เที่ยวอยุธยา บางปะอิน พระราชวังบางปะอิน (Bang Pa-In Palace)

Google Maps Location https://maps.app.goo.gl/VS6fM83f9u6WvZAR6
พระราชวังบางปะอิน อัญมณีแห่งอยุธยา งามตระการตาสถาปัตยกรรมสองโลก สัมผัสความงามเหนือกาลเวลา ณ พระราชวังฤดูร้อน อันเป็นที่ประทับแห่งกษัตริย์ไทย
เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายคนอาจนึกถึงซากปรักหักพังของวัดวาอารามโบราณที่สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์ในอดีต แต่ ณ ที่แห่งนี้ ยังมีอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือ "พระราชวังบางปะอิน" หรือที่รู้จักกันในนาม "พระราชวังฤดูร้อน" อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรสยาม พระราชวังแห่งนี้มิได้เป็นเพียงแค่หมู่อาคารเก่าแก่ หากแต่เป็นผืนผ้าใบทางประวัติศาสตร์ที่บรรจงวาดลวดลายแห่งยุคสมัย วัฒนธรรม และวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา.
พระราชวังบางปะอิน เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความสงบงาม ที่ซ่อนเร้นความวิจิตรบรรจงและเรื่องราวอันยาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ เป็นสถานที่แปรพระราชฐานคลายร้อน และเป็นศูนย์รวมศิลปะที่หลากหลาย ทั้งแบบไทย จีน และยุโรป ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและหาชมได้ยาก. การเดินทางมาเยือนพระราชวังแห่งนี้ จึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดา แต่คือการเดินทางย้อนเวลา สู่ห้วงแห่งอดีตอันรุ่งเรือง สู่ความอลังการของงานฝีมือช่างหลวง และสัมผัสถึงลมหายใจของประวัติศาสตร์ที่ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณู.
จากยุคสมัยที่ถูกทิ้งร้างให้จมอยู่ในความเงียบงัน หลังการเสียกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งการฟื้นคืนชีพอีกครั้งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างอันงดงามหลากหลายรูปแบบ ทำให้พระราชวังบางปะอินกลับมาเจิดจรัสอีกครั้ง และยังคงเป็นที่ประทับสำหรับพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีมาจนถึงปัจจุบันนี้.
สำหรับนักเดินทางที่ใฝ่หาความงดงามทางศิลปะ วัฒนธรรม และความเงียบสงบท่ามกลางสวนอันร่มรื่น พระราชวังบางปะอินคือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ผู้ที่ชื่นชมสถาปัตยกรรม หรือผู้ที่เพียงต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่มีสิ่งที่น่าค้นหาและน่าประทับใจรอคอยให้ทุกท่านได้มาสัมผัสด้วยตนเอง. เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการผจญภัยในมิติแห่งกาลเวลา ณ พระราชวังอันเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ ที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณไปอีกนานแสนนาน.
สถานที่ตั้งโดยละเอียด
พระราชวังบางปะอิน ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเงียบสงบ ในเขตตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ตัวพระราชวังตั้งอยู่บนเกาะบางปะอิน ซึ่งเป็นเกาะธรรมชาติที่เกิดจากการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความร่มรื่นและทัศนียภาพที่งดงามเป็นพิเศษ.
หากเดินทางจากกรุงเทพมหานคร พระราชวังบางปะอินตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงเทพฯ ประมาณ 58 กิโลเมตรเมื่อเดินทางโดยรถไฟ และประมาณ 61 กิโลเมตรเมื่อเดินทางโดยรถยนต์ ทำให้การเดินทางมาเยี่ยมชมสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเลือกใช้เส้นทางใด. ตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวังยังถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอดีต เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากราชธานีเก่าอย่างกรุงศรีอยุธยา และยังเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ.
พื้นที่โดยรอบพระราชวังบางปะอินยังคงรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สวนดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน และสายน้ำเจ้าพระยาที่ไหลเอื่อย ๆ ซึ่งเพิ่มความสงบและร่มเย็นให้กับสถานที่แห่งนี้. การได้เดินทอดน่องไปตามทางเดินภายในพระราชวัง จะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ที่ซึ่งความวุ่นวายจากภายนอกถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความงดงามและความเงียบสงบที่โอบล้อมอยู่รอบกาย.
นอกจากความสวยงามภายในแล้ว การตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของพระราชวังบางปะอิน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เลือกเดินทางมาด้วยเรือ การล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำก่อนจะมาถึงพระราชวังแห่งนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย. ความโดดเด่นของสถานที่ตั้งนี้เองที่ทำให้พระราชวังบางปะอินเป็นที่โปรดปรานของพระมหากษัตริย์ในอดีต และยังคงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาจนถึงปัจจุบัน.
ประวัติและความสำคัญ
พระราชวังบางปะอินมิได้เป็นเพียงสถาปัตยกรรมอันวิจิตร หากแต่เป็นกระจกสะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของราชอาณาจักรสยาม เรื่องราวของพระราชวังแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ผู้ครองกรุงศรีอยุธยาในระหว่างปีพุทธศักราช 2173 – 2198. พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นบนเกาะบางปะอิน ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์เอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานคลายร้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความร่มรื่นงดงาม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา. ในช่วงเวลานั้น พระราชวังบางปะอินจึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของราชสำนักอยุธยา ที่สะท้อนถึงพระราชอำนาจและความรุ่งเรืองของบ้านเมือง.
ทว่า เมื่อถึงคราวกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปีพุทธศักราช 2310 พระราชวังบางปะอินก็ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับราชธานี ถูกทิ้งร้างและปล่อยให้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ความงดงามที่เคยมีเลือนหายไปภายใต้ธรรมชาติที่เข้าครอบคลุม เหลือเพียงร่องรอยของอดีตที่รอวันฟื้นคืน. ช่วงเวลาที่ถูกทิ้งร้างนี้เองที่สุนทรภู่ มหากวีเอกของไทย ได้กล่าวถึงในนิราศพระบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะถูกทอดทิ้ง แต่ชื่อของบางปะอินก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน.
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวของพระราชวังบางปะอินได้ถูกพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งเสด็จฯ ผ่านเกาะบางปะอินและทรงโปรดปรานในความร่มรื่นของสถานที่ ทรงมีพระราชดำริให้เริ่มบูรณะและสร้างพระที่นั่งขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับแรม ถือเป็นการจุดประกายให้พระราชวังแห่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง.
แต่การบูรณะครั้งใหญ่ที่สุดที่พลิกโฉมพระราชวังบางปะอินให้เป็นดังที่เห็นในปัจจุบัน เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453) พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับพระราชวังแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง ได้มีการสร้างพระที่นั่งและพลับพลาเพิ่มเติมมากมาย ระหว่างปีพุทธศักราช 2419 – 2432 ทำให้พระราชวังบางปะอินกลายเป็นที่ประทับถาวรและทรงเสด็จฯ มาประทับบ่อยครั้ง. การก่อสร้างในรัชสมัยของพระองค์ได้รวบรวมเอาสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งแบบไทย จีน และตะวันตก (สไตล์กรีกคอรินเทียน) มาผสมผสานกันอย่างลงตัวและงดงามสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระองค์ที่ทรงเปิดรับอารยธรรมตะวันตก แต่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้อย่างน่าทึ่ง.
อาคารสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยนี้ได้แก่:
-
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์: พลับพลาทรงไทยอันงดงามที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของพระราชวัง.
-
พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ: พระที่นั่งและท้องพระโรงที่สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนอย่างแท้จริง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีกับราชสำนักจีนในอดีต.
-
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน: พระที่นั่งสไตล์กรีกคอรินเทียนที่ใช้สำหรับพระราชพิธีหรือต้อนรับพระราชอาคันตุกะสำคัญ แสดงถึงการผสมผสานศิลปะตะวันตกเข้ากับราชสำนักไทย.
-
หอวิฑูรทัศนา: หอสูงสำหรับทอดพระเนตรทัศนียภาพอันกว้างไกลของบริเวณโดยรอบ.
-
พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร: พระตำหนักในเขตพระราชฐานชั้นในที่เคยเป็นที่ประทับ.
-
หอเหมมณเฑียรเทวราช: เป็นหอสำหรับประดิษฐานเทวรูป.
พระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น 2 เขตหลัก ได้แก่ เขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งใช้สำหรับงานพระราชพิธี ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ และ เขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งสงวนไว้สำหรับพระมหากษัตริย์ พระมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์. ความสำคัญของพระราชวังแห่งนี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยยังคงใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานและประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง.
นอกจากความสำคัญในฐานะที่ประทับและศูนย์รวมสถาปัตยกรรมแล้ว พระราชวังบางปะอินยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เป็นบทเรียนอันมีชีวิตที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง การปรับตัว และการผสมผสานทางวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยของประเทศไทย. การมาเยือนพระราชวังแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การชมความงาม แต่คือการทำความเข้าใจรากเหง้าและวิวัฒนาการของชาติอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน.
คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัว
การเดินทางมาเยือนพระราชวังบางปะอินเป็นการผจญภัยที่น่าประทับใจ แต่เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุขสูงสุด การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังจะเข้าไปในพื้นที่ประวัติศาสตร์และเขตพระราชฐาน.
1. การแต่งกาย: สุภาพและเรียบร้อยคือหัวใจสำคัญ พระราชวังบางปะอินเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นเขตพระราชฐาน ดังนั้นการแต่งกายจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ผู้เข้าชมจะต้องแต่งกายสุภาพและเรียบร้อยตามระเบียบของสำนักพระราชวังอย่างเคร่งครัด:
-
เสื้อผ้า: ควรเป็นเสื้อมีแขน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หรือเสื้อโปโล หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อที่เปิดเผยมากเกินไป.
-
ท่อนล่าง: สำหรับผู้ชาย ควรเป็นกางเกงขายาว สำหรับผู้หญิง ควรเป็นกางเกงขายาว กระโปรงยาวคลุมเข่า หรือผ้าถุง. ห้ามสวมกางเกงขาสั้น กระโปรงเหนือเข่า กางเกงรัดรูป (เลกกิ้ง) หรือเสื้อผ้าที่ซีทรู.
-
รองเท้า: ควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าสุภาพ. หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ หรือรองเท้าเปิดส้น.
-
กรณีที่แต่งกายไม่ถูกต้อง: หากคุณพลาดแต่งกายไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ต้องกังวล! ภายในพระราชวังมีบริการให้ยืมหรือเช่าผ้าคลุม ผ้าถุง หรือเสื้อคลุม สำหรับผู้ที่ไม่พร้อม โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยหรือเป็นค่ามัดจำ. อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมมาจากบ้านจะช่วยประหยัดเวลาและความไม่สะดวก.
2. เวลาทำการและค่าเข้าชม: วางแผนให้ดีก่อนเดินทาง
-
เวลาทำการ: พระราชวังบางปะอินเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. หรือ 08.30 น. ถึง 16.00 น. หรือ 17.00 น. (ข้อมูลบางแหล่งระบุ 08.00-16.00 น. และบางแหล่งระบุ 08.30-17.00 น. หรือ 08.30-15.30 น. ควรตรวจสอบอีกครั้งกับสำนักพระราชวังก่อนเดินทางเพื่อความถูกต้องที่สุด). แนะนำให้ไปถึงแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงคนจำนวนมากและอากาศร้อนจัดในช่วงบ่าย และมีเวลาเดินชมได้อย่างเต็มที่.
-
ค่าเข้าชม:
-
ผู้ใหญ่: 100 บาทต่อคน (ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุ 100 บาท, บางแหล่งระบุ 30 บาท ซึ่งอาจเป็นข้อมูลเก่าหรือไม่ใช่ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ).
-
เด็ก: (ข้อมูลบางแหล่งระบุ 20 บาท แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุค่าเข้าเด็กโดยละเอียด) หากเดินทางกับเด็ก ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่อีกครั้ง.
-
3. การเดินทาง: เลือกวิธีที่เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ พระราชวังบางปะอินสามารถเดินทางได้หลายวิธี:
-
รถยนต์ส่วนตัว: เป็นวิธีที่สะดวกและยืดหยุ่นที่สุด ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งหน้าไปทางเหนือ มุ่งหน้าสู่อยุธยา แล้วปฏิบัติตามป้ายบอกทางไปยังบางปะอิน. มีที่จอดรถให้บริการภายในบริเวณพระราชวัง.
-
รถโดยสารประจำทาง: มีรถประจำทางสาย 17 (กรุงเทพฯ-บางไทร-บางปะอิน-อยุธยา) ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. เป็นทางเลือกที่ประหยัดและสะดวกสบาย.
-
รถไฟ: สามารถนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังสถานีรถไฟบางปะอิน จากนั้นอาจต้องต่อรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปยังพระราชวัง.
-
เรือนำเที่ยว: สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่าง บริษัทนำเที่ยวหลายแห่งมีบริการล่องเรือจากกรุงเทพฯ ไปบางไทรและบางปะอิน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ชมทัศนียภาพริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปพร้อมกัน.
4. สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพระราชวัง:
-
รถกอล์ฟไฟฟ้า: เพื่อความสะดวกสบายในการเที่ยวชมพื้นที่กว้างขวางของพระราชวัง มีบริการให้เช่ารถกอล์ฟไฟฟ้าในราคาประมาณ 400-450 บาทสำหรับชั่วโมงแรก และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับชั่วโมงถัดไป. เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดิน.
-
ห้องน้ำ: มีห้องน้ำสะอาดให้บริการตามจุดต่างๆ.
-
ร้านค้า: อาจมีร้านขายของที่ระลึกและเครื่องดื่มให้บริการ.
-
การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายภาพได้ในพื้นที่ที่อนุญาต แต่ควรเคารพสถานที่และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่รบกวนผู้อื่น หรือในบริเวณที่ห้ามถ่าย.
5. เคล็ดลับเพิ่มเติม:
-
เตรียมร่มหรือหมวก: เพื่อป้องกันแดดและฝน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝน.
-
น้ำดื่ม: เตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ เนื่องจากพื้นที่เดินชมค่อนข้างกว้าง.
-
กล้องถ่ายรูป: อย่าลืมกล้องคู่ใจ เพื่อเก็บภาพความประทับใจของสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพอันงดงาม.
-
เปิดใจเรียนรู้: พระราชวังบางปะอินมีเรื่องราวและรายละเอียดทางประวัติศาสตร์มากมาย การเปิดใจเรียนรู้จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น.
-
เคารพกฎระเบียบ: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความงดงามของสถานที่แห่งนี้ไว้.
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางของคุณไปสัมผัสความงดงามและเรื่องราวอันทรงคุณค่าของพระราชวังบางปะอินเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือความร่มรื่นของภูมิทัศน์ ที่นี่พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับคุณ.
บทสรุป
การเดินทางมายัง "พระราชวังบางปะอิน" มิใช่เพียงแค่การเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง หากเป็นการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสอารยธรรม และดื่มด่ำกับความงดงามทางศิลปะที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ณ อัญมณีแห่งอยุธยาแห่งนี้. ตลอดระยะเวลาที่ก้าวเดินไปบนผืนดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือการค้นพบ ทุกสายตาคือการชื่นชมความวิจิตรบรรจง และทุกลมหายใจคือการสูดรับกลิ่นอายของอดีตอันรุ่งโรจน์ที่ยังคงอบอวลอยู่.
จากเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ผู้ทรงสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเป็นที่ประทับคลายร้อน สู่ช่วงเวลาที่ถูกทิ้งร้างอย่างอ้างว้าง และการฟื้นคืนชีพอย่างงดงามในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเนรมิตให้พระราชวังบางปะอินเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งไทย จีน และตะวันตก สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอก แต่ยังคงรักษารากเหง้าแห่งความเป็นไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ.
คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความโดดเด่นของ "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์" พลับพลาทรงไทยกลางสระน้ำที่งดงามราวภาพวาด เสมือนดวงแก้วมณีที่สะท้อนแสงแห่งสยาม หรือดำดิ่งสู่โลกตะวันออก ณ "พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ" ที่เผยให้เห็นถึงความสง่างามของศิลปะจีนอันเก่าแก่ และไม่พลาดที่จะสำรวจ "พระที่นั่งวโรภาษพิมาน" ที่แสดงถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์กรีกคอรินเทียนอย่างชัดเจน การได้ปีนขึ้นสู่ "หอวิฑูรทัศนา" เพื่อชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของพระราชวังและสายน้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน.
พระราชวังบางปะอินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่มีความงดงามทางกายภาพเท่านั้น หากแต่ยังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งประวัติศาสตร์ที่เล่าขานถึงช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรือง ความเปลี่ยนแปลง และความพยายามในการรักษาไว้ซึ่งมรดกอันล้ำค่าของชาติ การได้มาเยือนที่นี่จึงเป็นการเติมเต็มความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น และงดงามจนยากจะหาที่ใดเปรียบ.
ขอเชิญชวนนักเดินทางทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือเพียงต้องการแสวงหาสถานที่อันเงียบสงบเพื่อผ่อนคลายจิตใจ ให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่าที่พระราชวังบางปะอินแห่งนี้สักครั้งในชีวิต เตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจ แต่งกายให้สุภาพ และเปิดใจรับเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ที่รอคุณอยู่. เพราะบางปะอินไม่ใช่แค่พระราชวัง แต่คือบทกวีแห่งอดีตที่ยังคงบรรเลงความงดงามให้เราได้ชื่นชมอย่างไม่รู้เบื่อ. การผจญภัยในมิติแห่งความงามเหนือกาลเวลานี้ จะเป็นความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในใจคุณไปตลอดกาล ดุจดั่งแสงเรืองรองแห่งอัญมณีที่เปล่งประกายไม่รู้ดับ.
.
----------------------
ที่มาข้อมูล

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
20241214 พระราชวังบางปะอิน บางปะอิน อยุธยา
https://photos.app.goo.gl/8hcZsiKyxRNtDggq6
-----------------------








