แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ 2015 สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)
อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens): มรดกโลกแห่งพฤกษศาสตร์เขตร้อนและนวัตกรรม
อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) เป็นแหล่งมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 39 ณ เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี สถานะนี้ยังถือเป็นการยอมรับอุทยานแห่งนี้ในฐานะอุทยานพฤกษศาสตร์เขตร้อนแห่งแรกและแห่งเดียวในบัญชีมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO World Heritage List) และเป็นแห่งแรกในทวีปเอเชีย อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 82 เฮกตาร์ (hectares) และได้รับการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ (National Parks Board) ซึ่งได้เปลี่ยนผ่านจาก "สวนสันทนาการ" (Pleasure Garden) ไปสู่ "อุทยานเศรษฐกิจอาณานิคม" (Colonial Economic Garden) และปัจจุบันเป็นสถาบันทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่ทันสมัยสำหรับการอนุรักษ์ การพักผ่อนหย่อนใจ และการศึกษา
คุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value)
อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกด้วยคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value) ภายใต้เกณฑ์สองประการของยูเนสโก ดังนี้:
-
เกณฑ์ (ii): อุทยานแห่งนี้ได้เป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการวิจัยพืชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมีบทบาทสำคัญในการขยายตัวของการเพาะปลูกยางพาราในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 แม้ว่าสถาบันคิว (Kew Botanic Gardens) จะเป็นผู้จัดหาต้นกล้าเริ่มต้น แต่อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ได้จัดหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก การพัฒนา และการกระจายพันธุ์ยางพารา (Hevea brasiliensis) ไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังคงเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์เขตร้อนและพืชสวน
-
เกณฑ์ (iv): อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของอุทยานพฤกษศาสตร์เขตร้อนในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและวัตถุประสงค์ที่ยั่งยืนนับตั้งแต่ก่อตั้ง อุทยานแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการจาก "สวนสันทนาการ" (Pleasure Garden) ไปสู่ "อุทยานเศรษฐกิจอาณานิคม" (Colonial Economic Garden) ที่เน้นการวิจัย และพัฒนาต่อไปเป็นสถาบันทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่ทันสมัยซึ่งทุ่มเทให้กับการอนุรักษ์ การพักผ่อนหย่อนใจ และการศึกษา
คุณค่าสากลของอุทยานแห่งนี้ยังเน้นย้ำถึงผลกระทบทางประวัติศาสตร์ที่มีต่อพืชสวนเขตร้อน ความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะแหล่งพักพิงสีเขียวภายในเขตเมือง และการวิจัยทางการเกษตรที่บุกเบิก บทบาทของอุทยานในการค้ายางพาราได้เปลี่ยนแปลงภูมิภาคนี้ในช่วงทศวรรษ 1900 (พ.ศ. 2443) และภูมิทัศน์สวนแบบอาณานิคมเขตร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ได้นำไปสู่ความงามอันเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าโดดเด่นระดับสากล
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
ต้นกำเนิดของอุทยานระดับชาติในสิงคโปร์ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1822 (พ.ศ. 2365) โดยเซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) ผู้ก่อตั้ง "สวนพฤกษศาสตร์และการทดลอง" (Botanical and Experimental Garden) ที่ฟอร์ตแคนนิง (Fort Canning) สำหรับอุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ในปัจจุบัน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1859 (พ.ศ. 2402) โดยสมาคมเกษตรกรรมและพืชสวน (Agri-Horticultural Society) บนพื้นที่ 32 เฮกตาร์ (hectares) ในย่านตังลิน (Tanglin) ในช่วงแรก อุทยานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น "สวนสันทนาการ" (pleasure park) สำหรับสมาชิกเป็นหลัก
ในปี ค.ศ. 1874 (พ.ศ. 2417) รัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบอุทยาน ภายใต้การดูแลของเฮนรี่ เอ็น. ริดลีย์ (Henry N. Ridley) ซึ่งเริ่มงานในปี ค.ศ. 1888 (พ.ศ. 2431) อุทยานแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยที่สำคัญสำหรับต้นยางพาราบราซิล (Hevea brasiliensis) ริดลีย์ได้พัฒนาวิธีการกรีดยางแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำยางได้อย่างมาก ซึ่งปฏิวัติเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 (พ.ศ. 2471) อุทยานได้เป็นผู้นำโครงการผสมพันธุ์และลูกผสมกล้วยไม้ โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (in vitro techniques) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ หลังจากสิงคโปร์ได้รับเอกราช ความเชี่ยวชาญของอุทยานมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนเกาะนี้ให้เป็น "นครสวน" (Garden City) ซึ่งเป็นฉายาที่ยังคงเป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ ในปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) กล้วยไม้ลูกผสม Vanda Miss Joaquim ได้รับเลือกให้เป็นดอกไม้ประจำชาติของสิงคโปร์
การเดินทางสู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโกเริ่มต้นด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) สิงคโปร์ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยมรดกโลกในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) และส่งชื่ออุทยานเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) แฟ้มเอกสารการเสนอชื่อฉบับสมบูรณ์กว่า 700 หน้า ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับคุณค่าโดดเด่นระดับสากล ได้ถูกส่งเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) นำไปสู่การขึ้นทะเบียนที่ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) อุทยานแห่งนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนถึงวิวัฒนาการและบทบาทที่ต่อเนื่อง โดยมีสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์และพันธุ์พืชที่หลากหลาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของอุทยาน
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 82 เฮกตาร์ (hectares) นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและจุดเด่นมากมาย ได้แก่:
-
สวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden): เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำที่รวบรวมกล้วยไม้กว่า 1,000 ชนิดและลูกผสมกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงกล้วยไม้ที่ตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญที่มาเยือน (Orchid Diplomacy)
-
ป่าการเรียนรู้ (Learning Forest): พื้นที่ขนาด 10 เฮกตาร์ (hectares) นี้ประกอบด้วยป่าที่ราบต่ำและพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการฟื้นฟู โดยมีจุดเด่นเช่น พื้นที่ชุ่มน้ำเคปเปล ดิสคัฟเวอรี่ (Keppel Discovery Wetlands) และเส้นทางเดินยักษ์เอสพีเอช (SPH Walk of Giants) ซึ่งจัดแสดงต้นไม้เขตร้อนและพืชและสัตว์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ
-
สวนขิง (Ginger Garden): เป็นที่อยู่ของขิงหลายร้อยสายพันธุ์และพืชที่เกี่ยวข้อง มีน้ำตกและสระน้ำที่มีบัวสายยักษ์อเมซอน
-
หุบเขาปาล์มและทะเลสาบซิมโฟนี (Palm Valley and Symphony Lake): พื้นที่โล่งอันเป็นเอกลักษณ์ที่นำไปสู่ทะเลสาบพร้อมเวทีคอนเสิร์ตชอว์ฟาวเดชั่นซิมโฟนี (Shaw Foundation Symphony Stage) ซึ่งจัดการแสดงดนตรีฟรี
-
ทะเลสาบหงส์ (Swan Lake): เป็นที่อยู่ของหงส์ขาวจากอัมสเตอร์ดัม
-
สวนวิวัฒนาการ (Evolution Garden): ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของพืชตลอดช่วงเวลา
-
สวนพฤกษศาสตร์ชาติพันธุ์ (Ethnobotany Garden): จัดแสดงพืชกว่า 300 ชนิดที่มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมดั้งเดิมของหมู่เกาะมาลายู อินโดจีน และเอเชียใต้
-
สวนเด็กจาค็อบ บัลลาส (Jacob Ballas Children's Garden): พื้นที่เฉพาะสำหรับการสำรวจและเล่นของเด็ก ๆ
-
หอศิลป์พฤกษศาสตร์ (Botanical Art Gallery): นิทรรศการถาวรแห่งแรกของสิงคโปร์ที่จัดแสดงงานศิลปะธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารอินเวอร์เทอร์เร็ต (Inverturret Building) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
-
ศูนย์ค้นพบป่า @ OCBC อาร์โบเรตัม (Forest Discovery Centre @ OCBC Arboretum): สวนรุกขชาติเทคโนโลยีสูงที่จัดแสดงต้นยางนา (dipterocarps) ที่หายาก และเน้นย้ำถึงความพยายามในการอนุรักษ์
-
พิพิธภัณฑ์มรดก SBG และหอศิลป์สีเขียว CDL (SBG Heritage Museum & CDL Green Gallery): ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และมรดกของอุทยาน พร้อมนิทรรศการมัลติมีเดียเกี่ยวกับความยั่งยืน
-
สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ: รวมถึงสวนนาฬิกาแดด (Sundial Garden), สวนบำบัด (Healing Garden), สวนหอม (Fragrant Garden), ป่าฝน (Rainforest) ที่มีต้นไม้ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี และ COMO แอดเวนเจอร์ โกรฟ (COMO Adventure Grove) ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นธรรมชาติ
อุทยานพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการอนุรักษ์พฤกษศาสตร์เขตร้อนและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ สถานะแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกยืนยันถึงคุณค่าโดดเด่นระดับสากลในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยพืชที่สำคัญ มีบทบาทในการแพร่กระจายของยางพารา และเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของอุทยานพฤกษศาสตร์เขตร้อนในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษครึ่ง อุทยานแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ ความบันเทิง และการอนุรักษ์ที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางชีวภาพของโลก
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

