Nares อินเดีย เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (4) อีนี้ ศรีนาคา นะนาย

รูปที่ 4-1 คณะทัวร์เที่ยวไม่ลังเลที่เลห์ ลาดักห์ กำลังเมาท์มอย เอ็นจอยแชท กัน เสียงสนั่นดังลั่น โถงผู้โดยสารขาออกสุวรรณภูมิ
เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (4) อีนี้ ศรีนาคา นะนาย
เช้ามืดวันนี้ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 คณะทัศนศึกษา “เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ลาดักห์” ของชมรมศิษย์เก่าเทคโนโลยีธรณี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็มาพบเจอกันตั้งแต่ก่อนไก่โห่ ที่ท่าอาศยานสวรรณภูมิ เสียงทักทายกระเซ้าเย้าแหย่กันดังเซ็งแซ่ เหมือนกับฝูงไดโนเสาร์กินพืชกลับมาพบกันหลังจากห่างหายกันไปหมื่นปี (รูปที่ 4-1) ตามแผนการแล้ว เราจะออกเดินทาง เวลา 07.00 น. โดยสายการบินไทย ทัวร์เขานัดเจอกันเวลาตีสี่ แต่ข้าพเจ้าดันคิดว่านัดตีห้า ก็เลยไปถึงสุวรรณภูมิเป็นคนล่าสุด จนพรรคพวกให้การต้อนรับด้วยเสียงฮือฮาจนผู้โดยสารอื่นๆ หันมามอง แต่ก็ดีใจมาก ที่งวดนี้เอาชนะพี่ใหญ่วรานนท์ได้
แรกสุดของวันนี้ เราจะบินไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติ อินทิรา คานธี จากนั้นก็จะเปลี่ยนเครื่องไปกับสายการบิน Indico ไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติเช็คอุลอาลาม เมืองศรีนาคา เมืองหลวงของรัฐแคชเมียร์ อินเดีย ข่าวไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ได้รับมาก็คือ สถานที่ที่เราจะตะลุยในเที่ยวนี้ น่าจะมีปัญหาในด้านสัญญาณอินเตอร์เน็ต และมีความเป็นไปได้ว่า พวกเราอาจจะไม่สามารถรายงานผลการตะลุยอินเดียเหนือได้ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าขอถือโอกาส แนะนำ เมือง “ศรีนาคา” (Sinagar) ว่า เป็นเมืองหลวงฤดูร้อนของแคว้นซัมมู และแคชเมียร์ ของอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเฌลัม (Jhelum) มีความสูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในด้านธรณีวิทยาแล้วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขตหิมาลัยต่ำ (Lesser Himalayas) ตั้งอยู่ในแอ่งสะสมตะกอนกาเรวา (Karewa Basin) (รูปที่ 4-2 และ 4-3) ที่เกิดจากผลของการชนกันของแผ่นทวีปอินเดียและยูเรเซียทำให้เกิดแอ่งรูปไข่ ล้อมรอบด้วยภูเขาที่เกิดจากรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ ซึ่งต่อมาในอนุยุคไพลส์โตซีน เมื่อประมาณ 2-3 ล้านปีก่อน เกิดการสะสมตัวของตะกอนในทะเลสาบและธารน้ำแข็ง กลายเป็นหมวดหินกาเรวา (Karewa Formation) (รูปที่ 4-4) ซึ่งในวันแรกนี้ คาดว่าคณะของเราคงไม่ได้เห็นหินโผล่ของหมวดหินนี้ และหมดหินใดๆ เลย แต่หวังว่า พรุ่งนี้เช้า ระหว่างการเดินทางจากที่พักก่อนขึ้นเทือกเขาสูง เราจะมีโอกาสพบเห็นตามสองข้างทางได้บ้าง
อนึ่ง ในการเดินทางของวันพรุ่งนี้ ถ้าพวกเราโชคดีมากพอ เราน่าจะได้เห็น ไซส์ไมต์ (Seismite) (รูปที่ 4-5) ที่เกิดขึ้นใต้ทะเลสาบขณะเกิดแผ่นดินไหว จนทำให้ชั้นตะกอนใต้ท้องน้ำที่ยังไม่แข็งตัวเกิดการบีบอัดคดโค้งอย่างมาก ซึ่งความยุ่งเหยิงของตะกอนจะปรากฏเฉพาะที่ชั้นหินนั้นๆ เท่านั้น แต่ชั้นหินอื่นๆ จะยังคงวางตัวทับซ้อนกันอย่างมีระเบียบ
กลับมาพูดถึงศรีนาคาอีกครั้งหนึ่ง ที่ด้านเหนือของเมืองนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นั่นคือ ทะเลสาบดาล (Dal Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่ได้รับฉายามากมาย อาทิ สวนดอกไม้ลอยน้ำ ทะเลสาบดอกไม้ เพชรยอดมงกุฎแคชเมียร์ หรือ อัญมณีแห่งศรีนาคา เป็นต้น เป็นกิ่ง เป็นใบ และเป็นดอก ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวชม ก็จะเอารูปมาอวดกันครับ
การกำเนิดของทะเลสาบดาลนั้น ยังไม่สรุปได้ว่า เป็นทะเลสาบโบราณที่หลงเหลือมาจากธารน้ำแข็งของโลกล้านปี หรือว่า เกิดจากแม่น้ำเฌลัมโดยตรง โดยอาจเป็นทะเลสาบรูปแอก (Ox bow lake) มาก่อนก็เป็นได้เช่นกัน
หัสเริ่มเดิมที คณะผู้จัดทริปตั้งใจจะค้างแรมที่นี่ โดยการนอนในเรือนแพ ของทะเลสาบดาล แต่ว่าก็เปลี่ยนใจ เพราะว่าคณะของเราใหญ่เกินไปนิด ไม่สะดวกต่อการเดินทางและพักแรม แต่ก็หวังไว้ว่า จะพาลูกทัวร์ทั้งหมดไปล่องเรือชมความงามของผืนน้ำและทิวทัศน์รอบๆ ทะเลสาบ หากมีเวลาเพียงพอ ท่านสารวัตรช่วยอฐิษฐานให้เป็นจริงด้วยสิครับ

รูปที่ 4-2 แผนที่ธรณีวิทยาบริเวณเมืองศรีนาคาและปริมณฑล แสดงหุบเขาแคชเมียร์ ที่มีตะกอนอายุอ่อนของหมวดหินกาเรวา (พื้นที่สีเหลือง) ตกสะสมตัว หินภูเขาไฟพรีปันแจว (พื้นที่สีเขียวมีอักษร V) และแม่น้ำเฌลัม

รูปที่ 4-3 ภาพจินตนาการตัดขวางในแนว ตะวันเกือบจะเหนือ-ใต้ แสดงการเลื่อนตัวย้อนกลับของรอยเลื่อน 2 แนว (Pir Panjal & Sanskar Thrust) จนทำให้เกิดหุบเขาแคชเมียร์ (Kashmir Nappe) และมีการตกสะสมของหมวดหินกาเรวา

รูปที่ 4-4 ภาพแสดงการเกิดทะเลสาบและแอ่งสะสมตะกอนกาเรวา พร้อมทั้งภาพถ่ายแสดงชั้นหินของหมวดหินกาเรวา

รูปที่ 4-5 ภาพถ่ายแสดงชั้นหิน ไซส์ไมท์ ที่เกิดจากแผ่นดินในขณะที่ตะกอนยังไม้แข็งตัว ในหมวดหินกาเรวา
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/nares.sattayarak
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ ดร. นเรศ สัตยารักษ์ (Nares Sattayarak)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------
