ศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย: มรดกโลกแห่งราชธานีที่ดำรงอยู่และศูนย์กลางวัฒนธรรมที่หลอมรวม
ศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย (Central Sector of the Imperial Citadel of Thang Long-Hanoi) ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage site) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) เนื่องจากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยั่งยืนยาวนาน บริเวณแห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของภูมิภาคมาเกือบ 13 ศตวรรษอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
การก่อสร้างพระราชวังหลวงแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 (คริสต์ศตวรรษที่ 11 C.E.) ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ลี้ (Ly Dynasty) ซึ่งถือเป็นการประกาศเอกราชของอาณาจักรไดเวียด (Đại Việt) พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนซากป้อมปราการของจีนในพุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7 C.E.) บนพื้นที่ที่เคยเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง (Red River Delta) สถานที่แห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางอำนาจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7 C.E.) มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าส่วนใหญ่ของพระราชวังหลวงจะถูกรื้อถอนโดยชาวฝรั่งเศสเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำนักงานและค่ายทหาร แต่การบูรณะและขุดค้นอย่างเป็นระบบได้เริ่มต้นขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 26 (คริสต์ศตวรรษที่ 21 C.E.)
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
ศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย มีคุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value) ภายใต้เกณฑ์การคัดเลือกทางวัฒนธรรมสามประการ ได้แก่ (ii), (iii) และ (vi)
-
เกณฑ์ (ii): สถานที่แห่งนี้แสดงให้เห็นถึงการมาบรรจบกันของอิทธิพลต่างๆ โดยหลักมาจากจีนทางตอนเหนือและอาณาจักรจามปา (Kingdom of Champa) ทางตอนใต้ สะท้อนให้เห็นถึงชุดของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวัฒนธรรมอันโดดเด่นในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแดงตอนล่าง นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในระดับสูง โดยมีการค้นพบวัตถุโบราณ เช่น เครื่องกระเบื้องเคลือบและเหรียญทองแดงจากจีน ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันตก ซึ่งบ่งชี้ว่าทังลอง (Thang Long) เป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
-
เกณฑ์ (iii): สถานที่แห่งนี้เป็นพยานถึงประเพณีทางวัฒนธรรมอันยาวนานของประชากรชาวเวียด (Việt) ในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงและพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแดงตอนล่าง ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนาจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7 C.E.) จนถึงปัจจุบัน การสืบทอดของราชวงศ์ที่สร้างและบูรณะพระราชวังหลวงแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองต้องห้าม (Forbidden City) แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการวางผังเมืองและพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม รวมถึงความต่อเนื่องของอำนาจ
-
เกณฑ์ (vi): พระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย ด้วยความสำคัญทางการเมืองและเชิงสัญลักษณ์ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายประการ รวมถึงการแสดงออกทางศิลปะชั้นนำ และแนวคิดทางศีลธรรม ปรัชญา และศาสนาที่สำคัญ ลำดับเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องหมายของการก่อตั้งและพัฒนาของประเทศที่เป็นเอกราชมากว่าหนึ่งสหัสวรรษ รวมถึงช่วงเวลาอาณานิคมและสงครามอิสรภาพสองครั้งในยุคปัจจุบัน และการรวมชาติของเวียดนาม
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
ประวัติศาสตร์ของศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย เริ่มต้นขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7 C.E.) ด้วยการเป็นป้อมปราการของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (Tang dynasty) หรือที่เรียกว่าปราการไดหลา (Đại La citadel) ก่อนที่ในพุทธศตวรรษที่ 16 (คริสต์ศตวรรษที่ 11 C.E.) ราชวงศ์ลี้จะเริ่มการก่อสร้างพระราชวังหลวงทังลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประกาศเอกราชและสร้างศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรไดเวียด การก่อสร้างนี้เป็นการสร้างทับซ้อนบนฐานรากของป้อมปราการเดิม และสถานที่แห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องผ่านยุคสมัยของราชวงศ์ต่างๆ ทั้งราชวงศ์ลี้ (Lý Dynasty) ราชวงศ์ตรัน (Trần Dynasty) ราชวงศ์เล (Lê Dynasty) และราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty)
ในช่วงยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนใหญ่ของพระราชวังหลวงได้ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับอาคารสำนักงานและค่ายทหาร อย่างไรก็ตาม ในพุทธศตวรรษที่ 26 (คริสต์ศตวรรษที่ 21 C.E.) ได้มีการเริ่มต้นโครงการบูรณะและขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ เพื่อเปิดเผยและอนุรักษ์ชั้นทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าที่ซ่อนอยู่
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมหลักของสถานที่ประกอบด้วยสองส่วนสำคัญ:
-
แหล่งโบราณคดี ณ ถนน 18 โฮังเดียว (18 Hoang Dieu Street): บริเวณนี้มีการขุดค้นพบซากโบราณวัตถุจากปราการไดหลา (Đại La citadel) ในสมัยราชวงศ์ถัง (พุทธศตวรรษที่ 12-14 / คริสต์ศตวรรษที่ 7-9 C.E.) รวมถึงฐานรากและชิ้นส่วนประดับตกแต่งจากราชวงศ์ลี้ (Lý Dynasty) และราชวงศ์ตรัน (Trần Dynasty) และซากปรักหักพังของพระราชวังในสมัยราชวงศ์เล (Lê Dynasty) และราชวงศ์ด่ง (Đông Palace) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทางสถาปัตยกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมตลอดช่วงเวลาหลายศตวรรษ
-
แกนกลางของปราการฮานอยในสมัยราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty's Citadel of Hanoi): ส่วนนี้ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ อาทิ หอธง (Flag Tower - Ky Dai), ประตูทิศใต้ (South Gate - Doan Mon), ฐานรากพระราชวังคิงเทียน (Kinh Thien Palace Foundation), เจดีย์เจ้าหญิง (Princess's Pagoda - Hau Lau) และประตูทิศเหนือ (North Gate - Bac Mon) สิ่งก่อสร้างเหล่านี้แสดงถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละยุคสมัย และเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมและกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญในอดีต
ไม่มีหลักฐานที่เป็นตำนาน (legends) ถูกกล่าวถึงในรายงานวิจัยเกี่ยวกับสถานที่นี้ ดังนั้นข้อมูลที่นำเสนอจึงเน้นเฉพาะข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ได้รับการยืนยัน
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
ศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย มีจุดเด่นสำคัญหลายประการที่ดึงดูดนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์:
-
ศูนย์กลางอำนาจต่อเนื่อง: เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองมาเกือบ 13 ศตวรรษ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7 C.E.) แสดงถึงความมั่นคงและความสำคัญของสถานที่ในประวัติศาสตร์เวียดนาม
-
แหล่งโบราณคดี 18 โฮังเดียว (18 Hoang Dieu Street): เป็นแหล่งขุดค้นที่สำคัญที่เผยให้เห็นชั้นประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน ตั้งแต่ปราการไดหลา (Đại La) สมัยราชวงศ์ถัง ไปจนถึงซากพระราชวังของราชวงศ์ลี้ ตรัน เล และด่ง
-
สิ่งก่อสร้างที่ยังคงอยู่: กลุ่มสิ่งก่อสร้างจากสมัยราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty) อาทิ หอธง (Ky Dai), ประตูทิศใต้ (Doan Mon), ฐานรากพระราชวังคิงเทียน (Kinh Thien Palace Foundation), เจดีย์เจ้าหญิง (Hau Lau) และประตูทิศเหนือ (Bac Mon) เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมหลวงที่งดงามและทรงคุณค่า
-
การหลอมรวมทางวัฒนธรรม: สถานที่แห่งนี้เป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยมีอิทธิพลจากจีนทางเหนือและอาณาจักรจามปาทางใต้ รวมถึงการค้นพบวัตถุโบราณจากญี่ปุ่นและเอเชียตะวันตก ซึ่งบ่งชี้ถึงบทบาทของทังลองในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมในอดีต
-
สัญลักษณ์เอกราช: พระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอยมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่งต่อการก่อตั้งและพัฒนาของประเทศเวียดนามที่เป็นเอกราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการประกาศอิสรภาพจากจีนในพุทธศตวรรษที่ 16 (คริสต์ศตวรรษที่ 11 C.E.)
ศูนย์กลางพระราชวังหลวงทังลอง-ฮานอย เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่า สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางอำนาจที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องมานับพันปี สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นพยานถึงการก่อกำเนิดและการพัฒนาของชาติเวียดนามที่เป็นเอกราช แต่ยังเป็นจุดบรรจบของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเอกลักษณ์อันโดดเด่นของภูมิภาค การอนุรักษ์และการศึกษาแหล่งมรดกแห่งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการทำความเข้าใจรากฐานทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของเวียดนาม ซึ่งมีคุณค่าสากลอันโดดเด่นสำหรับมนุษยชาติ
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

