iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

Nares บึงกาฬ ว่าด้วยภูทอก ตั้งแต่ก่อนทอกจนถึงหลังทอก

 

รูปที่ 1 

ว่าด้วยภูทอก ตั้งแต่ก่อนทอกจนถึงหลังทอก

นเรศ สัตยารักษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมศิษย์เก่าธรณีเทคโนโลยีขอนแก่น

พื้นที่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนั้น เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนเข้าถึงหรือไปเยือน ถึงแม้จะมีถนนจากหนองคายผ่านบึงกาฬไปนครพนม ที่ลัดเลาะเลียบไปตามลำน้ำโขง ผ่านภูมิประเทศที่สวยงาม มีเทือกเขาอยู่ในฝั่งลาว ส่วนฝั่งไทยส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบ จนกระทั่งเมื่อใกล้จะเข้าเขตนครพนม จึงมีภูเขาโผล่ขึ้นมา 3 ลูก ได้แก่ ภูสิงห์ ภูวัว และภูลังกา ในอดีตจึงมีคนรู้จักหรือเคยไปที่เขาทั้งสามลูกนี้น้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ หรือนักวิชาการในแต่ละด้าน

ในปีพ.ศ. 2496 กองทัพบกของสหรัฐอเมริกาได้จัดพิมพ์แผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:250,000 ครอบคลุมพื้นที่ของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในจำนวนนี้ มีอยู่แผ่นหนึ่งชื่อ “ระวางคำเกิด; Kam Keut” ซึ่งแสดงข้อมูลต่อเนื่องจากไทยข้ามแม่น้ำโขงไปลาว ตามรูปที่ 1  จะเห็นภูเขา “สายภูงู” ที่มีแนวยาวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในเขตไทยจะเห็นเขาอีกสองลูก มีแนวการวางตัวในทิศทางที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ภูสิงห์-ภูทอก ที่เป็นเทือกเขาที่มีขนาดเล็กแคบและยาว (ในแผนที่ให้ชื่อว่า Phu Sing-Phu Thok Yai) อีกลูกหนึ่งคือภูวัว (Phu Wua Lang Tham Phra) ในส่วนของภูวัวนั้นผู้จัดพิมพ์ได้แสดงสัญลักษณ์พิเศษลงไป และมีอักษรภาษาอังกฤษบรรยายว่า Karst (Limestone Ridges) เข้าใจว่าระหว่างการแปลงภาพถ่ายทางอากาศมาเป็นแผนที่ลายเส้นนั้น ช่างผู้แปลความหมายนั้นคงคิดว่าโขดหินบนยอดภูวัวเป็นหินปูน เหมือนกับภูหินปูนของแขวงคำม่วนที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโขง ก็เลยอยากอวดความสามารถของตนเอง โดยการระบุว่า ที่ฝั่งไทยก็มีเทือกเขาหินปูน คือกั๋นเด้อ และน่าจะเป็นด้วยเหตุนี้แหละ สมัยที่ข้าพเจ้าเพิ่งจะเข้าทำงานที่กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณีใหม่ ๆ จึงได้รับทราบจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงท่านหนึ่งว่า มีเพื่อนชาวอเมริกันของท่านแนะให้กรมฯ ส่งนักธรณีวิทยาไปสำรวจหาแร่บอกไซต์รอบ ๆ ภูวัว ว่าซั่น

แผนที่ธรณีวิทยาของประเทศไทยของกรมทรัพยากรธรณีปี พ.ศ. 2512 ไม่ได้ให้ภูวัวเป็นหินปูน แต่ให้ประกอบขึ้นด้วยหมวดหินภูพาน ของกลุ่มหินโคราช เช่นเดียวกับภูสิงห์-ภูทอก และภูลังกา ซึ่งการทำแผนที่ครั้งนั้น เข้าใจว่ามิได้มีการออกมาตรวจสอบในสถานที่จริง แต่คงจะแปลความหมายจากภาพถ่ายทางอากาศ โดยไล่เรียงมาจากฝั่งลาว จากหินปูนยุคเพอร์เมียน ที่อยู่ออกไปทางด้านตะวันออก และให้ภูสายงูเทียบเท่าได้กับตอนล่างของกลุ่มหินโคราช (หมวดหินภูกระดึง+พระวิหาร) แล้วให้ภูวัว ภูสิงห์ ภูลังกา เป็นหมวดหินภูพาน ส่วนที่ราบลุ่มทั้งหมดของตอนเหนือของเทือกเขาภูพาน ให้เป็นหมวดหินโคกกรวด และเกลือหิน

เมื่อข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้จัดทำแผนที่ธรณีวิทยาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวาง 1:500,000 นั้น ได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจและตรวจสอบธรณีวิทยาใหม่ทั้งอีสาน และพบว่าหินที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นภูเขาทั้งสามลูก รวมทั้งหินที่พบตามโขดหินหรือเนินสูงในอีสานเหนือนั้น ไม่มีลักษณะของเนื้อหินและลักษณะอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกับของหมวดหินภูพานหรือหมวดหินอื่นเลย แต่น่าจะเป็นหินทรายที่เกิดสะสมตัวในทะเลทราย เพราะนอกเหนือจากเนื้อหินที่แตกต่างไปแล้ว ยังพบว่ามีชั้นหินเฉียงระดับขนาดใหญ่มาก และมีมุมเอียงเทสูงถึงมากกว่า 20 องศา ประกอบกับช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าก็ได้ทำหน้าที่กำกับดูและการสำรวจปิโตรเลียมของบริษัทน้ำมันต่างชาติด้วย จึงได้ศึกษาข้อมูลใต้ผิวดิน เช่น ข้อมูลการวัดความไหวสะเทือน และข้อมูลหลุมเจาะทั้งหลุมเจาะสำรวจน้ำมัน และหลุมเจาะของโครงการโปแทช ทำให้มั่นใจว่าชั้นหินที่พบใกล้แม่น้ำโขงนั้น วางตัวอยู่บนชั้นเกลือหินของหมวดหินมหาสารคาม จึงได้เสนอให้ตั้งเป็นหมวดหินภูทอก (Phu Tok Formation) เทียบได้กับชั้นหินตะกอนพัดพาบน (Upper Clastics) ของหมวดหินมหาสารคาม ไม่มีการประเมินความหนาของหมวดหิน การที่ใช้ภูทอกมาเป็นชื่อของหมวดหินก็เนื่องจากว่า เป็นภูเขาลูกเดียวที่สามารถสำรวจวัดลำดับชั้นหินได้ดีที่สุด และหนาที่สุด เพราะภูเขาลูกอื่น ๆ นั้น ยังคงเป็นที่อยู่ของหน่วยปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไม่อนุญาตให้ขึ้นไปทำงาน และลำดับชั้นหินทั้งหมดได้อ้างอิงประกอบกับข้อมูลหลุมเจาะสำรวจปิโตรเลียม ดังนี้ ล่างสุดจะเป็นหินโคลนเนื้อละเอียดสีแดง ตอนกลางจะเป็นการสลับกันของหินทรายแป้งกับหินทราย ตอนบนสุดเป็นหินทรายไม่แสดงชั้นที่เกิดสะสมตัวในทะเลทราย ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ กรมทรัพยากรธรณีได้เข้ามาสำรวจเพิ่มเติม และได้กำหนดให้หมวดหินภูทอกประกอบด้วยหมู่หิน 3 หมู่ ดังนี้ ล่างสุดคือหมู่หินนาหว้า ประกอบด้วยหินโคลน ถัดขึ้นมาคือ หมู่หินคำตากล้า มีหินทรายแป้งและหินทรายสลับกัน มีการสะสมตัวผสมระหว่างโดยแม่น้ำ และโดยลม บนสุดคือหมู่หินภูทอกน้อย ประกอบด้วยหินทรายที่สะสมตัวในทะเลทรายเกือบทั้งหมด

จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถเขียนประวัติความเป็นมาของพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอีสานได้ ดังนี้ เริ่มจากสมัยที่ไดโนเสาร์ยังอาศัยอยู่ พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ไพศาล มีแม่น้ำขนาดใหญ่หลายสายไหลมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่ทิศตะวันตก จากนั้น ในช่วงของยุคครีเทเชียสตอนต้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของธรณีเทคโทนิค พื้นที่ตะวันออกและตะวันตกของเมียนมาร์ได้เคลื่อนตัวมาเชื่อมกัน ทำให้เกิดการยกตัวของเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์ หมวดหินโคกกรวดด้านตะวันตกถูกกัดเซาะผุพังทำลาย บริเวณด้านตะวันออกยุบตัวลงเกิดเป็นแอ่งเกลือ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า น้ำเค็มในแอ่งดังกล่าวนั้น เกิดจากทะเลสาบน้ำเค็ม หรือว่าน้ำทะเลไหลเข้ามา  ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น 3 ครั้ง ทำให้เกิดการสะสมตัวของชั้นเกลือหิน 3 ชั้นสลับกับชั้นดินโคลนสีแดง และท้ายที่สุด แอ่งดังกล่าวก็ตื้นขึ้น เกิดการสะสมตัวของหินโคลนของหมวดหินภูทอก บริเวณทั้งหมดกลายเป็นพื้นที่ร้อนและแห้งแล้ง  โดยในช่วงแรกยังจะมีแม่น้ำอยู่หลายสาย แต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นทะเลทราย ที่มีทั้งเนินทรายและแอ่งน้ำระหว่างเนินทราย (Dune and Interdune Lake) โดยทรายทั้งหมดถูกพัดพามาจากทิศเหนือ

หลังจากนั้น ตะกอนที่สะสมตัวในทะเลทรายภูทอกก็กลายเป็นหิน จนกระทั่งในยุคพาลีโอจีนตอนต้น เมื่อแผ่นทวีปอินเดียเข้าเชื่อมกับจีน ส่งผลกระทบต่อแผ่นดินไทยและอินโดจีน ทำให้บริเวณส่วนใหญ่ของประเทศไทยยุบตัว เกิดแอ่งสะสมตะกอนชนิดกราเบนและกึ่งกราเบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกยกตัวขึ้นกลายเป็นที่ราบสูง กระบวนการทางธรณีวิทยาที่สำคัญต่อมาก็คือ เกิดรอยเลื่อนเหลื่อมด้านซ้ายท่าแขก-เชโปนตามแนวของแม่น้ำโขง ตามรูปที่ 2 และ 3 ซึ่งหากมองจากด้านบนจะเห็นว่า แผ่นดินฝั่งลาวจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หรือว่าฝั่งไทยเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แต่หากมองในแนวตัดขวางจะเห็นว่า แผ่นดินฝั่งลาวจะถูกดันให้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับฝั่งไทย รอยเลื่อนท่าแขก-เชโปนนี้ น่าจะเป็นตัวชักนำให้แม่น้ำโขงไหลจากด้านตะวันตกของไทยมาสู่แดนอีสาน แม่น้ำโขงและบริวารนับเป็นตัวการสำคัญที่กัดเซาะแผ่นดินอีสานในพื้นที่แห่งนี้ จนทำให้ภูมิประเทศเป็นเหมือนดังเช่นปัจจุบัน เหลือไว้แต่ภูวัว และภูลังกาที่เป็นภูเขาที่มีโครงสร้างชั้นหินเป็นรูปประทุนหงาย ส่วนโครงสร้างรูปประทุนที่เคยมีอยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขาทั้งสองลูกนั้น ถูกกัดเซาะหายไปเกือบสิ้น เหลือแต่ภูสิงห์-ภูทอก ที่เป็นแกนกลางของโครงสร้างรูปประทุน ตามรูปที่ 2 แต่โดยส่วนใหญ่จะพบเป็นโขดหินขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ในป่าบางแห่งเท่านั้น

เนื่องจากชั้นหินตอนบนของหมวดหินภูทอกนั้น เป็นหินทรายที่มีความหนามาก และมีชั้นหินเฉียงระดับขนาดใหญ่มาก ประกอบกับมีแนวแยก (Joints) ที่ได้รับอิทธิพลจากรอยเลื่อนท่าแขก-เชโปน เมื่อถูกกัดเซาะผุพังทำลายโดยธรรมชาติทั้งฝน แสงแดด ความร้อน ความเย็น ความโน้มถ่วง และกระบวนการอื่น ๆ จนทำให้ภูเขาเหล่านี้มีสภาพที่หลงเหลือ เป็นภูมิประเทศที่แปลกตา มีน้ำตกที่เป็นลานหินทรายใหญ่โต เช่น น้ำตกชะแนน น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกถ้ำพระ และบนยอดเขานั้น หลายบริเวณกลายเป็นลานหินมีต้นไม้น้อยมาก เช่น หินสามวาฬ ลานสิงห์ บนยอดภูสิงห์ ลานอเมริกา บนยอดภูวัว และลานหินอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้ช่างเขียนแผนที่ของกองทัพบก สหรัฐอเมริกา เข้าใจผิดคิดว่า ภูวัวเป็นภูเขาหินปูน

กล่าวโดยสรุปแล้ว หินทรายที่ภูสิงห์-ภูทอก ภูวัว และภูลังกา รวมทั้งตามพื้นราบในบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดสะสมตัวในทะเลทราย พื้นที่ทั้งหมดถูกยกตัวขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของการชนกันของอินเดียกับจีน และรอยเลื่อนท่าแขก-เชโปน กลายเป็นภูเขาที่สภาพภูมิประเทศ และลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงาม แปลกตา น่าสนใจ เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว อันสมควรที่จะต้องช่วยกันดูแล บำรุงรักษา เพื่อให้คงอยู่ยาวนานตลอดไป

 
 
รูปที่ 2
 

----------------------------------------

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward