rs101-03 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Spectrum) หัวใจของ Remote Sensing
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Spectrum) หัวใจของ Remote Sensing เพราะ Remote Sensing ไม่ได้มองโลกด้วย “สี” เพียงอย่างเดียว แต่รับรู้โลกผ่านพลังงานในหลายช่วงคลื่น
หนึ่งในแนวคิดที่สำคัญที่สุดของการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing) คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Radiation) เพราะ Sensor บนดาวเทียม เครื่องบิน หรือโดรนไม่ได้รับรู้วัตถุในแบบเดียวกับสายตามนุษย์ แต่ตรวจวัดพลังงานที่วัตถุสะท้อน ดูดกลืน แผ่ออก หรือกระเจิงกลับมาในช่วงความยาวคลื่นต่าง ๆ
หากเราเข้าใจ Electromagnetic Spectrum เราจะเริ่มตอบคำถามได้ว่า ทำไมพืชพรรณจึงมองเห็นเด่นชัดใน Near Infrared ทำไมน้ำจึงมืดในบาง Band เหตุใด Thermal Infrared จึงใช้ศึกษาความร้อน และทำไม Radar จึงสามารถทำงานผ่านเมฆได้ดีกว่าภาพ Optical ในหลายสถานการณ์
ดังนั้น Electromagnetic Spectrum จึงเปรียบเสมือน “ภาษาของ Remote Sensing” เพราะข้อมูลทุก Pixel ที่เราเห็นในภาพดาวเทียม ล้วนมีต้นกำเนิดจากการตรวจวัดพลังงานในช่วงคลื่นบางช่วงของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคืออะไร
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่สามารถเดินทางผ่านอวกาศได้ ประกอบด้วยสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่สั่นตั้งฉากกันและเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีคุณสมบัติพื้นฐานสองอย่างที่ควรรู้ ได้แก่
Wavelength (λ) — ความยาวคลื่น
และ
Frequency (f) — ความถี่
ความสัมพันธ์พื้นฐานคือ
c = λf
โดยที่
c คือความเร็วแสง
λ คือความยาวคลื่น
f คือความถี่
เมื่อความยาวคลื่นมากขึ้น ความถี่จะลดลง และเมื่อความยาวคลื่นสั้นลง ความถี่จะเพิ่มขึ้น
หลักการนี้ทำให้ Electromagnetic Spectrum สามารถจัดเรียงพลังงานตั้งแต่ช่วงคลื่นสั้นมากไปจนถึงช่วงคลื่นยาวมากได้
Electromagnetic Spectrum มีอะไรบ้าง
Electromagnetic Spectrum ประกอบด้วยช่วงคลื่นต่าง ๆ เช่น
Gamma Ray
X-ray
Ultraviolet
Visible Light
Infrared
Microwave
และ
Radio Wave
แต่สำหรับงาน Remote Sensing ที่ใช้ศึกษาพื้นผิวโลก เรามักสนใจช่วงสำคัญ ได้แก่
Visible
Near Infrared (NIR)
Shortwave Infrared (SWIR)
Thermal Infrared (TIR)
และ
Microwave
แต่ละช่วงคลื่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวโลกในคนละมิติ
Visible Light: ช่วงคลื่นที่สายตามนุษย์มองเห็น
ช่วง Visible Light โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 400–700 นาโนเมตร
แบ่งออกได้เป็นสีหลัก เช่น
Blue
Green
Red
นี่คือช่วงคลื่นที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ตาของเราสามารถรับรู้ได้
Sensor บนดาวเทียมจำนวนมากมี Band ในช่วง Blue, Green และ Red เพื่อสร้างภาพแบบ True Color
กระบวนการคือ
Red Band → Red
Green Band → Green
Blue Band → Blue
ทำให้ภาพที่ได้มีสีใกล้เคียงสิ่งที่ตามนุษย์มองเห็น
แต่ Remote Sensing จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อ Sensor สามารถมองออกไปนอกช่วง Visible
Blue Band มองเห็นอะไร
Blue Band มีความยาวคลื่นสั้นกว่าสีอื่นใน Visible Spectrum
มักใช้ช่วยวิเคราะห์
-
น้ำตื้นในบางกรณี
-
Coastal Water
-
Atmospheric Scattering
-
Haze
-
ลักษณะพื้นผิวบางประเภท
อย่างไรก็ตาม Blue Light กระเจิงในชั้นบรรยากาศได้มาก จึงได้รับผลจาก Haze และ Atmosphere ค่อนข้างสูง
นี่เป็นเหตุผลที่ภาพบางประเภทต้องผ่าน Atmospheric Correction ก่อนนำไปวิเคราะห์เชิงปริมาณ
Green Band มองเห็นอะไร
Green Band คือช่วงที่พืชสะท้อนพลังงานบางส่วนกลับมา ทำให้พืชมีสีเขียวในสายตามนุษย์
Green Band สามารถนำไปใช้ในงาน เช่น
-
Vegetation Analysis
-
Water Detection
-
Water Indices บางชนิด
-
True Color Visualization
ดัชนีอย่าง NDWI ในสูตรที่นิยมรูปแบบหนึ่งใช้ Green และ Near Infrared เพื่อช่วยแยกแหล่งน้ำ
Red Band สำคัญอย่างไร
Red Band มีบทบาทมากกับการศึกษาพืชพรรณ เพราะ Chlorophyll ในใบพืชดูดกลืนพลังงานช่วง Red สูงเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง
พืชที่สมบูรณ์จึงมักสะท้อน Red ต่ำเมื่อเทียบกับ Near Infrared
ความแตกต่างนี้ถูกนำมาใช้ในดัชนีที่รู้จักกันดีที่สุดของ Remote Sensing คือ
NDVI
สูตรคือ
NDVI = (NIR − Red) / (NIR + Red)
Red จึงเป็น Band ที่สำคัญมากสำหรับงานด้าน
Vegetation
Agriculture
Forestry
และ
Environmental Monitoring
Near Infrared (NIR): ช่วงคลื่นสำคัญของพืชพรรณ
Near Infrared หรือ NIR อยู่ถัดจากช่วง Visible Red ออกไป โดยทั่วไปประมาณ 0.7–1.3 ไมโครเมตร ในการอธิบายพื้นฐาน
สายตามนุษย์มองไม่เห็น NIR แต่พืชที่สมบูรณ์มักสะท้อน NIR สูง เนื่องจากโครงสร้างภายในใบ
คุณสมบัตินี้ทำให้ NIR มีประโยชน์มากในการ
-
แยกพืชออกจากพื้นผิวอื่น
-
ประเมินความสมบูรณ์ของพืช
-
วิเคราะห์พื้นที่เกษตร
-
ตรวจสอบป่าไม้
-
ช่วยแยกน้ำออกจากพื้นดิน
ในภาพ False Color ที่นำ NIR ไปแสดงเป็นสีแดง พืชพรรณที่สมบูรณ์มักปรากฏเป็นสีแดงสด
นี่คือเหตุผลที่ False Color Composite ถูกใช้ในงาน Remote Sensing มายาวนาน
Red Edge: พื้นที่เปลี่ยนผ่านสำคัญของพืช
ระหว่าง Red กับ Near Infrared มีช่วงที่ Reflectance ของพืชเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เรียกว่า Red Edge
Red Edge มีความไวต่อสภาพทางชีวฟิสิกส์ของพืช และถูกใช้ใน Sensor บางชนิด เช่น Sentinel-2 ซึ่งมี Band เฉพาะบริเวณ Red Edge
ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับ
-
Crop Monitoring
-
Chlorophyll Estimation
-
Vegetation Stress
-
Precision Agriculture
Red Edge จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าการมี Spectral Band เพิ่มขึ้นสามารถช่วยให้เราเห็นรายละเอียดที่ True Color ไม่สามารถบอกได้
Shortwave Infrared (SWIR)
Shortwave Infrared หรือ SWIR อยู่ถัดจาก NIR ไปยังช่วงความยาวคลื่นที่ยาวขึ้น โดยทั่วไปในการใช้งาน Remote Sensing มักครอบคลุมประมาณ 1.3–3 ไมโครเมตร แต่ช่วงที่ Sensor ใช้งานจริงจะแบ่งเป็น Band ตามการออกแบบของแต่ละระบบ
SWIR มีความไวต่อความชื้นของพื้นผิวและพืช และมีประโยชน์กับการจำแนกวัสดุบางประเภท
การประยุกต์ใช้งาน เช่น
-
Soil Moisture
-
Vegetation Moisture
-
Burned Area
-
Geological Mapping
-
Mineral and Alteration Mapping
-
Snow / Cloud Discrimination ในบางบริบท
SWIR มีบทบาทสำคัญมากใน Remote Sensing ทางธรณีวิทยา เพราะแร่บางประเภทมี Absorption Features ที่น่าสนใจในช่วงนี้
SWIR กับไฟป่า
พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้มักมีคุณสมบัติทาง Spectral แตกต่างจากพืชที่ยังสมบูรณ์
ดัชนีที่นิยมใช้คือ
Normalized Burn Ratio (NBR)
โดยใช้ NIR และ SWIR
แนวคิดคือพืชสมบูรณ์มี NIR สูง ส่วนพื้นที่ถูกไฟไหม้มักมีการเปลี่ยนแปลงของ SWIR และ NIR อย่างเด่นชัด
จึงสามารถใช้เปรียบเทียบภาพ
Before Fire → After Fire
เพื่อช่วยประเมิน Burn Severity
Thermal Infrared: โลกในมุมของความร้อน
Thermal Infrared หรือ TIR แตกต่างจาก Visible, NIR และ SWIR ในประเด็นสำคัญ คือ Sensor Thermal สนใจพลังงานที่พื้นผิวโลก แผ่ออกมา
ไม่ใช่เพียงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับ
พื้นผิวที่มีอุณหภูมิและคุณสมบัติการแผ่รังสีแตกต่างกันจะให้สัญญาณ Thermal แตกต่างกัน
ข้อมูล Thermal สามารถใช้ในการศึกษา
-
Land Surface Temperature
-
Urban Heat Island
-
Wildfire
-
Volcanic Activity
-
Surface Thermal Pattern
-
Water Temperature ในบางกรณี
เมื่อเราดู Thermal Image จึงไม่ได้กำลังดู “สีจริง” ของพื้นที่ แต่ดูการแสดงค่าพลังงานความร้อนที่ Sensor ตรวจวัด
Land Surface Temperature ไม่เท่ากับอุณหภูมิอากาศ
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ Land Surface Temperature (LST) ไม่ใช่ Air Temperature โดยตรง
LST คืออุณหภูมิของพื้นผิว เช่น หลังคา ถนน ดิน หรือพืชพรรณ
ขณะที่อุณหภูมิอากาศวัดจากอากาศในเงื่อนไขมาตรฐานของสถานีอุตุนิยมวิทยา
ดังนั้นพื้นที่ Asphalt อาจมี LST สูงมากในช่วงกลางวัน แม้อุณหภูมิอากาศไม่ได้สูงในระดับเดียวกัน
การแปลความหมาย Thermal Remote Sensing จึงต้องเข้าใจความแตกต่างนี้อย่างชัดเจน
Microwave: เมื่อ Remote Sensing ไม่ต้องพึ่งแสงอาทิตย์
Microwave มีความยาวคลื่นยาวกว่า Infrared มาก
ระบบ Radar เช่น Synthetic Aperture Radar (SAR) ใช้ Microwave เป็นพลังงานหลัก
Radar เป็น Active Remote Sensing
หลักการคือ
Sensor ส่ง Microwave → พลังงานกระทบพื้นผิว → เกิด Backscatter → Sensor รับสัญญาณกลับ
ข้อดีสำคัญคือ
-
ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
-
ไม่ต้องพึ่งแสงอาทิตย์
-
Microwave บางช่วงสามารถผ่านเมฆได้ดี
-
สามารถตอบสนองต่อ Roughness, Moisture และ Geometry ของพื้นผิว
จึงมีประโยชน์มากกับงาน
Flood Mapping
Forest Structure
Soil Moisture
Sea Ice
Ground Deformation
และการศึกษาพื้นผิวอีกหลายประเภท
Radar ไม่ได้มองเหมือน Optical
นี่เป็นสิ่งที่ผู้เริ่มต้นต้องเข้าใจ
Optical Sensor ตรวจวัดพลังงานสะท้อนในช่วง Visible / Infrared
Radar ตรวจวัด Backscatter ของ Microwave
ดังนั้นภาพ Radar ไม่ควรถูกตีความเหมือนภาพถ่ายธรรมดา
พื้นที่ที่มืดใน Radar ไม่ได้หมายความว่าเป็น “สีดำจริง”
แต่หมายถึงสัญญาณที่กลับมายัง Sensor ต่ำในเงื่อนไขการตรวจวัดนั้น
ตัวอย่างเช่น พื้นผิวน้ำที่เรียบมักสะท้อน Microwave ออกไปด้านอื่น ทำให้ Backscatter กลับมายัง Sensor ต่ำและอาจปรากฏมืด
ทำไม Radar จึงเหมาะกับน้ำท่วม
เมื่อเกิดน้ำท่วม มักมีเมฆและฝน ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับ Optical Satellite
SAR จึงมีประโยชน์ เพราะสามารถเก็บข้อมูลได้แม้ในช่วงที่เมฆปกคลุม
Workflow สามารถเป็น
SAR Before Flood
SAR During Flood
↓
Change Detection
↓
Flood Extent
แต่ต้องระวังว่าพื้นผิวเรียบอื่น เช่น ถนนหรือสนามบินบางชนิด ก็อาจให้ Backscatter ต่ำเช่นกัน
จึงควรใช้ DEM, Land Cover และข้อมูลอ้างอิงร่วมในการตีความ
Atmospheric Window: ทำไม Sensor ไม่ใช้ทุกช่วงคลื่น
ชั้นบรรยากาศดูดกลืนพลังงานบางช่วงมาก ทำให้ Sensor ที่อยู่บนดาวเทียมไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวได้ดีในทุก Wavelength
ช่วงที่พลังงานสามารถผ่านบรรยากาศได้ดีเรียกว่า
Atmospheric Window
Sensor Earth Observation จึงมักถูกออกแบบให้ใช้ Band ในช่วงที่
-
บรรยากาศยอมให้พลังงานผ่านได้พอสมควร
-
วัตถุเป้าหมายมี Spectral Feature ที่มีประโยชน์
การออกแบบ Satellite Band จึงไม่ใช่การเลือกช่วงคลื่นแบบสุ่ม แต่เชื่อมโยงกับฟิสิกส์ของ Atmosphere และเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ของภารกิจ
การกระเจิงของแสงในบรรยากาศ
เมื่อพลังงานเดินทางผ่านบรรยากาศ อนุภาคและโมเลกุลสามารถทำให้เกิด Scattering
ตัวอย่างหนึ่งคือ Rayleigh Scattering ซึ่งมีผลต่อความยาวคลื่นสั้นมากกว่า ทำให้ Blue Light กระเจิงมากกว่า Red
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ท้องฟ้ามองเห็นเป็นสีฟ้า
ใน Remote Sensing การกระเจิงทำให้ค่าที่ Sensor ตรวจได้มีองค์ประกอบจาก Atmosphere เพิ่มเข้ามา
ดังนั้น Atmospheric Correction จึงมีความสำคัญสำหรับงานเชิงปริมาณบางประเภท
Absorption ในบรรยากาศ
ก๊าซในบรรยากาศ เช่น
Water Vapor
Ozone
Carbon Dioxide
สามารถดูดกลืนพลังงานในบางช่วงคลื่น
Absorption Bands เหล่านี้เป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ Sensor สำรวจพื้นผิวโลกหลีกเลี่ยงบางช่วงของ Spectrum
แต่ในบางภารกิจ การดูดกลืนของก๊าซเองกลับเป็นสิ่งที่ต้องการวัด เช่น ดาวเทียมที่ศึกษาบรรยากาศและก๊าซเรือนกระจก
ดังนั้นคำว่า “ช่วงคลื่นที่ดี” ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการตรวจวัดอะไร
Spectral Band คือหน้าต่างเล็ก ๆ ใน Spectrum
Sensor ส่วนใหญ่ไม่ได้วัด Spectrum ทุก Wavelength ต่อเนื่อง แต่แบ่งออกเป็น Band
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
Band 1 — Blue
Band 2 — Green
Band 3 — Red
Band 4 — NIR
แต่เลข Band จริงขึ้นอยู่กับดาวเทียมแต่ละระบบ
ดังนั้นจึงไม่ควรจำว่า
“Band 4 คือ NIR เสมอ”
เพราะใน Landsat, Sentinel หรือ Sensor อื่น เลข Band อาจแตกต่างกัน
วิธีที่ถูกต้องคือดู Sensor Specification เสมอ
Multispectral Remote Sensing
Multispectral Sensor บันทึกพลังงานใน Band หลายช่วงที่เลือกไว้
ตัวอย่างเช่น Sentinel-2 มีหลาย Band ครอบคลุม Visible, Red Edge, NIR และ SWIR
ข้อมูล Multispectral เหมาะกับงาน
-
Land Cover
-
Agriculture
-
Forestry
-
Water
-
Geology
-
Disaster Monitoring
ข้อดีคือข้อมูลหลาย Band ช่วยให้เราวิเคราะห์วัตถุได้มากกว่าภาพ RGB อย่างเดียว
Hyperspectral Remote Sensing
Hyperspectral Sensor มี Band จำนวนมากและ Band แคบกว่าระบบ Multispectral ทั่วไป
ทำให้สามารถสร้าง Spectral Curve ที่ละเอียดขึ้น
เหมาะกับงาน
Mineral Identification
Vegetation Species
Soil Properties
Material Detection
แต่ข้อมูล Hyperspectral มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนสูง
จึงมักต้องใช้
Dimensionality Reduction
Machine Learning
และ
Spectral Library
ช่วยในการวิเคราะห์
Panchromatic Imagery
Panchromatic Sensor บันทึกพลังงานในช่วงคลื่นกว้างรวมกันเป็น Band เดียว
ภาพมักแสดงเป็น Grayscale
ข้อดีคือ Sensor บางระบบสามารถให้ Spatial Resolution สูงกว่า Multispectral Bands
จึงเกิดเทคนิคที่เรียกว่า
Pan-sharpening
ซึ่งนำความละเอียดเชิงพื้นที่ของ Panchromatic มารวมกับข้อมูลสีจาก Multispectral
เพื่อสร้างภาพสีที่มีรายละเอียดสูงขึ้น
ทำไม Band Combination จึงสำคัญ
ภาพ Multispectral สามารถเลือก Band 3 ชุดมาแสดงในช่อง
Red + Green + Blue
ได้หลายแบบ
หากเลือก Visible Bands เราได้ True Color
หากนำ NIR หรือ SWIR มาแสดง เราได้ False Color
Band Combination ต่างกันทำให้ Feature ต่างชนิดโดดเด่นขึ้น
ตัวอย่างเช่น
NIR → Red Channel
สามารถทำให้พืชพรรณเด่น
ส่วน SWIR Combination อาจช่วยแยกความชื้นหรือพื้นที่ไฟไหม้ได้ดีขึ้น
ดังนั้นภาพดาวเทียมหนึ่งชุดสามารถสร้าง Visualization ได้หลายแบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนข้อมูลต้นฉบับ
False Color ไม่ใช่ภาพปลอม
คำว่า False Color มักทำให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจผิด
False Color ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลผิดหรือถูกสร้างขึ้น
แต่หมายถึงการนำ Wavelength ที่สายตามองไม่เห็น เช่น NIR ไปแทนด้วยสีที่ตามองเห็น เช่น Red
นี่เป็นวิธีทำให้มนุษย์สามารถตีความข้อมูลนอก Visible Spectrum ได้
ดังนั้น False Color จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดของ Image Interpretation
Spectral Resolution คืออะไร
Spectral Resolution หมายถึงความสามารถของ Sensor ในการแยกช่วงคลื่น
Sensor ที่มี Band กว้างและมี Band จำนวนน้อยจะมีรายละเอียดด้าน Spectral ต่ำกว่า Sensor ที่มี Band แคบและจำนวนมาก
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
RGB Camera
มีเพียงไม่กี่ Band
Multispectral
มีหลาย Band
Hyperspectral
มี Band จำนวนมากและต่อเนื่องกว่า
แต่ Spectral Resolution สูงไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าสำหรับทุกงาน เพราะต้องแลกกับ Data Volume, Processing Complexity และปัจจัยด้าน Sensor Design
Spatial, Spectral, Temporal และ Radiometric Resolution ต้องสมดุลกัน
ข้อมูล Remote Sensing ไม่ได้มีเพียง Spectral Resolution
ยังต้องพิจารณา
Spatial Resolution
Pixel เล็กแค่ไหน
Spectral Resolution
แยก Wavelength ได้ละเอียดแค่ไหน
Temporal Resolution
กลับมาสังเกตพื้นที่บ่อยแค่ไหน
Radiometric Resolution
แยกระดับสัญญาณได้ละเอียดแค่ไหน
Satellite Mission ต้องออกแบบสมดุลระหว่างสิ่งเหล่านี้
จึงไม่มี Sensor ที่ดีที่สุดสำหรับทุกวัตถุประสงค์
เลือกช่วงคลื่นอย่างไรให้เหมาะกับงาน
หลักสำคัญคือเริ่มจากคำถาม
“ต้องการมองอะไร?”
ถ้าศึกษาพืชพรรณ
ควรมอง
Red + NIR + Red Edge
ถ้าศึกษาความชื้น
อาจให้ความสำคัญกับ
NIR + SWIR
ถ้าศึกษาความร้อน
ใช้
Thermal Infrared
ถ้าต้องติดตามน้ำท่วมท่ามกลางเมฆ
พิจารณา
Microwave / SAR
ถ้าศึกษาแร่บางประเภท
อาจใช้
SWIR หรือ Hyperspectral
นี่คือเหตุผลที่ความเข้าใจ Spectrum สำคัญกว่าการจำชื่อดาวเทียม
Spectral Indices: ดึงข้อมูลจากความแตกต่างของ Band
เมื่อรู้ว่าแต่ละ Band ตอบสนองต่อวัตถุต่างกัน เราสามารถนำ Band มาคำนวณร่วมกัน
ตัวอย่าง
NDVI
ใช้
NIR + Red
เพื่อช่วยวิเคราะห์พืชพรรณ
NDWI
มีหลายสูตรตามวัตถุประสงค์ โดยสูตรหนึ่งที่นิยมสำหรับน้ำใช้
Green + NIR
NDBI
นิยมใช้
SWIR + NIR
เพื่อช่วยวิเคราะห์พื้นที่ Built-up ในบางบริบท
NBR
ใช้
NIR + SWIR
เพื่อช่วยวิเคราะห์พื้นที่ไฟไหม้
Spectral Index จึงเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน
Energy Measurement
ให้เป็น
Derived Information
Spectral Signature เกิดจากอะไร
วัตถุแต่ละชนิดมีรูปแบบ
Reflection + Absorption + Transmission
แตกต่างกันตาม Wavelength
หากเราวัด Reflectance ของวัตถุในหลาย Wavelength แล้ว Plot เป็นกราฟ เราจะได้
Spectral Reflectance Curve
ลักษณะของ Curve สามารถใช้เป็น Spectral Signature ของวัสดุ
ตัวอย่างเช่น
Vegetation
สะท้อน NIR สูง
Water
มี Reflectance ต่ำมากใน NIR และ SWIR โดยทั่วไป
Dry Soil
มี Pattern ต่างจาก Wet Soil
Minerals
บางชนิดมี Absorption Features เฉพาะ
นี่คือเหตุผลทางฟิสิกส์ที่ Remote Sensing สามารถจำแนกวัตถุได้
Spectral Library
เมื่อนักวิจัยวัด Spectral Signature ของวัสดุชนิดต่าง ๆ แล้วรวบรวมเป็นฐานข้อมูล เราเรียกว่า
Spectral Library
ภายในอาจมีข้อมูลของ
-
Minerals
-
Rocks
-
Vegetation
-
Soil
-
Man-made Materials
Spectral Library มีประโยชน์มากกับ Hyperspectral Analysis และ Material Identification
เพราะสามารถนำ Spectra จากภาพไปเปรียบเทียบกับ Spectra ที่ทราบชนิดแล้ว
Spectral Mixing
Pixel หนึ่งจุดไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุชนิดเดียว
หาก Pixel ขนาด 30 เมตรครอบคลุม
Tree + Soil + Road
ค่าที่ Sensor ตรวจได้จะเป็นผลรวมของพลังงานจากหลายวัสดุ
เรียกว่า Mixed Pixel
นี่เป็นปัญหาสำคัญเมื่อ Spatial Resolution ไม่ละเอียดพอสำหรับวัตถุที่ต้องการศึกษา
จึงมีเทคนิคอย่าง
Spectral Unmixing
เพื่อประมาณสัดส่วนของวัสดุภายใน Pixel ในบางงาน
ตัวอย่างที่ 1: วิเคราะห์พืชพรรณ
สมมติเราต้องการตรวจสุขภาพพืช
พืชสมบูรณ์มัก
ดูดกลืน Red สูง
และ
สะท้อน NIR สูง
จึงใช้
NDVI
เพื่อช่วยเพิ่ม Contrast ระหว่างพืชกับพื้นผิวอื่น
นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้ความรู้ Electromagnetic Spectrum แก้ปัญหาจริง
ตัวอย่างที่ 2: ตรวจพื้นที่น้ำ
น้ำโดยทั่วไปมีการสะท้อน NIR ต่ำ
จึงสามารถใช้ Green และ NIR เพื่อช่วยสร้าง Water Index
นอกจากนี้ SAR ยังสามารถใช้ตรวจพื้นที่น้ำในหลายกรณี โดยอาศัย Backscatter ต่ำของผิวน้ำเรียบ
ดังนั้นปัญหาเดียวกัน
“น้ำอยู่ที่ไหน?”
สามารถใช้ Wavelength ต่างกันตอบได้
Optical
หรือ
Microwave
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ตัวอย่างที่ 3: Urban Heat Island
เมืองมีพื้นผิว เช่น Asphalt, Concrete และ Roof ซึ่งสามารถสะสมและปล่อยความร้อนได้แตกต่างจากพื้นที่พืช
Thermal Infrared สามารถใช้ประมาณ Land Surface Temperature
จากนั้น Overlay กับ
Land Cover + NDVI + Building
ใน GIS
เพื่อวิเคราะห์ Urban Heat Island
นี่เป็นตัวอย่างของ
Thermal Remote Sensing + GIS
ตัวอย่างที่ 4: Geological Remote Sensing
ในงานธรณีวิทยา Multispectral และ Hyperspectral Data สามารถช่วยวิเคราะห์
-
Rock / Soil Surface
-
Alteration Minerals
-
Iron Oxides
-
Clay Minerals
-
Structural Features
โดยใช้ Visible, NIR และ SWIR
แต่นักธรณีวิทยาต้องระวังเรื่อง
Vegetation Cover
Soil
Weathering
และ
Mixed Pixel
เพราะดาวเทียมตรวจสิ่งที่ปรากฏบนพื้นผิว ไม่ได้มองเห็น Lithology ใต้ดินโดยตรงทุกกรณี
ตัวอย่างที่ 5: Radar กับการเปลี่ยนรูปพื้นดิน
Microwave Radar สามารถใช้เทคนิค Interferometric SAR หรือ InSAR เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระยะทางระหว่าง Sensor กับพื้นผิวจากความต่างของ Phase ในข้อมูลหลายช่วงเวลา
สามารถประยุกต์กับ
-
Subsidence
-
Volcano Deformation
-
Earthquake Deformation
-
Infrastructure Movement
ในระดับความละเอียดที่เหมาะสมกับข้อมูลและเทคนิค
นี่แสดงให้เห็นว่า Microwave ไม่ได้เพียงสร้างภาพ แต่สามารถใช้ตรวจการเคลื่อนตัวของพื้นผิวได้ด้วย
Energy สูงไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับ Remote Sensing มากกว่า
Gamma Ray และ X-ray มีพลังงานสูงกว่า Visible หรือ Microwave
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับการสำรวจพื้นผิวโลกมากกว่า
การเลือก Wavelength ขึ้นอยู่กับ
Interaction with Target
Atmospheric Transmission
Sensor Technology
และ
Application
ดังนั้น Remote Sensing สนใจ “ช่วงพลังงานที่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์” มากกว่าการเลือกช่วงที่มีพลังงานสูงที่สุด
Remote Sensing คือการเลือกมองโลกผ่าน “หน้าต่าง” ที่เหมาะสม
ลองเปรียบ Sensor แต่ละ Band เป็นหน้าต่าง
Visible เป็นหน้าต่างที่ใกล้เคียงสายตามนุษย์
NIR เป็นหน้าต่างที่มองพืชได้ดี
SWIR เป็นหน้าต่างที่ช่วยมองความชื้นและวัสดุบางประเภท
Thermal เป็นหน้าต่างของพลังงานความร้อน
Microwave เป็นหน้าต่างที่ช่วยมองโลกได้แม้มีเมฆในหลายสถานการณ์
ไม่มีหน้าต่างบานเดียวที่เห็นทุกอย่าง
นัก Remote Sensing จึงต้องเลือกหน้าต่างให้ถูกกับสิ่งที่ต้องการศึกษา
จาก Spectrum สู่ Remote Sensing Workflow
สามารถสรุปกระบวนการได้ว่า
Electromagnetic Energy
↓
เลือก Wavelength
↓
Sensor Band
↓
Energy Interaction with Target
↓
Measurement
↓
Digital Data
↓
Image / Index / Classification
↓
GIS Analysis
↓
Information
↓
Decision
นี่คือเหตุผลที่ Electromagnetic Spectrum ถูกเรียกว่า หัวใจของ Remote Sensing
เพราะหากไม่เข้าใจว่า Sensor วัดพลังงานช่วงใด เราก็ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริงว่าค่า Pixel หมายถึงอะไร
สิ่งที่ควรจำจาก RS101-03
หากต้องจำเพียง 5 เรื่อง ให้จำดังนี้
1. Remote Sensing ตรวจวัดพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า
ไม่ใช่ “สี” เพียงอย่างเดียว
2. Wavelength ต่างกันมองโลกต่างกัน
Visible, NIR, SWIR, Thermal และ Microwave ให้ข้อมูลต่างกัน
3. วัตถุมี Spectral Response แตกต่างกัน
จึงสามารถจำแนกน้ำ พืช ดิน หิน และเมืองได้
4. Sensor ไม่ได้ใช้ทุก Wavelength
แต่เลือก Band ที่เหมาะกับ Atmosphere และเป้าหมาย
5. เลือก Band จากคำถาม ไม่ใช่เลือกจากความคุ้นเคย
นี่เป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์ Remote Sensing ที่ถูกต้อง
สรุป RS101-03
Electromagnetic Spectrum เป็นพื้นฐานทางฟิสิกส์ของ Remote Sensing เพราะ Sensor ทุกชนิดกำลังตรวจวัดพลังงานในช่วงคลื่นบางส่วนของ Spectrum
ช่วง
Visible
ช่วยสร้างภาพใกล้เคียงสิ่งที่ตามองเห็น
Near Infrared
มีบทบาทสำคัญกับพืชพรรณ
Shortwave Infrared
มีประโยชน์กับความชื้น ไฟไหม้ และวัสดุบางประเภท
Thermal Infrared
ช่วยศึกษาพลังงานความร้อนของพื้นผิว
และ
Microwave
เป็นพื้นฐานของ Radar Remote Sensing ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนและมีข้อได้เปรียบในสภาพเมฆมาก
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การจำตัวเลขความยาวคลื่นทั้งหมด แต่คือการเข้าใจหลักว่า
วัตถุแต่ละชนิดมีปฏิสัมพันธ์กับพลังงานในแต่ละ Wavelength แตกต่างกัน
Sensor ตรวจจับความแตกต่างนั้น
ข้อมูลถูกเปลี่ยนเป็น Pixel
และนัก Remote Sensing ใช้ Pattern เหล่านั้นในการแปลความหมายโลก
ดังนั้นทุกครั้งก่อนเลือก Band ควรถามว่า
“สิ่งที่เราต้องการศึกษามีพฤติกรรมอย่างไรใน Electromagnetic Spectrum?”
เมื่อเราตอบคำถามนี้ได้ การเลือก Sensor, Band Combination, Spectral Index และวิธีวิเคราะห์จะมีเหตุผลมากขึ้น
#RS101 #RemoteSensing #ElectromagneticSpectrum #ElectromagneticRadiation #Wavelength #VisibleLight #NearInfrared #NIR #SWIR #ThermalInfrared #Microwave #Radar #SAR #SpectralBand #SpectralSignature #EarthObservation #SatelliteImagery #GIS #Geoinformatics #GeoAI
.
----------------------
ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS)
การรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing, (RS))
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, (AI))
Geospatial Artificial Intelligence, (GeoAI)
----------------------
