iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

Mountain101-12 ภูเขากับต้นกำเนิดแม่น้ำ (Mountains & Great Rivers)

 

ภูเขากับต้นกำเนิดแม่น้ำ (Mountains & Great Rivers)

ทำไมแม่น้ำสายใหญ่ของโลกจำนวนมากจึงเริ่มต้นจากภูเขา? จากหยดน้ำบนยอดเขา สู่สายน้ำที่หล่อเลี้ยงอารยธรรม

หากเราย้อนเส้นทางของแม่น้ำสายใหญ่จากปากแม่น้ำกลับไปยังต้นน้ำ เรามักพบสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจ นั่นคือสายน้ำจำนวนมากเริ่มต้นจาก ภูเขาและที่ราบสูง แม่น้ำโขงเริ่มต้นจากพื้นที่สูงของที่ราบสูงทิเบต แม่น้ำแยงซีมีต้นน้ำในเขตภูเขาสูงของชิงไห่ แม่น้ำคงคาเชื่อมโยงกับธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่แม่น้ำไรน์ของยุโรปเริ่มต้นจากเทือกเขาแอลป์ ภูเขาจึงไม่ได้เป็นเพียงกำแพงหินที่สูงตระหง่านเหนือพื้นโลก แต่ทำหน้าที่เสมือน “หอเก็บน้ำของธรรมชาติ” (Natural Water Towers) รับน้ำจากฝนและหิมะ กักเก็บไว้ในรูปหิมะ ธารน้ำแข็ง น้ำใต้ดิน และทะเลสาบ ก่อนค่อย ๆ ปล่อยลงสู่พื้นที่ต่ำกลายเป็นลำธารและแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศ เกษตรกรรม เมือง และอารยธรรมมนุษย์มาตลอดหลายพันปี

ความสัมพันธ์ระหว่าง ภูเขา–น้ำ–แม่น้ำ–มนุษย์ จึงเป็นหนึ่งในระบบธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก และเมื่อเราเข้าใจว่าภูเขาสร้างแม่น้ำได้อย่างไร เราจะเริ่มมองภูเขาแตกต่างออกไป เพราะน้ำที่ไหลผ่านเมืองของเราในวันนี้ อาจเคยเป็นเกล็ดหิมะบนยอดเขาที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรเมื่อหลายเดือนหรือหลายปีก่อน

ทำไมแม่น้ำจึงมักเริ่มต้นจากภูเขา?

คำตอบพื้นฐานที่สุดคือ แรงโน้มถ่วง

น้ำย่อมไหลจากพื้นที่สูงลงสู่พื้นที่ต่ำ ภูเขาจึงเป็นจุดเริ่มต้นตามธรรมชาติของระบบระบายน้ำจำนวนมาก แต่ความสูงเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ภูเขายังมีคุณสมบัติอีกหลายประการที่ทำให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำชั้นเยี่ยม

เมื่อมวลอากาศชื้นพัดเข้าหาภูเขา จะถูกบังคับให้ยกตัวสูงขึ้น อุณหภูมิของอากาศลดลง ไอน้ำจึงควบแน่นกลายเป็นเมฆ ฝน หรือหิมะ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Orographic Precipitation หรือฝนภูเขา

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่ภูเขาหลายแห่งจึงได้รับปริมาณน้ำมากกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ

น้ำที่ตกลงมาไม่ได้ไหลลงจากภูเขาทั้งหมดทันที บางส่วนซึมลงดิน บางส่วนสะสมเป็นหิมะ บางส่วนกลายเป็นธารน้ำแข็ง และบางส่วนถูกเก็บอยู่ในทะเลสาบบนภูเขา ก่อนจะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาในเวลาต่อมา

ภูเขาจึงทำหน้าที่คล้าย อ่างเก็บน้ำธรรมชาติขนาดมหึมา

จากหยดน้ำบนยอดเขา สู่แม่น้ำสายใหญ่

การกำเนิดแม่น้ำสามารถเริ่มจากสิ่งเล็กมาก เช่น น้ำพุ หิมะละลาย หรือหยดน้ำที่ไหลออกจากธารน้ำแข็ง

เมื่อน้ำเริ่มไหลตามลาดเขาจะเกิดเป็นร่องน้ำขนาดเล็ก หรือ Rill จากนั้นร่องน้ำหลายสายรวมกันเป็นลำธาร (Stream) ลำธารหลายสายรวมกันเป็นแม่น้ำสาขา (Tributary) และเมื่อแม่น้ำสาขาจำนวนมากรวมกัน จึงเกิดเป็นแม่น้ำสายหลักขนาดใหญ่

ระบบทั้งหมดเรียกว่า ลุ่มน้ำ (Drainage Basin หรือ Watershed)

ดังนั้น แม่น้ำหนึ่งสายไม่ได้มี “ต้นกำเนิดเพียงหยดเดียว” ในความหมายของระบบน้ำ แต่เกิดจากพื้นที่รับน้ำจำนวนมหาศาลที่เชื่อมต่อกัน

ลุ่มน้ำคืออะไร?

ลุ่มน้ำ (Drainage Basin) คือพื้นที่ทั้งหมดที่น้ำไหลรวมเข้าสู่แม่น้ำสายเดียวกัน

ขอบเขตระหว่างลุ่มน้ำเรียกว่า สันปันน้ำ (Drainage Divide หรือ Watershed Divide) ซึ่งมักอยู่ตามแนวสันเขา

ลองจินตนาการว่าเรายืนอยู่บนยอดสันเขา

หยดฝนที่ตกทางด้านหนึ่งอาจไหลลงสู่แม่น้ำสายหนึ่ง ขณะที่หยดฝนอีกด้านหนึ่งอาจเดินทางไปสู่อีกแม่น้ำหนึ่ง และบางครั้งอาจลงสู่ทะเลคนละมหาสมุทร

นี่คือเหตุผลที่แนวเทือกเขามีบทบาทอย่างมากในการกำหนดระบบแม่น้ำของทวีป

ภูเขาเก็บน้ำไว้ได้อย่างไร?

ภูเขาสามารถเก็บน้ำไว้ในหลายรูปแบบ

1. หิมะ

หิมะที่สะสมในฤดูหนาวเปรียบเสมือนอ่างเก็บน้ำชั่วคราว เมื่ออากาศอุ่นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน หิมะจะค่อย ๆ ละลายลงสู่แม่น้ำ

2. ธารน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็งสามารถเก็บน้ำไว้ตั้งแต่หลายสิบปีจนถึงหลายพันปี และปล่อยน้ำละลายออกมาในช่วงฤดูร้อน

3. ดินและป่าไม้

ดินบนภูเขาและระบบรากของป่าช่วยดูดซับน้ำฝน ทำให้น้ำไม่ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำทั้งหมดในทันที

4. น้ำใต้ดิน

น้ำบางส่วนซึมผ่านรอยแตกของหิน กลายเป็นน้ำใต้ดิน ก่อนจะไหลกลับออกมาเป็นน้ำพุ

5. ทะเลสาบบนภูเขา

ทะเลสาบทำหน้าที่เป็นแหล่งพักน้ำและช่วยควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

ระบบเหล่านี้ทำให้ภูเขาสามารถรับน้ำจำนวนมากในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหิมะ แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำออกในช่วงเวลาที่แห้งกว่า

“Water Tower” หอเก็บน้ำของธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า Water Tower อธิบายพื้นที่ภูเขาที่มีบทบาทสำคัญในการเก็บและจ่ายน้ำให้พื้นที่โดยรอบ

หนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของโลกคือ ที่ราบสูงทิเบตและระบบเทือกเขาโดยรอบ ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นน้ำของแม่น้ำขนาดใหญ่หลายสายของเอเชีย

พื้นที่นี้จึงมักได้รับสมญานามว่า

“Water Tower of Asia” – หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย

น้ำจากพื้นที่สูงแห่งนี้ไหลไปในหลายทิศทาง และมีความสำคัญต่อประชากรจำนวนมหาศาลในเอเชีย

7 ระบบแม่น้ำสำคัญจากหลังคาโลก

ภูมิภาคหิมาลัย–ทิเบตและเทือกเขาโดยรอบเกี่ยวข้องกับระบบต้นน้ำสำคัญหลายสาย ได้แก่

แม่น้ำ

ต้นน้ำ/พื้นที่สูงสำคัญ

ไหลผ่านหรือเกี่ยวข้องกับประเทศสำคัญ

Yangtze

ที่ราบสูงทิเบต–ชิงไห่

จีน

Yellow River

ที่ราบสูงทิเบต–ชิงไห่

จีน

Mekong

ที่ราบสูงทิเบต

จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม

Salween

ที่ราบสูงทิเบต

จีน เมียนมา ไทย

Indus

บริเวณที่ราบสูงทิเบต

จีน อินเดีย ปากีสถาน

Ganges

เทือกเขาหิมาลัย

อินเดีย บังกลาเทศ

Brahmaputra

ที่ราบสูงทิเบต–หิมาลัย

จีน อินเดีย บังกลาเทศ

สิ่งสำคัญคือแม่น้ำเหล่านี้ไม่ได้รับน้ำจากธารน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับน้ำจาก ฝน หิมะละลาย ธารน้ำแข็ง น้ำใต้ดิน และแม่น้ำสาขา ในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามฤดูกาลและพื้นที่

แม่น้ำโขง จากภูเขาสู่ทะเลจีนใต้

สำหรับประเทศไทย ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดคือ แม่น้ำโขง (Mekong River)

ต้นน้ำอยู่บนพื้นที่สูงของที่ราบสูงทิเบตในประเทศจีน ก่อนจะไหลผ่านจีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม รวมระยะทางประมาณ 4,900 กิโลเมตร ก่อนออกสู่ทะเลจีนใต้

ในจีนตอนบน แม่น้ำสายนี้เรียกว่า Lancang Jiang หรือแม่น้ำล้านช้าง

จากลำธารบนพื้นที่สูง แม่น้ำโขงค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากแม่น้ำสาขาจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในระบบแม่น้ำระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของโลก

แม่น้ำสายเดียวเชื่อมโยงภูเขาสูงของทิเบตเข้ากับป่า เกษตรกรรม เมืองใหญ่ ระบบประมง และพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำในเวียดนาม

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความสัมพันธ์ระหว่าง ภูเขากับทะเล

แม่น้ำแยงซี จากที่สูงสู่มหานครจีน

แม่น้ำแยงซี (Yangtze River หรือ Chang Jiang) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชีย มีความยาวประมาณ 6,300 กิโลเมตร

ต้นน้ำอยู่ในพื้นที่สูงของมณฑลชิงไห่ ก่อนเดินทางผ่านภูมิประเทศหลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูง หุบเขาลึก แอ่งเสฉวน ไปจนถึงพื้นที่ราบภาคตะวันออกของจีน ก่อนออกสู่ทะเลใกล้นครเซี่ยงไฮ้

แม่น้ำสายนี้จึงเชื่อมโยงภูเขากับพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่สุดบางส่วนของจีน

คงคาและพรหมบุตร สายน้ำแห่งหิมาลัย

ระบบแม่น้ำ คงคา (Ganges) และ พรหมบุตร (Brahmaputra) เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงบทบาทของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน

ต้นน้ำบางส่วนได้รับน้ำจากธารน้ำแข็งและหิมะบนภูเขา ขณะที่ฝนมรสุมเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างมากต่อปริมาณน้ำโดยรวม

แม่น้ำทั้งสองสายไหลลงสู่ที่ราบขนาดใหญ่ของอินเดียและบังกลาเทศ ก่อนรวมตัวเป็นระบบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดมหึมาและออกสู่อ่าวเบงกอล

พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในบริเวณที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของโลก

เทือกเขาแอลป์ หอเก็บน้ำของยุโรป

เอเชียไม่ได้เป็นทวีปเดียวที่ภูเขามีบทบาทด้านน้ำ

เทือกเขาแอลป์ (Alps) ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของยุโรป

แม่น้ำสำคัญที่มีต้นน้ำหรือได้รับน้ำจากเทือกเขาแอลป์ ได้แก่

  • Rhine

  • Rhône

  • Po

  • Danube ผ่านแม่น้ำสาขาหลายสาย

หิมะและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์ช่วยควบคุมปริมาณน้ำตามฤดูกาล จึงมีความสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศ การเกษตร พลังงานน้ำ และเมืองจำนวนมากของยุโรป

เทือกเขาแอนดีสกับชีวิตในอเมริกาใต้

เทือกเขาแอนดีสทอดยาวตามชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาใต้ และเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำจำนวนมาก

โดยเฉพาะระบบต้นน้ำบางส่วนของ Amazon Basin ซึ่งเริ่มต้นจากพื้นที่สูงของเทือกเขาแอนดีส ก่อนน้ำจะเดินทางข้ามทวีปไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก

นี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่า น้ำที่ตกลงบนภูเขาใกล้มหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งกลับเดินทางข้ามทวีปไปออกทะเลอีกด้านหนึ่ง

ภูเขาสร้างน้ำตกและหุบเขาได้อย่างไร?

ในพื้นที่ต้นน้ำ แม่น้ำมีความลาดชันสูงและไหลเร็ว จึงมีพลังในการกัดเซาะมาก

น้ำจะตัดผ่านชั้นหินจนเกิด

  • หุบเขารูปตัว V

  • ช่องเขา

  • แก่ง

  • น้ำตก

  • Canyon

เมื่อแม่น้ำไหลออกจากภูเขาเข้าสู่พื้นที่ราบ ความลาดชันลดลง ความเร็วของน้ำลดลง และเริ่มมีการสะสมตะกอนมากขึ้น

จึงเกิดภูมิประเทศ เช่น

  • ที่ราบน้ำท่วมถึง

  • คุ้งแม่น้ำ

  • พื้นที่ชุ่มน้ำ

  • สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

กล่าวได้ว่า ภูเขาเป็นผู้สร้างตะกอน ส่วนแม่น้ำเป็นผู้ขนส่ง และที่ราบคือพื้นที่รับมรดกจากภูเขา

ภูเขาไม่ได้ให้เพียงน้ำ แต่ยังให้ “ตะกอน”

เมื่อแม่น้ำกัดเซาะภูเขา เศษหิน ทราย ดิน และแร่ธาตุจะถูกพัดพาลงสู่พื้นที่ต่ำ

ตะกอนเหล่านี้ช่วยสร้างดินที่อุดมสมบูรณ์บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

อารยธรรมโบราณจำนวนมากจึงถือกำเนิดตามแม่น้ำ เช่น

  • อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

  • อารยธรรมจีนตามแม่น้ำเหลือง

  • ชุมชนและอารยธรรมในลุ่มคงคา

แม่น้ำจึงไม่ได้ขนส่งเพียงน้ำ แต่ยังขนส่ง สารอาหาร แร่ธาตุ และตะกอนจากภูเขา ลงสู่พื้นที่เกษตรกรรมอีกด้วย

ป่าต้นน้ำสำคัญอย่างไร?

ภูเขาที่มีป่าปกคลุมทำหน้าที่ต่างจากภูเขาที่ถูกทำลายป่าอย่างมาก

เรือนยอด ใบไม้ เศษใบไม้บนพื้น และระบบรากของต้นไม้ช่วยชะลอการไหลของน้ำ เพิ่มการซึมลงสู่ดิน และช่วยลดการกัดเซาะในหลายบริบท

หากพื้นที่ต้นน้ำเสื่อมโทรม น้ำฝนอาจไหลบ่าบนผิวดินเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อ

  • การพังทลายของดิน

  • ดินถล่ม

  • ตะกอนลงแม่น้ำ

  • น้ำหลาก

ดังนั้น การรักษาภูเขาและป่าต้นน้ำจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพของน้ำในพื้นที่ด้านล่าง

เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยน ระบบแม่น้ำก็เปลี่ยน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ระบบน้ำบนภูเขาหลายแห่งเปลี่ยนแปลง ทั้งรูปแบบของฝน ปริมาณหิมะ ช่วงเวลาหิมะละลาย และขนาดของธารน้ำแข็ง

ในระยะแรก การละลายของธารน้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ปริมาณน้ำบางพื้นที่สูงขึ้น แต่หากมวลธารน้ำแข็งลดลงมาก ในระยะยาวแหล่งน้ำสำรองสำหรับฤดูแล้งก็อาจลดลงตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ฝนตกหนักและการละลายของน้ำแข็งสามารถเพิ่มความเสี่ยงของน้ำหลาก ดินถล่ม และ Glacial Lake Outburst Flood (GLOF) ในบางภูมิภาค

การเปลี่ยนแปลงบนยอดเขาจึงสามารถส่งผลต่อชุมชนที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร

เกร็ดความรู้ Mountain101

รู้หรือไม่?

  • แม่น้ำสายใหญ่จำนวนมากไม่ได้มีต้นกำเนิดจากจุดเดียว แต่เกิดจากเครือข่ายลำธารและพื้นที่รับน้ำจำนวนมาก

  • สันเขาสามารถแบ่งหยดน้ำสองหยดให้เดินทางไปยังทะเลคนละแห่งได้

  • ที่ราบสูงทิเบตและภูเขาโดยรอบมีบทบาทต่อระบบแม่น้ำสำคัญหลายสายของเอเชีย

  • แม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนเรียกว่า Lancang Jiang

  • น้ำในแม่น้ำสายใหญ่ไม่ได้มาจากธารน้ำแข็งทั้งหมด ฝนและหิมะตามฤดูกาลมักมีบทบาทสำคัญมาก

  • แม่น้ำไม่ได้ขนส่งเพียงน้ำ แต่ยังขนตะกอนและสารอาหารจากภูเขาลงสู่พื้นที่ราบและทะเล

  • การรักษาป่าต้นน้ำจึงมีความสำคัญทั้งต่อปริมาณ คุณภาพ และจังหวะการไหลของน้ำ

ความรู้สำหรับนักเดินทาง

การท่องเที่ยวตาม “ต้นกำเนิดแม่น้ำ” เป็นรูปแบบหนึ่งของ GeoTourism ที่น่าสนใจมาก เพราะเราสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศจากยอดเขาลงสู่พื้นที่ราบได้ด้วยตนเอง จุดหมายอย่างที่ราบสูงทิเบต ต้นน้ำแยงซี เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอลป์ หรือเทือกเขาแอนดีส ทำให้เราเห็นลำธารเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีความสำคัญ ก่อนจะกลายเป็นแม่น้ำขนาดมหึมาเมื่อเดินทางลงสู่พื้นที่ต่ำ

สิ่งสำคัญคือพื้นที่ต้นน้ำจำนวนมากมีระบบนิเวศเปราะบาง นักเดินทางจึงควรใช้เส้นทางที่กำหนด ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ หลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่ชุ่มน้ำบนภูเขา และเคารพชุมชนที่ใช้น้ำจากแหล่งเดียวกัน เพราะน้ำที่เราเห็นบนภูเขาไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทิวทัศน์ แต่เป็นทรัพยากรที่จะเดินทางต่อไปหล่อเลี้ยงผู้คนอีกจำนวนมาก

สรุป : ทุกสายน้ำคือเรื่องราวที่เริ่มต้นจากที่สูง

ภูเขาและแม่น้ำเป็นระบบเดียวกันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ภูเขารับฝนและหิมะ เก็บน้ำไว้ในดิน ป่า ทะเลสาบ หิมะ ธารน้ำแข็ง และน้ำใต้ดิน ก่อนค่อย ๆ ปล่อยลงสู่ลำธาร ลำธารรวมกันเป็นแม่น้ำ แม่น้ำกัดเซาะภูเขาและนำตะกอนลงไปสร้างที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ ก่อนเดินทางสิ้นสุดที่ทะเล

เมื่อมองในมุมนี้ แม่น้ำโขง แยงซี คงคา พรหมบุตร สินธุ ไรน์ หรือแม่น้ำสายใหญ่อื่น ๆ จึงไม่ใช่เพียงเส้นสีน้ำเงินบนแผนที่ แต่เป็นระบบเชื่อมต่อระหว่าง ภูเขา–ป่า–ธารน้ำแข็ง–แม่น้ำ–พื้นที่เกษตร–เมือง–มนุษย์–และมหาสมุทร

และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่เราควรรักษาภูเขา เพราะการรักษาภูเขาไม่ได้หมายถึงการรักษาเพียงยอดเขาหรือทิวทัศน์ หากแต่หมายถึงการรักษา “ต้นทางของสายน้ำและชีวิต” ที่อยู่ปลายน้ำอีกนับไม่ถ้วน

ตอนต่อไป (Mountain101-13)

“ภูเขาสร้างภูมิอากาศได้อย่างไร? (Mountains & Climate) เมื่อแนวเทือกเขาสามารถหยุดเมฆ สร้างฝน และสร้างทะเลทรายได้”

ตอนต่อไปเราจะทำความเข้าใจปรากฏการณ์ Orographic Rainfall และ Rain Shadow ว่าเหตุใดด้านหนึ่งของภูเขาจึงเขียวชอุ่ม ขณะที่อีกด้านหนึ่งอาจแห้งแล้งจนกลายเป็นทะเลทราย พร้อมตัวอย่างจาก Himalaya, Tibetan Plateau, Andes, Alps และเทือกเขาสำคัญทั่วโลก รวมถึงบทบาทของภูเขาต่อมรสุมและภูมิอากาศระดับทวีป

#Mountain101 #MountainsAndRivers #GreatRivers #WaterTower #Watershed #Headwaters #Mekong #Yangtze #Ganges #Brahmaputra #Indus #Himalaya #TibetanPlateau #Alps #Andes #Hydrology #Geology #EarthScience #GeoTourism #iok2uTravel

#UNESCO #GeoTourism #TravelKnowledge #MountainEncyclopedia #iok2uTravel #RockFormations #PlateTectonics #Geology #EarthScience #MountFuji #MountBromo #Yellowstone #Tongariro #Nature #AdventureTravel #MountainTravel #TravelKnowledge #UNESCO #NationalPark #iok2uTravel #MountainEncyclopedia

เที่ยวรอบโลก (Travel World)

-------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward