Nares อินเดีย เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (6) ไหว้พระศรีอาริย์ ก่อนเหยียบผิวดวงจันทร์

รูปที่ 6-1 แผนที่ธรณีวิทยาคลุมพื้นที่จากคาร์จีลไปเลห์ แสดงตำแหน่งเมืองเลห์ คาร์จีล และเทือกเขาลาดักห์
เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (6) ไหว้พระศรีอาริย์ ก่อนเหยียบผิวดวงจันทร์
วันนี้ชาวคณะศิษย์เก่าธรณีมอดินแดงมีเป้าหมายที่จะไปตั้งทัพหลวงที่ เลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ ซึ่งเราก็ยังจะเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1 ของอินเดียต่อไป (รูปที่ 6 – 1) โดยมีจุดแวะชม 3 แห่ง ได้แก่ ชมวัดมูลเบ็กห์ วัดลามายูรู และจุดชมวิวแซนแกม ซึ่งเรามีข้อมูลสำหรับชาวคณะ ดังนี้
วัดมูลเบ็กห์ (Mulbekh Monastery) ซึ่งมีความสูงประมาณ 3500 เมตรจากระดับน้ำทะเล และประมาณ และสูงกว่าระดับถนนประมาณ 200 เมตร จุดเด่นคือพระศรีอาริย์เมตตรัย (Maitreya) สูง 9 เมตร (รูปที่ 6-2) ที่แกะสลักเมื่อประมาณ ค.ศ. 1400 จากหน้าผาหินปูน ไม่ทราบอายุ แต่จะไม่แก่กว่ายุคไทรแอสสิกตอนปลาย (ว่าซั้น)
จุดต่อไปที่คณะลุยอีสานเหนือของชมรมศิษย์เก่าธรณีมอดินแดงจะแวะชมก็คือ วัดนิรันดร (Lamayura Monastery) ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 1 ช่วงศรีนาคา-เลห์ บนระดับความสูง 3,510 เมตร จากระดับน้ำทะเล จัดว่าเป็นวัดที่เก่าและใหญ่ที่สุดในลาดักห์ (รูปที่ 6-3) จุดขายอีกประการหนึ่งของลามายูรูก็คือ โลกพระจันทร์ (Moonland) ด้วยเหตุที่ว่า ทิวทัศน์ 360 องศา ของบริเวณนี้จะมีลักษณะเป็นเขาหินขรุขระ ดูคล้ายกับผิวดวงจันทร์ ซึ่งนักธรณีวิทยาก็จะตั้งตัวเป็นนักสืบโลก และอธิบายว่า เมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน บริเวณแถวนี้มีสภาพเป็นทะเล (ส่วนหนึ่งของทะเลเททิส) เกิดการสะสมตัวของตะกอนในทะเลลึก ต่อมากลายเป็นหิน เรียกกันว่า หมวดหินลามายูรู (Lamayurau Formation) จากนั้นก็ถูกแรงกระทำให้เนื้อหินแปรเปลี่ยน ถูกยกตัวบีบอัดคดโค้ง แล้วก็กัดเซาะทำลายโดยแม่น้ำลามายูรู จนกระทั่งเมื่อประมาณ 34,000 ก่อน ก็เกิดแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่ ทำให้ผาหินน้อยใหญ่ถล่มลงมาปิดกั้นการไหลของแม่น้ำดังกล่าว กลายเป็นทะเลสาบ (รูปที่ 6-4) มีการสะสมตัวของตะกอนในทะเลสาบที่เกิดขึ้นใหม่ ประกอบด้วย หินโคลนเนื้อปูน หินทราย หินโคลนเนื้อทรายแป้ง และหินกรวดเหลี่ยมลอยในเนื้อโคลน รวมหนากว่า 100 เมตร จนกว่าจะเหือดแห้งหายไป เมื่อ 1,000 ปีก่อน จากนั้นกระบวนการกัดเซาะผุพังทำลายก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งภูมิประเทศเป็นดังในปัจจุบัน (รูปที่ 6-5)
จุดแวะชมความตระการตาของอินเดียเหนือแห่งที่สามในวันนี้ของเราคือ จุดชมวิวซันกัม (Sangam View Point) หรือวิวแม่น้ำสองสีอินเดีย (ความสูง 3,248 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ Zanskar ไหลลงเชื่อมแม่น้ำสินธุ และ ณ จุดแห่งนี้ (รูปที่ 6-6) นักธรณีวิทยาจะมีมุมมองที่แตกต่างเพิ่มไปจากคนทั่วไป นั่นก็คือ พวกเขาจะจินตนาการไปถึงการชนกันของแผ่นทวีปอินเดียกับแผ่นทวีปยูเรเซีย เพราะว่าแม่น้ำสินธุนั้นวิ่งตามแนวการเชื่อมกันของสองแผ่นทวีปดังกล่าว ส่วนบริเวณด้านทิศเหนือ ก็คือเทือกเขาลาดักห์ ที่ประกอบด้วยหินแกรนิต กับหินภูเขาไฟที่เกิดขึ้นมาในแผ่นทวีปยูเรเซีย ระหว่างการมุดตัวของแผ่นทวีปอินเดีย (Indus Tsangpo Suture Zone : ITSZ) เมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน ส่วนบริเวณด้านทิศใต้ คือเทือกเขาซันสการ์ (Zanskar Range : Zangs = ทองแดง + Skar = หุบเขา) ซึ่งเป็นเทือกเขาที่เคยเป็นตะกอนที่สะสมตัวในทะเลเททิส มาก่อน และต่อมาถูกยกตัวขึ้นเป็นเทือกเขาจากอิทธิลการชนกันของแผ่นทวีปทั้งสอง นักธรณีวิทยาจัดให้เป็นเขตหิมาลัยเททิส (Tethyan Himalayas)
คืนนี้ เรานอนที่โรงแรม Northern Singge Leh เมืองเลห์ ที่ตั้งอยู่บนความสูง 3,524 เมตรจากระดับน้ำทะเล
รูปที่ 6-2 วัดมูลเบกห์ ภาพแกะสลักพระศรีอาริยเมตตรัยที่แกะจากหินปูนอายุร่วม 200 ล้านปี

รูปที่ 6-3 วัดลามายูรู เป็นวัดพุทธแบบธิเบต สร้างขึ้นในชั้นหินตะกอนที่เกิดสะสมตัวในทะเลสาบเมื่อประมาณ 40,000 ปีก่อน

รูปที่ 6-4 การเกิดของทะเลสาบ และตะกอนที่ทับถมในบริเวณลามายูรู

รูปที่ 6-5 โลกพระจันทร์ลามายูรู การกัดเซาะทำลายตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทำให้หิตตะกอนที่มีอยู่เปลี่ยนสภาพเป็นคล้ายกับผิวของดวงจันทร์

รูปที่ 6-6 แผนที่ธรณีวิทยาแสดงตำแหน่งของจุดชมวิวซันกัม โปรดสังเกตุแม่น้ำ Zanskar (สีน้ำตาล) ไหลลงเชื่อมแม่น้ำสินธุ (สีฟ้า) ณ จุดแห่งนี้

รูปที่ 6-7 แผนที่ธรณีวิทยา แบะภาพตัดขวางตามจินตนาการ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเทือกเขาลาดักห์กับเทือกเขาซัสการ์
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/nares.sattayarak
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ ดร. นเรศ สัตยารักษ์ (Nares Sattayarak)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------
