iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

โครงการ AI ภาครัฐ (TH-AI Passport) มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท ดีจริงไหม

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) ปัญหาที่จะเกิดจาก TH-AI Passport หรือโครงการ AI ภาครัฐมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท

TH-AI มูลค่า 1,500 ล้านบาท ความท้าทายของโครงการ AI ระดับชาติไทย

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างจริงจัง ภาครัฐจึงพยายามผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานราชการ และภาคธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการมีวงเงินสูงถึงประมาณ 1,500 ล้านบาท ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามเรื่อง ความคุ้มค่าของงบประมาณ, ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ, ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง, ความโปร่งใสในการดำเนินงาน คำถามเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเรื่องปกติของโครงการดิจิทัลขนาดใหญ่ทั่วโลก

ปัญหาสำคัญที่อาจเกิดขึ้น

1. วัดผลสำเร็จได้ยาก

ปัญหาคลาสสิกของโครงการ AI ภาครัฐ คือ "ลงทุนไปแล้วได้อะไรกลับมา?" ต่างจากการสร้างถนนหรืออาคาร AI เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้ หากไม่มี KPI ที่ชัดเจน อาจเกิดสถานการณ์ ใช้งบครบ, เปิดระบบแล้ว, แต่ไม่สามารถพิสูจน์ผลตอบแทนได้

2. ประชาชนใช้จริงน้อยกว่าที่คาด

หลายประเทศพบว่า โครงการ Digital Platform ภาครัฐจำนวนมากมีผู้ลงทะเบียนสูง แต่มีผู้ใช้งานจริงต่ำเหตุหลัก คือ ใช้งานยาก, ไม่ตอบโจทย์, ประชาชนมีทางเลือกอื่น เป็นต้น หาก TH-AI ถูกออกแบบจากมุมมองเทคโนโลยีมากกว่ามุมมองผู้ใช้ อาจเผชิญปัญหานี้เช่นกัน

3. แข่งขันกับ AI ระดับโลกได้ยาก

ปัจจุบันตลาด AI ถูกครอบครองโดยบริษัทระดับโลก เช่น OpenAIGoogle, DeepMindAnthropicMicrosoft AI ผู้ใช้จำนวนมากคุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้น AI ภาครัฐไทย จึงไม่ควรพยายามแข่งขันโดยตรง แต่ควรมุ่งสร้างคุณค่าที่ AI ต่างประเทศทำไม่ได้ เช่น ภาษาไทยราชการ, กฎหมายไทย, บริการภาครัฐไทย

4. ความเสี่ยงด้าน Vendor Lock-in

หากโครงการพึ่งพาผู้พัฒนา หรือผู้ให้บริการรายเดียวมากเกินไป ภาครัฐอาจเผชิญปัญหา ค่าใช้จ่ายระยะยาวสูง, ขาดอำนาจต่อรอง, เปลี่ยนระบบได้ยาก นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในโครงการดิจิทัลภาครัฐทั่วโลก

5. ข้อมูลภาครัฐยังไม่พร้อม

AI จะฉลาดได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่ดี แต่ปัจจุบันข้อมูลภาครัฐไทยจำนวนมากยังมีปัญหา ข้อมูลกระจัดกระจาย, มาตรฐานไม่เหมือนกัน, ข้อมูลซ้ำซ้อน, ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน หากฐานข้อมูลยังไม่พร้อม AI ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำ

6. ปัญหา AI ในอนาคต

AI จะฉลาดได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่ดี ปัจจุบันการใช้ AI จำนวนมากยังมีปัญหา

ปัญหาที่จะเกิดจาก AI ในการใช้ชีวิตของคนเราในอนาคต

โครงการภาครัฐ ปัญหาที่อาจจะเกิดในงานราชการประเทศไทย

-

ความไม่คุ้มค่าที่อาจเกิดขึ้น

กรณีที่ 1 : ซื้อเทคโนโลยี แต่ไม่ได้สร้างคน

หลายโครงการเน้น ซื้อ Server, ซื้อ GPU, ซื้อ Software แต่ไม่ลงทุนกับ Data Scientist, AI Engineer, AI Governance สุดท้ายเหลือเพียงระบบราคาแพงที่ไม่มีคนใช้

กรณีที่ 2 : สร้างแพลตฟอร์มใหม่ ทั้งที่มีของเดิมอยู่แล้ว

หากโครงการทำในสิ่งที่ตลาดมีอยู่แล้ว ผลตอบแทนอาจต่ำ ตัวอย่างเช่น Chatbot ทั่วไป, AI สรุปเอกสารทั่วไป, AI แปลภาษา ซึ่งปัจจุบันมีบริการเชิงพาณิชย์ที่ทำได้ดีอยู่แล้ว

กรณีที่ 3 : แจกสิทธิ์โดยไม่สร้างผลผลิต

หากเน้นจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ แต่ไม่ได้วัด รายได้ที่เพิ่มขึ้น, ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น, ต้นทุนที่ลดลง โครงการอาจกลายเป็นเพียงการแจกบริการชั่วคราว โดยไม่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

อุปสรรคในการดำเนินงาน

ด้านบุคลากร

ปัจจุบันภาครัฐไทยยังขาด AI Architect, AI Engineer, Data Engineer, AI Security Specialist จำนวนมาก

ด้านกฎระเบียบ

หลายหน่วยงานยังไม่กล้านำ AI มาใช้เต็มรูปแบบ เนื่องจากกังวลเรื่อง ความรับผิดชอบทางกฎหมาย, PDPA, ความปลอดภัยข้อมูล

ด้านวัฒนธรรมองค์กร

เจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยยังมองว่า AI เป็นภาระเพิ่ม ไม่ใช่เครื่องมือช่วยงาน ทำให้การยอมรับเทคโนโลยีเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาด

ข้อเสนอแนะเพื่อให้คุ้มค่า

1. เปลี่ยนจาก KPI "จำนวนผู้ใช้" เป็น "ผลกระทบทางเศรษฐกิจ" วัดผล เช่น

  • ลดเวลาทำงานกี่ชั่วโมง
  • ลดต้นทุนกี่ล้านบาท
  • เพิ่มรายได้ SMEs เท่าไร

2. สร้าง AI สำหรับงานเฉพาะทางไทย แทนที่จะแข่งกับ AI โลก ควรสร้าง

  • AI กฎหมายไทย
  • AI ระเบียบราชการ
  • AI เกษตรไทย
  • AI สาธารณสุขไทย
  • AI การท่องเที่ยวไทย

3. ลงทุนกับคนมากกว่าระบบ

งบอย่างน้อย 30-40% ควรใช้กับ การอบรม, การพัฒนาบุคลากร, การสร้าง AI Talent ไม่ใช่เฉพาะ Hardware

4. ใช้ Open Source ให้มากขึ้น

เพื่อลด ค่า License, Vendor Lock-in, ค่าใช้จ่ายระยะยาว

5. เปิดเผยผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ

ทุก 6 เดือนควรรายงาน จำนวนผู้ใช้จริง, ผลประหยัดงบ, ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ปัญหาที่พบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนประเด็นสำคัญของ TH-AI ไม่ใช่ว่า "1,500 ล้านบาทแพงหรือไม่" แต่คือ "ประเทศไทยได้อะไรกลับมาจากเงิน 1,500 ล้านบาทนั้น"

หากโครงการสามารถสร้าง 

คนไทยที่มีทักษะ AI, ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพขึ้น, ผู้ประกอบการที่แข่งขันได้, ข้อมูลภาครัฐที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เม็ดเงินดังกล่าว อาจถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก แต่หากจบลงเพียงการจัดซื้อเทคโนโลยี โดยไม่มีการใช้งานจริง ก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นอีกหนึ่ง

โครงการดิจิทัลที่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อประเทศได้ตามที่คาดหวังไว้ และกลายเป็น e-ngo system อีโง่ซิสเต็ม ระบบอิเล็คโทรนิกส์ที่ทำให้เราดูโง่ อีกโครงการ

.

#AIภาครัฐ #AIราชการไทย #DigitalGovernment #Thailand40 #GovTech #SmartGovernment #DigitalTransformation #CyberSecurity #BigData #DataGovernance #eGovernment #AIThailand #ข้าราชการดิจิทัล #DigitalGovernance #iok2uIT #AI #ArtificialIntelligence #FutureTechnology #DigitalTransformation #AIEthics #CyberSecurity #FutureOfWork #DigitalSociety #TechnologyTrend #SmartLiving #AIandHuman #FutureEducation #Innovation

.

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward