iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
2025/2568 อุทยานแห่งชาติฟองญา-เกบาง และอุทยานแห่งชาติหินน้ำโน (Phong Nha-Ke Bang National Park and Hin Nam No National Park)

อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังและอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ: อัญมณีแห่งธรณีวิทยาและชีวหลากหลายข้ามพรมแดน

อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบัง (Phong Nha-Ke Bang National Park) ตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh province) ทางภาคกลางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม และอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ (Hin Nam No National Park) ซึ่งตั้งอยู่ในแขวงคำม่วน (Khammouane Province) ทางภาคกลางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอันโดดเด่นขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Sites) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกครั้งแรกเมื่อปีคริสตศักราช 2003 (พ.ศ. 2546) จากคุณค่าทางธรณีวิทยาและธรณีสัณฐานวิทยาอันเป็นเลิศ และได้รับการขยายขอบเขตพร้อมเสนอชื่ออีกครั้งในปีคริสตศักราช 2015 (พ.ศ. 2558) เพื่อรวมคุณค่าทางนิเวศวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเติม ในขณะที่อุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อเพิ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม คริสตศักราช 2025 (พ.ศ. 2568) ณ การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 47 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่สี่ของประเทศลาว และเป็นแหล่งธรรมชาติแห่งแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

การขึ้นทะเบียนของอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ เป็นการเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับอุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบัง ก่อให้เกิดแหล่งมรดกโลกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับภูมิทัศน์หินปูนคาร์สต์ (limestone karst landscape) ที่ต่อเนื่องกัน พื้นที่รวมของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ครอบคลุมประมาณ 217,447 เฮกตาร์ (hectares) โดยอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อมีส่วนร่วมในพื้นที่ 94,121 เฮกตาร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศขนาดใหญ่ข้ามชาติพันธุ์

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังและอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อมีคุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value - OUV) ที่ได้รับการรับรองภายใต้เกณฑ์ขององค์การยูเนสโก ดังนี้:

  • เกณฑ์ (viii): เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในขั้นตอนหลักของการวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาหรือในกระบวนการทางธรณีวิทยาที่สำคัญทางชีวภาพในการพัฒนารูปแบบที่ดินหรือคุณลักษณะทางธรณีวิทยาที่สำคัญ พื้นที่แห่งนี้เป็นตัวแทนของหนึ่งในสองภูมิภาคคาร์สต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีระบบคาร์สต์ขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งเริ่มก่อตัวมาประมาณ 400 ล้านปี ในช่วงยุคพาลีโอโซอิก (Palaeozoic era) สำหรับฟ็องญา-เคบัง และพัฒนามามากกว่า 300 ล้านปีสำหรับหินหนามหน่อ การก่อตัวของหินปูนคาร์สต์ที่นี่สร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่น่าทึ่ง ประกอบด้วยหน้าผาสูงชัน (dramatic cliffs) หลุมยุบขนาดลึก (deep sinkholes) และเครือข่ายถ้ำและถ้ำใต้น้ำจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงถ้ำซันดุง (Son Doong Cave) ที่เชื่อกันว่าเป็นทางเดินถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของเส้นผ่านศูนย์กลางและความต่อเนื่อง และถ้ำเซบังไฟ (Xe Bang Fai Cave) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบแม่น้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดและยังคงมีการเคลื่อนไหวของโลก โดยมีถ้ำและถ้ำใต้น้ำที่ได้รับการสำรวจแล้วกว่า 220 กิโลเมตรในฟ็องญา-เคบัง และ 173 ถ้ำในหินหนามหน่อ คุณค่าทางธรณีวิทยาเหล่านี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการของโลกอย่างชัดเจน

  • เกณฑ์ (x): มีถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติที่สำคัญและมีความสำคัญที่สุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด ซึ่งรวมถึงการอยู่รอดของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามซึ่งมีคุณค่าสากลอันโดดเด่นทางวิทยาศาสตร์หรือการอนุรักษ์ อุทยานทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเป็นส่วนหนึ่งของเขตป่าต่อเนื่องกับเขตอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพหินหนามหน่อในประเทศลาว ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าบนหินปูนคาร์สต์ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดจีน อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในจุดรวมความหลากหลายทางชีวภาพอินโด-พม่า (Indo-Burma biodiversity hotspot) และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญสำหรับพืชพรรณและสัตว์ป่าที่หลากหลาย รวมถึงชนิดพันธุ์หายากและใกล้สูญพันธุ์จำนวนมาก มีการบันทึกพืชหลอดเลือดกว่า 1,500 ชนิด และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 536 ชนิดในหินหนามหน่อ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่สำคัญ ได้แก่ ลิงแสมแดง (Red-Shanked Douc Langur), นิ่มซุนดา (Sunda Pangolin), หนูหินลาว (Lao Rock Rat) และแมงมุมกุ้งยักษ์ (Giant Huntsman Spider) ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของแขวงคำม่วนประเทศลาว ความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ในระดับโลก

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

ในบริบทของแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติเช่นนี้ "สถาปัตยกรรม" หมายถึงการก่อร่างสร้างตัวของภูมิทัศน์ทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาตลอดระยะเวลาหลายล้านปี อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังและหินหนามหน่อเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกระบวนการทางธรณีวิทยาที่สำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาของระบบคาร์สต์ขนาดใหญ่

การก่อตัวของหินปูนคาร์สต์ในพื้นที่ฟ็องญา-เคบังได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ล้านปีที่แล้ว (ค.ศ. 400,000,000 ปีก่อนคริสตกาล / พ.ศ. 400,000,000 ปีก่อนพุทธศักราช) ในช่วงยุคพาลีโอโซอิก ทำให้เป็นระบบคาร์สต์ขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย ในขณะที่หินหนามหน่อมีวิวัฒนาการของหินปูนคาร์สต์มายาวนานกว่า 300 ล้านปี (ค.ศ. 300,000,000 ปีก่อนคริสตกาล / พ.ศ. 300,000,000 ปีก่อนพุทธศักราช) การสึกกร่อนของหินปูนโดยน้ำฝนและน้ำใต้ดินได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อนและงดงาม เช่น ถ้ำขนาดมหึมา เครือข่ายแม่น้ำใต้ดิน และภูมิทัศน์หินปูนที่โดดเด่น

ข้อมูลที่นำเสนอล้วนเป็นข้อเท็จจริงทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก โดยไม่มีส่วนที่กล่าวถึงตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้านที่แยกจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ การวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของพื้นที่แห่งนี้จึงเป็น "ประวัติศาสตร์" ที่ยาวนานและเป็น "สถาปัตยกรรม" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังและอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อมีจุดเด่นหลายประการที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวและนักวิชาการทั่วโลก:

  • ถ้ำซันดุง (Son Doong Cave): ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบัง เป็นถ้ำที่มีทางเดินถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของเส้นผ่านศูนย์กลางและความต่อเนื่อง โดยมีระบบนิเวศภายในถ้ำที่เป็นเอกลักษณ์

  • ถ้ำเซบังไฟ (Xe Bang Fai Cave): ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ เป็นหนึ่งในระบบแม่น้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

  • ภูมิทัศน์คาร์สต์ที่กว้างใหญ่: พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยภูมิทัศน์หินปูนคาร์สต์ที่ต่อเนื่องกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 217,447 เฮกตาร์ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา หน้าผาสูงชัน และหลุมยุบขนาดลึก

  • เครือข่ายถ้ำอันกว้างขวาง: มีถ้ำและถ้ำใต้น้ำหลายร้อยแห่ง โดยมีการบันทึกไว้กว่า 220 กิโลเมตรในฟ็องญา-เคบัง และ 173 ถ้ำในหินหนามหน่อ ซึ่งบางส่วนยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างครบถ้วน

  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด รวมถึงชนิดพันธุ์หายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น ลิงแสมแดง นิ่มซุนดา หนูหินลาว และแมงมุมกุ้งยักษ์

  • วัฒนธรรมท้องถิ่น: อุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อยังคงรักษาและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ส่วนน้อยหลายแห่งที่อาศัยอยู่ภายในขอบเขตของอุทยาน

อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-เคบังและอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ เป็นแหล่งมรดกโลกข้ามพรมแดนที่แสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การรวมกันเป็นแหล่งมรดกโลกข้ามพรมแดนไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นของภูมิทัศน์คาร์สต์และชีวหลากหลายเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างประเทศในการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าของมนุษยชาติ การปกป้องและรักษาพื้นที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นหลัง

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward