Mountain101-27 ทวีปเริ่มแตกออกจากกัน และมหาสมุทรใหม่กำลังถือกำเนิด
(Continental Rifting & Birth of an Ocean)

Rift Valley เมื่อทวีปเริ่มแตกออกจากกัน และมหาสมุทรใหม่กำลังถือกำเนิด (Continental Rifting & Birth of an Ocean)
ใน Mountain101-26 เราเดินทางลงไปใต้มหาสมุทรเพื่อรู้จัก Mid-Ocean Ridge ระบบเทือกเขาใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลกและเป็นสถานที่สร้างเปลือกโลกมหาสมุทรใหม่ แต่คำถามสำคัญคือ ก่อนที่จะมีมหาสมุทรและ Mid-Ocean Ridge ขึ้นมาได้ โลกต้องผ่านอะไรมาก่อน?
คำตอบคือ ทวีปต้องเริ่มแตกออกจากกัน
ลองจินตนาการว่าพื้นทวีปขนาดมหึมาซึ่งดูแข็งแรงและมั่นคง เริ่มถูกดึงออกจากกันอย่างช้า ๆ ในระดับเพียงไม่กี่มิลลิเมตรถึงเซนติเมตรต่อปี เปลือกโลกเริ่มยืด บางลง และแตกร้าวเป็นระบบรอยเลื่อน พื้นบางส่วนทรุดลงกลายเป็นหุบเขาขนาดใหญ่ ภูเขาไฟเริ่มปะทุ ทะเลสาบเกิดขึ้นตามแอ่งรอยเลื่อน และหากกระบวนการนี้ดำเนินต่อไปนานพอ ทวีปอาจแยกออกจากกันจนทะเลเข้าท่วมบริเวณรอยแยก ก่อนพัฒนาเป็นมหาสมุทรใหม่ในที่สุด
กระบวนการนี้เรียกว่า Continental Rifting และภูมิประเทศที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญคือ Rift Valley – หุบเขาทรุดจากการแยกตัวของเปลือกโลก
วันนี้เราสามารถมองเห็นกระบวนการดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นจริงในแอฟริกาตะวันออก ตั้งแต่ East African Rift ลงไปจนถึง Afar Depression ซึ่งเชื่อมต่อกับ Red Sea และ Gulf of Aden เป็นหนึ่งในห้องเรียน Plate Tectonics ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลก
Mountain101-27 จะพาเราไปดูว่า ทวีปที่ดูแข็งแรงสามารถแตกได้อย่างไร ทำไมการแยกทวีปจึงสร้างทั้งภูเขา หุบเขา ทะเลสาบและภูเขาไฟ และเหตุใด East Africa จึงอาจเป็นสถานที่ซึ่งกำลังบันทึก “บทแรกของมหาสมุทรแห่งอนาคต”
Continental Rift คืออะไร?
Continental Rift คือบริเวณที่ lithosphere ของทวีปกำลังถูกยืดออกจากกัน
เมื่อเกิดแรงดึงหรือ Extension เปลือกโลกจะเริ่มบางลงและแตกตามรอยเลื่อนจำนวนมาก โดยเฉพาะ Normal Fault
หากการยืดดำเนินต่อไป พื้นที่บางส่วนระหว่างรอยเลื่อนสามารถทรุดตัวลง
เกิดเป็น
Rift Valley
ดังนั้น Rift Valley ไม่ใช่หุบเขาที่แม่น้ำกัดเซาะเป็นหลักเหมือนหุบเขาทั่วไป แต่เป็นภูมิประเทศที่มีต้นกำเนิดสำคัญจาก Tectonic Extension
ลำดับอย่างง่ายคือ
CONTINENT → EXTENSION → FAULTING → CRUSTAL THINNING → RIFT VALLEY
และหากกระบวนการไม่หยุด
RIFT VALLEY → NARROW SEA → OCEAN
ทวีปแตกได้อย่างไร ทั้งที่หินแข็งมาก?
คำว่า “แผ่นเปลือกโลก” อาจทำให้เรานึกถึงแผ่นหินแข็งแผ่นเดียว แต่ lithosphere จริง ๆ มีรอยแตก โครงสร้างเก่า และบริเวณอ่อนแอสะสมอยู่จำนวนมาก
เมื่อเกิดแรงดึงในระดับภูมิภาคเป็นเวลานาน lithosphere สามารถยืดตัวได้
ส่วนบนที่ค่อนข้างเปราะจะเกิด
Fault + Fracture
ส่วนลึกลงไปที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอาจเปลี่ยนรูปแบบเหนียวหรือ Ductile Deformation
ดังนั้นการแยกทวีปจึงเป็นกระบวนการที่เกิดตลอดความหนาของ lithosphere ไม่ใช่เพียงพื้นดินแตกเป็นร่องบนผิวโลกเท่านั้น
Normal Fault : รอยเลื่อนสำคัญของ Rift Valley
หาก Continental Collision มี Thrust Fault เป็นหนึ่งในโครงสร้างเด่น Continental Rifting ก็มี Normal Fault
เมื่อเปลือกโลกถูกดึงออกจากกัน หินจะแตกและ block ด้านหนึ่งเคลื่อนต่ำลงเมื่อเทียบกับอีกด้าน
หากเกิดรอยเลื่อนหลายแนวต่อเนื่องกัน จะสร้างภูมิประเทศแบบขั้นบันได
บางพื้นที่ยกสัมพัทธ์สูง
บางพื้นที่ทรุดต่ำ
นี่คือเหตุผลที่ Rift Valley มักประกอบด้วย
ภูเขา + หน้าผารอยเลื่อน + แอ่ง + ทะเลสาบ
อยู่ใกล้กัน
Horst และ Graben คืออะไร?
คำสองคำนี้พบได้บ่อยมากเมื่อเรียนเรื่อง Rift
Horst
คือ block ที่อยู่สูงสัมพัทธ์เมื่อเทียบกับพื้นที่ข้างเคียงซึ่งถูกควบคุมด้วย normal faults
Graben
คือ block ที่ทรุดต่ำระหว่าง normal faults
หากมองภาพตัดขวางอย่างง่ายจะคล้าย
สูง – ต่ำ – สูง
พื้นที่ต่ำตรงกลางอาจกลายเป็น Rift Valley
เมื่อมีน้ำสะสมก็สามารถพัฒนาเป็นทะเลสาบยาวและลึกได้
ดังนั้นทะเลสาบบางแห่งในเขต Rift จึงไม่ได้เกิดจากธารน้ำแข็งหรือปล่องภูเขาไฟ แต่เกิดใน Tectonic Basin
ทำไม Rift Valley จึงมีภูเขา?
นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่กำลัง “แยก” แต่กลับสร้างภูเขาด้วย
สาเหตุมีหลายอย่าง
พื้นที่ด้านข้างของรอยเลื่อนอาจยกสูงสัมพัทธ์ เกิดเป็น Rift Shoulder
Normal Fault สามารถสร้างหน้าผาสูง
และ magmatism ที่สัมพันธ์กับการยืดตัวของ lithosphere สามารถสร้างภูเขาไฟขนาดใหญ่ได้
ดังนั้น Rift Valley จึงไม่ได้มีเพียง “หุบเขา”
แต่สามารถประกอบด้วย
Fault Escarpment + Rift Basin + Volcanic Mountain + Plateau + Lake
ทั้งหมดอยู่ในระบบเดียวกัน
East African Rift : ห้องเรียนการแตกของทวีป
หนึ่งใน Continental Rift ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกคือ East African Rift System – EARS
ระบบนี้ทอดยาวหลายพันกิโลเมตรผ่านแอฟริกาตะวันออก และประกอบด้วยหลายแขนง ไม่ใช่รอยแตกเส้นเดียว
โดยภาพรวมมีแขนสำคัญ เช่น
Eastern Branch
และ
Western Branch
ระบบนี้สัมพันธ์กับการแยกตัวระหว่างหน่วย lithosphere สำคัญ ได้แก่ Nubian Plate และ Somali Plate รวมถึงโครงสร้างย่อยหลายส่วน
นี่คือเหตุผลที่นักธรณีวิทยามอง East Africa ว่าเป็นพื้นที่ซึ่ง continental lithosphere กำลังถูกแยกออกจากกัน
Great Rift Valley กับ East African Rift เหมือนกันหรือไม่?
คำว่า Great Rift Valley เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ถูกใช้ในความหมายค่อนข้างกว้างและมีประวัติการใช้มายาวนาน
ส่วน East African Rift System เป็นคำทาง tectonics ที่เฉพาะเจาะจงกว่า
ในการเรียนธรณีวิทยาสมัยใหม่ จึงควรใช้ East African Rift System เมื่อต้องการกล่าวถึงระบบการแยกตัวของเปลือกโลกในแอฟริกาตะวันออก
ทำไม East Africa จึงมีทะเลสาบจำนวนมาก?
เมื่อ block ของเปลือกโลกทรุดตัวตาม Normal Fault จะเกิดแอ่งยาวและลึก
น้ำจากฝน แม่น้ำ และ groundwater สามารถสะสมในแอ่งเหล่านี้
จึงเกิด Rift Lakes หลายแห่ง
ตัวอย่างสำคัญ เช่น
Lake Tanganyika
Lake Malawi
Lake Turkana
ทะเลสาบบางแห่งลึกมาก เพราะตั้งอยู่ในแอ่ง tectonic ที่มีการทรุดตัวเป็นเวลานาน
Lake Tanganyika มีความลึกมากกว่า 1.4 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดของโลก
ดังนั้นเมื่อมองทะเลสาบยาวใน East Africa เรากำลังมองเห็น รอยแยกของทวีปที่ถูกเติมด้วยน้ำ
Rift Lake ต่างจากทะเลสาบทั่วไปอย่างไร?
ทะเลสาบสามารถเกิดได้หลายกระบวนการ
Glacial Lake – ธารน้ำแข็งสร้างแอ่ง
Volcanic Lake – อยู่ใน crater หรือ caldera
Oxbow Lake – เกิดจากแม่น้ำ
Landslide Lake – ดินถล่มปิดกั้นทางน้ำ
Rift Lake – เกิดจาก tectonic subsidence
Rift Lake จึงมีคุณค่าทางธรณีวิทยามาก เพราะตะกอนที่สะสมอยู่ก้นทะเลสาบสามารถบันทึก
-
Climate
-
Volcanism
-
Tectonics
-
Ecosystem
-
Evolution
ได้เป็นเวลายาวนาน
East African Rift กับวิวัฒนาการของมนุษย์
East Africa ไม่ได้สำคัญเฉพาะเรื่อง Plate Tectonics แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อ Paleoanthropology
แอ่ง Rift จำนวนมากมีตะกอนสะสมต่อเนื่องและมีเถ้าภูเขาไฟแทรกอยู่
เถ้าภูเขาไฟสามารถใช้วิธี radiometric dating เพื่อช่วยกำหนดอายุของชั้นตะกอนและฟอสซิล
พื้นที่อย่าง Ethiopia, Kenya และ Tanzania จึงให้หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับวิวัฒนาการของ hominins
นี่เป็นจุดที่
Geology + Volcano + Climate + Human Evolution
มาบรรจบกันอย่างน่าสนใจมาก
ทำไม Rift จึงมีภูเขาไฟ?
เมื่อ lithosphere ถูกยืดและบางลง mantle ด้านล่างสามารถเคลื่อนขึ้นสู่ระดับตื้นขึ้น
ความดันลดลง
จึงเกิด Decompression Melting
Magma ที่เกิดสามารถเดินทางขึ้นตามรอยแตกและ fault
จึงเกิดภูเขาไฟตามแนว rift
อย่างไรก็ตาม magmatism ใน East African Rift มีความซับซ้อน และสัมพันธ์กับทั้งการยืดตัวของ lithosphere และ mantle dynamics ในระดับลึก
จึงไม่ควรอธิบายเพียงว่า
“ทวีปแตกแล้ว magma ไหลขึ้นตรงช่องว่าง”
ระบบจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก
Kilimanjaro เกี่ยวข้องกับ Rift หรือไม่?
Mount Kilimanjaro ใน Tanzania เป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบ East African Rift และกิจกรรม magmatism ของภูมิภาคสัมพันธ์กับ tectonic evolution ของ East Africa
Kilimanjaro มีความสูงประมาณ 5,895 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของทวีปแอฟริกา
ภูเขาประกอบด้วย volcanic edifices หลัก ได้แก่
Kibo
Mawenzi
Shira
ดังนั้นยอดเขาที่สูงที่สุดในแอฟริกาจึงเชื่อมโยงกับภูมิภาคที่ทวีปกำลังถูกยืดและแยกออกจากกัน
Afar Depression : จุดที่ทวีปกำลังถูกฉีกออก
หากต้องการเห็นอนาคตของ East African Rift หนึ่งในพื้นที่ที่สำคัญที่สุดคือ Afar Depression ในบริเวณ Ethiopia, Eritrea และ Djibouti
พื้นที่นี้เป็นบริเวณที่ระบบ rift สำคัญมาพบกัน
ได้แก่
Red Sea Rift
Gulf of Aden Rift
East African Rift
บริเวณนี้มักเรียกว่า Afar Triple Junction
เป็นหนึ่งในพื้นที่ tectonics ที่โดดเด่นที่สุดของโลก
Triple Junction คืออะไร?
Triple Junction คือบริเวณที่ขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกหรือระบบ rift สามแนวมาบรรจบกัน
Afar เป็นกรณีศึกษาคลาสสิก เพราะเราสามารถเห็นกระบวนการยืดตัวของ lithosphere ในระดับทวีปและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ oceanic spreading ในภูมิภาคใกล้เคียง
หากมองภาพใหญ่
Red Sea อยู่ทางเหนือ
Gulf of Aden อยู่ทางตะวันออก
East African Rift ยื่นลงไปทางใต้
Afar จึงเหมือน “จุดเชื่อม” ของระบบทั้งสาม
Afar Depression ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
บางส่วนของ Afar Depression อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
พื้นที่นี้มีภูมิประเทศสุดขั้ว เช่น
-
Salt Flat
-
Volcano
-
Lava Field
-
Hydrothermal Area
-
Desert Basin
หนึ่งในสถานที่มีชื่อเสียงคือ Danakil Depression
สภาพภูมิประเทศร้อน แห้ง และมีสีสันจากแร่และ hydrothermal activity ทำให้บริเวณนี้ดูราวกับภูมิประเทศจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
แต่เบื้องหลังความแปลกตาคือระบบ tectonics ที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง
Erta Ale : ภูเขาไฟกลาง Rift
ภูเขาไฟ Erta Ale ใน Afar เป็นหนึ่งในภูเขาไฟ basaltic ที่มีชื่อเสียงของโลก
ภูเขาไฟบริเวณนี้สัมพันธ์กับ crustal extension และ magmatism ในระบบ Afar Rift
การเห็น lava lake หรือ lava field ในภูมิภาคนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า continental rifting สามารถพัฒนาไปสู่สภาพที่คล้ายกับกระบวนการสร้างเปลือกโลกใหม่ตาม spreading center ได้อย่างไร
Afar จึงมักถูกมองเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราเห็น “ขั้นเปลี่ยนผ่าน” จากทวีปไปสู่มหาสมุทร
Red Sea : มหาสมุทรวัยเยาว์
จาก Afar ขึ้นไปทางเหนือ เราพบ Red Sea
วันนี้ Red Sea เป็นทะเลยาวคั่นระหว่าง Africa กับ Arabian Peninsula
แต่ในมุม Plate Tectonics มันคือระบบที่เกิดจาก Arabia แยกออกจาก Africa
ในบางส่วนมี oceanic spreading และการสร้างเปลือกโลกมหาสมุทรใหม่
ดังนั้น Red Sea จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของขั้นตอนที่ก้าวหน้ากว่า Continental Rift
ลำดับสามารถมองได้ว่า
Continental Rift → Narrow Sea → Young Ocean Basin
Red Sea อยู่ในช่วงที่ช่วยให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ดีมาก
Gulf of Aden : เมื่อ Rift เชื่อมกับมหาสมุทร
ทางตะวันออกของ Afar คือ Gulf of Aden
บริเวณนี้มี seafloor spreading ที่เชื่อมต่อกับระบบมหาสมุทรอินเดีย
เมื่อมอง Afar–Red Sea–Gulf of Aden ร่วมกัน เราจึงเห็นกระบวนการแยกทวีปหลายขั้นตอนอยู่ในภูมิภาคเดียว
นี่ทำให้บริเวณ Horn of Africa มีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาว่า
มหาสมุทรถือกำเนิดจากทวีปได้อย่างไร
ทวีปแอฟริกากำลังแตกเป็นสองส่วนจริงหรือ?
ในภาพรวม ใช่ มีการแยกตัวของ lithospheric plates ใน East African Rift System
ด้านตะวันตกโดยกว้างเกี่ยวข้องกับ Nubian Plate
ด้านตะวันออกเกี่ยวข้องกับ Somali Plate
แต่กระบวนการเกิดช้ามากในมาตราส่วนชีวิตมนุษย์ และมีความซับซ้อนจาก microplates และ deformation zones หลายส่วน
ดังนั้นภาพในสื่อที่แสดงว่า
“อีกไม่นาน Africa จะแตกครึ่ง”
จึงทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย
นี่คือกระบวนการระดับ หลายล้านถึงหลายสิบล้านปี
ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีหรือไม่กี่ศตวรรษ
แล้วรอยแตกขนาดใหญ่ที่เกิดใน Kenya คือทวีปกำลังแยกหรือไม่?
เป็นข่าวที่พบได้บ่อย เมื่อเกิดรอยแตกขนาดใหญ่บนพื้นดินใน East Africa แล้วถูกนำเสนอว่า
“Africa is splitting apart!”
ความจริงต้องระวัง
รอยแตกบนพื้นผิวบางแห่งอาจสัมพันธ์กับ faulting แต่บางแห่งอาจเกิดหรือถูกขยายจาก
-
Erosion
-
Heavy Rain
-
Soil Collapse
-
Pre-existing Fracture
ดังนั้นไม่ควรใช้รอยแตกบนถนนเพียงแห่งเดียวเป็นหลักฐานโดยตรงว่าทวีปกำลัง “ฉีก” ในทันที
หลักฐานของ continental rifting ต้องมาจากข้อมูลหลายประเภท เช่น
GPS + Seismicity + Fault Mapping + Volcanism + Geophysics
GPS มองเห็นทวีปแยกได้อย่างไร?
สถานี GPS ที่ติดตั้งบนพื้นโลกสามารถวัดตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมาก
เมื่อวัดซ้ำหลายปี นักธรณีฟิสิกส์สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ระดับมิลลิเมตรต่อปีได้
ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า block ต่าง ๆ ใน East Africa กำลังเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน
สิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็นในหนึ่งวันจึงสามารถวัดได้เมื่อเก็บข้อมูลต่อเนื่องหลายปี
นี่คือความมหัศจรรย์ของ Geodesy
แผ่นดินไหวใน Rift เกิดจากอะไร?
เมื่อ crust ถูกดึงออกจากกัน ความเค้นสะสมตาม fault
เมื่อ fault เคลื่อนตัวฉับพลันจึงเกิดแผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวใน continental rift โดยทั่วไปเป็น shallow crustal earthquakes
นอกจากนี้ การเคลื่อนที่ของ magma ยังสามารถสร้าง seismicity ได้
ดังนั้นในพื้นที่ rift แผ่นดินไหวอาจเกี่ยวข้องกับทั้ง
Tectonic Faulting
และ
Magmatic Processes
Rift สามารถหยุดพัฒนาได้หรือไม่?
ได้
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่ Continental Rift ทุกแห่งจะกลายเป็นมหาสมุทร
บางระบบเริ่มแยก แต่ภายหลัง tectonic stress เปลี่ยนทิศหรือกระบวนการ rifting หยุดลง
เกิดสิ่งที่เรียกว่า Failed Rift
หนึ่งในตัวอย่างที่มักกล่าวถึงคือ Midcontinent Rift System ใน North America ซึ่งเกิดเมื่อประมาณ 1.1 พันล้านปีก่อน แต่ไม่ได้พัฒนาเป็นมหาสมุทรใหม่
ดังนั้น
Rift ≠ Ocean ในอนาคตเสมอไป
Failed Rift ทิ้งอะไรไว้?
แม้ rifting จะหยุด แต่โครงสร้างยังสามารถถูกเก็บรักษาไว้ในเปลือกโลก
อาจพบ
-
Fault
-
Sedimentary Basin
-
Volcanic Rock
-
Intrusion
-
Crustal Structure
แอ่ง rift โบราณยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะสามารถกลายเป็น sedimentary basin ที่มีระบบปิโตรเลียมหรือทรัพยากรอื่นในบางพื้นที่
ดังนั้นแม้มหาสมุทรจะไม่เกิด Rift ก็ยังทิ้ง “รอยแผล” ไว้ในทวีป
Rift Basin กับน้ำมันและก๊าซ
เมื่อพื้นที่ทรุดตัว ตะกอนสามารถสะสมได้หนามาก
หากมี
Organic-rich Sediment + Burial + Heat + Reservoir Rock + Seal
อาจพัฒนาเป็น petroleum system
Rift Basin หลายแห่งทั่วโลกจึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมพลังงาน
นี่เป็นตัวอย่างว่า Plate Tectonics ไม่ได้กำหนดเพียงภูเขาและมหาสมุทร แต่ยังมีอิทธิพลต่อการกระจายทรัพยากรธรรมชาติด้วย
Rift กับภูมิอากาศ
การเกิดภูเขาและแอ่ง Rift สามารถเปลี่ยนเส้นทางลม ฝน และระบบแม่น้ำ
ภูเขาด้านข้าง rift อาจสร้าง rain shadow
แอ่งลึกสามารถสร้างทะเลสาบ
ทะเลสาบเหล่านี้ส่งผลต่อ ecosystem ในภูมิภาค
ดังนั้น tectonics สามารถมีผลทางอ้อมต่อ
Climate → Water → Ecosystem → Evolution
ในช่วงเวลาหลายล้านปี
Rift Valley กับความหลากหลายทางชีวภาพ
ทะเลสาบใน East African Rift เป็นแหล่งวิวัฒนาการที่น่าทึ่งมาก โดยเฉพาะปลากลุ่ม Cichlids
ทะเลสาบแต่ละแห่งทำหน้าที่คล้ายระบบแยกทางธรรมชาติ
ประชากรสิ่งมีชีวิตจึงสามารถวิวัฒน์แตกแขนงเป็นชนิดต่าง ๆ จำนวนมาก
ภูมิประเทศที่เกิดจาก Plate Tectonics จึงสามารถกำหนดเส้นทางของ Evolution ได้
จากรอยเลื่อนของหิน
ไปสู่ความหลากหลายของชีวิต
เป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
Rift Valley จึงไม่ใช่เพียงเรื่องธรณีวิทยา
เมื่อมอง East African Rift ทั้งระบบ เราพบความเชื่อมโยงของ
Plate Tectonics
Volcano
Earthquake
Lake
Climate
Evolution
Human History
อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ Rift Valley เป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้โลกมากที่สุด
จาก Rift Valley สู่มหาสมุทร ต้องผ่านอะไรบ้าง?
หาก continental rifting ประสบความสำเร็จ ลำดับวิวัฒนาการแบบง่ายสามารถแบ่งได้ดังนี้
Stage 1 : Continental Extension
ทวีปเริ่มถูกยืด
Stage 2 : Rift Valley
เกิด Normal Fault และแอ่งทรุด
Stage 3 : Crustal Thinning & Magmatism
เปลือกบางลงและ magmatism เพิ่มขึ้นในหลายระบบ
Stage 4 : Continental Breakup
Continental crust ขาดออกจากกัน
Stage 5 : Narrow Sea
น้ำทะเลเข้ามา เช่น ระยะต้นแบบ Red Sea
Stage 6 : Seafloor Spreading
เกิด oceanic crust ใหม่
Stage 7 : Mature Ocean
Mid-Ocean Ridge ทำงานต่อเนื่องและ ocean basin กว้างขึ้น
นี่คือเส้นทาง
CONTINENT → RIFT → SEA → OCEAN
Atlantic Ocean ก็เคยเริ่มต้นจาก Rift Valley
ประมาณ 200 ล้านปีก่อน Pangaea เริ่มแตกออก
เกิดระบบ rift ระหว่างพื้นที่ซึ่งต่อมากลายเป็น Americas กับ Africa–Europe
เมื่อ rifting ดำเนินต่อ
continental crust แยกออก
oceanic crust เริ่มเกิด
seafloor spreading เริ่มทำงาน
Atlantic Ocean ค่อย ๆ กว้างขึ้น
ดังนั้นมหาสมุทร Atlantic ที่กว้างหลายพันกิโลเมตรในวันนี้
ครั้งหนึ่งเคยเริ่มจาก
รอยแยกบนทวีป
นี่ช่วยให้เราเข้าใจอนาคตที่เป็นไปได้ของ East African Rift ได้ดีขึ้น
อีก 50 ล้านปี Africa จะหน้าตาอย่างไร?
เราไม่สามารถทำนายตำแหน่งทวีปในอนาคตได้อย่างแม่นยำทุกจุด เพราะ plate motion และ boundary configuration สามารถเปลี่ยนได้
แต่หาก East African Rift ยังคงพัฒนาไปในทิศทางปัจจุบันเป็นเวลาหลายสิบล้านปี บางส่วนของ Somali Plate อาจแยกออกจากส่วนหลักของ Africa และเกิด ocean basin ใหม่
น้ำจาก Indian Ocean อาจเข้ามาในบริเวณที่แยกตัวในอนาคตตามวิวัฒนาการของระบบ
แต่ควรถือว่าเป็น tectonic scenario ไม่ใช่ภาพอนาคตที่รับประกันว่าจะเกิดตรงตามแผนที่จำลองทุกประการ
Mountain101 เชื่อมวงจรได้ครบขึ้นอีกขั้น
ตอนนี้เราสามารถเชื่อม Mountain101-23 ถึง 27 เป็นเรื่องเดียวกัน
Continental Rift
↓
ทวีปแตก
↓
Young Ocean
↓
Mid-Ocean Ridge
↓
มหาสมุทรขยาย
↓
Subduction
↓
มหาสมุทรหด
↓
Continental Collision
↓
เทือกเขาเกิด
↓
Weathering & Erosion
↓
และเมื่อ tectonic configuration เปลี่ยน
ทวีปอาจเริ่มแตกใหม่อีกครั้ง
นี่คือ Wilson Cycle
โลกจึงไม่ได้มีภูมิศาสตร์คงที่
มหาสมุทรเกิดและหาย
ทวีปแตกและรวม
ภูเขาเกิดและพัง
แล้ววงจรใหม่ก็เริ่มต้นอีกครั้ง
ความรู้สำหรับนักเดินทาง : เที่ยว Rift Valley ดูอะไร?
หากเดินทางไปพื้นที่ Rift ให้ลองสังเกตองค์ประกอบเหล่านี้
1. Fault Escarpment
หน้าผายาวอาจแสดงการเคลื่อนตัวตาม fault
2. Rift Basin
พื้นที่ต่ำยาวระหว่างแนวภูเขา
3. Rift Lake
ทะเลสาบยาวและลึกตามแอ่ง tectonic
4. Volcano
ภูเขาไฟอาจสัมพันธ์กับ crustal extension และ mantle melting
5. Hot Spring
แสดงระบบ geothermal activity
6. Lava Field
หลักฐาน magmatism ที่อาจยังมีอายุน้อย
เมื่อมององค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน เราจะเริ่ม “อ่านภูมิประเทศ” และเห็นว่าทะเลสาบ ภูเขา หน้าผา และภูเขาไฟเป็นชิ้นส่วนของระบบเดียวกัน
จุดหมาย GeoTourism สำคัญของ Continental Rift
สำหรับผู้สนใจธรณีวิทยา พื้นที่ที่น่าสนใจ ได้แก่
East African Rift – Kenya / Tanzania
ชม Rift Valley, escarpment, volcano และทะเลสาบ
Ethiopian Rift – Ethiopia
ภูเขาไฟ ทะเลสาบ และแอ่ง Rift
Afar Depression – Ethiopia / Djibouti / Eritrea
หนึ่งในพื้นที่ tectonics ที่ active และสุดขั้วที่สุดของโลก
Danakil Depression – Ethiopia
ภูมิประเทศเกลือ ภูเขาไฟ และ hydrothermal system
Red Sea
ตัวอย่าง ocean basin อายุน้อยที่พัฒนาจาก continental breakup
Iceland
แม้ไม่ใช่ continental rift แบบ East Africa แต่เป็นตัวอย่างสำคัญของ divergent plate boundary ที่โผล่พ้นทะเล
แต่พื้นที่ active tectonics และภูเขาไฟต้องตรวจสอบคำเตือนและข้อจำกัดการเดินทางจากหน่วยงานท้องถิ่นทุกครั้ง
เกร็ดความรู้ Mountain101
รู้หรือไม่?
-
Rift Valley เกิดจากการยืดและบางตัวของ lithosphere
-
Normal Fault เป็นโครงสร้างสำคัญของ continental rifting
-
Graben คือ block ที่ทรุดต่ำระหว่าง fault
-
Horst คือ block ที่อยู่สูงสัมพัทธ์
-
East African Rift เป็นหนึ่งใน continental rift ที่สำคัญที่สุดของโลก
-
Nubian Plate และ Somali Plate กำลังเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน
-
Lake Tanganyika และ Lake Malawi อยู่ในระบบ Rift Basin
-
East African Rift มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์
-
Afar เป็นบริเวณ Triple Junction ที่สำคัญ
-
Red Sea แสดงขั้นตอนที่ก้าวหน้าของ continental breakup และ oceanic spreading
-
Rift ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นมหาสมุทรเสมอไป
-
Failed Rift สามารถคงอยู่ในเปลือกโลกนานหลายร้อยล้านปี
-
Continental Rift สามารถมีทั้งภูเขาไฟ แผ่นดินไหว ทะเลสาบ และ geothermal activity
-
Atlantic Ocean ในปัจจุบันเริ่มต้นจาก continental rifting ในอดีต
-
มหาสมุทรแห่งอนาคตสามารถเริ่มต้นจากหุบเขาบนทวีปในวันนี้
เทคนิคจำง่าย : “ยืด–แตก–ทรุด–บาง–ทะเล–มหาสมุทร”
จำวิวัฒนาการ Continental Rift ด้วย 6 คำ
1. ยืด – Continental Lithosphere ถูกดึง
2. แตก – เกิด Normal Fault
3. ทรุด – เกิด Rift Valley / Graben
4. บาง – Crust และ Lithosphere บางลง
5. ทะเล – Continental Breakup เปิดทางให้น้ำทะเลเข้ามา
6. มหาสมุทร – Seafloor Spreading สร้าง Oceanic Crust
เขียนเป็นสมการง่าย ๆ ได้ว่า
EXTENSION → FAULTING → RIFT VALLEY → BREAKUP → NARROW SEA → OCEAN
นี่คือหนึ่งในวงจรการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
สรุป : มหาสมุทรทุกแห่งมี “วันแรก”
Rift Valley ทำให้เราเข้าใจสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งว่า มหาสมุทรไม่ได้อยู่บนโลกมาตั้งแต่แรกในตำแหน่งเดิมตลอดกาล
ก่อนมหาสมุทรจะเกิด อาจมีทวีปผืนเดียว
จากนั้นทวีปเริ่มถูกดึง
เปลือกโลกบางลง
Normal Fault เกิด
พื้นบางส่วนทรุด
Rift Valley ก่อตัว
ภูเขาไฟเริ่มทำงาน
ทะเลสาบเกิดขึ้น
ทวีปค่อย ๆ แยกออก
หากกระบวนการดำเนินต่อไป Continental Crust จะขาดออกจากกัน น้ำทะเลสามารถเข้ามา และการสร้าง Oceanic Crust ใหม่เริ่มต้น
จาก Rift Valley เล็ก ๆ ในระดับทวีป จึงสามารถเกิดมหาสมุทรกว้างหลายพันกิโลเมตรได้ในอนาคต
East African Rift จึงมีคุณค่ามากกว่าภูมิประเทศสวยงาม เพราะมันช่วยให้เราเห็นกระบวนการที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นก่อนกำเนิด Atlantic Ocean
Afar ช่วยให้เราเห็นพื้นที่ซึ่ง lithosphere ถูกยืดอย่างรุนแรง
Red Sea ช่วยให้เราเห็นทะเลที่กำลังอยู่ในกระบวนการเปิด
และ Mid-Ocean Ridge ที่เราเรียนใน Mountain101-26 คือขั้นตอนต่อไปเมื่อมหาสมุทรพัฒนาเต็มที่ขึ้น
ดังนั้น เมื่อเรายืนอยู่บนขอบ Rift Valley แล้วมองลงไปยังทะเลสาบเบื้องล่าง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอาจไม่ใช่เพียง “หุบเขา”
แต่มันอาจเป็น
ต้นฉบับของมหาสมุทรในอนาคต
ภูเขากำลังแยกออก
แผ่นดินกำลังเคลื่อน
เปลือกโลกกำลังเปลี่ยนรูปร่าง
และโลกยังคงเขียนแผนที่ของตัวเองใหม่อยู่ทุกวัน เพียงแต่ใช้หน่วยเวลาเป็น ล้านปี
#Mountain101 #RiftValley #ContinentalRifting #EastAfricanRift #GreatRiftValley #Afar #AfarDepression #RedSea #NormalFault #Horst #Graben #Kilimanjaro #LakeTanganyika #PlateTectonics #ContinentalBreakup #OceanFormation #WilsonCycle #Geology #EarthScience #GeoTourism #MountainEncyclopedia #iok2uTravel
.
-------------------------
ที่มา
- Mountain101-00 สารานุกรมภูเขาโลก (Mountain Encyclopedia)
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
-------------------------


