iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเชีย 1991 กลุ่มวัดปรัมบานัน (Prambanan Temple Compounds)

 

 

 

ปรามบานัน: อลังการแห่งสถาปัตยกรรมเทวลัยฮินดูและพุทธในชวา – มรดกโลกแห่งความกลมกลืน

หมู่วิหารปรามบานัน (Prambanan Temple Compounds) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) และชวากลาง (Central Java) ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นแหล่งโบราณคดีและวัฒนธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) วิหารแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหมู่เทวลัยฮินดูที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากนครวัด (Angkor Wat) ในกัมพูชา

หมู่วิหารปรามบานัน เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ทางศิลปะและสถาปัตยกรรมฮินดูโบราณของชวา สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 หรือ 10 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-15) และมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับอาณาจักรมาตารัม (Mataram kingdom) สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยยอดวิหารที่สูงและแหลม โดยมีเทวสถานกลางที่อุทิศแด่พระศิวะ (Shiva) สูงถึง 47 เมตร (สี่สิบเจ็ดเมตร) เดิมทีหมู่สิ่งก่อสร้างทั้งหมดประกอบด้วยเทวสถานกว่า 500 แห่ง ซึ่งแสดงถึงความรุ่งโรจน์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมฮินดูในอดีตกาลของชวา

คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)

คุณค่าโดดเด่นสากลของหมู่วิหารปรามบานันได้รับการรับรองตามเกณฑ์สองข้อหลักขององค์การยูเนสโก:

  • เกณฑ์ (i): หมู่วิหารปรามบานันถือเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะพระศิวะ (Siva art) จากยุคคลาสสิกในอินโดนีเซียและภูมิภาคโดยรวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่

  • เกณฑ์ (iv): สถานที่แห่งนี้เป็นหมู่เทวสถานทางศาสนาที่โดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงรูปแบบการแสดงออกของพระศิวะในคริสต์ศตวรรษที่ 10 (พุทธศตวรรษที่ 15)

ความพิเศษของปรามบานันมิได้จำกัดเพียงแค่ความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมฮินดูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นพยานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างศาสนาฮินดูและพุทธในอดีตของอินโดนีเซีย ภายในเขตพื้นที่เดียวกันนี้ นอกเหนือจากเทวสถานฮินดูหลักแล้ว ยังมีหมู่เทวสถานพุทธมหายาน เช่น วัดเซวู (Sewu Temple), วัดลุมบุง (Lumbung Temple) และวัดบูบราห์ (Bubrah Temple) ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานโบราณคดีปรามบานัน (Prambanan Archaeological Park) การแกะสลักลวดลายวิจิตรบนเทวสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพนูนต่ำที่แสดงเรื่องราวจากมหากาพย์รามายณะ (Ramayana) ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของการแกะสลักหิน

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

หมู่วิหารปรามบานัน ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ถึง 10 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-15) ซึ่งเป็นยุคที่อาณาจักรมาตารัมเรืองอำนาจในชวา (เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์) การก่อสร้างเทวสถานแห่งนี้สะท้อนถึงการฟื้นฟูอำนาจของราชวงศ์ฮินดูหลังจากช่วงเวลาที่ราชวงศ์ไศเลนทร์ (Sailendra dynasty) ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนมีอิทธิพล

โครงสร้างหลักของปรามบานัน (Prambanan Temple หรือ Loro Jonggrang) อุทิศแด่พระตรีมูรติ (Trimurti) ซึ่งประกอบด้วยเทพเจ้าฮินดูสามองค์ ได้แก่ พระศิวะ (ผู้ทำลาย), พระวิษณุ (Vishnu - ผู้บำรุงรักษา) และพระพรหม (Brahma - ผู้สร้าง) เทวสถานหลักทั้งสามแห่งนี้โดดเด่นด้วยการแกะสลักภาพนูนต่ำที่เล่าเรื่องราวจากมหากาพย์รามายณะ (Ramayana epic) ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ซับซ้อนและงดงาม ด้านหน้าเทวสถานหลักทั้งสามแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเทวสถานขนาดเล็กกว่าอีกสามแห่งที่อุทิศแด่พาหนะ (vahana) ของเทพเจ้า ได้แก่ โคอุสุภราชนันทิ (Nandi) สำหรับพระศิวะ, ครุฑ (Garuda) สำหรับพระวิษณุ และหงส์ (Hamsa) สำหรับพระพรหม

นอกจากส่วนที่เป็นฮินดูแล้ว หมู่วิหารยังประกอบด้วยเทวสถานพุทธมหายานที่สำคัญ:

  • วัดเซวู (Sewu Temple): หมู่เทวสถานพุทธที่มีผังแบบมณฑล (mandala layout) เดิมประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง 249 แห่ง

  • วัดลุมบุง (Lumbung Temple): เทวสถานพุทธมหายานอีกแห่งที่เดิมประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง 17 แห่ง

  • วัดบูบราห์ (Bubrah Temple): เทวสถานพุทธมหายานเช่นกัน

(เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์) ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 (พุทธศตวรรษที่ 16) ส่วนต่างๆ ของเทวสถานได้พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหว การปะทุของภูเขาไฟ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เทวสถานถูกค้นพบอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 17 (พุทธศตวรรษที่ 22) และมีการบูรณะครั้งใหญ่หลายครั้ง การบูรณะเทวสถานพระศิวะกลางแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496) ตามด้วยเทวสถานพระพรหมในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) และเทวสถานพระวิษณุในปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เทวสถานหลักของวัดเซวูแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) และการบูรณะวัดบูบราห์เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560)

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

  • เทวสถานปรามบานัน (Loro Jonggrang): ศูนย์กลางของหมู่เทวสถานนี้ อุทิศแด่พระตรีมูรติ พร้อมภาพแกะสลักมหากาพย์รามายณะอันวิจิตรตระการตา

  • ความสูงของเทวสถานพระศิวะ: วิหารกลางที่สูงตระหง่านถึง 47 เมตร (สี่สิบเจ็ดเมตร) แสดงถึงความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม

  • หมู่เทวสถานพุทธในบริเวณใกล้เคียง: การรวมกันของวัดเซวู (Sewu), วัดลุมบุง (Lumbung) และวัดบูบราห์ (Bubrah) ในบริเวณเดียวกัน สะท้อนถึงประวัติศาสตร์แห่งความกลมกลืนทางศาสนา

  • จำนวนสิ่งก่อสร้างเดิม: เดิมทีมีเทวสถานฮินดูถึง 240 แห่ง และวัดเซวูมี 249 แห่ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณ

  • การบูรณะที่ต่อเนื่อง: ความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานตั้งแต่การค้นพบใหม่ ทำให้เรายังคงเห็นความงามของมรดกนี้

คู่มือนักท่องเที่ยวและข้อกำหนด (Visitor Guide and Regulations)

หมู่วิหารปรามบานัน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 17 กิโลเมตร (สิบเจ็ดกิโลเมตร) สามารถเดินทางมาได้โดยรถประจำทาง รถแท็กซี่ คนขับรถส่วนตัว หรือสกู๊ตเตอร์ ทัวร์หลายแห่งมักจะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวปรามบานันควบคู่ไปกับบุโรพุทโธ (Borobudur) ซึ่งเป็นมรดกโลกอีกแห่ง

ข้อกำหนดสำหรับผู้เยี่ยมชม:

  • การเข้าถึงเทวสถาน: ตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เป็นต้นมา โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้ปีนขึ้นไปบนเทวสถานหลัก จำกัดการเข้าถึงเฉพาะบริเวณลานและพื้นที่รอบเทวสถาน (Zone 1)

  • เวลาทำการ: โดยปกติแล้วเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06:30 น. ถึง 17:30 น. โดยมีเวลาเข้าชมรอบสุดท้ายที่ 17:00 น.

  • การปิดทำการวันจันทร์: ในวันจันทร์ ลานเทวสถานหลัก (Zone 1) จะปิดเพื่อการบำรุงรักษา นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เฉพาะพื้นที่สวน (Zone 2) รอบเทวสถานเท่านั้น

  • การแต่งกาย: แม้จะไม่มีข้อกำหนดการแต่งกายที่เข้มงวดอย่างเป็นทางการ แต่ขอแนะนำให้แต่งกายสุภาพปกปิดไหล่และเข่า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ทางศาสนา

  • สิ่งของต้องห้าม: ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าไปในบริเวณเทวสถาน

  • เด็กและการฉีดวัคซีน: เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีสามารถเข้าชมได้ หากมาพร้อมผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนครบถ้วน และผู้เยี่ยมชมอาจต้องใช้แอปพลิเคชัน PeduliLindungi (เป็นข้อกำหนดที่อาจเปลี่ยนแปลงได้)

  • บัตรเข้าชม: มีค่าธรรมเนียมเข้าชมซึ่งแตกต่างกันสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเวลาทำการปัจจุบันก่อนเข้าชม และสามารถซื้อบัตรออนไลน์ได้ ส่วนลดอาจมีให้สำหรับกลุ่มนักเรียน

  • การชมพระอาทิตย์ขึ้น/ตก: โดยทั่วไปไม่สามารถเข้าชมปรามบานันในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกได้อีกต่อไป เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดทำการเพื่อการอนุรักษ์เทวสถาน

  • การสำรวจ: นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจเทวสถานหลักที่อุทิศแด่พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม พร้อมกับเทวสถานขนาดเล็กจำนวนมาก และชื่นชมงานแกะสลักและภาพนูนต่ำอันงดงาม นอกจากนี้ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ เช่น บัลเลต์รามายณะ (Ramayana Ballet) จัดขึ้นเป็นประจำอีกด้วย

หมู่วิหารปรามบานัน เป็นมากกว่าเพียงแค่กลุ่มอาคารโบราณ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิวัฒนาการทางศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะพระศิวะ และเป็นศูนย์รวมศาสนสถานที่สะท้อนถึงยุคทองของอารยธรรมชวาในคริสต์ศตวรรษที่ 10 (พุทธศตวรรษที่ 15) ทำให้ปรามบานันมีคุณค่าโดดเด่นสากลที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษา การอยู่ร่วมกันของเทวสถานฮินดูและพุทธในบริเวณเดียวกันยังเป็นบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับความกลมกลืนทางศาสนา ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกในปัจจุบัน

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward