
Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2018: 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่เริ่มหลอมรวมมนุษย์ เครื่องจักร และโลกดิจิทัล
ปี 2018 โลกเทคโนโลยียังอยู่ก่อนการมาถึงของ Generative AI, ChatGPT และ AI Agents ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่หลายแนวคิดที่กลายเป็นเรื่องสำคัญในวันนี้ได้เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนแล้ว ทั้ง Artificial Intelligence (AI), Blockchain, Digital Twin, Internet of Things (IoT), 5G, Quantum Computing, Augmented Reality และระบบอัตโนมัติขั้นสูง Gartner จึงใช้ Hype Cycle for Emerging Technologies, 2018 เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและองค์กรเห็นว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้กำลังพัฒนาไปในทิศทางใด มีระดับความคาดหวังและความพร้อมประมาณไหน และมีแนวโน้มสร้างผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคตอย่างไร
Gartner Hype Cycle 2018 กำลังบอกอะไรเรา
Gartner Hype Cycle ไม่ใช่กราฟที่บอกว่าเทคโนโลยีใด “ดีที่สุด” และไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีทุกประเภทจะต้องเคลื่อนที่ตามเส้นกราฟด้วยระยะเวลาและรูปแบบที่เหมือนกันทั้งหมด แต่เป็น กรอบการวิเคราะห์เชิงแนวคิดเพื่อแสดง Maturity, Adoption และ Expectations ที่มีต่อ Technology หรือ Application เมื่อเวลาผ่านไป จุดประสงค์คือช่วยให้องค์กรแยกความตื่นเต้นของตลาดออกจากศักยภาพเชิงพาณิชย์ และพิจารณาว่าควรนำ Technology มาใช้เมื่อใดให้สัมพันธ์กับ Business Goals และระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Gartner)
Hype Cycle แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่
Innovation Trigger → Peak of Inflated Expectations → Trough of Disillusionment → Slope of Enlightenment → Plateau of Productivity ช่วงแรกเป็นจุดที่นวัตกรรมใหม่เริ่มได้รับความสนใจ ก่อนที่ความคาดหวังจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงจุดสูงสุด จากนั้นข้อจำกัดและความล้มเหลวเริ่มปรากฏจนตลาดเกิดความผิดหวัง หาก Technology ยังมีคุณค่าจริง ก็จะค่อย ๆ ผ่านการเรียนรู้ เกิด Use Cases และ Best Practices ก่อนเข้าสู่ช่วงที่สามารถสร้าง Productivity หรือ Business Value ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น (Gartner)
ดังนั้นสิ่งสำคัญในการอ่าน Hype Cycle จึงไม่ใช่การถามว่า “เทคโนโลยีอยู่สูงหรือต่ำบนกราฟ?” แต่ควรถามว่า “Technology อยู่ในระดับความพร้อมประมาณใด ความคาดหวังของตลาดสูงกว่าความสามารถจริงหรือไม่ และในเวลานี้องค์กรควรติดตาม ศึกษา ทดลอง หรือลงทุน?”
จุดเด่นของ Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2018
Gartner ระบุว่า Hype Cycle for Emerging Technologies เป็น Hype Cycle ประจำปีที่ให้ภาพแบบ Cross-industry และในปี 2018 Gartner กลั่นกรองข้อมูลจากเทคโนโลยีมากกว่า 2,000 รายการ เหลือ 35 Technologies and Trends ที่ควรจับตามอง โดยมุ่งเน้นสิ่งที่มีศักยภาพสร้าง Competitive Advantage ในช่วงประมาณ 5–10 ปี ข้างหน้า (ETCIO.com)
สิ่งที่ทำให้ Hype Cycle 2018 น่าสนใจมากกว่าการไล่ดูชื่อ Technology ทีละตัวคือ Gartner มองเห็น 5 Emerging Technology Trends ที่กำลังผลักเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์ เครื่องจักร และสภาพแวดล้อมดิจิทัลให้พร่ามัวมากขึ้น ได้แก่ Democratized AI, Digitalized Ecosystems, Do-It-Yourself Biohacking, Transparently Immersive Experiences และ Ubiquitous Infrastructure (ETCIO.com)
หากมองย้อนกลับจากปัจจุบัน จะเห็นว่าแนวคิดหลายเรื่องในปี 2018 ไม่ได้หายไป แต่พัฒนากลายเป็นพื้นฐานสำคัญของ AI, Cloud, Edge Computing, Digital Twin, Autonomous Systems และ Connected Ecosystems ในยุคต่อมา
Theme 1: Democratized AI – AI กำลังออกจากห้องทดลองและเข้าสู่มือของคนทั่วไป
Theme แรกคือ Democratized AI หรือการทำให้ความสามารถของ Artificial Intelligence เข้าถึงผู้คนและองค์กรได้กว้างขึ้น Gartner มองว่า Cloud Computing, Open Source และ Maker Community จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลัก AI จาก Technology ที่ใช้ได้เฉพาะองค์กรหรือผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม ไปสู่ Technology ที่คนจำนวนมากสามารถนำมาใช้งานได้ (WIRED)
Technology ที่ Gartner เชื่อมโยงกับ Theme นี้ในปี 2018 ประกอบด้วย AI Platform as a Service (AI PaaS), Artificial General Intelligence (AGI), Autonomous Driving Levels 4 and 5, Autonomous Mobile Robots, Conversational AI Platforms, Deep Neural Nets, Flying Autonomous Vehicles, Smart Robots และ Virtual Assistants (WIRED)
สิ่งที่น่าสนใจคือ Gartner ระบุในเวลานั้นว่า Deep Neural Nets และ Virtual Assistants มีโอกาสเข้าสู่ Mainstream Adoption ภายในประมาณ 2–5 ปี ส่วน Smart Robots และ AI PaaS กำลังเคลื่อนไปใกล้ Peak of Inflated Expectations (WIRED) หากมองย้อนจากปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง Democratized AI ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่สำคัญมาก เพราะหลายปีต่อมา Generative AI ได้ทำให้คนทั่วไปสามารถเรียกใช้ AI ขั้นสูงผ่าน Natural Language ได้โดยแทบไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้าน Machine Learning โดยตรง
ดังนั้นแก่นของ Democratized AI ไม่ได้หมายความว่า “ทุกคนต้องสร้าง AI เอง” แต่หมายถึง ความสามารถของ AI จะถูกซ่อนอยู่หลัง Platform, Service และ Application จนผู้ใช้งานจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
Theme 2: Digitalized Ecosystems – จากระบบแยกส่วนสู่ระบบนิเวศดิจิทัล
Theme ที่สองคือ Digitalized Ecosystems ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนจาก IT Infrastructure และ Application ที่ทำงานแยกกัน ไปสู่ Platform และ Ecosystem ที่สามารถเชื่อม Data, Devices, Organizations และ Business Partners เข้าหากัน
Technology ที่ Gartner จัดอยู่ใน Theme นี้ประกอบด้วย Blockchain, Blockchain for Data Security, Digital Twin, IoT Platform และ Knowledge Graphs (WIRED)
ในปี 2018 Gartner ระบุว่า Blockchain และ IoT Platforms ได้ผ่าน Peak of Inflated Expectations แล้ว และประเมินว่าจะเข้าสู่ Maturity ในช่วงประมาณ 5–10 ปี ขณะที่ Digital Twins และ Knowledge Graphs กำลังตามมา (WIRED)
ประเด็นสำคัญของ Digitalized Ecosystems คือองค์กรไม่สามารถมอง Technology เป็นเพียงระบบภายในบริษัทได้อีกต่อไป เพราะ Value จำนวนมากเริ่มเกิดจากการเชื่อมต่อระหว่าง Customer + Supplier + Partner + Platform + Data + IoT
ตัวอย่างเช่น Digital Twin ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะเราสร้างแบบจำลอง Digital ของเครื่องจักร แต่คุณค่าที่แท้จริงเกิดเมื่อข้อมูลจาก Sensor, IoT Platform, Analytics และ Maintenance System สามารถทำงานร่วมกันเพื่อช่วยคาดการณ์ปัญหาและตัดสินใจได้ดีขึ้น
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ต่อมาพัฒนาไปสู่ Platform Economy, Industry Ecosystems และ Data Ecosystems ที่เราเห็นชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบัน
Theme 3: Do-It-Yourself Biohacking – Technology เริ่มเข้าใกล้ร่างกายมนุษย์
Theme ที่สามอาจฟังดูล้ำยุคที่สุดในปี 2018 คือ Do-It-Yourself Biohacking Gartner มองว่า Technology กำลังเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนความสามารถของมนุษย์ และกล่าวถึงแนวคิด “Transhuman” ในกรอบเวลาทศวรรษถัดไป โดยแบ่ง Biohacking ออกเป็นหลายลักษณะ เช่น Technology Augmentation, Nutrigenomics, Experimental Biology และ Grinder Biohacking พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงคำถามด้านการยอมรับของสังคมและจริยธรรม (WIRED)
Technology ที่ Gartner เชื่อมกับ Theme นี้ ได้แก่ Biochips, Biotech — Cultured or Artificial Tissue, Brain-Computer Interface, Augmented Reality, Mixed Reality และ Smart Fabrics (WIRED)
ใน Hype Cycle ปี 2018 Gartner ระบุว่า Mixed Reality กำลังเคลื่อนไปสู่ Trough of Disillusionment ขณะที่ Augmented Reality อยู่ใกล้บริเวณต่ำสุดของช่วงดังกล่าว ส่วน Biochips เพิ่งมาถึงบริเวณ Peak และคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 5–10 ปีเพื่อเข้าสู่ Plateau (WIRED)
สิ่งที่น่าสนใจของ Theme นี้คือ Gartner ไม่ได้มอง Technology แยกออกจากมนุษย์ แต่เริ่มมองว่า Technology อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Human Experience และ Human Capability ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อมาเราพบใน Wearable Technology, Spatial Computing, Brain-Computer Interfaces และ Augmented Humanity
อย่างไรก็ตาม Technology ที่เกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องพิจารณา Ethics, Privacy, Safety และ Regulation อย่างมาก จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า Technology ที่มี Potential สูงไม่ได้หมายความว่าสามารถ Adopt ได้ทันที
Theme 4: Transparently Immersive Experiences – เมื่อ Technology ค่อย ๆ หายไปจากสายตา
Theme ที่สี่คือ Transparently Immersive Experiences ซึ่ง Gartner ใช้อธิบายโลกที่ Technology จะมีความ Human-centric มากขึ้นและผสานเข้าไปในพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตและทำงานจนผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้ถึง Technology ทุกขั้นตอน
Technology ที่ Gartner เชื่อมกับแนวโน้มนี้ประกอบด้วย 4D Printing, Connected Home, Edge AI, Self-Healing System Technology, Silicon Anode Batteries, Smart Dust, Smart Workspace และ Volumetric Displays (WIRED)
ในปี 2018 Gartner ระบุว่า Technology ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ Peak of Inflated Expectations ขณะที่ Silicon Anode Batteries เพิ่งผ่าน Peak และ Smart Workspace กำลังเข้าใกล้ Peak (WIRED)
สาระสำคัญของ Theme นี้คือ Technology ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวให้ผู้ใช้งานเห็นตลอดเวลา เมื่อ Sensor, Edge Computing, AI และ Connected Devices ทำงานร่วมกัน Environment สามารถรับรู้ Context และปรับตัวตามความต้องการของผู้ใช้ได้ เช่น Smart Workspace ที่ปรับพื้นที่หรือบริการตามผู้ใช้งาน Connected Home ที่เชื่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือ Edge AI ที่ทำให้การประมวลผลเกิดใกล้แหล่งข้อมูลมากขึ้น
กล่าวอย่างง่ายคือ จากเดิมที่มนุษย์ต้อง “ไปหา Computer เพื่อใช้ Technology” โลกกำลังเดินไปสู่สถานการณ์ที่ “Technology อยู่รอบตัวและทำงานอยู่เบื้องหลัง”
Theme 5: Ubiquitous Infrastructure – Infrastructure ต้องพร้อมอยู่เสมอ
Theme สุดท้ายคือ Ubiquitous Infrastructure Gartner มองว่าการแพร่หลายของ Cloud Computing และรูปแบบ Infrastructure ใหม่กำลังทำให้ข้อจำกัดทาง Computing Infrastructure ลดลง และนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่สามารถเข้าถึง Computing Resources ได้มากขึ้นตามความต้องการ (WIRED)
Technology ที่ Gartner ระบุในกลุ่มนี้ ได้แก่ 5G, Carbon Nanotubes, Deep Neural Network ASICs, Neuromorphic Hardware และ Quantum Computing (WIRED)
ในเวลานั้น Gartner ประเมินว่า Technology ในกลุ่ม Ubiquitous Infrastructure กำลังเคลื่อนอย่างรวดเร็วเข้าสู่ Peak โดยเฉพาะ 5G และ Deep Neural Network ASICs ซึ่ง Gartner คาดว่าจะเข้าสู่ Plateau ได้ภายในประมาณ 2–5 ปี (WIRED)
แก่นของ Theme นี้คือเมื่อ Infrastructure กลายเป็นสิ่งที่พร้อมใช้งานมากขึ้น Innovation ก็สามารถเกิดได้เร็วขึ้น Technology อย่าง AI, IoT, Autonomous Systems และ Immersive Applications ไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพหากไม่มี Network, Compute และ Hardware Architecture ที่รองรับ
ดังนั้น Infrastructure อาจดูไม่น่าตื่นเต้นเท่า AI แต่ในความเป็นจริง Innovation ชั้นบนแทบทั้งหมดต้องยืนอยู่บน Infrastructure ชั้นล่างที่เพียงพอ
สิ่งที่ Gartner Hype Cycle 2018 บอกเราเมื่อมองย้อนจากปัจจุบัน
หากมอง Hype Cycle 2018 จากปัจจุบัน คุณค่าของรายงานไม่ได้อยู่ที่การตรวจว่า Gartner “ทำนายถูกกี่เรื่อง” เพราะ Hype Cycle ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็น Prediction Chart สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการเห็นว่า Technology หลายเรื่องกำลังเชื่อมเข้าหากันมาตั้งแต่ปี 2018
AI + Cloud + Open Source กำลังทำให้ AI เข้าถึงคนจำนวนมากขึ้น
IoT + Digital Twin + Knowledge Graphs กำลังสร้าง Digital Ecosystems
AR + MR + Biochips + BCI กำลังลดระยะห่างระหว่าง Human กับ Technology
Edge AI + Connected Environment + Smart Workspace กำลังทำให้ Computing ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน
และ 5G + Specialized AI Hardware + Quantum Computing กำลังสร้าง Infrastructure สำหรับโลก Computing รุ่นใหม่
เมื่อมองในลักษณะนี้ Hype Cycle 2018 ไม่ได้เป็นเพียง “รายการ Technology 35 ตัว” แต่เป็นภาพของการเปลี่ยนผ่านจาก Digital Transformation รุ่นแรก ไปสู่ Intelligent and Connected World
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออ่าน Hype Cycle 2018
สิ่งแรกคือไม่ควรใช้ตำแหน่งบนกราฟเป็นคะแนน Technology เพราะแกนตั้งสะท้อน Expectations ไม่ใช่ Product Quality สิ่งที่สองคือไม่ควรเข้าใจว่า Technology ทุกตัวจะเดินผ่าน Hype Cycle ในระยะเวลาเท่ากัน และสิ่งที่สามคือไม่ควรนำ Forecast ในปี 2018 มาใช้เป็น Forecast สำหรับปัจจุบันโดยตรง เพราะเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว Technology, Market, Regulation และ Adoption ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก
ดังนั้นข้อมูลปี 2018 เหมาะสำหรับ ศึกษาประวัติวิวัฒนาการของ Technology และวิธีที่ Gartner มอง Emerging Technologies ในเวลานั้น มากกว่าการใช้ตัดสินใจลงทุนในปัจจุบัน
หากต้องตัดสินใจลงทุนวันนี้ ควรใช้ Research ปัจจุบันและข้อมูลตลาดล่าสุดประกอบเสมอ
จาก Hype Cycle สู่ Action ขององค์กร
แม้เป็นข้อมูลย้อนหลัง แต่หลักคิดของ Hype Cycle ยังนำมาใช้ได้ องค์กรไม่จำเป็นต้องตอบสนองต่อ Emerging Technology ด้วยคำว่า “ซื้อ” หรือ “ไม่ซื้อ” เพียงสองทาง แต่อาจแบ่ง Action ออกเป็นหลายระดับ เช่น Watch → Study → Experiment → Pilot → Invest → Scale
Technology ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงอาจเหมาะกับการ Watch หรือ Study ส่วน Technology ที่มี Strategic Impact สูงแต่ยังใหม่อาจเริ่ม Experiment หรือ PoC ในขอบเขตจำกัด เมื่อมี Use Case และ Business Value ชัดเจนจึงเข้าสู่ Pilot, Invest และ Scale ตามลำดับ
ดังนั้นเมื่อเห็น Technology ใหม่ คำถามไม่ควรเป็นเพียง “Technology นี้ดังหรือยัง?” แต่ควรถามว่า “มีผลกับ Business ของเราหรือไม่ พร้อมแค่ไหน ความเสี่ยงคืออะไร และ Action ที่เหมาะกับองค์กรในเวลานี้คืออะไร?”
บทเรียนสำคัญจาก Gartner Hype Cycle 2018
หากต้องสรุป Hype Cycle for Emerging Technologies 2018 ในภาพใหญ่ที่สุด Gartner กำลังชี้ให้เห็นว่า เส้นแบ่งระหว่าง Human, Machine และ Digital Environment กำลังเริ่มพร่ามัว ผ่าน Technology 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Democratized AI ที่ทำให้ Intelligence เข้าถึงคนจำนวนมากขึ้น, Digitalized Ecosystems ที่เชื่อมระบบและธุรกิจเข้าหากัน, DIY Biohacking ที่นำ Technology เข้าใกล้ร่างกายมนุษย์, Transparently Immersive Experiences ที่ทำให้ Technology ฝังตัวอยู่ใน Environment และ Ubiquitous Infrastructure ที่สร้างพื้นฐาน Computing ให้พร้อมใช้งานได้แทบทุกแห่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ 5 Trends เหล่านี้ไม่ได้เดินแยกจากกัน แต่ค่อย ๆ รวมตัวกัน เช่น AI ต้องอาศัย Infrastructure, Autonomous Systems ต้องอาศัย AI และ Connectivity, Digital Twin ต้องอาศัย IoT และ Data ส่วน Immersive Experience ต้องอาศัยทั้ง Edge Computing, Sensors และ AI
กล่าวอีกแบบคือ Innovation ไม่ได้เกิดจาก Technology ตัวเดียว แต่เกิดจากการ Convergence ของหลาย Technologies
สรุป
Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies 2018 รวบรวม 35 Technologies and Trends ที่ Gartner คัดจากข้อมูล Emerging Technologies มากกว่า 2,000 รายการ และมองว่ามีศักยภาพสร้าง Competitive Advantage ในช่วงประมาณ 5–10 ปี โดยสรุปภาพใหญ่เป็น 5 Trends ได้แก่ Democratized AI, Digitalized Ecosystems, Do-It-Yourself Biohacking, Transparently Immersive Experiences และ Ubiquitous Infrastructure
หากอ่านเพียงชื่อ Technology เราอาจเห็น AI, Blockchain, Digital Twin, 5G, Quantum Computing หรือ Augmented Reality เป็นเรื่องคนละเรื่อง แต่ Gartner Hype Cycle 2018 ช่วยให้เห็นภาพที่ใหญ่กว่านั้นว่า Technology เหล่านี้กำลังเริ่มหลอมรวมกัน และกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง คน ข้อมูล เครื่องจักร Infrastructure และระบบธุรกิจ บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามตอบว่า “Gartner ทาย Technology ตัวไหนถูก?” แต่คือการเรียนรู้ที่จะถามว่า “Technology ใดกำลังเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจ Technology เหล่านั้นเชื่อมโยงกันอย่างไร และองค์กรควรเตรียม Capability อะไรไว้ล่วงหน้า?” นี่คือประโยชน์ที่แท้จริงของ Hype Cycle เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การวิ่งตาม Technology ที่กำลังได้รับความสนใจสูงสุด แต่อยู่ที่การช่วยให้องค์กรเข้าใจ Maturity + Timing + Opportunity + Risk และเลือกเวลาที่เหมาะสมในการเรียนรู้ ทดลอง และลงทุน
#Gartner #GartnerHypeCycle #HypeCycle2018 #EmergingTechnologies #ArtificialIntelligence #DigitalEcosystem #Biohacking #5G #QuantumComputing #TechnologyStrategy
.
------------------------
ที่มาข้อมูล
รวบรวมข้อมูลและรูปภาพ

