iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

จุดชมวิวแม่น้ำสองสี อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

เที่ยวอุบลราชธานี (Travel Ubonratchathani)

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/dJbk1HsjSVBnmxuq9

วัดโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

วัดโขงเจียม เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำในตัวอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีความน่าสนใจทั้งในฐานะศาสนสถานของชุมชนและตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่บริเวณใกล้จุดบรรจบของ แม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขง หรือบริเวณที่รู้จักกันในชื่อ “แม่น้ำสองสี” วัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2392 เดิมชาวบ้านเรียกว่า “วัดบ้านด่านเก่า” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “วัดด่านปากมูล” และใน พ.ศ. 2482 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโขงเจียม” ตามชื่ออำเภอ 

จุดเด่นของการมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงการไหว้พระ แต่สามารถเรียนรู้ประวัติของชุมชนเก่าริมน้ำและเดินต่อไปชมจุดที่แม่น้ำสายสำคัญสองสายมาบรรจบกันได้ในพื้นที่เดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดวัดโขงเจียมไว้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของเส้นทางอุบลราชธานี โดยกล่าวถึงทั้งความเก่าแก่ สถาปัตยกรรมท้องถิ่นอีสาน พระพุทธรูปสำคัญ และทำเลบริเวณแม่น้ำสองสี 

หากมาเฉพาะวัด ควรเผื่อเวลาประมาณ 45–60 นาที สำหรับไหว้พระ เดินชมบริเวณวัดและลงไปชมแม่น้ำ แต่ถ้าชอบถ่ายภาพหรือต้องการนั่งพักชมทิวทัศน์อย่างไม่เร่งรีบ ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงกำลังเหมาะ พื้นที่โดยรวมไม่ได้เป็นเส้นทางเดินระยะไกล จึงเหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุ แต่บริเวณทางลาดและริมตลิ่งควรเดินด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะหลังฝนตก

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

สิ่งที่ทำให้วัดโขงเจียมแตกต่างจากวัดทั่วไปคือ ทำเลระหว่างสายน้ำ ข้อมูลทางวัฒนธรรมระบุว่าวัดมีพื้นที่ประมาณ 21 ไร่ โดยอาณาเขตสัมพันธ์กับทั้งแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล และตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมาพบกัน 

นักท่องเที่ยวจึงสามารถเริ่มจากการไหว้พระภายในวัด แล้วเดินไปยังลาดริมตลิ่งเพื่อชมแม่น้ำสองสีได้ จุดนี้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวระบุว่าสามารถสังเกตความแตกต่างของน้ำจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลได้ โดยมีคำเรียกที่คุ้นเคยว่า “โขงสีปูน มูลสีคราม” อย่างไรก็ตาม สีของน้ำเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ความชัดเจนเปลี่ยนไปตามระดับน้ำ ตะกอน ฝน แสง และฤดูกาล จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะเห็นเส้นแบ่งสองสีชัดเหมือนกันทุกวัน 

ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่น่าสนใจ เอกสารรวบรวมข้อมูลวัดของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีระบุถึงพระพุทธรูปทองเหลืองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 27 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2465 และพระพุทธชินราชจำลองปางมารวิชัย ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2533 นอกจากนี้ยังมีอุโบสถที่เอกสารระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2514 

ดังนั้นผู้ที่มาเที่ยวไม่ควรเดินตรงไปถ่ายภาพแม่น้ำแล้วกลับ ควรแบ่งเวลาให้ส่วนศาสนสถานด้วย เพราะจะทำให้เข้าใจว่าวัดแห่งนี้มีบทบาทเป็นวัดของชุมชนมาก่อนที่บริเวณแม่น้ำสองสีจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ประวัติหรือความสำคัญ

ประวัติของวัดสะท้อนพัฒนาการของชุมชนโขงเจียมได้อย่างน่าสนใจ วัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2392 และเดิมเรียกว่า “วัดบ้านด่านเก่า” ตามชื่อหมู่บ้าน ต่อมาชื่อเปลี่ยนเป็น “วัดด่านปากมูล” โดยนำชื่อบ้านมารวมกับตำแหน่งปากแม่น้ำมูล ก่อนเปลี่ยนเป็น “วัดโขงเจียม” ใน พ.ศ. 2482 ตามชื่ออำเภอ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2518  

การเปลี่ยนชื่อทั้งสามช่วงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับภูมิประเทศอย่างชัดเจน จากชื่อหมู่บ้านด่านเก่า สู่ชื่อที่กล่าวถึงปากแม่น้ำมูล และสุดท้ายกลายเป็นชื่อเดียวกับอำเภอโขงเจียม จึงกล่าวได้ว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติชุมชนริมแม่น้ำแห่งนี้มายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษครึ่ง 

มีข้อควรระวังเรื่องชื่อสำหรับผู้ค้นข้อมูลเพิ่มเติม เพราะในจังหวัดอุบลราชธานียังมี “วัดโขงเจียมปุราณวาส” อยู่ที่ตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ ซึ่งเป็นคนละวัดกัน วัดโขงเจียมปุราณวาสตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2378 ขณะที่วัดในบทความนี้คือวัดโขงเจียมในอำเภอโขงเจียม ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2392 การตรวจสอบชื่ออำเภอประกอบจึงช่วยป้องกันการนำประวัติของสองวัดมาปะปนกัน 

ในมุมการเรียนรู้ วัดโขงเจียมเหมาะสำหรับเชื่อมเรื่องศาสนา ประวัติชุมชน และภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่สามารถมองเห็นของจริงว่าเหตุใดคำว่า “ปากมูล” จึงปรากฏอยู่ในชื่อเดิมของวัด เพราะเพียงเดินออกไปยังริมตลิ่งก็สามารถเห็นบริเวณที่แม่น้ำมูลมาพบกับแม่น้ำโขงได้

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

เมื่อมาถึงควรเริ่มจาก ไหว้พระและชมปูชนียวัตถุภายในวัด ก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินสำรวจพื้นที่ด้านแม่น้ำ วิธีนี้ช่วยให้การเที่ยวมีลำดับจากประวัติของวัดไปสู่ภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ไม่กลายเป็นเพียงการใช้วัดเป็นทางผ่านไปจุดชมวิว

จุดชมวิวแม่น้ำสองสี จุดต่อไปคือ บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับชมแม่น้ำสองสี ควรใช้เวลาสังเกตทิศทางของแม่น้ำก่อนว่าแม่น้ำมูลไหลเข้ามาทางใดและแม่น้ำโขงทอดตัวไปทางไหน แล้วจึงมองหาแนวการบรรจบของมวลน้ำ วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เห็นมากกว่าการพยายามมองหาเส้นแบ่งสีเพียงอย่างเดียว ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรใช้มุมกว้างให้เห็นทั้งแม่น้ำ แนวฝั่ง และภูมิประเทศ เพราะภาพจะอธิบายตำแหน่งของแม่น้ำสองสายได้ดีกว่าการซูมเฉพาะผิวน้ำ ส่วนวันที่สีของน้ำไม่ต่างกันมาก ก็ยังสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์บริเวณปากแม่น้ำมูลและวิถีริมน้ำได้

พื้นที่วัดเป็นศาสนสถานที่ยังใช้งานจริง จึงควรแต่งกายสุภาพ ลดเสียงเมื่ออยู่ใกล้อาคารประกอบศาสนกิจ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพรบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังทำบุญ สำหรับผู้สูงอายุควรระวังบริเวณพื้นต่างระดับและทางลงริมน้ำ ส่วนครอบครัวที่มีเด็กควรดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อเข้าใกล้ตลิ่ง

เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

ช่วงเช้าเหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยววัด เพราะอากาศยังไม่ร้อน สามารถเดินชมบริเวณวัดและริมน้ำได้สบาย หากต้องการถ่ายภาพแม่น้ำ ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นก็ให้แสงสวยและบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ควรเผื่อเวลาเดินกลับก่อนมืด

หากเป้าหมายสำคัญคือการเห็นแม่น้ำสองสี ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนระบุว่า เดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นความแตกต่างของสีน้ำชัดเจน แต่ไม่สามารถรับประกันได้ เพราะสภาพแม่น้ำขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและตะกอนในแต่ละปี 

ฤดูฝนมีข้อดีคือภูมิทัศน์โดยรอบเขียวและแม่น้ำมีปริมาณน้ำมาก แต่พื้นบริเวณลาดและตลิ่งอาจลื่น ควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ส่วนฤดูร้อนควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม หากมีการกำหนดเวลาเข้าพื้นที่หรือกิจกรรมพิเศษของวัด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ

วัดโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่เหมาะกับการเที่ยวแบบค่อย ๆ ทำความเข้าใจสถานที่ เพราะมีทั้งประวัติยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2392 ปูชนียวัตถุสำคัญ ความสัมพันธ์กับชุมชนบ้านด่านเก่า และทำเลบริเวณปากแม่น้ำมูลที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง ควรเผื่อเวลาประมาณ 45–60 นาที เริ่มจากไหว้พระและชมบริเวณวัด แล้วจึงเดินไปชมจุดบรรจบของแม่น้ำ หากมีเวลามากขึ้นสามารถนั่งพักชมทิวทัศน์ริมโขงได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ เหมาะทั้งกับผู้สูงอายุ ครอบครัว นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม และคนที่สนใจภูมิศาสตร์ เสน่ห์ของวัดโขงเจียมจึงอยู่ที่การได้เห็นว่า วัด ชุมชน และสายน้ำเติบโตอยู่ร่วมกันอย่างไร ชื่อเดิม “วัดด่านปากมูล” ยิ่งช่วยอธิบายความสัมพันธ์นี้ได้ชัดเจน เมื่อเดินจากพื้นที่วัดออกไปเห็นแม่น้ำมูลไหลมาพบแม่น้ำโขงตรงหน้า ประวัติที่อ่านจากเอกสารก็กลายเป็นภูมิประเทศจริงที่สามารถมองเห็นและทำความเข้าใจได้ด้วยตนเอง

#เที่ยวไทย #ท่องเที่ยวไทย #วัดโขงเจียม #โขงเจียม #อุบลราชธานี #เที่ยวอุบล #วัดอุบลราชธานี #แม่น้ำสองสี #แม่น้ำโขง #แม่น้ำมูล #โขงสีปูนมูลสีคราม #เที่ยววัด #เที่ยวอีสาน #เที่ยวเชิงวัฒนธรรม #iok2uTravel

.

------------------------

ที่มาข้อมูล

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

------------------------

เที่ยวอุบลราชธานี (Travel Ubonratchathani)

เที่ยวไทย (Travel Thailand)

------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่


20260917 จุดชมวิวแม่น้ำสองสี วัดโขงเจียม โขงเจียม อุบลราชธานี

https://photos.app.goo.gl/AgQesRrqpyhKhBsW9

.

------------------------

 

 

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward