iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2019
  

Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2019: 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ มนุษย์ และระบบดิจิทัล

หากปี 2018 เป็นช่วงที่ Gartner มองเห็นเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์ เครื่องจักร และโลกดิจิทัลเริ่มพร่ามัว ปี 2019 ภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะเทคโนโลยีไม่ได้พัฒนาแยกกันเป็นรายตัวอีกต่อไป แต่เริ่มทำงานร่วมกันในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น ทั้ง Sensors, Artificial Intelligence (AI), Autonomous Systems, 5G, Digital Ecosystems, Augmented Human และ Advanced Analytics ในเวลานั้น Gartner จึงใช้ Hype Cycle for Emerging Technologies, 2019 เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่ควรจับตามอง และสรุปภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงออกมาเป็น 5 Trends สำคัญ ได้แก่ Sensing and Mobility, Augmented Human, Postclassical Compute and Comms, Digital Ecosystems และ Advanced AI and Analytics โดย Hype Cycle ฉบับนี้มี 29 Technologies และมีถึง 21 Technologies ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

บทความเดิมของ iok2u ได้รวบรวม Gartner Hype Cycle 2019 ไว้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2019 แต่เนื้อหาเดิมค่อนข้างสั้น และมีข้อความที่อธิบายว่า Gartner “ตั้งสมมติฐานว่าเทคโนโลยีทุกชนิดจะมีวงจรการเจริญเติบโตเหมือนกัน” ซึ่งไม่ใช่วิธีอธิบาย Hype Cycle ที่แม่นยำนัก เพราะ Gartner อธิบาย Hype Cycle ว่าเป็นกรอบสำหรับแสดง Maturity และ Adoption ของ Technology หรือ Application รวมถึง Expectations ที่เปลี่ยนไปตามเวลา เพื่อช่วยองค์กรพิจารณาว่าควรนำ Technology มาใช้เมื่อใดให้สอดคล้องกับ Business Goals และ Risk Appetite มากกว่าเป็นกฎว่า Technology ทุกชนิดจะต้องเดินผ่านเส้นกราฟเหมือนกันทั้งหมด

Gartner Hype Cycle 2019 กำลังบอกอะไรเรา

ก่อนอ่าน Technology ทั้ง 29 รายการ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่า Hype Cycle ไม่ใช่ Ranking และตำแหน่งที่อยู่สูงบนกราฟไม่ได้หมายความว่า Technology นั้น “ดีที่สุด” แกนตั้งแสดงระดับ Expectations ส่วนแกนนอนแสดง Time และเส้น Hype Cycle แบ่งเป็น 5 ช่วง ได้แก่ Innovation Trigger → Peak of Inflated Expectations → Trough of Disillusionment → Slope of Enlightenment → Plateau of Productivity Gartner ใช้กรอบนี้เพื่อช่วยให้ผู้บริหารประเมิน Opportunity และ Risk ของนวัตกรรม รวมถึงหลีกเลี่ยงการ Adopt เร็วเกินไป เลิกใช้เร็วเกินไป Adopt ช้าเกินไป หรือใช้ Technology ต่อไปนานเกินความเหมาะสม

ดังนั้นเมื่อเราเห็น Technology หนึ่งอยู่ใกล้ Peak of Inflated Expectations ก็ไม่ได้หมายความว่าควรซื้อทันที และ Technology ที่อยู่ใกล้ Trough of Disillusionment ก็ไม่ได้หมายความว่าหมดอนาคต สิ่งที่ควรถามคือ “Technology นี้มี Maturity แค่ไหน? กระแสของตลาดสูงกว่าความสามารถจริงหรือไม่? และเมื่อเทียบกับ Strategy และความพร้อมขององค์กรแล้ว เราควร Watch, Study, Experiment, Pilot หรือ Invest?”

จุดเด่นของ Hype Cycle 2019: 29 Technologies และ 5 Trends ใหญ่

Gartner ระบุว่า Hype Cycle for Emerging Technologies 2019 กลั่นกรองข้อมูลจาก Technologies มากกว่า 2,000 รายการที่ Gartner ติดตาม เพื่อเลือกชุด Emerging Technologies ที่ควรรู้ โดยปีนั้นเลือกมา 29 รายการ และมุ่งเน้น Technology ที่อาจมีผลกระทบสำคัญต่อธุรกิจ สังคม และผู้คนในช่วงประมาณ 5–10 ปี ข้างหน้า

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการจำชื่อ Technology ทั้งหมดคือการมองผ่าน 5 Trends หลัก เพราะทั้งห้ากลุ่มสะท้อนทิศทางที่ Technology เริ่มขยับจาก “ระบบดิจิทัลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์” ไปสู่ระบบที่สามารถรับรู้โลก เคลื่อนที่ ทำงานร่วมกับมนุษย์ เชื่อมต่อ Ecosystem และใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกขึ้นอย่างมาก

Theme 1: Sensing and Mobility – เมื่อ Machine เริ่ม “รับรู้โลก” และเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น

Trend แรกคือ Sensing and Mobility ซึ่ง Gartner มองว่าเมื่อ Sensor Technologies ทำงานร่วมกับ AI เครื่องจักรจะเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดีขึ้น และสามารถเคลื่อนที่หรือ Manipulate Objects ได้อย่างอิสระมากขึ้น Sensors ยังเป็นส่วนสำคัญของ Internet of Things (IoT) เพราะช่วยเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปวิเคราะห์และสร้าง Insight ต่อไป

Technology ที่ Gartner ระบุในกลุ่มนี้ประกอบด้วย 3D-Sensing Cameras, AR Cloud, Light-Cargo Delivery Drones, Flying Autonomous Vehicles และ Autonomous Driving Levels 4 และ 5

แนวคิดนี้อธิบายได้ง่าย ๆ ว่า ในอดีต Computer “รู้โลก” จากข้อมูลที่มนุษย์ป้อนให้ แต่เมื่อ Sensors, Computer Vision, AI และ Mapping พัฒนาขึ้น Machine สามารถรับรู้ Environment ได้ด้วยตนเองมากขึ้น เช่น รถยนต์ที่ตรวจจับถนน คน และสิ่งกีดขวาง หรือ Drone ที่สามารถปรับเส้นทางการบินตามสภาพแวดล้อมจริง

Gartner ยังยกตัวอย่าง AR Cloud ว่าในระยะยาวมีศักยภาพสร้างแผนที่สามมิติของโลกจริง ซึ่งสามารถนำไปสู่ Interaction Models และ Business Models รูปแบบใหม่ที่เชื่อม Digital Information เข้ากับ Physical Space ได้โดยตรง

หากมองย้อนจากวันนี้ จะเห็นว่าแนวคิดของ Sensing and Mobility เป็นรากฐานสำคัญของ Autonomous Vehicles, Robotics, Drones, Spatial Computing และ Physical AI ในเวลาต่อมา

Theme 2: Augmented Human – Technology เริ่มขยายความสามารถของมนุษย์

Trend ที่สองคือ Augmented Human ซึ่ง Gartner ใช้อธิบาย Technology ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถทางกายภาพหรือ Cognitive ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย การรับรู้ ความเข้าใจ หรือการทำงานร่วมกับระบบอัจฉริยะ Gartner ยกตัวอย่างว่า Technology บางประเภทอาจสร้างความสามารถที่เกินขีดจำกัดตามธรรมชาติ เช่น Prosthetic Limb ที่มีสมรรถนะสูงกว่าร่างกายมนุษย์ในบางด้าน

Technology ที่ Gartner เชื่อมกับ Augmented Human ในปี 2019 ได้แก่ Biochips, Personification, Augmented Intelligence, Emotion AI, Immersive Workspaces และ Biotech — Cultured or Artificial Tissue

จุดที่น่าสนใจคือ Gartner ไม่ได้พูดถึงการ “แทนที่มนุษย์ด้วย AI” เพียงด้านเดียว แต่เริ่มมองว่า Technology สามารถช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น หรือมีความสามารถที่มากขึ้น คำว่า Augmented Intelligence จึงสะท้อนแนวคิดการใช้ AI เพื่อเสริม Human Intelligence มากกว่าจะพยายามแทน Human Judgment ทั้งหมด

ส่วน Emotion AI ซึ่งเป็นหนึ่งใน 21 Technology ใหม่ของ Hype Cycle 2019 ใช้แนวคิดวิเคราะห์สัญญาณ เช่น เสียง สีหน้า หรือพฤติกรรม เพื่อประเมิน Emotional State ของผู้ใช้ Gartner ในเวลานั้นมองถึง Use Cases อย่างการปรับ Customer Experience การสนับสนุน Diagnostic Applications หรือระบบที่ตอบสนองต่อสภาวะของผู้ใช้งาน

Theme นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ยังสำคัญจนถึงปัจจุบันว่า อนาคตของ Technology จะเป็น Human vs Machine หรือจะเป็น Human + Machine

Theme 3: Postclassical Compute and Comms – จาก Moore’s Law สู่สถาปัตยกรรม Computing แบบใหม่

Trend ที่สามคือ Postclassical Compute and Comms Gartner ใช้คำนี้เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงของ Computing และ Communication ที่ไม่ได้อาศัยเพียงการเพิ่มความเร็วของ CPU เพิ่มความหนาแน่นของ Memory หรือเพิ่ม Throughput ตามแนวคิดแบบเดิม แต่เริ่มใช้ Architecture และแนวทางใหม่เพื่อสร้างความสามารถที่ระบบ Classical แบบเดิมทำได้ยากขึ้น

Technology สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ 5G, Next-Generation Memory, Low-Earth-Orbit (LEO) Satellite Systems และ Nanoscale 3D Printing

ตัวอย่างที่ Gartner ใช้อธิบายคือ LEO Satellite Systems ซึ่งสามารถโคจรในระดับต่ำกว่าระบบดาวเทียมแบบ Geostationary และมีศักยภาพให้บริการ Connectivity ที่มี Latency ต่ำกว่า รวมถึงเข้าถึงพื้นที่ที่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน

ส่วน 5G เป็นตัวอย่างของการพัฒนา Communication Architecture ที่ไม่ได้เป็นเพียง “4G ที่เร็วขึ้น” แต่มีแนวคิดสำคัญอย่าง Core Network Architecture, Network Slicing และ Wireless Edge ที่เปิดโอกาสให้เกิด Use Cases ใหม่จำนวนมาก

Theme นี้มีความสำคัญเพราะ Technology ชั้นบนอย่าง AI, IoT, Autonomous Systems หรือ Immersive Applications จะพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ หากไม่มี Compute, Network และ Memory Infrastructure ที่รองรับ การเปลี่ยนแปลงด้าน Infrastructure จึงมักเกิดเงียบกว่ากระแส AI แต่เป็นฐานของ Innovation จำนวนมาก

Theme 4: Digital Ecosystems – จาก Value Chain สู่เครือข่ายที่เชื่อมคน องค์กร และสิ่งของ

Trend ที่สี่คือ Digital Ecosystems Gartner อธิบาย Ecosystem ในบริบทนี้ว่าเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง Actors หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กร คน หรือ Things ที่เชื่อมกันผ่าน Digital Platform เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน Digitalization ทำให้ Value Chain แบบเส้นตรงค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นเครือข่ายที่ Dynamic และเชื่อมข้ามอุตสาหกรรมได้มากขึ้น

Technology ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย DigitalOps, Knowledge Graphs, Synthetic Data, Decentralized Web และ Decentralized Autonomous Organizations (DAOs)

หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ Knowledge Graphs ซึ่งช่วยเชื่อมโยง Entity และ Relationship ระหว่างข้อมูล ทำให้ระบบสามารถเข้าใจ Context ได้ดีกว่าการมองข้อมูลเป็นตารางแยกจากกัน ส่วน Synthetic Data คือข้อมูลที่สร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบลักษณะทางสถิติหรือโครงสร้างของข้อมูลจริง ซึ่งต่อมามีบทบาทมากขึ้นใน AI, Simulation, Privacy และ Testing

ขณะที่ Decentralized Autonomous Organizations สะท้อนแนวคิดที่ว่าบาง Ecosystems สามารถมีกลไกการทำงานที่พึ่งพา Smart Contracts และ Rules ทาง Digital มากขึ้น โดยไม่ต้องมีการควบคุมจากศูนย์กลางแบบองค์กรดั้งเดิมทั้งหมด

ภาพใหญ่ที่ Gartner มองในปี 2019 จึงไม่ใช่เพียง Digital Platform แต่คือการเปลี่ยนจาก Company-centric IT → Ecosystem-centric Digital Business

Theme 5: Advanced AI and Analytics – จาก BI สู่ระบบที่เรียนรู้ วิเคราะห์ และอธิบายได้มากขึ้น

Trend สุดท้ายและมีความสำคัญมากคือ Advanced AI and Analytics Gartner อธิบาย Advanced Analytics ว่าเป็นการตรวจสอบและวิเคราะห์ Data หรือ Content แบบ Autonomous หรือ Semi-autonomous ด้วยเครื่องมือและเทคนิคที่ซับซ้อนกว่าการทำ Traditional Business Intelligence เพื่อสร้าง Insight, Prediction และ Recommendation ที่ลึกขึ้น

Technology ที่ Gartner ระบุในกลุ่มนี้ประกอบด้วย Adaptive Machine Learning, Edge AI, Edge Analytics, Explainable AI, AI Platform as a Service (AI PaaS), Transfer Learning, Generative Adversarial Networks (GANs) และ Graph Analytics

จุดที่น่าสนใจคือ Technology หลายตัวในรายการนี้ยังเป็นแนวคิดสำคัญในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น Explainable AI เกี่ยวข้องกับความสามารถในการอธิบายว่า AI ตัดสินใจหรือสร้างผลลัพธ์อย่างไร ส่วน Transfer Learning คือการนำ Model ที่เรียนรู้จากงานหนึ่งมาใช้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับอีกงานหนึ่ง และ Edge AI ช่วยให้ AI Processing เกิดใกล้แหล่งข้อมูลมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการ Low Latency หรือทำงานในพื้นที่ที่ Network Connectivity ไม่เสถียร

Gartner ในเวลานั้นชี้ว่าการใช้ Edge AI กำลังเติบโตใน Application ที่ Sensitive ต่อ Latency มีโอกาสเกิด Network Interruption หรือมี Data Volume สูง เช่น Autonomous Navigation, Remote Monitoring, NLP, Facial Recognition และ Video Analytics

หากมองย้อนกลับจากวันนี้ เราจะเห็นว่า Advanced AI and Analytics ในปี 2019 เป็นหนึ่งในเส้นทางที่ต่อมาพัฒนาไปสู่ Generative AI, Multimodal AI, AI Agents และ Enterprise AI อย่างชัดเจน

ทำไม Hype Cycle 2019 มี Technology ใหม่ถึง 21 รายการ

จุดสำคัญอีกประการของปี 2019 คือ Gartner ปรับ Hype Cycle ให้เน้น Emerging Technologies ที่ยังใหม่จริงมากขึ้น โดย Gartner ระบุว่า Technology บางรายการที่เคยอยู่ใน Hype Cycle ก่อนหน้านั้นไม่ได้หายไปเพราะล้มเหลว แต่บางเรื่องพัฒนาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Business Operations และไม่ถือเป็น “Emerging” อีกต่อไป ขณะที่บาง Technology ถูกติดตามใน Hype Cycle มาแล้วหลายปี จึงมีการ Refocus เพื่อเปิดพื้นที่ให้ Technology ใหม่มากขึ้น

นี่เป็นหลักที่สำคัญมากในการอ่าน Hype Cycle รายปี เพราะการที่ชื่อ Technology “หายไปจากกราฟปีถัดไป” ไม่ได้หมายความว่า Gartner มองว่า Technology นั้นล้มเหลวเสมอไป อาจเป็นเพราะมัน Mature ขึ้น เปลี่ยนหมวด ถูกนำไปรวมกับ Technology อื่น หรือ Gartner ต้องการใช้ Emerging Technologies Hype Cycle เพื่อเน้นสิ่งที่ใหม่กว่า

ดังนั้น

Not on next year's Hype Cycle ≠ Failed Technology

สิ่งที่เปลี่ยนจาก Gartner Hype Cycle 2018 สู่ 2019

หากเปรียบเทียบภาพใหญ่ ปี 2018 Gartner พูดถึง Democratized AI, Digitalized Ecosystems, DIY Biohacking, Transparently Immersive Experiences และ Ubiquitous Infrastructure ขณะที่ปี 2019 เปลี่ยนมาเน้น Sensing and Mobility, Augmented Human, Postclassical Compute and Comms, Digital Ecosystems และ Advanced AI and Analytics
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เห็นว่า Gartner เริ่มมอง Technology ในเชิง “ความสามารถ” ที่ชัดเจนขึ้น คือ Machine สามารถ Sense และ Move ได้ดีขึ้น, Technology สามารถ Augment Human, Computing และ Communications เปลี่ยน Architecture, ธุรกิจเชื่อมกันเป็น Digital Ecosystems และ AI ก้าวจาก Algorithm ทั่วไปไปสู่ Advanced Analytics และ Learning Systems

อาจกล่าวได้ว่า จากปี 2018 ที่พูดถึงการพร่ามัวของเส้นแบ่งระหว่าง Human กับ Machine ปี 2019 เริ่มอธิบายให้ชัดขึ้นว่า เส้นแบ่งดังกล่าวกำลังถูกทำให้พร่ามัวด้วย Technology อะไรบ้าง

สิ่งที่ Hype Cycle 2019 ไม่ได้หมายความ

สิ่งแรก Hype Cycle ไม่ได้หมายความว่า Technology ทั้ง 29 รายการจะประสบความสำเร็จในอนาคตแน่นอน ประการที่สอง Technology ที่อยู่ใกล้ Peak ไม่ได้เป็น Technology ที่ดีที่สุด และประการที่สาม Time to Plateau เป็นการประมาณตามข้อมูลในเวลานั้น ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็น Forecast สำหรับปัจจุบันโดยตรง

บทความปี 2019 จึงควรถูกใช้เพื่อทำความเข้าใจ มุมมองของตลาดและ Technology Landscape ในเวลานั้น มากกว่าจะนำไปใช้เป็นคำแนะนำลงทุนในปีปัจจุบัน เพราะ Technology, Market, Regulation และ Adoption ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว

หากต้องตัดสินใจในวันนี้ ควรใช้ Gartner Research และข้อมูลตลาดฉบับล่าสุดประกอบเสมอ

จาก Hype Cycle สู่ Action ขององค์กร

แม้ข้อมูลจะเป็นปี 2019 แต่หลักคิดในการใช้ Hype Cycle ยังใช้ได้ดี องค์กรสามารถแปลง Technology Trend ไปสู่ Action หลายระดับ ได้แก่ Watch → Study → Experiment → Pilot → Invest → Scale แทนที่จะตัดสินใจแบบ “ซื้อหรือไม่ซื้อ” เพียงอย่างเดียว

Technology ที่มี Strategic Impact สูงแต่ยังไม่ Mature อาจเหมาะกับ Study หรือ Experiment ส่วน Technology ที่เริ่มมี Proven Use Cases และสอดคล้องกับ Business Strategy อาจเข้าสู่ Pilot หรือ Invest การลงทุนจึงไม่ควรเกิดเพราะ Technology อยู่ใน Gartner Hype Cycle แต่ควรเกิดจากการพิจารณา Business Impact + Maturity + Organizational Readiness + Risk + Cost

บทเรียนสำคัญจาก Gartner Hype Cycle 2019

หากต้องสรุป Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2019 ในประโยคเดียว อาจกล่าวได้ว่า ปี 2019 เป็นช่วงที่ Technology เริ่มเปลี่ยนจาก “ระบบที่รับคำสั่งมนุษย์” ไปสู่ “ระบบที่รับรู้ เรียนรู้ เชื่อมต่อ และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้มากขึ้น”

Sensing and Mobility ทำให้ Machine เข้าใจ Physical World มากขึ้น, Augmented Human ทำให้ Technology เข้าใกล้ Human Capability, Postclassical Compute and Comms สร้าง Infrastructure รุ่นใหม่, Digital Ecosystems เชื่อม Actors ต่าง ๆ เข้าหากัน และ Advanced AI and Analytics ทำให้ Data ถูกเปลี่ยนเป็น Insight และ Decision ได้ลึกขึ้น

เมื่อทั้งห้ากลุ่มทำงานร่วมกัน เราจะเห็นภาพที่ใหญ่กว่าว่า Innovation ไม่ได้เกิดจาก Technology ตัวใดตัวหนึ่ง แต่เกิดจาก Convergence

Sensors + AI → Autonomous Systems
5G + Edge AI → Real-time Intelligence
Knowledge Graphs + Analytics → Context-aware Systems
Human Augmentation + AI → Human-Machine Collaboration
Digital Ecosystems + Autonomous Actors → Business Models รูปแบบใหม่

นี่คือภาพที่ Gartner เริ่มชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนในปี 2019

สรุป

Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2019 มี 29 Emerging Technologies โดย 21 รายการเป็น Technology ใหม่ใน Hype Cycle ฉบับนั้น และ Gartner สรุปภาพใหญ่เป็น 5 Trends ได้แก่ Sensing and Mobility, Augmented Human, Postclassical Compute and Comms, Digital Ecosystems และ Advanced AI and Analytics เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกมองว่าอาจสร้างผลกระทบสำคัญต่อธุรกิจ สังคม และผู้คนในช่วงประมาณ 5–10 ปีนับจากเวลาที่รายงานถูกจัดทำ 

คุณค่าที่แท้จริงของการย้อนกลับมาอ่าน Gartner Hype Cycle 2019 ในวันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การตรวจว่า “Gartner ทายถูกกี่ตัว” แต่คือการเห็น เส้นทางวิวัฒนาการของ Technology ว่าหลายแนวคิดที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันเคยอยู่ในช่วง Emerging มาก่อน และบางแนวคิดต้องใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนจาก Research หรือ Prototype ไปสู่ Business Application 

ดังนั้นบทเรียนสำคัญจากปี 2019 คือ อย่ามอง Technology ใหม่เพียงว่า “กำลังดังหรือไม่?” แต่ต้องถามว่า “มันกำลังสร้าง Capability อะไร? เชื่อมกับ Technology อื่นอย่างไร? จะเปลี่ยน Business หรือ Human Experience ตรงไหน? และองค์กรของเราควรเริ่มเรียนรู้ ทดลอง หรือลงทุนเมื่อไร?” เมื่อมองเช่นนี้ Hype Cycle จะไม่ใช่เพียงกราฟแสดงกระแส Technology แต่จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยให้เราเข้าใจ Maturity + Timing + Convergence + Opportunity + Risk และนำความเข้าใจนั้นไปเชื่อมกับ Technology Strategy ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

#Gartner #GartnerHypeCycle #HypeCycle2019 #EmergingTechnologies #ArtificialIntelligence #AdvancedAnalytics #AugmentedHuman #DigitalEcosystem #5G #TechnologyStrategy

.

------------------------

ที่มาข้อมูล

www.gartner.com

รวบรวมข้อมูลและรูปภาพ

www.iok2u.com

------------------------

Gartner รวมเรื่องราวน่ารู้จาก Gartner

------------------------

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward