iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

เทือกเขาหิมาลัย (himalayas) กับเทือกเขาคาราโคลัม (Karakoram)

เทือกเขาหิมาลัย (himalayas) กับเทือกเขาคาราโคลัม (Karakoram) กำเนิดมหาเทือกเขาจากการชนกันของสองทวีป กำเนิดทางธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

ความสัมพันธ์ระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัม (Karakoram) สองมหาเทือกเขาที่ถือกำเนิดจากพลังการชนกันของทวีป เมื่อกล่าวถึงภูเขาที่สูงที่สุดของโลก คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเทือกเขาหิมาลัย (Himalaya) ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขาเอเวอเรสต์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริเวณตอนเหนือของอนุทวีปอินเดีย ยังมีอีกหนึ่งมหาเทือกเขาที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาไม่แพ้กัน นั่นคือ เทือกเขาคาราโครัม (Karakoram) ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขา K2 ยอดเขาสูงเป็นอันดับสองของโลก รวมทั้งธารน้ำแข็งขนาดมหึมาหลายแห่ง 

แม้ว่าหิมาลัยและคาราโครัม จะเป็นคนละระบบเทือกเขา แต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านกำเนิดทางธรณีวิทยา โครงสร้างเปลือกโลก และวิวัฒนาการของภูมิประเทศ จนสามารถกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูเขาที่เกิดจากเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

ตำแหน่งที่ตั้งของเทือกเขาทั้งสอง

เทือกเขาหิมาลัยทอดตัวยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร จากปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน ไปจนถึงจีน (ทิเบต) ส่วนเทือกเขาคาราโครัมตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหิมาลัย ครอบคลุมพื้นที่บริเวณ ลาดักห์ (Ladakh) ประเทศอินเดีย, กิลกิต-บัลติสถาน (Gilgit-Baltistan) ประเทศปากีสถาน และเขตซินเจียง (Xinjiang) ประเทศจีน 

จุดบรรจบของเทือกเขาหิมาลัย คาราโครัม ฮินดูกูช และปามีร์ ถือเป็นบริเวณที่ซับซ้อนทางธรณีวิทยามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

จุดกำเนิดร่วมกันจากการชนกันของทวีป 

เมื่อประมาณ 130–120 ล้านปีก่อน แผ่นเปลือกโลกอินเดีย (Indian Plate) แยกตัวออกจากมหาทวีปกอนด์วานา และเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ ระหว่างแผ่นอินเดียและทวีปเอเชียในขณะนั้น มีมหาสมุทรโบราณชื่อว่า เททิส (Tethys Ocean) ต่อมาเมื่อประมาณ 55–50 ล้านปีก่อน แผ่นอินเดียได้ชนเข้ากับแผ่นยูเรเซีย (Eurasian Plate) ทำให้มหาสมุทรเททิสปิดตัวลง แรงอัดมหาศาลจากการชนกันนี้เป็นต้นกำเนิดของ เทือกเขาหิมาลัยเทือกเขาคาราโครัม, เทือกเขาฮินดูกูช, เทือกเขาปามีร์ และที่ราบสูงทิเบต กล่าวได้ว่า หิมาลัยและคาราโครัมเป็น "พี่น้องทางธรณีวิทยา" ที่ถือกำเนิดจากเหตุการณ์เดียวกัน

ความแตกต่างของหิมาลัยและคาราโครัม

แม้ว่าจะเกิดจากการชนกันของทวีปเหมือนกัน แต่หิมาลัยและคาราโครัม ต่างมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่แตกต่างจากหลายประการ ได้แก่

- เทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วย หินตะกอนทะเลโบราณ, หินแปร, หินปูนที่มีซากฟอสซิลทะเล แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เคยเป็นพื้นมหาสมุทรเททิสในอดีต

- เทือกเขาคาราโครัม ประกอบด้วย หินแกรนิตขนาดมหึมา, หินอัคนีแทรกซอน และหินแปรระดับลึก โดยเฉพาะแนว Karakoram Batholith ซึ่งเป็นมวลหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่เกิดจากแมกมาภายในเปลือกโลก ทำให้คาราโครัมมีภูมิประเทศที่แข็งแรงและชันกว่าหิมาลัยหลายส่วน

ความแตกต่างของยอดเขา

เทือกเขาหิมาลัย มี Everest (8,849 เมตร), Kangchenjunga, Lhotse และ Makalu

เทือกเขาคาราโครัม มี K2 (8,611 เมตร), Broad Peak, Gasherbrum I, Gasherbrum II

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Everest จะสูงที่สุดในโลก แต่ K2 ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดเขาที่ปีนยากและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากความชันและสภาพอากาศที่รุนแรงกว่า

คาราโครัม อาณาจักรแห่งธารน้ำแข็ง

ความแตกต่างสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ คาราโครัมมีความหนาแน่นของธารน้ำแข็งสูงที่สุดในโลกนอกเขตขั้วโลก ธารน้ำแข็งสำคัญ ได้แก่ Baltoro Glacier, Siachen Glacier, Biafo Glacier, Hispar Glacier และ Godwin-Austen Glacier 

ในขณะที่หิมาลัย มีธารน้ำแข็งจำนวนมากเช่นกัน แต่โดยรวมแล้วคาราโครัม มีปริมาณน้ำแข็งสะสมมากกว่าในหลายพื้นที่ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Karakoram Anomaly ซึ่งหมายถึงการที่ธารน้ำแข็งหลายแห่งในคาราโครัมยังคงมีเสถียรภาพ หรือบางแห่งขยายตัวสวนทางกับแนวโน้มการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลก

แหล่งกำเนิดแม่น้ำสำคัญของเอเชีย

ทั้งหิมาลัยและคาราโครัม เป็น "หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย" (Water Tower of Asia) เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่

- กลุ่มหิมาลัย กำเนิด แม่น้ำ Ganges, Brahmaputra, Yamuna และ Kosi

- กลุ่มคาราโครัม กำเนิด แม่น้ำ Indus, Shyok, Nubra และ Hunza

แม่น้ำเหล่านี้หล่อเลี้ยงประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคนในเอเชียใต้

ภูมิภาคลาดักห์ (Ladakh)

ความสัมพันธ์กับ ภูมิภาคลาดักห์ (Ladakh) เป็นพื้นที่ที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างหิมาลัยและคาราโครัมได้อย่างชัดเจนที่สุด ทางตอนใต้ของลาดักห์คือแนวหิมาลัย, ทางตอนเหนือคือแนวคาราโครัม และระหว่างกลางเป็นหุบเขาของแม่น้ำสินธุ (Indus River)

นักธรณีวิทยาสามารถศึกษาหลักฐานของ การชนกันของทวีป การปิดตัวของมหาสมุทรเททิส การยกตัวของเปลือกโลก การเกิดธารน้ำแข็ง ได้ในพื้นที่เดียวกัน จึงทำให้ลาดักห์เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการธรรมชาติทางธรณีวิทยาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เมื่อพูดถึงเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง "หิมาลัย" เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้วหลังคาโลกแห่งนี้ ประกอบไปด้วยกลุ่มเทือกเขาที่ซับซ้อน โดยมี เทือกเขาคาราโครัม (Karakoram) ตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้างกัน แม้ว่าเทือกเขาทั้งสองนี้มักจะถูกเหมารวม หรือเรียกสลับกัน แต่ในทางภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาแล้ว ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ทั้ง "เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น" และ "แตกต่างกันอย่างชัดเจน" ได้แก่

1. ต้นกำเนิดทางธรณีวิทยาที่ร่วมกัน (The Grand Collision)

ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สุดระหว่างหิมาลัยและคาราโครัม คือ การมี "ผู้ให้กำเนิด" เดียวกัน นั่นคือปรากฏการณ์การแปรสัณฐานของแผ่นธรณีภาค (Plate Tectonics)

- เหตุการณ์ตั้งต้น เมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน แผ่นทวีปอินเดียได้เคลื่อนที่ขึ้นไปทางเหนือและชนเข้ากับแผ่นทวีปยูเรเซียอย่างรุนแรง

- การยกตัวของแผ่นดิน แรงบีบอัดมหาศาลจากการชนกันครั้งนี้ ทำให้พื้นมหาสมุทรเททิส (Tethys Ocean) ที่เคยคั่นกลางถูกดันตัวขึ้นมา กลายเป็นแนวเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก ทั้งหิมาลัยและคาราโครัมจึงถือเป็นผลผลิตจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกชุดเดียวกัน

2. เส้นแบ่งพรมแดนทางภูมิศาสตร์

แม้จะเกิดจากเหตุการณ์เดียวกัน แต่เทือกเขาทั้งสองไม่ได้เป็นเส้นเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ทางภูมิศาสตร์ได้กำหนดเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองเทือกเขานี้ไว้อย่างชัดเจน

- แม่น้ำสินธุ (Indus River): หุบเขาแม่น้ำสินธุบริเวณภูมิภาคลาดักห์ (Ladakh) ทางตอนเหนือของอินเดีย ถือเป็นเส้นแบ่งเขตทางธรรมชาติที่สำคัญ ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศใต้คือจุดเริ่มต้นของหิมาลัย ส่วนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือคืออาณาเขตของคาราโครัม

- การวางตัว: หิมาลัยมีลักษณะการวางตัวโค้งเป็นรูปเคียว (Arc) ยาวเหยียดพาดผ่านหลายประเทศ (ภูฏาน เนปาล อินเดีย ปากีสถาน จีน) ในขณะที่คาราโครัมมีลักษณะเป็นกลุ่มเทือกเขาที่กระจุกตัวแน่นหนาและสั้นกว่า อยู่ในบริเวณรอยต่อของชายแดนปากีสถาน อินเดีย และจีน

3. ความแตกต่างทางธรณีสัณฐานและสภาพหิน

หากมองลึกลงไปถึงโครงสร้างของหิน จะพบว่าเทือกเขาทั้งสองมีลักษณะเฉพาะตัวที่สะท้อนประวัติศาสตร์การก่อตัวที่ต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียด

- โครงสร้างของคาราโครัม: ประกอบไปด้วยหินอัคนี (Igneous rocks) และหินแปร (Metamorphic rocks) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก ทำให้ยอดเขาในคาราโครัมมีลักษณะสูงชัน แหลมคม และเป็นหน้าผาหินที่ขรุขระ (เช่น ยอดเขา K2)

- โครงสร้างของหิมาลัย: แม้จะมีแกนกลางเป็นหินแข็งเช่นกัน แต่บริเวณยอดเขาหลายแห่ง (รวมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์) ยังคงมีชั้นหินตะกอนทางทะเล (Marine sedimentary rocks) ปกคลุมอยู่ ซึ่งเป็นร่องรอยของอดีตพื้นมหาสมุทรที่ถูกดันตัวขึ้นมา ลักษณะภูเขาจึงมีความลาดชันน้อยกว่าคาราโครัมในบางพื้นที่

4. สภาพภูมิอากาศและธารน้ำแข็ง

ตำแหน่งที่ตั้งทำให้เทือกเขาทั้งสองเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อภูมิทัศน์อย่างมหาศาล

- หิมาลัย (กำแพงกันมรสุม): ทำหน้าที่เป็นแนวกั้นความชื้นจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ฝั่งทางใต้ของหิมาลัยมีความชุ่มชื้นและมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์

- คาราโครัม (ดินแดนในเขตเงาฝน): เนื่องจากตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินและถูกหิมาลัยบังมรสุมไว้ คาราโครัมจึงมีสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่ามาก (Arid/Semi-arid) อย่างไรก็ตาม ที่นี่กลับได้รับหิมะตกหนักในช่วงฤดูหนาวจากกระแสลมตะวันตก (Westerlies)

- อาณาจักรแห่งธารน้ำแข็ง: ด้วยความสูงและละติจูดที่สูงกว่า คาราโครัมจึงเป็นพื้นที่ที่มีธารน้ำแข็งปกคลุมหนาแน่นที่สุดในโลกนอกเหนือจากเขตขั้วโลก (เช่น ธารน้ำแข็ง Siachen และ Baltoro)

เทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม เปรียบเสมือนพี่น้องที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก หิมาลัยอาจโดดเด่นด้วยยอดเขาที่สูงที่สุดอย่างเอเวอเรสต์และความกว้างใหญ่ไพศาล แต่คาราโครัมก็ทดแทนด้วยความดิบเถื่อน ยอดเขาที่แหลมคม และหุบเขาธารน้ำแข็งที่สลับซับซ้อน พื้นที่รอยต่อระหว่างเทือกเขาทั้งสองแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่มีความสำคัญและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลกทางธรณีวิทยาครับ

เทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัม เป็นผลผลิตจากเหตุการณ์เดียวกัน คือการชนกันระหว่างแผ่นอินเดียและแผ่นยูเรเซียเมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน แม้จะมีอายุและต้นกำเนิดร่วมกัน แต่ทั้งสองมีลักษณะทางธรณีวิทยาแตกต่างกันอย่างชัดเจน หิมาลัยโดดเด่นด้วยชั้นหินตะกอนและยอดเขาสูงที่สุดของโลก ส่วนคาราโครัมโดดเด่นด้วยภูเขาหินแกรนิตขนาดมหึมา ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ และยอดเขาที่ท้าทายที่สุดสำหรับนักปีนเขา ทั้งสองระบบภูเขาจึงเป็นส่วนสำคัญของวิวัฒนาการเปลือกโลก และเป็นแหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาลในทวีปเอเชียมาจนถึงปัจจุบัน

#Himalaya #Karakoram #Geology #PlateTectonics #IndianPlate #EurasianPlate #K2 #Everest #Ladakh #IndusRiver #ธรณีวิทยา #เทือกเขาหิมาลัย #MountainBuilding #Ladakh #Kashmir

ที่มา https://www.reddit.com/r/geography/comments/z47nq1/i_went_to_the_karakoram_range_in_pakistan_this/?tl=th

ที่มา https://www.researchgate.net/figure/Fig-S2-Mean-elevation-of-the-glaciers-in-H-K-See-also-Table-S2-As-found-in-other_fig4_235243537

(A) แผนที่ของคาราโครัมและหิมาลัยแสดงลุ่มแม่น้ำสายหลักและตำแหน่งของอัตราการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่วัดได้และตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงความยาวของธารน้ำแข็งและการวัดงบประมาณมวล (4) (ตาราง S3, S5 และ S6) (B) ระบบลมหลัก (C) ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในเดือนมกราคมและกรกฎาคม

[ที่มา: https://www.researchgate.net/figure/A-Map-of-the-Karakoram-and-Himalaya-showing-the-major-river-basins-and-the-locations-of_fig1_235243537]

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward