อุทยานธรณีอุบลราชธานี (สำนักงานโขงเจียม) อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

เที่ยวอุบลราชธานี (Travel Ubonratchathani)
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/tc91EaZhBrjmmXzJ8
สำนักงานอุทยานธรณีอุบลราชธานี อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
สำนักงานอุทยานธรณีอุบลราชธานี ในพื้นที่อำเภอโขงเจียม เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจว่า “อุทยานธรณี” ไม่ได้หมายถึงแหล่งหินหรือสถานที่ท่องเที่ยวเพียงแห่งเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการพื้นที่ที่เชื่อมโยง ธรณีวิทยา ธรรมชาติ วัฒนธรรม ชุมชน การศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เข้าด้วยกัน
อำเภอโขงเจียมมีความสำคัญต่อภาพรวมของอุทยานธรณีอุบลราชธานี เพราะเป็นหนึ่งใน 4 อำเภอที่อยู่ในขอบเขตอุทยานธรณีปัจจุบัน ร่วมกับโพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ และสิรินธร พื้นที่รวมประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร และข้อมูลของอุทยานธรณีปัจจุบันระบุแหล่งธรณี 46 แหล่ง (Ubong Geopark)
ดังนั้น หากเดินทางมาโขงเจียมแล้วสนใจผาแต้ม แม่น้ำสองสี เสาเฉลียง ลักษณะภูมิประเทศหินทราย ซากดึกดำบรรพ์ หรือความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับภูมิประเทศ การแวะสำนักงานอุทยานธรณีก่อนออกเดินทางจะช่วยให้มองสถานที่ต่าง ๆ อย่างมีความหมายมากขึ้น ไม่ใช่เพียงไปถึงจุดถ่ายภาพแล้วเดินทางต่อ
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปควรเผื่อเวลาประมาณ 30–60 นาที หากมีนิทรรศการหรือเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล ส่วนคณะศึกษา นักเรียน หรือผู้สนใจด้านธรณีวิทยาอาจใช้เวลามากกว่านั้น การเปิดให้เข้าชม การติดต่อเจ้าหน้าที่ กิจกรรม และการให้บริการข้อมูล ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ
จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว
จุดเด่นของสำนักงานอุทยานธรณีไม่ได้อยู่ที่การเป็นแลนด์มาร์กสำหรับถ่ายภาพ แต่เป็น จุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจพื้นที่อุทยานธรณีอุบลราชธานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างมาก การมีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งธรณี เส้นทาง และคุณค่าของแต่ละพื้นที่ก่อนออกเดินทาง ช่วยให้นักท่องเที่ยวเลือกสถานที่ได้ตรงกับความสนใจและเข้าใจสิ่งที่กำลังชม
อุทยานธรณีอุบลราชธานีมีภูมิประเทศเด่นจากหินทรายที่ผ่านกระบวนการผุพังและกัดกร่อนจนเกิดรูปลักษณ์หลากหลาย รวมถึงมีหลักฐานด้านบรรพชีวินวิทยาและโบราณคดีที่สำคัญ กรมทรัพยากรธรณีระบุถึงภูมิประเทศหินทรายที่ถูกน้ำและลมกัดกร่อน ตลอดจนแหล่งสำคัญอย่างเสาเฉลียงยักษ์ น้ำตกแสงจันทร์ สามหมื่นรู สามพันโบก ถ้ำมืด และกลุ่มภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม (กรมทรัพยากรธรณี)
สำหรับโขงเจียมเอง นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมความรู้จากสำนักงานกับสิ่งที่พบเห็นได้ง่าย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบริเวณ แม่น้ำสองสี ซึ่งเกิดตรงปากแม่น้ำมูลที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ปรากฏการณ์นี้ได้รับการกล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าของอุทยานธรณีมาตั้งแต่ช่วงที่ใช้ชื่ออุทยานธรณีผาชัน–สามพันโบก (MNRE)
อีกประเด็นที่ควรเรียนรู้คือ “อุทยานธรณี” แตกต่างจาก “อุทยานแห่งชาติ” อุทยานธรณีไม่ได้มีหน้าที่เพียงอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ให้ความสำคัญกับการใช้มรดกธรณีเป็นฐานในการศึกษา การสื่อความหมาย การท่องเที่ยวเชิงธรณี และการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นพื้นที่อุทยานธรณีจึงสามารถมีหมู่บ้าน วัด แหล่งวัฒนธรรม วิสาหกิจชุมชน และกิจกรรมของประชาชนอยู่ร่วมกันได้
ประวัติหรือความสำคัญ
อุทยานธรณีแห่งนี้มีพัฒนาการมายาวนาน โดยในอดีตรู้จักกันในชื่อ “อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก” และได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 นับเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยลำดับที่ 3 ในช่วงเวลาดังกล่าว (OneP)
ต่อมาการดำเนินงานได้รับการพัฒนาและปรับขอบเขต โดยปัจจุบันใช้ชื่อ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” (Ubon Ratchathani Geopark) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร ใน 4 อำเภอ ได้แก่ โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม และสิรินธร (Ubong Geopark)
สถานะในปี พ.ศ. 2569 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้อุทยานธรณีอุบลราชธานีเสนอสมัครเข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก โดยประเทศไทยกำหนดยื่นหนังสือแสดงความจำนงตามกรอบของยูเนสโก และจัดส่งเอกสารสมัครในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น ณ เวลานี้ควรเข้าใจให้ถูกต้องว่าอุทยานธรณีอุบลราชธานีอยู่ในกระบวนการมุ่งสู่การรับรอง ไม่ควรเรียกว่า “UNESCO Global Geopark” ที่ได้รับการรับรองแล้ว (G News 2026)
การมีสำนักงานและจุดประสานงานในพื้นที่จึงมีความหมายมากกว่างานธุรการ เพราะการเป็นอุทยานธรณีต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น นักธรณีวิทยา สถานศึกษา ชุมชน ผู้ประกอบการ และประชาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีได้ดำเนินกิจกรรมทั้งการสำรวจแหล่ง การพัฒนาเส้นทางเรียนรู้ การสื่อความหมาย และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมตามแนวทางของยูเนสโกอย่างต่อเนื่อง (Ubon Ratchathani Municipality)
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
หากสำนักงานเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว สิ่งแรกที่ควรทำคือ ดูแผนที่ภาพรวมของอุทยานธรณี แล้วหาตำแหน่งที่ตนเองยืนอยู่ จากนั้นจึงดูว่าแหล่งธรณีสำคัญกระจายตัวไปในทิศทางใด วิธีนี้ช่วยให้เข้าใจทันทีว่าอุทยานธรณีอุบลราชธานีไม่ใช่สวนหรืออาคารแห่งเดียว แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงแหล่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ขั้นต่อไปควรทำความรู้จัก “เรื่องราวหลัก” ของพื้นที่ เช่น การเกิดชั้นหินทราย การกัดกร่อนของน้ำและลม การเกิดหน้าผา โบก หลุมและรูบนลานหิน ตลอดจนหลักฐานซากดึกดำบรรพ์และภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมีพื้นฐานเหล่านี้แล้ว การออกไปเห็นของจริงที่แหล่งต่าง ๆ จะสนุกขึ้นมาก เพราะก้อนหินหรือหน้าผาที่เคยเห็นเป็นเพียงวิวจะกลายเป็นหลักฐานที่ช่วยเล่าเรื่องวิวัฒนาการของภูมิประเทศ
ผู้ที่มาเป็นครอบครัวควรใช้สำนักงานเป็นพื้นที่ตั้งคำถามให้เด็ก เช่น “ทำไมสามพันโบกจึงมีหลุมมากมาย” “เสาเฉลียงเกิดขึ้นได้อย่างไร” หรือ “ทำไมแม่น้ำสองสายที่มาพบกันจึงมีสีต่างกัน” วิธีเที่ยวแบบตั้งคำถามก่อนแล้วออกไปหาคำตอบจากสถานที่จริงเหมาะกับแนวคิดการเรียนรู้ของอุทยานธรณีอย่างมาก
สำหรับนักศึกษา นักวิจัย หรือคณะที่ต้องการศึกษาพื้นที่เชิงลึก ควรติดต่อประสานงานล่วงหน้า เพราะสำนักงานสามารถเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการขอข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ แหล่งเรียนรู้ และการประสานงานกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ช่องทางติดต่อทางการของอุทยานธรณีปัจจุบันอยู่ภายใต้การดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (Ubong Geopark)
เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว
สำนักงานอุทยานธรณีเหมาะกับการแวะ ช่วงเช้าก่อนออกเที่ยวแหล่งธรณี มากที่สุด เพราะสามารถใช้ข้อมูลที่ได้รับมาวางลำดับการเดินทางในวันนั้นได้ หากเดินทางเป็นคณะศึกษา ควรประสานล่วงหน้าเพื่อให้ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมสื่อความหมายรองรับหรือไม่
ระยะเวลาประมาณ 30–60 นาทีเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ผู้สนใจธรณีวิทยา การอนุรักษ์ หรือกระบวนการสมัคร UNESCO Global Geopark ควรเผื่อประมาณ 1–2 ชั่วโมงหากมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล เพราะเรื่องราวของพื้นที่ครอบคลุมทั้งธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา โบราณคดี วัฒนธรรม และชุมชน
หากเดินทางช่วงฤดูร้อน ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดดสำหรับการเดินทางต่อไปยังแหล่งกลางแจ้ง ส่วนฤดูฝนควรตรวจสภาพอากาศและสภาพเส้นทาง โดยเฉพาะแหล่งที่อยู่บนลานหิน หน้าผา หรือพื้นที่ห่างไกล สำหรับวันและเวลาเปิดทำการของสำนักงาน การเข้าชมนิทรรศการ การนำชม และกิจกรรมสำหรับคณะศึกษา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ
สรุป
สำนักงานอุทยานธรณีอุบลราชธานี (สำนักงานโขงเจียม) ควรมองในฐานะ ประตูสู่การเรียนรู้พื้นที่อุทยานธรณี มากกว่าจะเป็นจุดเช็กอินเพียงอย่างเดียว การแวะศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหิน ภูมิประเทศ แม่น้ำ ซากดึกดำบรรพ์ โบราณคดี ชุมชน และวัฒนธรรมที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ปัจจุบันอุทยานธรณีอุบลราชธานีครอบคลุม 4 อำเภอ มีพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร และกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการผลักดันสู่การรับรองเป็น UNESCO Global Geopark หลังคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบการสมัครเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 (G News 2026)
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การใช้เวลาที่สำนักงานประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วออกไปสำรวจแหล่งจริงเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในโขงเจียม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงความรู้กับภูมิประเทศจริงได้ทันที ทั้งแม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำสองสี และภูมิประเทศหินทรายโดยรอบ เมื่อเริ่มต้นการเดินทางด้วยความเข้าใจเช่นนี้ การเที่ยวอุทยานธรณีจะเปลี่ยนจากการ “ไปดูสถานที่” เป็นการ อ่านเรื่องราวของโลกจากภูมิประเทศที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงธรณีอย่างแท้จริง
#เที่ยวไทย #ท่องเที่ยวไทย #อุทยานธรณีอุบลราชธานี #UbonGeopark #สำนักงานอุทยานธรณี #โขงเจียม #อุบลราชธานี #เที่ยวอุบล #เที่ยวโขงเจียม #อุทยานธรณี #ธรณีวิทยา #Geotourism #มรดกธรณี #เที่ยวเชิงเรียนรู้ #iok2uTravel
.
------------------------
ที่มาข้อมูล
-
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
เที่ยวอุบลราชธานี (Travel Ubonratchathani)
------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
20260917 จุดชมวิวแม่น้ำสองสี โขงเจียม อุบลราชธานี
https://photos.app.goo.gl/AgQesRrqpyhKhBsW9
------------------------


.

