iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

Frederick W. Taylor การจัดการตามหลักวิทยาศาสตร์ (Principle of Scientific Management)

 

Frederick W. Taylor และ Scientific Management – รากฐานการบริหารงานอย่างเป็นระบบ

Frederick Winslow Taylor (1856–1915) เป็นวิศวกรชาวอเมริกันและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การบริหารจัดการ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดคือหนังสือ The Principles of Scientific Management ตีพิมพ์ในปี 1911 ซึ่งเสนอแนวคิดว่า การทำงานไม่ควรอาศัยเพียงประสบการณ์ ความเคยชิน หรือ Rule of Thumb แต่ควรศึกษา วัด ทดลอง และพัฒนาวิธีทำงานอย่างเป็นระบบ

แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Scientific Management หรือการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการบริหารการผลิต Industrial Engineering การวัดงาน การสร้างมาตรฐาน และการเพิ่ม Productivity ในเวลาต่อมา จุดสำคัญคือ Scientific Management ไม่ได้หมายถึงเพียง “จับเวลาคนงาน” อย่างที่มักเข้าใจกัน แต่เป็นแนวคิดเกี่ยวกับทั้ง วิธีทำงาน การเลือกและพัฒนาคน ความร่วมมือ และความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร

เป้าหมายของ Scientific Management

Taylor เสนอว่าเป้าหมายของการจัดการควรนำไปสู่ Maximum Prosperity ของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง กล่าวคือ องค์กรควรเพิ่ม Productivity และประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันคนทำงานก็ควรมีโอกาสพัฒนาความสามารถและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม

ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “จะทำอย่างไรให้คนทำงานหนักขึ้น?” แต่คือ “จะออกแบบระบบงานอย่างไรให้คนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น?” นี่เป็นหัวใจที่ทำให้ Taylor แตกต่างจากภาพจำเรื่องการเร่งแรงงานเพียงอย่างเดียว

หลักการสำคัญ 4 ประการ Taylor สรุป Scientific Management ไว้เป็นหลักสำคัญ 4 ประการ

1. Develop a Science for Each Element of Work

แทนที่จะปล่อยให้แต่ละคนทำงานตามความเคยชิน ควรศึกษาว่า วิธีใดเหมาะสมกว่า เช่น ลำดับขั้นตอน เครื่องมือ เวลา และสภาพการทำงาน แล้วพัฒนาเป็น Standard Method

ตัวอย่างเช่น โรงงานพบว่าการเปลี่ยน Tool ใช้เวลา 40 นาที แทนที่จะสั่งให้พนักงาน “ทำให้เร็วขึ้น” ควรวิเคราะห์ว่าเวลาเสียตรงไหน เครื่องมืออยู่ไกลหรือไม่ ขั้นตอนใดทำพร้อมกันได้ และมี Waiting Time ตรงใด แล้วจึงออกแบบวิธีใหม่

นี่คือการเปลี่ยนจาก Guessing → Measurement → Standard

2. Scientific Selection and Development of Workers

Taylor เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพไม่ควรพึ่งการเลือกคนแบบตามสะดวก แต่ควรเลือกคนให้เหมาะกับงาน จากนั้นต้อง Training และพัฒนา Competency

ตัวอย่างโรงงาน CNC ไม่ควรเลือกเพียง “ใครว่างก็ให้ใช้เครื่อง” แต่ควรกำหนด Skill ที่ต้องมี ฝึกอบรม ทดลองทำงาน ประเมิน และรับรองความสามารถก่อนมอบหมายงาน

จึงเป็นแนวคิด Right Person + Right Training + Right Method

3. Cooperation Between Management and Workers

Scientific Management ไม่ได้หมายถึงฝ่ายบริหารสร้างมาตรฐานแล้วสั่งให้พนักงานทำตามอย่างเดียว Taylor ให้ความสำคัญกับ ความร่วมมือระหว่าง Management กับ Workers

ฝ่ายบริหารต้องอธิบาย สนับสนุน และช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้พนักงานทำงานตามมาตรฐานไม่ได้ เช่น เครื่องมือไม่พร้อม Material ไม่ครบ หรือ Process มีข้อบกพร่อง ดังนั้น Productivity ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพนักงานเพียงฝ่ายเดียว

4. Divide Work and Responsibility

Taylor เสนอให้ฝ่ายบริหารรับผิดชอบงานที่ Management เหมาะจะทำ เช่น

วางแผน

ศึกษาวิธีทำงาน

กำหนด Standard

เตรียม Tools

Training

และออกแบบ Process

ส่วน Worker รับผิดชอบการปฏิบัติงานตามวิธีที่ได้รับการพัฒนาและฝึกอบรม

หลักนี้ให้บทเรียนสำคัญว่า ผู้บริหารไม่ควรตั้งเป้าหมายแล้วโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้คนทำงาน แต่ต้องรับผิดชอบต่อการออกแบบระบบด้วย

Scientific Management กับ Time Study

Taylor มีชื่อเสียงด้าน Time Study ซึ่งเป็นการศึกษาระยะเวลาที่ใช้ในการทำงาน แต่ Time Study เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Scientific Management

การวัดเวลามีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าใจ Process และกำหนดมาตรฐานอย่างมีเหตุผล ไม่ควรถูกนำไปใช้เพียงเพื่อเร่งคนงาน สิ่งที่ควรศึกษาอาจรวมถึง

Method

Sequence

Tools

Work Conditions

Cycle Time

Output

และ Quality

ดังนั้น Scientific Management ควรถูกมองว่าเป็น การศึกษางานอย่างเป็นระบบ มากกว่าการจับเวลาเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างการประยุกต์ในโรงงานไทย

สมมติโรงงาน Packing มีปัญหา Output ต่ำและ Overtime สูง แทนที่จะเพิ่ม Target ทันที สามารถใช้แนวคิด Taylor โดย ศึกษาขั้นตอนจริง

วัด Cycle Time 

ค้นหา Waiting และ Bottleneck

ออกแบบ Standard Work

จัด Tools และ Layout ใหม่ Training พนักงาน แล้ววัด Productivity และ Quality หลังปรับปรุง

ตัวอย่างเช่น

ก่อนปรับปรุง Output = 800 ชิ้น/วัน

หลังปรับ Method และ Layout = 1,000 ชิ้น/วัน

โดยไม่เพิ่มเวลาทำงาน

ความแตกต่างเกิดจาก System Improvement ไม่ใช่เพียงให้คนทำงานเร็วขึ้น

Taylor กับ 4M เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ควรระบุให้ชัดว่า 4M ไม่ใช่ทฤษฎีของ Frederick Taylor แต่ Scientific Management สามารถนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ 4M ได้ เช่น

Man – Selection และ Training

Machine – Tool และ Equipment

Material – Input และ Standard

Method – Work Method และ Standardization

ดังนั้นความสัมพันธ์ที่เหมาะสมคือ

4M ใช้จำแนกปัจจัยของกระบวนการ ส่วน Scientific Management ช่วยศึกษาว่าปัจจัยเหล่านั้นควรถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างไร

ข้อจำกัดของ Scientific Management

แนวคิด Taylor เกิดในบริบทโรงงานต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งงานจำนวนมากเป็นงานซ้ำและวัดได้ชัด จึงเหมาะมากกับ

Manufacturing

Warehouse

Logistics

Maintenance

Administrative Process และงาน Transaction

แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังกับ Creative Work, Research, Software Development, Innovation หรือ Knowledge Work 

เพราะการ Standardize มากเกินไปอาจลดความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์

อีกข้อจำกัดคือ Scientific Management ให้ความสำคัญกับ Productivity และ Task Design มาก จึงไม่ได้ครอบคลุมมิติของ Motivation, Group Behavior และ Human Relations ทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ศาสตร์การจัดการยุคต่อมาพัฒนาแนวคิดด้านพฤติกรรมมนุษย์เพิ่มเติม

Scientific Management ในยุค Digital

แม้ Taylor จะทำงานในยุค Stopwatch แต่หลักคิดสามารถนำมาประยุกต์กับเครื่องมือสมัยใหม่ได้

จากเดิม Stopwatch

วันนี้อาจเป็น IoT

MES

ERP

Process Mining

Data Analytics

AI และ Digital Twin

เครื่องมือเปลี่ยนไป แต่คำถามพื้นฐานยังคล้ายเดิม

งานเกิดขึ้นอย่างไร?

เวลาเสียตรงไหน?

Bottleneck อยู่ที่ไหน?

วิธีใดให้ผลลัพธ์ดีกว่า?

คนต้องได้รับ Training อะไร?

Management ต้องแก้ System ตรงไหน?

จึงสามารถสรุปหลักคิดสมัยใหม่ได้ว่า Observe → Measure → Analyze → Standardize → Improve

ลำดับนี้เป็นการสังเคราะห์เพื่ออธิบายการประยุกต์ ไม่ใช่ Framework ที่ Taylor ตั้งชื่อไว้

สรุป

Frederick W. Taylor มีความสำคัญต่อศาสตร์การจัดการ เพราะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับงานจากการอาศัยความเคยชินและประสบการณ์ส่วนบุคคล ไปสู่การ ศึกษา วัด วิเคราะห์ ฝึกอบรม และปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

แก่นของ Scientific Management ประกอบด้วย ศึกษาวิธีทำงานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

คัดเลือกและพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ

สร้างความร่วมมือระหว่าง Management กับ Workers และ แบ่งความรับผิดชอบระหว่างการวางแผนกับการปฏิบัติงานให้เหมาะสม

สิ่งที่ควรนำมาใช้ในปัจจุบันจึงไม่ใช่การกลับไปบริหารคนแบบโรงงานปี 1911 แต่คือคำถามสำคัญของ Taylor ว่า

“เรามีข้อมูลและหลักฐานเพียงพอหรือยังว่าวิธีที่กำลังใช้อยู่เหมาะสม และระบบงานของเราช่วยให้คนสามารถทำงานได้ดีที่สุดหรือไม่?”

คำถามนี้ยังมีคุณค่าตั้งแต่โรงงาน Logistics งานบริการ งานราชการ ไปจนถึงระบบ IT และ Digital Process ในปัจจุบัน

#FrederickTaylor #ScientificManagement #Taylorism #ManagementTheory #Productivity #StandardWork #TimeStudy #ProcessImprovement #OperationsManagement #IndustrialEngineering #WorkMeasurement #Management #BusinessManagement #การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ #การบริหารจัดการ

-------------------------

ที่มาข้อมูล

Taylor, F. W. (1911). The Principles of Scientific Management. Harper & Brothers.

- Project Gutenberg: The Principles of Scientific Management

- Library of Congress: Frederick W. Taylor, The Principles of Scientific Management, 1911.

ภาพและรวบรวมข้อมูล

www.iok2u.com

-------------------------

สนใจเรื่องราว การจัดการธุรกิจ (Business Management) เพิ่มเติมคลิกที่นี่

การจัดการธุรกิจ (Business Management)

-------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward