกร่งของอาณาจักรพุทธศาสนาในยุคแรกเริ่มแห่งนี้ การออกแบบสถาปัตยกรรมยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลจากรูปแบบของปยู (Pyu designs) ในยุคก่อนหน้า และรูปแบบสถูปจากอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภูมิภาคอานธรา (Andhra region) สถาปนิกในยุคพุกามมักสร้างเจดีย์ให้ใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติโดยผ่านช่องเล็ก ๆ บนผนัง โบราณสถานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นอาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแหล่งโบราณคดีที่กว้างขวาง ศิลาจารึก ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรมอีกด้วย
จุดเด่นที่สำคัญ
-
ขนาดอันกว้างใหญ่ (Immense Scale): พุกามโดดเด่นด้วยการรวมตัวของวัด เจดีย์ และอารามที่หลงเหลืออยู่กว่า 2,000 ถึง 3,500 แห่ง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วที่ราบขนาด 42 ตารางกิโลเมตร (42-square-kilometer plain)
-
ความศรัทธาทางพุทธศาสนา (Buddhist Devotion): สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่เป็นประจักษ์พยานที่น่าทึ่งถึงความแข็งแกร่งของความศรัทธาทางศาสนาในช่วงที่อารยธรรมพุกามรุ่งเรืองสูงสุด
-
วัดสำคัญ (Notable Temples): สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่น ได้แก่ พระเจดีย์อนันดา (Ananda Temple) ที่มีปลียอดสีทองอร่าม, เจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwe San Daw pagoda) ซึ่งเคยเป็นที่นิยมในการชมพระอาทิตย์ตกดิน (แม้ปัจจุบันจะจำกัดการปีนขึ้นไปแล้ว) และเจดีย์สุละมานี (Sulamani Temple) ที่มีขนาดใหญ่
-
ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม (Cultural Landscape): พุกามได้รับการยอมรับว่าเป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่มีความซับซ้อนและมีชั้นเชิง ซึ่งยังรวมถึงชุมชนที่มีชีวิตชีวาและพื้นที่เมืองร่วมสมัย
-
การขึ้นบอลลูนลมร้อน (Hot-air ballooning): ที่ราบพุกามซึ่งมีวัดวาอารามมากมาย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการขึ้นบอลลูนลมร้อน เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของภูมิทัศน์จากมุมสูง
เมืองโบราณพุกาม (Bagan) เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าและเป็นพยานสำคัญของอารยธรรมพุทธศาสนาอันรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจำนวนศาสนสถานอันมหาศาล สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ยังคงดำรงอยู่ พุกามจึงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่สะท้อนถึงศรัทธาอันแรงกล้าของผู้คน การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกยืนยันถึงความสำคัญระดับสากลของพุกาม และเป็นเครื่องมือในการปกป้องและอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่สืบไป

ปัจจุบัน พุกาม ตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay Division) อยู่ห่างจาก เมืองมัณฑะเลย์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร หรืออยู่ทางตอนเหนือของย่างกุ้ง ระยะทาง 680 กิโลเมตร พุกามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และญองอู้ (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินญองอู้ เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมือง คือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน
รายได้หลักของเมือง คือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน
เจดีย์แห่งแรกของพุกาม คือ เจดีย์ชเวซี่โกน สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมาเป็นการสร้างโดย เหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์ นอกจากเจดีย์ชเวซี่โกนแล้ว ยังมีเจดีย์และวัดสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น เจดีย์ชเวซานดอ, อานานดาพะย่า, มีนกะลาเซดี, วัดที่โลมี่นโล, วัดดะมะยานจี้, วัดตะบะญุ เป็นต้น
นอกจากเจดีย์ชเวซีโกนแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญ ๆ อีกหลายองค์และวัดสำคัญ ๆ อีกเช่น เจดีย์ชเวซันดอ, อานันทวิหาร, เจดีย์ตะเบียงนิว, วัดพะยาตองซู เป็นต้น
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------


